หลังจากที่ออกมาจากร้านขายอุปกรณ์สำหรับนักผจญภัย เต้ก็ตรงดิ่งกลับไปยังกิลนักผจญภัยเพื่อลงทะเบียนหางานในฐานะนักผจญภัยแรงค์แรงค์ F หลังจากที่ห่างหายไปนานนับั้แ่เหตุโศกนาฏกรรมซึ่งเคยเกิดขึ้นกับปาร์ตี้ของตนเมื่อหลายปีก่อน
แน่นอนว่าถึงแม้จะเป็นักผจญภัย ก็ไม่สามารถที่จะเข้าออกเกทซึ่งเป็ประตูสู่ดันเจี้ยนได้อย่างอิสระได้อย่างที่ใจนึก เนื่องเพราะเกทซึ่งเปรียญเสมือนกับประตูทางเข้าไปยังโลกต่างมิตินั้นถูกควบคุมโดยรัฐบาลของแต่ละประเทศอย่างเข้มงวด ส่วนสาเหตุที่เกทถูกรัฐบาลควบคุมอย่างเข้มงวดนั้นก็สืบเนื่องมากจากสาเหตุด้านความปลอดภัยของตัวนักผจญภัยเอง
จริงอยู่ว่านักผจญภัยคือกลุ่มบุคคลที่โชคดีซึ่งผ่านการตื่นของพลังจนทำให้มีขีดความสามารถเหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปในหลายๆด้าน ทว่าจำนวนประชากรของมนุษย์ซึ่งสามารถผ่านการตื่นของพลังก็มีอย่างจำกัด ยกตัวอย่างในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน จำนวนนักผจญภัยก็มีรวมกันทั้งสิ้นเพียงหลักหมื่น อีกทั้งในจำนวนนี้ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีขีดความสามารถในการต่อสู้ที่พึ่งพาได้ เพราะอย่างนั้นนักผจญภัยจึงจัดได้ว่าเป็สมบัติที่สำคัญของแต่ละชาติอีกประการหนึ่ง และเมื่อเป็ทรัพยากรของชาติที่มีอยู่อย่างจำกัด รัฐบาลจึงจำเป็ที่จะต้องยื่นมือเข้ามาควบคุมเพื่อไม่ให้ทรัพยากรเหล่านี้เข้าสู่เกทไปอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์จนก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นเหมือนกับหลายๆครั้งในอดีต
เมื่อทางเข้าสู่เกทถูกควบคุมไว้ การที่จะเข้าสู่เกทได้จึงจำเป็ที่จะต้องมีความพร้อม ซึ่งความพร้อมเ่าั้ก็ต้องผ่านการประเมินโดยคนของรัฐบาล แน่นอนว่ากฎทุกอย่างในโลกย่อมต้องมีข้อยกเว้น ซึ่งกฎเหล่านี้ที่ถูกบังคับใช้กับนักผจญภัยทั่วไปเองก็สามารถถูกยกเว้นได้เป็กรณีพิเศษสำหรับนักผจญภัยที่มีขีดความสามารถมากพอ แต่นั่นย่อมไม่ใช่กับเต้ที่เป็เพียงนักผจญภัยมือใหม่ระดับ F
“โอย..ยุ่งยากเหมือนกันนะกับไอ้การที่จะหาทีมเข้าสู่เกทเนี่ย ยิ่งแรงค์ต่ำๆอย่างเราจะมีใครเขาสนใจหรือเปล่า?” เต้นึกคิดขณะที่กรอกข้อมูลประจำตัวของตัวเองเพื่อติดประกาศหาเพื่อนร่วมทีมในการจะลุยดันเจี้ยน
หลังจากกรอกข้อมูลเพื่อยื่นความประสงค์หาทีมเสร็จแล้ว เต้ก็ใช้เวลาระหว่างรอไปกับการฝึกซ้อมให้ชินกับอุปกรณ์ใหม่
เต้ซึ่งจ่ายเงินเช่าพื้นที่พิเศษสำหรับฝึกภายในศูนย์ใหญ่ของนักผจญภัยใช้เวลาตลอด่บ่ายที่เหลืออยู่เพื่อฝึกซ้อมใช้พลังปราณในการต่อสู้
