เสียงเนื้อกระทบเบาะทาทามิดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณผสมปนเปกับเสียงะโเรียกพลังและเสียงหอบหายใจของการฝึกซ้อมภายในโรงฝึกยูโดขนาดใหญ่แห่งนี้ผนังด้านหนึ่งเต็มไปด้วยตู้โชว์ที่อัดแน่นไปด้วยถ้วยรางวัล เหรียญทองและป้ายประกาศเกียรติคุณมากมาย ซึ่งล้วนเป็เครื่องการันตีถึงคุณภาพระดับแนวหน้าและความสำเร็จของผู้ที่มาฝึกฝนในสถานที่แห่งนี้
ที่ริมเบาะฝึกซ้อมฝั่งหนึ่ง หยกหญิงสาวผมสั้นในลุคทอมบอยกำลังนั่งอยู่บนพื้นในท่าขัดสมาธิโดยเอาฝ่าเท้าทั้งสองข้างประกบเข้าหากันเพื่อยืดเหยียดกล้ามเนื้อั์ตาคมคายของเธอจดจ่ออยู่กับการจับตาดูการฝึกซ้อมของบรรดาลูกศิษย์บนเบาะอย่างตั้งใจแม้หยกจะมีบุคลิกห้าวหาญและดูแข็งแกร่งแต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเธอจัดเป็ผู้หญิงที่หน้าตาสวยจัดคนหนึ่งเสน่ห์ของเธอคือความสวยแบบเท่ๆ (Cool Beauty) ที่ผสานความแข็งแรงของนักกีฬาเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
เดิมทีแค่ชื่อเสียงด้านฝีมือและดีกรีสายดำของเธอก็เพียงพอที่จะดึงดูดผู้คนให้มาสมัครเรียนยูโดที่นี่อย่างล้นหลามอยู่แล้วแต่เมื่อบวกกับใบหน้าสวยเฉี่ยวและรูปร่างสมส่วนที่แฝงไปด้วยมัดกล้ามเนื้ออันมีเสน่ห์มันก็ยิ่งกลายเป็แม่เหล็กดึงดูดให้บรรดาผู้ชายจำนวนมากแห่แหนกันเข้ามาสมัครเป็ลูกศิษย์ที่นี่ด้วยจุดประสงค์แอบแฝง
สำหรับบรรดาลูกศิษย์หนุ่มๆ แล้ว หยกเปรียบเสมือน ‘มาดอนน่า’ ประจำโรงฝึกที่พวกเขาต่างเฝ้ามองด้วยความหลงใหลทว่าพฤติกรรมเ่าั้ก็ทำให้เหล่าลูกศิษย์หญิงที่ตั้งใจมาเรียนศิลปะป้องกันตัวจริงๆต่างพากันมองพวกผู้ชายด้วยสายตาเอือมระอาและดูถูกอยู่บ่อยครั้ง
ทว่าในวันนี้ บรรยากาศภายในโรงฝึกกลับปั่นป่วนและเสียสมาธิยิ่งกว่าทุกวันเพราะไม่ได้มีมาดอนน่าเพียงแค่คนเดียว แต่กลับมีถึงสองคน!
ข้างกายของหยก มีร่างอรชรของหญิงสาวอีกคนกำลังยืนกอดอกพิงกำแพงอยู่อย่างเงียบๆเพียงฟ้าอยู่ในชุดทำงานที่เน้นความคล่องตัวแต่ยังคงความหรูหราและดูแพงในทุกกระเบียดนิ้วออร่าความสูงส่งแบบ ‘นางพญา’ แผ่กระจายออกมาจนทำให้คนที่อยู่ใกล้รู้สึกยำเกรง
ผู้คนในโรงฝึกแห่งนี้ต่างคุ้นเคยกับผู้หญิงที่สวยสะกดสายตาคนนี้เป็อย่างดีบางคนถึงกับรู้เบื้องลึกเื้ัด้วยซ้ำว่าหญิงสาวผู้มีใบหน้าเยือกเย็นดุจน้ำแข็งคนนี้คือหลานสาวบุญธรรมและผู้ที่เพิ่งจะได้รับการประกาศให้เป็ผู้สืบทอดธุรกิจทั้งหมดในเครือสิรินทรากรุ๊ป อาณาจักรธุรกิจอุตสาหกรรมระดับประเทศแต่ถึงแม้จะตัดสถานะอันสูงส่งและอิทธิพลเ่าั้ทิ้งไปลำพังแค่ความสวยระดับที่ทำให้ผู้หญิงด้วยกันยังต้องเหลียวมองก็เพียงพอที่จะสะกดทุกคนในโรงฝึกให้อยู่หมัดได้แล้ว
การปรากฏตัวของเพียงฟ้าทำเอาเหล่าลูกศิษย์ชายในวันนี้ต่างสายตาไม่อยู่สุขพวกเขาพยายามแอบลอบมองใบหน้าสวยหยาดเยิ้มนั้นสลับกับการมองหยกจนลืมโฟกัสกับการฝึกซ้อมตรงหน้า
พลั่ก!!
