หลังจากเกลี้ยกล่อมฝูงชนจนเริ่มสงบลง ซุนเซวียนลอบสังเกตซุนเสี่ยวเหยียน ใบหน้าของเธอเรียบเฉยจนเขาอ่านไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่ แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ตัดสินใจเดินหน้าตามแผนที่วางไว้
เขาขยับเข้าไปใกล้ร่างบางแล้วกระซิบเสียงแ่ "เสี่ยวเหยียน ขอคุยเป็การส่วนตัวหน่อยได้ไหม?"
ซุนเสี่ยวเหยียนไม่ตอบรับ เธอเพียงหันหลังเดินกลับเข้าไปในบริษัท มุมปากของซุนเซวียนกระตุกยิ้มเยาะ เขาส่งซิกให้ชายวัยกลางคนในกลุ่มอย่างรู้กัน อีกฝ่ายพยักหน้ารับอย่างแเี
ซุนเซวียนรีบก้าวตามเข้าไปด้านใน ทันทีที่พ้นประตู เขาก็เห็นร่างระหงไม่ได้เดินไปไหนไกล เธอยืนนิ่งอยู่ข้างกระถางต้นเศรษฐีใบเขียวชอุ่ม สายตาจดจ่ออยู่กับหน้าจอโทรศัพท์เหมือนกำลังอ่านข้อความบางอย่าง
ตอนอยู่ข้างนอก เขามัวแต่จับตาดูสีหน้าของเธอจนไม่ได้สังเกตการแต่งกายเลยสักนิด พอเข้ามาอยู่ในที่รโหฐาน สายตาของเขาก็ถูกเรือนร่างนั้นดึงดูดอย่างจัง
วันนี้ซุนเสี่ยวเหยียนอยู่ในชุดทำงานสีฟ้าอ่อน ผมยาวสลวยถูกรวบเป็มวยเรียบหรู เผยให้เห็นลำคอระหงเพรียวบาง ดูสง่างามราวกับหงส์ขาวที่ทั้งเย่อหยิ่งและเ็า
ท่อนบนเป็เสื้อสูทคัตติ้งสุดเนี้ยบ สวมทับเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีขาวที่ขับเน้นผิวพรรณให้ดูขาวผ่องดุจหิมะ รับกับกระโปรงทรงสอบเข้าชุด ชายกระโปรงพลิ้วไหวรับกับส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกายได้อย่างสมบูรณ์แบบ
หญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าดูราวกับเทพีวีนัสผู้เลอโฉม เปี่ยมไปด้วยความทะมัดทะแมงของเวิร์กกิ้งวูแมน แต่ก็ไม่ทิ้งเสน่ห์อันเย้ายวนของอิสตรีเลยแม้แต่น้อย
แสงแดดส่องผ่านหน้าต่างลงมากระทบร่างบาง อาบไล้ผิวของเธอด้วยประกายสีทองจาง ๆ ภาพนั้นทำเอาซุนเซวียนถึงกับตาพร่า เขาแอบสาบานในใจอย่างบ้าคลั่งว่าต้องผู้หญิงคนนี้ให้ได้!
เมื่อััได้ถึงสายตาหื่นกระหายที่มองมาอย่างไม่คิดจะปิดบัง ซุนเสี่ยวเหยียนก็ขมวดคิ้ว เธอวางโทรศัพท์ลงแล้วถามด้วยน้ำเสียงเ็า
"ซุนเซวียน เื่วุ่นวายวันนี้... นายเป็คนบงการใช่ไหม?"
"หึ!"
ในเมื่อลูกไม้ตื้น ๆ ถูกมองออก ซุนเซวียนก็ี้เีจะเสแสร้งอีกต่อไป เขาขยับเข้าหาหญิงสาว กวาดสายตาโลมเลียเธอั้แ่หัวจรดเท้า ลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
ท่าทางน่าสะอิดสะเอียนนั้นทำให้ซุนเสี่ยวเหยียนคิ้วขมวดมุ่น ถ้าไม่ติดว่าอยากรู้แผนการขั้นต่อไปของเขา เธอคงไม่อยากลดตัวลงมาเสวนากับผู้ชายคนนี้ให้เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว
ซุนเซวียนรับรู้ได้ถึงสายตารังเกียจ แต่เขาหาได้แคร์ไม่ ชายหนุ่มหัวเราะร่า "เสี่ยวเหยียน ฉันทำแบบนี้ก็เพื่อเธอทั้งนั้นนะ ลองคิดดูสิ เทียนไห่ฟาร์มาซูติคอลที่ปู่ทิ้งไว้ให้มันใหญ่โตขนาดไหน เธอเป็แค่ผู้หญิงตัวคนเดียว จะแบกรับภาระบริหารไหวได้ยังไง"
เขาหยุดพูดเพื่อลอบสังเกตท่าที เมื่อเห็นว่าเธอยังคงยืนหน้าตาย ซุนเซวียนจึงกัดฟันโยนไพ่เด็ด "แต่งงานกับฉันเถอะ แล้วโอนหุ้นหกสิบสี่เปอร์เซ็นต์ในมือเธอมาให้ฉันซะ จากนั้นเธอก็ไปเสวยสุขเป็คุณนายซุน วัน ๆ แค่เดินช็อปปิ้ง ทำสวยก็พอแล้ว"
"เหมือนในหนังไง เธอมีหน้าที่สวยสะพรั่งไปวัน ๆ ส่วนฉันมีหน้าที่หาเงินเลี้ยงครอบครัว... แบบนี้ไม่ดีกว่าเหรอ?"