“ถ้าเข้าสู่ดันเจี้ยนแล้ว ที่พึ่งได้ก็มีแต่ตัวเองเท่านั้น” เต้นึกคิดขณะที่ออกแรงเตะและต่อยเข้าใส่หุ่นไม้จำลอง ยิ่งลงมือหนักขึ้นเท่าไร ภาพความทรงจำที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายในจิตใจของเต้ก็ยิ่งแจ่มชัดมากขึ้นเท่านั้น ความรู้สึกหวาดกลัวอย่างสุดชีวิต ภาพแห่งความสิ้นหวังในวันนั้น วันที่ปาร์ตี้ของตนประสบเข้ากับโศกนาฏกรรม รู้ตัวอีกทีเต้ก็รีดเร้นพลังปราณของตัวเองออกมาซัดเข้าใส่หุ่นไม้จนปริแตกเสียหายไปเสียแล้ว
“พอกันทีกับความไร้พลัง พอกันทีกับความหวาดกลัว…จากนี้ไป ฉันจะไม่หนีอีกแล้ว มีแต่ต้องแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้นที่จะทำให้เราสามารถปกป้องคนรอบตัวและก้าวต่อไปข้างหน้าได้” เต้นึกคิดกับตัวเอง จากนั้นจึงหันกลับมาให้ความสนใจอยู่กับอาวุธหอกและมีดขว้างซึ่งตนวางเตรียมไว้
“น้ำหนักถือว่าเข้ามาได้อย่างพอดี..ต่อให้ถือเ้านี้เหวี่ยงไปเหวี่ยงมาตลอดทั้งชั่วโมง ด้วยสภาพร่างกายของเราตอนนี้ก็คงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร” เต้คิดขณะที่ทดลองกระบวนท่าต่างๆในการใช้หอก ทั้งทิ่มแทง กวาด และหมุนควง
หลังจากที่เข้าสู่เกทแล้ว เทคโนโลยีสมัยใหม่หลายอย่างของมนุษย์กลับไม่สามารถที่จะใช้ได้อย่างน่าประหลาด แน่นอนว่าเทคโนโลยีที่ว่านี้นั้นรวมไปถึงอาวุธสมัยใหม่ต่างๆซึ่งใช้เทคโนโลยีหรือใช้ดินะเิในการขับเคลื่อนด้วน เพราะแบบนั้นสิ่งที่ถือได้ว่าเป็กำลังหลักและเป็หัวใจสำคัญในการเคลียร์เกทระดับต่างๆก็คือความสามารถของนักผจญภัย
ชั่วขณะหนึ่งซึ่งเต้กำลังทดสอบความสามารถของตัวเองอยู่ ภายในหัวของเต้ก็เกิดเสียงแว่วที่กำลังเรียกร้องตอนอย่างน่าประหลาด “คุณชายเย่..คุณชายเย่”
“!” ก่อนที่เต้จะทันได้ทำอะไรต่อไป เต้ก็เกิดความรู้สึกวิงเวียนและวูบล้มลงกับพื้น
ทันทีที่ได้สติลืมตาตื่นขึ้นมาใหม่ เต้ก็พบว่าตนเองนั้นกลับมาอยู่ในร่างของเย่หลางเสียแล้ว “นี่” หันมองสำรวจตัวเองซึ่งถูกนำให้มานอนอยู่บนเตียงเสร็จ เย่หลางก็เอ่ยถามออกมา
“คุณชายเย่ ท่านตื่นแล้ว..พอดีว่าสาวใช้เห็นว่าท่านอยู่ภายในห้องน้ำเนิ่นนานผิดปกติ เมื่อเปิดเข้าไปดูก็พบว่าคุณชายนอนหลับไหลอยู่ภายในอ่างน้ำ หากแต่ไม่ว่าพวกนางจะเรียกปลุกคุณชายอย่างไร คุณชายก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่น ปิงๆเลยถือวิสาสะนำร่างของคุณชายขึ้นมาจากภายในอ่างน้ำก่อน เกรงว่าหากปล่อยให้คุณชายเย่นอนแช่ในอ่างน้ำต่อไปจะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น” เถียนปิงๆเอ่ยเล่าออกมาเป็ฉากๆ