"โอ๊ย!"
เสียงอุทานดังขึ้นพร้อมกับร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ลอยละลิ่วข้ามไหล่คู่ซ้อมหญิงของตนเองก่อนจะฟาดลงกับเบาะทาทามิอย่างแรงลูกศิษย์หญิงคนนั้นปัดมือเข้าหากันด้วยความหมั่นไส้หลังจากที่ทนเห็นคู่ซ้อมของตนมัวแต่เหม่อมองเพียงฟ้าจนไม่ยอมป้องกันตัวเธอจึงจัดการทุ่มเขาลงกับพื้นด้วยท่าพื้นฐานอย่างไม่ออมแรงเป็การสั่งสอน
หยกมองภาพความวุ่นวายเล็กๆ นั้นแล้วส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนจะละสายตาจากเบาะฝึกซ้อมหันมาหาเพื่อนสนิทที่ยืนพิงกำแพงอยู่ข้างๆ
"สรุปก็คือ...เ้าสัวเจอหลานชายของท่านแล้วสินะ?" หยกเอ่ยถามขึ้นมาลอยๆ เพื่อทำลายความเงียบ
เพียงฟ้าไม่ได้เอ่ยคำใด เธอเพียงแค่พยักหน้ารับช้าๆแววตาของนางพญาที่เคยมั่นคงยังคงมีความสั่นไหวซ่อนอยู่ลึกๆ
หลังจากที่เธอได้รับรู้ข่าวใหญ่จากปากของคุณปู่เมื่อวานเย็นสิ่งแรกที่เพียงฟ้าทำหลังจากกลับถึงห้องพักคือการรีบต่อสายตรงโทรหาเพื่อนสนิททั้งสองคนของเธอทันทีเื่นี้เป็เื่ใหญ่เกินกว่าที่เธอจะเก็บไว้คนเดียวเพราะมันไม่ได้เกี่ยวพันแค่กับชีวิตของเธอ แต่มันเกี่ยวโยงไปถึง ‘คำสัญญา’ ที่พวกเธอทั้งสามคนเคยตกลงกันไว้ด้วย
"แล้วนี่...เธอได้บอกยัยโรสหรือยัง?" หยกเอ่ยถามถึงเพื่อนสนิทอีกคนของกลุ่มซึ่งเป็ถึงซูเปอร์โมเดลชื่อดังระดับนานาชาติ
"บอกแล้ว"เพียงฟ้าตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "แต่คุยรายละเอียดอะไรกันไม่ได้มากหรอกตอนนั้นโรสกำลังติดงานถ่ายแบบอยู่พอดี"
หยกเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "แล้วยัยนั่นว่ายังไงบ้างล่ะ?"
เพียงฟ้าถอนหายใจออกมาแ่เบาเมื่อนึกถึงน้ำเสียงตื่นเต้นและแววตาเ้าเล่ห์ที่ส่งผ่านมาทางวิดีโอคอลของเพื่อนสาวสุดแซ่บ"โรสบอกว่า... ‘ก็อยากจะเจอหน้าเหมือนกันนะคนที่ทำให้ฉันต้องรอมาตั้งหลายปี’... เธอบอกมาแบบนี้น่ะ"
มุมปากของหยกกระตุกยิ้ม หญิงสาวหัวเราะหึๆ ในลำคอ "สมกับเป็ยัยโรสจริงๆ บทจะใจร้อนก็ไม่ยอมรออะไรเลย"
หยกคลายขาทั้งสองข้างออกเปลี่ยนท่านั่งมาเป็ชันเข่าขึ้นข้างหนึ่งแล้ววางแขนพาดไว้ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าด้านข้างของเพียงฟ้าด้วยแววตาจริงจังขึ้น
"แล้วตกลงตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนล่ะ? ไอ้คู่หมั้นตัวจริงของเธอที่หายสาบสูญไปน่ะป่านนี้คงใช้ชีวิตคุณชายอยู่ที่ต่างประเทศล่ะสิ?"