"เหอะ!"
ได้ยินแบบนั้น เพลิงโทสะในใจซุนเสี่ยวเหยียนก็ปะทุขึ้น ที่แท้มันก็ตื้นเขินแค่นี้! พอเธอปฏิเสธการคลุมถุงชนจากพ่อ เขาก็เลยสร้างเื่ขึ้นมาบีบบังคับให้เธอแต่งงานด้วย มิน่าล่ะ... ถึงได้แอบยักยอกเงินในบัญชีของบริษัทออกไปจนเกลี้ยง
ดูท่าหมอนี่คงวางแผนจัดการเธอมานานแล้วสินะ หวังรวบหัวรวบหางทั้งคนทั้งสมบัติ ช่างเป็แผนการที่สวยหรูจริง ๆ!
เมื่อกระจ่างแจ้ง ซุนเสี่ยวเหยียนก็ไม่จำเป็ต้องรักษามารยาทอีกต่อไป เธอตอกกลับเสียงเ็า "คุณรองประธานซุน นี่ยังไม่ตื่นเหรอ? ถ้ายังละเมออยู่ก็กลับไปนอนซะ อย่ามาพ่นเื่เพ้อเจ้อแถวนี้!"
"แก..."
ซุนเซวียนหรี่ตาลง ปฏิกิริยาต่อต้านนี้อยู่ในความคาดหมายของเขาอยู่แล้ว ชายหนุ่มแค่นยิ้มเย็น "อย่าลืมสิว่านี่เป็ความประสงค์ของพ่อเราด้วยนะ อีกอย่าง... ไอ้พวกที่โวยวายอยู่ข้างนอกนั่น เธอจะจัดการยังไง? ในเมื่อบัญชีบริษัทไม่มีเงินเหลือแม้แต่หยวนเดียว ฉันกล้าพูดเลยว่าถ้าคนพวกนั้นไม่ได้เงิน พวกมันไม่ยอมถอยง่าย ๆ หรอก"
"ไม่ต้องให้แกมาสาระแนหรอก!"
ซุนเสี่ยวเหยียนสวนกลับทันควัน "ถ้าคุณรองประธานซุนไม่พูด ฉันก็เกือบจะลืมไปเลย เงินที่นายยักยอกไปจากบัญชีบริษัท ฉันให้เวลาหามาคืนภายในพรุ่งนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะแจ้งความ ข้อหาคือการยักยอกเงินบริษัท... แล้วอย่าหาว่าฉันไม่เตือน!"
หญิงสาวปรายตามองกลุ่มคนที่ยืนอออยู่ด้านนอก มุมปากยกขึ้นเป็รอยยิ้มเยือกเย็น "ส่วนพวกที่อยู่ข้างนอกนั่น ในเมื่ออยากได้เงิน... ก็แค่จ่ายไปให้จบ ๆ ก็สิ้นเื่"
สิ้นประโยค ซุนเสี่ยวเหยียนก็ก้าวขาเรียวยาวเดินออกไป โดยไม่แม้แต่จะปรายตามองซุนเซวียนอีกเลย
คำพูดทิ้งท้ายนั้นทำเอาซุนเซวียนถึงกับชะงักด้วยความระแวง จ่ายเงิน? หรือว่านังนี่ไปกู้เงินจากใครมาได้? ไม่มีทาง! อีกอย่าง... ทำไมวันนี้ท่าทีของหล่อนถึงดูเปลี่ยนไปมากขนาดนี้...
ท่ามกลางความสงสัย ซุนเซวียนรีบสาวเท้าตามออกไป เขาอยากจะเห็นนักว่าเธอจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ยังไง เขามั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ว่าเธอไม่มีเงินสดติดตัวแน่ ตราบใดที่หน้าม้าของเขายังคงสุมไฟกดดันต่อไป เธอจะต้องจนตรอกอย่างแน่นอน
เมื่อถึงตอนนั้น เขาจะเชิญซุนอี้ไห่ พ่อบุญธรรมของเขามาช่วยบีบให้เธอแต่งงาน คราวนี้ล่ะเขาจะได้รวบทั้งคนทั้งสมบัติ และกลายเป็ผู้ชนะในชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบ!