ได้ยินอย่างนั้นเย่หลางก็กรอกตาตลบหนึ่งพร้อมกับที่ครุ่นคิดว่าจะหาคำมาอธิบายเื่นี้อย่างไรดี “ทำให้คุณหนูเถียนแตกตื่นใแล้ว…ข้าเพียงแต่เข้าสู่ห้วงสมาธิเพื่อฝึกวิชา ไม่ได้เจ็บป่วยอะไร” เย่หลางเอ่ยบอก
“ถ้าอย่างนั้นหมอยาที่เรียกมารออยู่ด้านนอกก็..” เถียนปิงๆเอ่ยถาม
“ขอบพระคุณ คุณหนูที่เป็ธุระ แต่คิดว่าคงไม่จำเป็แล้ว” เย่หลางเอ่ย
“คุณชายเย่..ไม่ทราบว่าปิงๆรบกวนเวลาฝึกวิชาของคุณชาย?” ก่อนที่จะหมุนตัวพาสาวใช้เดินออกจากห้องไป เถียนปิงๆก็เอ่ยถามขึ้น
“ขอคุณหนูอย่าได้คิดมาก ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็ความผิดของข้าเองที่กระทำการไม่เหมาะสม…เพียงแต่คืนนี้ข้าคงต้องเข้าสู่ห้องสมาธิเพื่อฝึกวิธีอีก” เย่หลางเอ่ยบอก
“อย่างนั้นปิงๆจะไม่ให้ผู้ใดเข้ามารบกวนคุณชายเย่อีก” เถียนปิงๆเอ่ย
มองตามเงาหลังของเถียนปิงๆที่พาเหล่าหญิงรับใช้จากไปแล้ว เย่หลางก็ถอนหายใจออกมา “เรากลับเลินเล่อถึงเพียงนี้…แต่อย่างน้อยนี่ก็พิสูจน์ได้ว่าตระกูลเถียนไม่ได้คิดร้ายกับเรา” ถอนหายใจออกมากับตัวเองเฮือกใหญ่เย่หลางก็ตัดสินใจว่าครั้งหน้าตนจะต้องระวังให้มากกว่านี้เพราะความสามารถของตนนั้นเป็อะไรที่ค่อนข้างจะซับซ้อนแปลกประหลาดกว่าที่เคยคิดไว้มาก นึกคิดได้อย่างนั้น เย่หลางก็เอนตัวหลงหลับตาไปอีกครั้ง ด้วยรู้ดีว่าร่างของตนเองที่ฝั่งนั้นที่อยู่ๆสิ้นสติไปคงเกิดปัญหาในไม่ช้า
ลืมตาตื่นขึ้นมาและพบว่าตัวเองล้มฟุบลงกับพื้นอยู่ เต้ก็นึกคิดขึ้นมา “เกือบไปแล้ว ความสามารโลกยุทธจักรเนี่ยมันออกจะแปลกและยุ่งยากกว่าที่คิด…ไอ้เหตุการณ์แบบนี้ก็ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนซะด้วย…จะว่าไปที่แปลกกว่าก็คือ เราได้ความสามารถนี้มาตั้งหลายปีแล้วแต่กลับพึ่งรู้ถึงข้อนี้เนี่ยนะ…เอาเถอะแต่ก่อนเราก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับความสามารถบ้าๆนี่เท่าที่ควร อีกอย่างที่ฝั่งนั้นตัวเราอีกคนก็ใช้ชีวิตอยู่มาคนเดียวตลอดหลายปีจากที่ท่านพ่อเสียไป ถ้าอย่างนั้นเอาเป็ว่าต่อจากนี้ก่อนจะสลับไปมาเราต้องเตรียมตัวให้พร้อม จะได้ไม่เกิดอะไรแบบนี้ขึ้นอีก ขืนเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นตอนหน้าสิ่วหน้าขวานล่ะก็..” นึกคิดถึงจุดนี้ได้ เย่หลางก็รู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมาทันที
ใช้เวลาในการจัดเก็บข้าวของเครื่องใช้อยู่พักใหญ่ สุดท้ายแล้วเต้ก็กลับมาพักยังห้องพักของตัวเอง
ฝึกฝนอยู่โลกภายในสลับกับการกลับเข้าไปยังโลกยุทธจักรเวลาหลับจนเวลาผ่านไปอีกสองวัน สุดท้ายแล้วก็มีการติดต่อตอบรับเข้ามาจากทางกิลสำหรับเื่