คำถามของหยกทำให้เพียงฟ้าชะงักไปชั่วครู่เธอนิ่งเงียบไปราวกับกำลังเรียบเรียงคำพูดภาพประวัติและข้อมูลที่เธอนั่งอ่านอย่างละเอียดเมื่อคืนนี้ผุดขึ้นมาในหัวมันเป็ความจริงที่ตัวเธอเองก็ยังยากจะทำใจเชื่อว่าสายเืเพียงคนเดียวของมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของประเทศจะมีเส้นทางชีวิตที่ดำดิ่งและแตกต่างจากโลกที่เธออยู่ถึงเพียงนี้
เพียงฟ้าหันมาสบตากับหยก ั์ตาสีเข้มของเธอสะท้อนความซับซ้อนบางอย่างออกมาก่อนที่ริมฝีปากบางเฉียบจะขยับเอื้อนเอ่ยความจริง
"เขาไม่ได้ใช้ชีวิตสุขสบายหรอกหยก... ตอนนี้เขาอยู่ที่อีกซีกโลกหนึ่ง..." เพียงฟ้าเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง ราวกับต้องใช้ความกล้าในการพูดประโยคถัดไป "...ตอนนี้เขาเป็ทหารรับจ้างอยู่"
"โห..."
หยกร้องอุทานออกมาเบาๆ พร้อมกับผิวปากหวือหญิงสาวในลุคทอมบอยขยับตัวเปลี่ยนท่านั่งมาเป็ชันเข่าขึ้นข้างหนึ่งแขนเรียวเสลาที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อสวยงามพาดลงบนหัวเข่าั์ตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจอย่างปิดไม่มิด
DOCX
"พวกเดนตายงั้นสิ?ไปคลุกฝุ่นอยู่อีกซีกโลกหนึ่งเลยเหรอเนี่ย ไกลแท้..." หยกพึมพำ มุมปากของเธอเริ่มกระตุกยิ้มบางๆมันไม่ใช่รอยยิ้มเยาะเย้ยแต่เป็รอยยิ้มของคนที่หลงใหลในความแข็งแกร่งและการต่อสู้
เพียงฟ้านิ่งไปครู่หนึ่งั์ตาสีเข้มที่ซ่อนอยู่ภายใต้แพขนตางอนยาวหลุบต่ำลงราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างก่อนที่เธอจะช้อนสายตาขึ้นสบกับเพื่อนสนิทอีกครั้ง
"เธอรู้จักกลุ่มทหารรับจ้างที่ชื่อว่า 'วูลฟ์แฟง'(Wolf Fang) ไหม?"เพียงฟ้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
คำถามนั้นทำเอาหยกถึงกับชะงักไปชั่วขณะ คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันเล็กน้อยหญิงสาวใช้ความคิดอยู่ชั่วอึดใจก่อนที่ดวงตาของเธอจะเบิกกว้างขึ้นเมื่อนึกอะไรบางอย่างออก
"คุ้นๆ อยู่นะ..."หยกพูดพลางดีดนิ้วดังเป๊าะ "อ้อ!ฉันนึกออกแล้วตอนที่ฉันไปเป็ผู้กำกับคิวบู๊ให้กองถ่ายหนังแอ็กชันเื่หนึ่งมีครูฝึกสตันท์แมนที่รับหน้าที่จัดคิวการใช้อาวุธปืนเขาเคยเป็อดีตทหารผ่านศึกมาก่อน เขาเคยเล่าเื่วงการทหารรับจ้างใต้ดินให้ฉันฟัง..."
หยกเว้นจังหวะไปเล็กน้อยน้ำเสียงของเธอเริ่มจริงจังขึ้นเมื่อนึกถึงคำบอกเล่าเ่าั้ "เขาบอกว่ากลุ่มทหารรับจ้างวูลฟ์แฟงไม่ใช่แค่ทหารรับจ้างกิ๊กก๊อกที่รับจ้างเฝ้าเหมืองแร่หรือคุ้มกันขบวนสินค้าแต่มันคือ 'ศูนย์รวมของตัวอันตรายระดับโลก' เป็แหล่งรวมตัวของพวกหัวกะทิจากหน่วยรบพิเศษทั่วโลกที่บ้าเืและโเี้ที่สุดตอนนั้นฉันก็แค่รับฟังผ่านๆ ไม่ได้สนใจอะไรมาก เพราะคิดว่ามันไกลตัว..."
