เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่6 บทที่ 172 อย่าจากฉันไปไหนอีก!

            

            ที่จริงไม่ต้องคุยกันอีกคำตอบก็ชัดเจนอยู่แล้วแต่ลู่เป๋าเหยียนพูดถูกที่ว่าเธอกำลังโกรธเธอยังไม่อยากให้อภัยลู่เป๋าเหยียนง่ายๆแบบนี้!

            ซูเจี่ยนอันปรายตามองมือของลู่เป๋าเหยียน

            “ที่ต้องพูดนายก็พูดหมดแล้วตอนนี้ไปจัดการ...แผลของนายก่อนดีกว่านะ”

            ลู่เป๋าเหยียนมองฝ่ามือตัวเองแม้จะมีคราบเลือดติดอยู่บ้างแต่แผลก็แห้งแล้ว

            “เธอไม่ถามหน่อยเหรอว่าฉันได้แผลมายังไง”

            “.......”ซูเจี่ยนอันมองลู่เป๋าเหยียนอย่างสงสัยแต่ไม่ได้พูดอะไร

            เธอไม่ถามหรอก!   

            “เพราะช่วยเธอฉันเลยบาดเจ็บ”ลู่เป๋าเหยียนพูดพลางมองสำรวจแผลอย่างละเอียด “ฉันโดนหนามแหลมๆตามต้นไม้เกี่ยวจนเป็นแผล”

            “นาย...”ซูเจี่ยนอันนิ่งอึ้ง ก่อนจะถามอย่างไม่แน่ใจ “นายเป็นคนหาฉันเจองั้นเหรอ?”   

            “ฉันหาเธอเจอแถมยังแบกเธอลงจากเขาเองด้วยนะ” ลู่เป๋าเหยียนพูดอย่างไม่ปิดบัง

            ซูเจี่ยนอันอดใจเต้นไม่ได้แต่เธอพยายามไม่แสดงออกและไม่กล้าสบตาเขา

            “ทำไมนายต้องบอกฉันด้วยไม่ใช่ว่าชอบปิดบังฉันนักหรือไง”

            ลู่เป๋าเหยียนเลิกคิ้ว“ที่เมื่อก่อนฉันปิดบังเธอ เพราะกลัวว่าเธอจะกดดัน”

             “แล้วตอนนี้นายไม่กลัวแล้วเหรอ” ซูเจี่ยนอันถามอย่างข้องใจ

            “ฉันบอกทุกอย่างกับเธอไปหมดแล้วยังจะกลัวอะไรอีกล่ะ” ลู่เป๋าเหยียนทำหน้าเหมือนตัวเองพร้อมทุ่มทุกอย่าง“ฉันอยู่มา30กว่าปีเพิ่งเคยสารภาพรักเป็นครั้งแรกเธอจะไม่ตอบฉันหน่อยเหรอ”   

            เขากำลังรอรอให้ซูเจี่ยนอันพูดคำนั้นกับเขา

            แต่ซูเจี่ยนอันกลับเบือนหน้าหนีและเอ่ยเตือนเขาว่า

            “นายยังไม่ได้ทำแผลเลย”

            ลู่เป๋าเหยียนกดปุ่มบนหัวเตียงไม่ช้าพยาบาลก็เดินเข้ามา เมื่อเขาบอกถึงความต้องการ เธอก็อุทานออกมาก่อนจะพูดว่า

            “แผลของคุณได้มาตั้งแต่เมื่อวานแล้วนี่คะทำไมเลือดถึงไหลอีกล่ะเนี่ย”

            ซูเจี่ยนอันก้มหน้าอย่างรู้สึกผิดลู่เป๋าเหยียนตอบกลับไปว่า

            “ผมไม่ระวังไปโดนแผลเข้าให้น่ะครับ”

            “งั้นเดี๋ยวรอสักครู่นะคะ”พยาบาลสาวยิ้มอย่างเข้าใจ “ดิฉันจะรีบไปเตรียมอุปกรณ์มาทำแผลให้”

            ผ้ากอซและอุปกรณ์ทำแผลต่างๆถูกนำเข้ามาอย่างรวดเร็วลู่เป๋าเหยียนปฏิเสธการช่วยเหลือของนางพยาบาล เขาบอกว่าเขาทำแผลเองได้แต่เมื่อนางพยาบาลออกไป เขากลับยื่นถาดมาไว้ตรงหน้าซูเจี่ยนอันพลางทำสีหน้าราวกับเป็นเรื่องปกติ

            “เธอทำแผลให้ฉันหน่อย”   

            “ไม่เอา”ซูเจี่ยนอันเก็บมือเขาไปในผ้าห่ม “นายเพิ่งบอกพยาบาลว่าทำเองได้ไม่ใช่หรือไงงั้นก็ทำเองสิ”

            ลู่เป๋าเหยียนหรี่ตาพลางมองตรงมาทำเอาซูเจี่ยนอันรู้สึกเสียวสันหลังวาบ เธอนึกว่าลู่เป๋าเหยียนจะพยายามคิดหาวิธีการที่จะทำให้เธอยอมทำแผลให้เขาทว่าเขากลับเริ่มทำแผลให้ตัวเอง   