หลังจากแต่งตัวเพื่อเตรียมความพร้อมจนเสร็จแล้ว เต้ที่ยืนอยู่หน้ากระจกก็นึกคิดกับตัวเอง “วันนี้แล้วสินะ การเริ่มต้นใหม่ของเรา” แน่นอนว่าถึงแม้เวลาในโลกภายนอกจะผ่านไปแค่สองถึงสามวัน หากแต่ทุกคืนที่เต้หลับฝันและเข้าสู่โลกแห่งยุทธจักรในแต่ละครั้ง เต้นั้นมักจะใช้ชีวิตและฝึกฝนอยู่ในโลกยุทธจักรแต่ละครั้งไม่น้อยกว่าหนึ่งถึงสองอาทิตย์ก่อนที่จะกลับออกมา แน่นอนว่าตระกูลเถียนนั้นให้ที่พักและอำนวยความสะดวกต่างๆให้กับเต้เป็อย่างดี
เดินทางอย่างยากลำบากด้วยชุดเกราะเต็มยศอยู่สักพัก เต้ก็พาตัวเองขึ้นขนส่งมวลชนมาจนถึงศูนย์ใหญ่ของนักผจญภัย
ครั้งพอเดินเข้ามาถึงสถานที่นัดหมาย เต้ก็เกิดความรู้สึกแปลกใจขึ้นไม่น้อย “ดูจากสภาพชุดเกราะและเครื่องสวมใส่แล้ว… ดูยังไงมันก็ไม่น่าจะใช่กลุ่มนักผจญภัยแรงค์ F ไม่ใช่หรอนั่น” เต้นึกคิดกับตัวเองขณะที่ก้าวเดินเข้าไปหากลุ่มนักผจญภัยซึ่งยืนรออยู่ในที่นัดหมาย
“สวัสดีครับ ผมเต้ครับ” เต้เดินเข้ามาเอ่ยทักทาย
“กว่าจะมาได้นะ เขาพร้อมกันหมดแล้ว” นักผจญภัยผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูไม่เข้ากับสถานที่เอ่ยขึ้น ที่บอกว่าดูไม่เข้ากับสถานที่ก็เพราะผู้หญิงคนดังกล่าวนั้นมีรูปร่างเอวบางร่างเพรียว ยังมีใบหน้าที่สวยได้รูป หากว่ากับเต้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นางแบบหรือเซเล็บไฮโซของสังคมระดับสูง เต้คงสามารถที่จะเชื่อได้อย่างสนิทใจมากกว่าที่จะบอกว่าผู้หญิงคนนี้คือนักผจญภัย อีกทั้งชุดเกราะมันวาวที่ผู้หญิงคนนี้สวมใส่อยู่ เต้เพียงมองผ่านวูบเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าเป็ชุดเกราะซึ่งตีขึ้นจากแร่โอริคัลคุมทั้งตัว อีกทั้งยังเป็การสั่งทำแบบพิเศษไม่ซ้ำกับใคร “ราคาทั้งตัวจะขนาดไหนกันนะ” เต้อดที่จะคิดตั้งคำถามกับตัวเองขึ้นมาไม่ได้ หากแต่ปากก็รีบเอ่ยบอกไป “ขอโทษด้วยครับ พอดีว่าเดินทางด้วยขนส่งมวลชนมันในสภาพแบบนี้มันลำบากนิดหน่อย ว่าแต่พวกเรานัดกันไว้เจ็ดโมงเช้าใช่ไหมครับ” เต้ยังไม่ลืมที่จะพูดย้ำเตือนถึงเวลานัดหมายเพื่อบอกให้อีกฝ่ายรู้ว่าตัวเองนั้นไม่ได้มาสายแต่อย่างใด
“นัดเจ็ดโมงก็ต้องมาให้ถึงก่อนสิ” ผู้หญิงที่ดูเหมือนคนนั้นยังคงเอ่ยรุกไล่
“ก็มาถึงก่อนตั้งห้านาทีแล้วไม่ใช่หรือยังไง เอาแต่ใจจังเลยนะ” เต้นึกคิดพร้อมกับที่ถอนหายใจออกมากับตัวเองหากแต่ปากก็ต้องเอ่ยแบ่งรับแบ่งสู้ออกไป “ขอโทษด้วยครับ ครั้งหน้าจะมาให้เร็วกว่านี้”
“รู้ตัวก็ดี” ผู้หญิงคนเดิมเอ่ย
“คุณแต้วครับ ผมว่าเรามาเริ่มแนะนำตัวเพื่อทำความรู้จักกันก่อนจะดีกว่านะครับ จะยังไงพวกเราก็คงต้องออกทำภารกิจไปด้วยกันอีกหลายครั้ง เส้นทางของนักผจญภัยน่ะ มันไม่มีทางลัดหรอกนะครับ” หนึ่งในนักผจญภัยผู้ชายที่ดูไม่น่าจะใช่มือใหม่อีกคนเอ่ยบอกกับแต้ว
