ตอนที่ 14 การพูดคุยกับอาจารย์หวังชาง
ยามเย็นในสถาบันหลงหยวน แสงอาทิตย์ยามเย็นเริ่มลับขอบฟ้า ส่องแสงสีส้มทองผ่านต้นไม้สูงใหญ่สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและสงบ เหว่ยหลิงและซ่งหลินเดินไปยังสวนหยกเขียว ที่เป็สถานที่พักผ่อนและทำสมาธิของนักเรียนหลายๆ คน
หลิวหยานั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ใบหน้าของเธอเปล่งประกายด้วยความสงบและความอ่อนโยน เมื่อเห็นเหว่ยหลิงและซ่งหลินเดินเข้ามา เธอยิ้มและลุกขึ้นต้อนรับ
“เหว่ยหลิง ข้าเห็นเ้ามีเพื่อนใหม่มา” หลิวหยาพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นและเต็มไปด้วยความสนใจ
“ใช่ หลิวหยา ข้าอยากแนะนำให้เ้ารู้จักกับซ่งหลิน เขาช่วยข้าในสนามฝึกซ้อมเมื่อบ่ายนี้” เหว่ยหลิงตอบพร้อมกับรอยยิ้ม
ซ่งหลินก้าวเข้ามาใกล้และยิ้มอย่างขบขัน “ยินดีที่ได้รู้จักหลิวหยา ข้าคือซ่งหลิน ข้าเคยได้ยินชื่อเ้ามาก่อน เป็คนที่มีความสามารถมาก”
หลิวหยาหัวเราะเบาๆ “ข้าไม่แน่ใจว่าข้าจะมีความสามารถขนาดนั้น แต่ข้าดีใจที่ได้รู้จักเ้าซ่งหลิน”
เหว่ยหลิงเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นในสนามฝึกซ้อมให้หลิวหยาฟัง “ซ่งหลินใช้วิชาปราณเส้นใยไหมทองในการช่วยข้าต่อสู้กับกลุ่มนักเรียนที่พยายามไถเงิน ข้าไม่เคยเห็นวิชานี้มาก่อน แต่มันมีประสิทธิภาพมาก”
ซ่งหลินหัวเราะและยกมือขึ้น “วิชาของข้าอาจดูแปลก แต่ก็มีประโยชน์ในสถานการณ์ที่้าการควบคุมและการป้องกัน ข้าเองก็พยายามพัฒนามันอยู่ตลอดเวลา”
“เ้าทำได้ดีมาก ซ่งหลิน ข้าดีใจที่เหว่ยหลิงมีเพื่อนใหม่ที่มีความสามารถและมีจิตใจดี” หลิวหยาพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น
“ข้าก็รู้สึกเช่นกัน หลิวหยา ข้ารู้สึกว่าเราจะสามารถช่วยกันพัฒนาตนเองและฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ไปด้วยกัน” เหว่ยหลิงตอบ
การสนทนาดำเนินไปอย่างอบอุ่นและเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ซ่งหลินเล่าเื่ตลกเกี่ยวกับการฝึกฝนของเขาและวิธีที่เขาใช้วิชาปราณเส้นใยไหมทองในการทำสิ่งต่างๆ ที่ไม่คาดคิด
“ครั้งหนึ่งข้าเคยใช้เส้นใยไหมทองในการเก็บผลไม้จากต้นสูง มันประหยัดเวลาและแรงมาก” ซ่งหลินเล่าพร้อมกับหัวเราะ
หลิวหยาและเหว่ยหลิงหัวเราะตาม “เ้ามีความคิดสร้างสรรค์จริงๆ ซ่งหลิน ข้าชื่นชมเ้า”
“ขอบใจเ้า ข้าก็พยายามหาวิธีใหม่ๆ ในการใช้วิชาของข้าเพื่อให้มันมีประโยชน์มากที่สุด” ซ่งหลินตอบด้วยรอยยิ้ม
บรรยากาศในสวนหยกเขียวเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความสนุกสนาน การแนะนำตัวกับหลิวหยาไม่เพียงแค่ทำให้เหว่ยหลิงและซ่งหลินมีเพื่อนใหม่ที่มีความสามารถ แต่ยังเสริมสร้างมิตรภาพและความสามัคคีในกลุ่มพวกเขา ทำให้พวกเขามีแรงบันดาลใจและพลังในการพัฒนาตนเองและฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ที่รออยู่ในอนาคต
ยามสายในสถาบันหลงหยวน แสงแดดส่องผ่านหน้าต่างกระจกสี สร้างลวดลายแสงสีสวยงามบนพื้นหินขัดของอาคารเรียน เหว่ยหลิงและซ่งหลินเดินไปยังห้องของอาจารย์หวังชาง อาจารย์ผู้เคร่งขรึมแต่มีจิตใจเมตตาที่คอยแนะนำและสอนวิชาปราณให้กับนักเรียนในสถาบัน
เหว่ยหลิงเคาะประตูเบาๆ ก่อนจะเปิดเข้าไปในห้อง อาจารย์หวังชางนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ขณะกำลังตรวจดูตำราและเอกสารต่างๆ บรรยากาศในห้องเงียบสงบและเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของสมุนไพรที่ใช้ในการฝึกปราณ
“อาจารย์หวังชาง ข้ามีเื่อยากจะรายงานท่าน” เหว่ยหลิงกล่าวด้วยความเคารพ
อาจารย์หวังชางเงยหน้าขึ้นและยิ้ม “เข้ามาสิ เหว่ยหลิง ข้าได้ยินว่าเ้ามีเื่ที่น่าสนใจจะบอกข้า”
เหว่ยหลิงและซ่งหลินเดินเข้ามาในห้องและนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามกับอาจารย์หวังชาง “อาจารย์ ข้าอยากจะแนะนำให้ท่านรู้จักกับซ่งหลิน เขาเป็เพื่อนใหม่ของข้าและมีความสามารถในการใช้วิชาปราณเส้นใยไหมทอง”
ซ่งหลินยิ้มและก้มหัวเคารพ “ยินดีที่ได้รู้จักครับอาจารย์ ข้าคือซ่งหลิน ข้าเพิ่งเข้ามาในสถาบันนี้และได้พบกับเหว่ยหลิงเมื่อบ่ายนี้เอง”
อาจารย์หวังชางพยักหน้า “ข้ายินดีที่ได้รู้จักเ้า ซ่งหลิน ข้าได้ยินว่าเ้าช่วยเหว่ยหลิงในสนามฝึกซ้อมเมื่อบ่ายนี้ ข้ารู้สึกภูมิใจในตัวเ้า”
เหว่ยหลิงเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นในสนามฝึกซ้อมให้ฟังอย่างละเอียด “กลุ่มนักเรียนที่เป็พรรคพวกของหยางจิ้นพยายามไถเงินจากซ่งหลิน แต่ซ่งหลินใช้วิชาปราณเส้นใยไหมทองในการป้องกันและโจมตี ทำให้พวกเขาถอยไป ข้ารู้สึกชื่นชมในความกล้าหาญและความสามารถของเขา”
อาจารย์หวังชางฟังด้วยความสนใจและยิ้ม “วิชาปราณเส้นใยไหมทองเป็วิชาที่มีความพิเศษ ข้าดีใจที่เห็นเ้าใช้มันในการป้องกันตนเองและช่วยเหลือผู้อื่น เ้าเป็นักเรียนที่มีคุณค่าจริงๆ”
ซ่งหลินหัวเราะเบาๆ “ข้าพยายามหาวิธีในการใช้วิชาของข้าให้มีประโยชน์ที่สุด อาจารย์ ข้ารู้สึกว่าการใช้วิชาปราณในการช่วยเหลือเพื่อนเป็สิ่งที่สำคัญ”
อาจารย์หวังชางพยักหน้า “ข้าเห็นด้วยกับเ้า ซ่งหลิน ความสามารถในการใช้วิชาปราณไม่ใช่เพียงเพื่อการต่อสู้ แต่ยังเพื่อการปกป้องและช่วยเหลือผู้อื่นด้วย ข้าดีใจที่เห็นเ้าเข้าใจความสำคัญนี้”