หยกหันขวับมาจ้องหน้าเพียงฟ้าเขม็ง แววตาของเธอเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ "นี่อย่าบอกนะ... ว่าหลานชายหัวแก้วหัวแหวนของเ้าสัวสิรินทร์ เป็ทหารรับจ้างอยู่ในกลุ่มนี้?"
เพียงฟ้าไม่ได้เอ่ยคำตอบรับใดๆ ออกมาหญิงสาวเพียงแค่เงียบและมองสบตาเพื่อนรักด้วยแววตาที่สงบนิ่งซึ่งความเงียบนั้นก็คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดอยู่แล้ว
"ให้ตายเถอะ..."หยกสบถออกมาเบาๆ พลางยกมือขึ้นเสยผมสั้นสไตล์ทอมบอยของตนเอง"ถ้าเป็ไปตามที่ครูฝึกคนนั้นพูดจริงๆบางทีอีตาหลานชายคนนี้คงเป็ 'ตัวอันตราย' ของแท้เลยล่ะ"
แต่แทนที่จะแสดงความหวาดหวั่น หยกกลับหัวเราะหึๆ ออกมาในลำคอั์ตาของเธอพราวระยับไปด้วยความนึกสนุก
"ฉันว่ามันคงน่าสนุกดีพิลึกเลยนะฟ้า..." หยกพูดพลางพยักพเยิดหน้าไปยังกลุ่มลูกศิษย์ชายในโรงฝึกที่ยังคงแอบลอบมองเพียงฟ้าอยู่เป็ระยะ"ไอ้พวกแมลงที่คอยบินตอมดอกไม้อย่างเธอมาตลอดหลายปีน่ะพวกมันคงนึกไม่ฝันแน่ๆ ว่า 'คู่หมั้นตัวจริง' ของเธอกำลังจะปรากฏตัวแล้วลองนึกสภาพพวกคุณชายไฮโซหรือพวกนักธุรกิจหน้าบางพวกนั้นดูสิถ้ารู้ว่าคู่แข่งหัวใจคือทหารเดนตาย พวกมันคงอกแตกตายแน่ๆ"
"มันไม่ใช่เื่สนุกเลยนะหยก" เพียงฟ้าปรามเสียงเรียบแววตาของนางพญาแฝงไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด
"แต่เธอก็ต้องระวังตัวไว้ให้ดีนะฟ้า" หยกปรับโหมดกลับมาจริงจังอีกครั้ง "ผลประโยชน์ของสิรินทรา กรุ๊ปมันมหาศาลมากเกินไปบางทีอาจจะมีพวกหัวรุนแรงหรือพวกนักธุรกิจจอมละโมบ ที่คิดจะใช้วิธีสกปรก 'เก็บ' คู่หมั้นของเธอทิ้งเพื่อตัดเสี้ยนหนามและเธอแทนก็ได้"
ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้นออร่าความกดดันของนางพญาก็แผ่ซ่านออกมาจากร่างของเพียงฟ้าทันทีั์ตาสีเข้มที่เคยราบเรียบแปรเปลี่ยนเป็แข็งกร้าวและเย็นเยียบดุจน้ำแข็งหญิงสาวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากบางเฉียบขยับเอื้อนเอ่ยด้วยความเด็ดขาด
"ใครอยากจะลองดีก็เข้ามาสิ..." น้ำเสียงของเพียงฟ้าทรงอำนาจและไร้ซึ่งความเกรงกลัว"ฉันสัญญากับคุณปู่เอาไว้แล้ว... ว่าฉันจะดูแลเขา และฉันจะ 'ปกป้อง' เขาด้วยชีวิตและทุกอย่างที่ฉันมี"