“ถ้าคุณป้องว่าแบบนั้น ก็ได้ค่ะ ฉันแต้ว แรงค์ F มีความสามารถในการควบคุมไฟ” แต้วเอ่ยบอกขณะที่มองเขม่นมาทางเต้
“ออ..คงคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดสินะ…แล้วแบบนี้ยังจะมาบอกว่าไม่มีทางลัดอีกหรอยังไง คนที่เหลือนี่แทนที่จะบอกว่าเป็เพื่อนร่วมทีม..บอกว่าเป็บอดี้การ์ดยังจะน่าเชื่อกว่าอีก..อย่างนี้ก็หมายความว่าเราเองก็ได้อานิสงค์ไปด้วยสิ..” เต้นึกคิด ปากก็รีบเอ่ย “ผมเต้ครับ แรงค์ F เหมือนกัน มีประสบการณ์เข้าสู่เกทมาบ้าง ส่วนความสามารถก็ประมาณเสริมพลังให้กับร่างกายน่ะครับ” เต้เอ่ยบอก
“ออ..คุณเต้ ผมดูข้อมูลของคุณเต้มาบ้างแล้ว ถ้าผมจำไม่ผิด คุณเต้ก็ผ่านการตื่นของพลังมานานหลายปีแล้วนี่ครับ น่าจะก่อนผมซะอีกแล้วทำไม..” ป้องที่ดูเหมือนว่าจะเป็หัวหน้าทีมเอ่ยถาม
“เหตุผลส่วนตัวน่ะครับ..แต่ว่าตอนนี้เปลี่ยนความคิดแล้ว เลยอยากจะเริ่มต้นใหม่ในฐานะนักผจญภัยกับเขาดูบ้าง” เต้เอ่ยบอก
แต้วที่ยืนฟังอยู่ได้ยินอย่างนั้นก็แค่นเสียงออกมา
“ผมป้อง แรงค์ B ครับ สายเสริมพลังให้กับร่างเหมือนกัน ในเกท ผมจะรับหน้าที่เป็แนวหน้าให้เอง” ป้องเอ่ย
ถึงแม้ว่าพอจะคาดเดาได้อยู่ก่อนแล้วว่าป้องนั้นไม่น่าจะเป็นักผจญภัยระดับเริ่มต้นหากแต่พอได้ยินว่าป้องนั้นเป็ถึงนักผจญภัยแรงค์ B ซึ่งก็มีอยู่ไม่มากเท่าไหร่นักในประเทศไทย เต้ก็อดที่จะรู้สึกใไม่ได้
“บอกตรงๆไม่ปิดบังเลยก็แล้วกันครับ ผมมาเพื่อเป็หลักประกันความปลอดภัยสำหรับคุณแต้ว แต่ทุกคนไม่ต้องกังวลไป ขอแค่ทำตามคำแนะนำและไม่ทำอะไรผลีผลาม ผมรับรองว่าปลอดภัยได้กลับมาครบทุกคนแน่นอนครับ” ป้องเอ่ย
จากนั้นทุกคนก็ใช้เวลาอยู่อีกครู่ใหญ่เพื่อให้สมาชิกในทีมอีกสามสี่คนแนะนำตัว
“นอกจากสองคนนี้แล้ว คนอื่นๆก็เป็มือใหม่ทั่วๆไปสินะ….จะว่าไปแล้วเราตอนนี้ถ้าใช้พลังปราณอย่างเต็มที่จะเทียบได้กับนักผจญภัยแรงค์อะไรกัน?” เต้นึกคิดสังสัยเกี่ยวกับขีดความสามารถของตัวเอง “คงจะประมาณ E ล่ะมั้ง”
หลังจากที่แนะนำทำความรู้จักกันเสร็จแล้ว ทีมของเต้ก็เดินทางออกมายังส่วนนอกของศูนย์นักผจญภัยเพื่อเตรียมขึ้นรถเดินทางไปยังจุดหมายที่เกทตั้งอยู่ “เดี๋ยวไปเจอกันที่หน้าเกทเลยก็แล้วกันครับ” ป้องที่ทำหน้าที่เป็หัวหน้าทีมเต็มตัวแล้วเอ่ยบอก
ขณะที่เต้ก้าวขึ้นรถตู้ที่ป้องเป็คนจัดการเช่าไว้ ในใจก็แอบคิดกับตัวเอง “ถึงจะรู้สึกว่าปลอดภัยแน่ๆ..แต่บรรยากาศแบบนี้มัน…อนุบาลหมีน้อยชัดๆ” คิดได้อย่างนั้นเต้ก็แอบถอนหายใจออกมา