เหว่ยหลิงรู้สึกภูมิใจที่มีเพื่อนใหม่ที่มีความสามารถและมีจิตใจดี “ข้ารู้สึกว่าเราสามารถช่วยกันพัฒนาความสามารถของเราและฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ไปด้วยกัน ข้าขอบใจอาจารย์ที่ให้คำแนะนำและการสนับสนุน”
อาจารย์หวังชางยิ้มอย่างอบอุ่น “ข้ายินดีที่ได้เห็นพวกเ้ามีความตั้งใจและมุ่งมั่น ข้าเชื่อว่าเ้าทั้งสองจะสามารถพัฒนาตนเองและทำให้สถาบันหลงหยวนภาคภูมิใจ”
การพูดคุยกับอาจารย์หวังชางไม่เพียงแต่ทำให้เหว่ยหลิงและซ่งหลินได้รับคำแนะนำที่มีค่า แต่ยังเสริมสร้างความมั่นใจและความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองและการช่วยเหลือผู้อื่น บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความเคารพ สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียนทั้งสองในการเดินหน้าต่อไปในเส้นทางการฝึกปราณของพวกเขา
ยามบ่ายในสนามฝึกซ้อมของสถาบันหลงหยวน แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องผ่านใบไม้ สร้างลวดลายแสงสีทองบนพื้นหญ้า สายลมเย็นๆ พัดผ่านสร้างบรรยากาศที่สดชื่นและเงียบสงบ นักเรียนหลายคนกำลังฝึกฝนวิชาปราณของตนเองในพื้นที่กว้างขวาง
เหว่ยหลิงและซ่งหลินตัดสินใจที่จะใช้เวลา่บ่ายนี้ในการฝึกฝนวิชาร่วมกัน ทั้งสองเลือกพื้นที่ที่สงบและห่างไกลจากเสียงรบกวนอื่นๆ เพื่อให้สามารถมุ่งมั่นในการฝึกฝนได้อย่างเต็มที่
“เหว่ยหลิง ข้าคิดว่าเราควรเริ่มจากการฝึกปราณพื้นฐานเพื่อเพิ่มพลังของเรา” ซ่งหลินพูดขณะนั่งลงบนพื้นหญ้า
“ข้าตกลง เ้าคิดว่าการทำสมาธิและหายใจลึกๆ จะช่วยให้เรารวบรวมพลังปราณได้ดีขึ้น” เหว่ยหลิงตอบพร้อมกับนั่งลงข้างๆ ซ่งหลิน
ทั้งสองนั่งสมาธิและหายใจเข้าลึกๆ ปล่อยลมหายใจออกช้าๆ รู้สึกถึงพลังปราณที่ไหลเวียนในร่างกาย บรรยากาศรอบๆ เงียบสงบ มีเสียงนกร้องเจื้อยแจ้วเป็เสียงพื้นหลังที่ทำให้การฝึกสมาธิรู้สึกผ่อนคลายและมีสมาธิ
หลังจากการทำสมาธิ ทั้งสองลุกขึ้นและเริ่มฝึกการเคลื่อนไหวและท่าทางในการใช้วิชาปราณ เหว่ยหลิงใช้วิชาปราณวายุพัดพายุในการสร้างกระแสลมที่รุนแรง ขณะที่ซ่งหลินใช้วิชาปราณเส้นใยไหมทองในการสร้างเส้นใยที่แข็งแรงและยืดหยุ่น
“เ้ามีทักษะที่น่าทึ่ง เหว่ยหลิง การควบคุมกระแสลมของเ้าแม่นยำมาก” ซ่งหลินพูดขณะที่ดูเหว่ยหลิงฝึกฝน
“ขอบใจเ้า ซ่งหลิน ข้าก็เห็นว่าเส้นใยไหมทองของเ้านั้นมีความแข็งแรงและยืดหยุ่นมาก มันสามารถใช้ได้ทั้งในการป้องกันและโจมตี” เหว่ยหลิงตอบพร้อมกับรอยยิ้ม
ซ่งหลินยิ้มอย่างขบขัน “ข้าเคยใช้เส้นใยไหมทองนี้ในการเก็บผลไม้จากต้นสูง มันประหยัดเวลาและแรงมาก”
เหว่ยหลิงหัวเราะ “เ้ามีความคิดสร้างสรรค์จริงๆ ข้าคิดว่าเ้าจะสามารถใช้มันในการฝึกฝนและการต่อสู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”