สำหรับเพียงฟ้าแล้วหลานชายของคุณปู่ก็คือผู้ชายที่น่าสงสารที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดเพียงลำพังั้แ่เด็กและการที่เขาต้องไปเป็ทหารรับจ้างก็คงเป็เพราะความยากลำบากที่บีบบังคับเธอผู้ซึ่งอำนาจและทรัพยากรมหาศาลของสิรินทรา กรุ๊ปจึงตั้งปณิธานอย่างแน่วแน่ว่าจะใช้ทุกสรรพกำลังเพื่อเป็เกราะคุ้มภัยให้กับเขาเพื่อตอบแทนพระคุณของคุณปู่
หยกมองท่าทีจริงจังของเพื่อนรักแล้วก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มกว้างออกมา
"แหม...แม่นางพญากางปีกปกป้องลูกนกซะแล้ว" หยกเอ่ยแซว ก่อนจะยักไหล่ "แต่ไม่แน่นะฟ้า...บางทีอาจจะเป็ 'เขา'ต่างหากที่ต้องมาเป็คนปกป้องเธอถ้าสิ่งที่ครูฝึกคนนั้นพูดเป็ความจริงว่าทหารรับจ้างหน่วยนี้เป็ศูนย์รวมของพวกตัวอันตรายระดับโลกแล้วล่ะก็... บางทีฝ่ายที่จะต้องน้ำตาตกใน หรือโดนกระทืบจนจมกองเือาจจะเป็ฝั่งพวกแมลงที่มาตอมเธอ หรือพวกศัตรูที่คิดจะมาทำร้ายเขาก็ได้นะ"
เพียงฟ้านิ่งฟังคำพูดของหยก แม้ในใจลึกๆ เธอจะแอบเห็นด้วยกับข้อสันนิษฐานนั้นแต่ความรับผิดชอบในฐานะผู้สืบทอดก็ทำให้เธอไม่อาจชะล่าใจได้หญิงสาวทอดสายตามองเพื่อนรัก ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงความนัยบางอย่าง
"แล้วเธอล่ะ...เธอยังคิดที่จะทำตาม 'คำสัญญา'ของพวกเราอยู่ไหม?"
คำถามนั้นทำให้บรรยากาศระหว่างสองสาวเปลี่ยนไปเล็กน้อยมันคือคำสัญญาที่รู้กันเพียงแค่สามคนระหว่าง เพียงฟ้า หยก และ โรส เป็ข้อตกลงลับๆที่พวกเธอเคยลั่นวาจาไว้ด้วยกันเนิ่นนานมาแล้ว
หยกตอบกลับโดยไม่มีความลังเลเลยแม้แต่วินาทีเดียวั์ตาของเธอเปล่งประกายความมุ่งมั่น
"ก็ต้องทำอยู่แล้วสิ!"หยกตบเข่าตัวเองฉาดใหญ่ "เราเป็เพื่อนรักกันนะฟ้า คำไหนคำนั้นอยู่แล้ว! แล้วอีกอย่าง...ถ้าอีตาคู่หมั้นของเธอเป็พวกป่าเถื่อนหรือตัวอันตรายจริงๆฉันก็ยิ่งต้องทำตามสัญญา เพราะฉันจะได้เข้าไปอยู่ใกล้ๆคอยดูแลและจับตาดูเธอได้ตลอดเวลาไงล่ะ"
หยกยกมือขวาขึ้นมากำหมัดแน่นและชูให้เพื่อนดูอย่างมาดมั่น "ฉันจะไม่มีวันยอมให้ไอ้ทหารรับจ้างหน้าไหนมารังแกเธอเด็ดขาด! ถ้าเขาดีกับเธอก็แล้วไปแต่ถ้าเขาคิดจะทำร้ายเธอหรือทำให้เธอเสียใจล่ะก็... ฉันนี่แหละ จะเป็คนอัดมันให้หมอบคาตีนเอง!"
เพียงฟ้ามองกำปั้นของสาวห้าวตรงหน้าแล้วก็อดไม่ได้ที่จะคลี่ยิ้มบางๆ ออกมามันเป็รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและซาบซึ้งใจในมิตรภาพที่แท้จริง
ทว่าในจังหวะนั้นเอง...