แค่จินตนาการถึงใบหน้าสวย ๆ ที่กึ่งต่อต้านกึ่งโอนอ่อนของซุนเสี่ยวเหยียนตอนอยู่ใต้ร่างของเขา ซุนเซวียนก็รู้สึกได้ถึงความร้อนรุ่มที่แล่นพล่านลงสู่เบื้องล่างจนบางส่วนเริ่มแข็งขืนขึ้นมา
ส่วนซุนเสี่ยวเหยียนไม่ได้รับรู้ถึงจินตนาการอันโสโครกของคนที่เดินตามหลังมาเลยแม้แต่น้อย ทันทีที่ก้าวพ้นประตูออกมา เธอกวาดสายตามองฝูงชนที่กำลังรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ
พอเห็นซุนเสี่ยวเหยียนและซุนเซวียนเดินตามกันออกมา บรรดาเ้าหนี้ก็พากันฮือเข้ามาล้อมกรอบ ชายวัยกลางคนในกลุ่มจับสังเกตเห็นสัญญาณจากซุนเซวียนก็รู้หน้าที่ทันที
มันตีหน้าซื่อก้าวออกมายืนจังก้าด้านหน้า "คุณชายเซวียน คุณกับประธานซุนตกลงกันได้หรือยังครับ? สรุปว่าค่าสินค้าของพวกเรา วันนี้จะเคลียร์ให้ได้แล้วใช่ไหม?"
ซุนเซวียนแสร้งทำสีหน้าลำบากใจ พลางชำเลืองมองซุนเสี่ยวเหยียน "โธ่เอ๊ย... ใจจริงผมก็อยากจะควักเนื้อช่วยเสี่ยวเหยียนจ่ายค่าสินค้าให้ทุกท่านไปก่อนนะ แต่ดูเหมือนเ้าตัวเขาจะไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่น่ะสิ ผมมันก็แค่รองประธานที่มีแต่ชื่อ อำนาจตัดสินใจในเทียนไห่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับเสี่ยวเหยียนคนเดียวเลยครับ"
ซุนเสี่ยวเหยียนเลิกคิ้วขึ้นสูง... นี่มันจงใจโยนขี้ให้เธอกันหน้าด้าน ๆ แถมยังชี้เป้าให้พวกเ้าหนี้มารุมทึ้งเธออีก
พอได้ยินคำพูดของซุนเซวียน ชายวัยกลางคนก็เข้าใจบทบาททะลุปรุโปร่ง มันหันไปสบตากับหน้าม้าอีกสองสามคนในกลุ่ม ก่อนจะหันขวับมาจ้องหน้าซุนเสี่ยวเหยียน "คุณซุน ช่วยให้คำตอบที่ชัดเจนกับพวกเราเดี๋ยวนี้! ถ้าวันนี้ยังไม่มีความคืบหน้า ก็อย่าหาว่าพวกผมใจร้ายก็แล้วกัน!"
"ใช่! ยื้อกันมานานขนาดนี้แล้ว ถ้าวันนี้ไม่ได้เงิน ก็ยึดของในบริษัทไปให้หมดเลย!"
"จริงด้วย! เลิกพูดพร่ำทำเพลงได้แล้ว ขนของเว้ย!"
เพียงชั่วพริบตา สถานการณ์ที่เพิ่งจะสงบลงก็ถูกปั่นจนเดือดพล่านขึ้นมาอีกครั้งด้วยฝีมือของพวกหน้าม้า บรรดาซัพพลายเออร์คนอื่น ๆ ที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง พอถูกปั่นกระแสบวกกับความกลัวว่าจะชวดเงิน ก็เริ่มผสมโรงะโโวยวายตามไปด้วย
ติ๊งต่อง!
ทว่าในวินาทีนั้นเอง ประตูลิฟต์ก็เปิดออก ตำรวจสองนายในชุดเต็มยศก้าวออกมา ทันทีที่เห็นฝูงชนยืนออแน่นขนัดเต็มโถงทางเดินแถมยังทำท่าจะบุกเข้าไปข้างใน พวกเขาก็รีบปรี่เข้ามาทันที
นายตำรวจาุโแหวกฝูงชนเข้ามา พอเห็นความวุ่นวายตรงหน้าก็ขมวดคิ้วถามเสียงเข้ม "ใครเป็คนแจ้งความ? เกิดเื่อะไรขึ้นที่นี่?"
"คุณตำรวจคะ ฉันเป็คนแจ้งเองค่ะ"
ซุนเสี่ยวเหยียนยกมือขึ้นแสดงตัว ตำรวจทั้งสองนายจึงเดินตรงดิ่งมาหาเธอ "เกิดความวุ่นวายอะไรขึ้นครับ?"
วินาทีที่เห็นตำรวจโผล่มา ชายวัยกลางคนก็หดหัวลงทันที ไม่กล้าแม้แต่จะปริปากพูดอะไรออกมาสักแอะ แม้แต่พวกที่ร่วมผสมโรงโวยวายเมื่อครู่ก็พากันหุบปากเงียบกริบ ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่เ้าหน้าที่ตำรวจเป็ตาเดียว