            ลู่เป๋าเหยียนเป็นคนถนัดขวาแต่เพราะมือขวาได้รับบาดเจ็บจึงค่อนข้างทุลักทุเล แค่จะล้างแผลก็ดูลำบากไปหมด

            ซูเจี่ยนอันก็เป็นหมอคนหนึ่งพอเห็นภาพตรงหน้าเธอก็อดไม่ได้ที่จะแย่งอุปกรณ์มาช่วยทำแผลให้อย่างเชี่ยวชาญ โดยไม่ทันสังเกตเลยว่าลู่เป๋าเหยียนกำลังยิ้มมุมปากอย่างพอใจ

            เมื่อคืนเขาก็เป็นคนทำแผลที่มือเธอมีเหรอที่เขาจะทำแผลไม่เป็น

            หลังทำแผลเสร็จซูเจี่ยนอันก็เก็บอุปกรณ์ให้เข้าที่ เธอตลบผ้าห่มออกก่อนจะพบว่าขาถูกเข้าเฝือกทำให้เดินได้อย่างยากลำบาก

            “เธอจะไปไหน”ลู่เป๋าเหยียนถาม

            ซูเจี่ยนอันอายที่จะบอกว่าเธออยากไปเข้าห้องน้ำจึงอ้างไปว่า

            “ฉันจะไปเปลี่ยนชุด”เสื้อของเธอเลอะคราบเลือดของเขาอยู่เล็กน้อย

            ลู่เป๋าเหยียนเองก็ไม่ได้ว่าอะไรเขาอุ้มตัวเธอขึ้นมา  

            ซูเจี่ยนอันร้องอุทานอย่างตกใจเพราะตั้งตัวไม่ทัน

            “ลู่เป๋าเหยียนนายจะทำอะไร”   

            ลู่เป๋าเหยียนอุ้มเธอไปที่ห้องน้ำ“เสื้อผ้าชุดใหม่อยู่ในตู้ ถ้าเสร็จแล้วก็เรียกฉัน”

            หลังปิดประตูห้องน้ำลงซูเจี่ยนอันก็เริ่มหน้าแดงเมื่อเปลี่ยนชุดเสร็จเธอก็ล้างหน้าแปรงฟัน ตอนนั้นเองที่เธอรู้สึกว่าตัวเองปวดร้าวไปทั้งร่าง

            เธอรู้สึกปวดหัวหน่วงๆเอวก็เจ็บ และเพราะขาหักไทำให้เธอต้องยืนทรงตัวด้วยขาข้างเดียว พออยู่ท่านี้ไปนานๆเอวของเธอก็ยิ่งเจ็บมากขึ้นจนแทบทรุด

            สุดท้ายเธอก็ทนไม่ไหว“ลู่เป๋าเหยียน ฉันเสร็จแล้ว”

            ลู่เป๋าเหยียนเปิดประตูเข้ามาก็เห็นว่าซูเจี่ยนอันกำลังทำสีหน้าเจ็บปวดจึงรีบตรงเข้ามาอุ้มเธอ

            “เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”เขาเอ่ยพลางขมวดคิ้วมุ่นราวกับตัวเองกำลังเจ็บแทน

            “ฉันปวดเอวไปหมดเลย”ซูเจี่ยนอันตอบพลางพิงกับอกแกร่ง “นายพาฉันไปนอนที่เตียงหน่อย”

            “ทนแป๊บนะ”   

            ลู่เป๋าเหยียนอุ้มซูเจี่ยนอันกลับไปที่เตียงก่อนจะเดินออกจากห้องไปซูเจี่ยนอันนอนพักบนนั้นพลางยึดผ้าห่มไว้อย่างอดกลั้น

            “ตาบ้าไม่ยอมอยู่เป็นเพื่อนฉันเลย” ตอนนี้เธอปวดไปหมดทั้งตัว

            แต่ไม่ถึงสามนาทีลู่เป๋าเหยียนก็กลับมา“หมอบอกว่าเป็นเรื่องปกติ ถ้าเธอปวดจนทนไม่ไหวล่ะก็ให้กินยาแก้ปวดช่วยระงับอาการ”   

            ที่แท้เขาเดินออกไปหาคุณหมอมานี่เอง

            ซูเจี่ยนอันได้ยินดังนั้นก็ส่ายหน้าทันที“ไม่เป็นไร ฉันทนไหว”

            ลู่เป๋าเหยียนเปิดลิ้นชักเพื่อหยิบยาที่พยาบาลเอาเข้ามาให้

            “นอนดีๆ”   

            “นายจะทำอะไร”ซูเจี่ยนอันถามอย่างสงสัย แต่ก็ยอมทำตามที่เขาว่า

            ลู่เป๋าเหยียนเลิกเสื้อของเธอขึ้นมา   

            “กรี๊ด!”ซูเจี่ยนอันกรีดร้องทันทีก่อนจะยกมือขึ้นบังเอวบางที่เผยให้เห็น “ลู่เป๋าเหยียน นายมันโรคจิต!”   