"สวัสดีครับ คุณเพียงฟ้า ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ"
เสียงทุ้มของชายหนุ่มคนหนึ่งดังแทรกขึ้นมาทำลายบรรยากาศส่วนตัวของสองสาวลงอย่างสิ้นเชิง
หยกและเพียงฟ้าหันไปมองตามเสียง ก็พบกับร่างกำยำของ 'ติณณ์' ชายหนุ่มเ้าของแบรนด์อุปกรณ์กีฬารายใหญ่ที่เป็พาร์ทเนอร์ส่งสินค้าให้กับโรงฝึกแห่งนี้ติณณ์อยู่ในชุดสูทลำลองที่ดูมีราคาแพงรูปร่างของเขาสูงใหญ่และเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อจากการออกกำลังกายแววตาของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจในตัวเองสูงลิบลิ่วตามสไตล์นักธุรกิจหนุ่มผู้ประสบความสำเร็จ
เพียงฟ้าปรับสีหน้ากลับมาเป็นางพญาผู้เยือกเย็นดุจน้ำแข็งในทันทีเธอไม่ได้ตอบรับคำทักทายนั้นเป็คำพูด ทำเพียงแค่พยักหน้าให้เขาน้อยๆอย่างไว้ตัวและรักษามารยาทเท่านั้น
เมื่อเห็นว่าเพียงฟ้าไม่เล่นด้วย ติณณ์ก็ไม่ใส่ใจเขาหันเป้าหมายกลับมาหามาดอนน่าแห่งโรงฝึกที่เขาตามจีบมาพักใหญ่ชายหนุ่มส่งยิ้มพราวเสน่ห์ให้หยกพร้อมกับขยับตัวเข้าไปใกล้อย่างสนิทสนม
"หยกครับ พอดีมีร้านอาหารฝรั่งเศสระดับมิชลินสตาร์มาเปิดใหม่แถวนี้เที่ยงนี้เราไปทานข้าวด้วยกันไหมครับ? ผมจองโต๊ะวีไอพีไว้แล้ว" ติณณ์เอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลพยายามใช้ความรวยและอำนาจในการเอาใจหญิงสาวตามความเคยชิน
แต่สำหรับหยกผู้มีสัญชาตญาณระวังภัยสูงและมองคนทะลุปรุโปร่งผู้ชายที่ชอบโชว์พาวเวอร์และมั่นหน้าอย่างติณณ์เป็อะไรที่น่าเบื่อหน่ายที่สุด
"โทษทีนะติณณ์..."หยกตอบปฏิเสธทันควันอย่างไร้เยื่อใยไม่แม้แต่จะหยุดคิดทบทวนด้วยซ้ำ "วันนี้ฉันมีนัดทานมื้อเที่ยงกับเพื่อนสนิทคนนี้แล้วคงไปกับนายไม่ได้หรอก"
ติณณ์หน้าเจื่อนไปเล็กน้อยเมื่อถูกหักหน้าต่อหน้าเพียงฟ้าแต่เขาก็พยายามเก็บอาการและยิ้มสู้
หยกไม่สนใจท่าทีของติณณ์เธอหันกลับมาหาเพียงฟ้าและสนทนาต่อราวกับชายหนุ่มตรงหน้าเป็เพียงอากาศธาตุ
"จริงสิฟ้า...แล้วตกลงเ้าสัวจะบินไปรับเขาวันไหนล่ะ? ต้องเตรียมเครื่องบินส่วนตัวหรือขบวนคุ้มกันอะไรไหม?" หยกเอ่ยถาม
"คุณปู่จะบินไปวันพรุ่งนี้เลย" เพียงฟ้าตอบด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายลงเมื่อคุยกับเพื่อน"ความจริงท่านอยากจะสั่งให้เตรียมเครื่องบินเจ็ตและบินไปรับั้แ่เมื่อคืนนี้ด้วยซ้ำแต่เลขาฯ ห้ามเอาไว้ทันเพราะต้องจัดการเื่เอกสารการบินข้ามประเทศก่อน"
หยกได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมาเบาๆ "ถึงจะโดนเบรกไว้ แต่ก็ถือว่าใจร้อนสุดๆ อยู่ดีนะ... แต่ก็คงไม่แปลกหรอกมั้งก็ท่านรอคอยวันนี้มาตั้งหลายปีแล้วนี่นะ"
บทสนทนาที่พูดถึงการบินข้ามประเทศไปรับตัวใครบางคนทำให้ติณณ์ที่ยืนฟังอยู่ด้วยความรู้สึกเหมือนเป็ส่วนเกินอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถามแทรกขึ้นมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"เอ่อ...ขอโทษนะครับ นี่กำลังพูดเื่อะไรกันอยู่เหรอครับ? ใครจะบินไปรับใครที่ไหนเหรอ?"
หยกหันกลับมามองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยของนักธุรกิจหนุ่มเธอคลี่ยิ้มกว้างออกมา มันเป็รอยยิ้มที่ดูยียวนและกวนประสาทที่สุดในสายตาของติณณ์ก่อนที่หญิงสาวจะลากเสียงยาวตอบกลับไปเพื่อตัดบทสนทนาอย่างเด็ดขาด
"ความ...ลับ...จ้าาา!"