            “ถ้าจะโรคจิตฉันคงกลับไปโรคจิตกับเธอที่บ้าน” ลู่เป๋าเหยียนฉีกแผ่นยาออกมาให้เธอดู “แปะยาก่อนเลิกเสื้อขึ้นซะ”

            ในที่สุดซูเจี่ยนอันก็เข้าใจว่าเขาจะทำอะไรเธอหน้าแดงพลางบ่นพึมพำ

            “แล้วไม่บอกกันก่อนเล่าตาบ้า!”

            เธอเลิกเสื้อขึ้นเล็กน้อยลู่เป๋าเหยียนจึงเห็นแผลของเธออย่างชัดเจน

             คงเพราะตอนที่กลิ้งตกลงมาเธอไปกระแทกกับอะไรเข้าทำให้ช่วงเอวด้านขวามีรอยช้ำขนาดใหญ่ผิวขาวเนียนละเอียดของเธอจึงกลายเป็นสีเขียวคล้ำทำให้คนมองอดใจหายไม่ได้  

            ลู่เป๋าเหยียนรู้สึกสงสารเธอจับใจเมื่อเขาแปะแผ่นยาให้เธอเรียบร้อยจึงถามขึ้นว่า

            “เธอตกลงเนินไปได้ยังไง”   

            “ตอนที่ฉันกำลังเดินลงจากเขาฝนตกหนักมากแถมฟ้ายังมาผ่าอีก ฉันกลัวเลยทรุดลงไปนั่งกับพื้น” ซูเจี่ยนอันเล่าอย่างน่าสงสาร“ตอนนั้นลมพายุพัดแรงมาก ฉันคว้าอะไรไว้ไม่ทันเลยตกลงไปน่ะ”

            ลู่เป๋าเหยียนช่วยดึงเสื้อเธอลงมาตามเดิม“แล้วยังเจ็บตรงไหนอีกหรือเปล่า”

            “ไม่มีแล้ว”ซูเจี่ยนอันเอนตัวนอน พอคิดว่าตัวเองต้องนอนพักอยู่เฉยๆที่นี่อีกหลายวันเธอก็เริ่มรู้สึกอยากจะบ้าตาย   

            ตอนนั้นเองมือถือของลู่เป๋าเหยียนก็ดังขึ้นเขามองหมายเลขที่โทรเข้ามาก่อนจะส่งมือถือให้ซูเจี่ยนอัน

            “ลั่วเสี่ยวซี”   

            “เจี่ยนอันเธอเป็นยังไงบ้าง” เสียงของลั่วเสี่ยวซีดูร้อนใจมาก “เจ็บตรงไหนอาการหนักหรือเปล่า ฉันไม่ถ่ายรายการแล้ว จะไปหาเธอเดี๋ยวนี้แหละ”

            “ไม่ต้องมานะฉันไม่ได้บาดเจ็บมากมาย ก็แค่ขาหัก” ซูเจี่ยนอันรู้ดีว่ารายการ TopModel สำคัญกับลั่วเสี่ยวซีมากแค่ไหนจึงรีบห้าม“เธอไม่ต้องเป้นห่วงฉันนะ พักอีกแค่ไม่กี่วันก็หายแล้ว รอฉันกลับไปเมือง A เธอค่อยมาหาฉันก็ยังไม่สาย”   

            “ฉันออกไปข้างนอกแป๊บนึง”พูดจบลู่เป๋าเหยียนก็เดินออกจากห้องไป

            ตอนแรกซูเจี่ยนอันก็ไม่ได้ติดใจอะไรเลยคุยกับลั่วเสี่ยวซีต่ออีกคำสองคำก่อนจะรู้สึกว่ามันแปลกๆ

            “เสี่ยวซีแค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันต้องออกไปข้างนอกก่อน”

            ซูเจี่ยนอันรีบวางสายก่อนจะหยิบไม้เท้าข้างเตียงช่วยพยุงตัวเองเดินออกไปข้างนอกเมื่อผลักประตูออกไป ก็เห็นลู่เป๋าเหยียนยืนอยู่หน้าห้องตามคาด

            มือข้างหนึ่งของเขายันกับกำแพงส่วนอีกข้างกุมท้องเอาไว้แน่น ใบหน้าของเขามีแต่คำว่า “เจ็บปวด”

            “นายปวดกระเพาะอีกแล้วใช่ไหม?” ซูเจี่ยนอันเข้าไปประคองเขา “ยาของนายล่ะ”

            “เธอจะออกมาทำไม”ลู่เป๋าเหยียนขมวดคิ้ว “กลับไปนอนพักซะ”

            ขณะที่ซูเจี่ยนอันกำลังคิดว่าจะทำยังไงดีเธอก็ถูกลู่เป๋าเหยียนอุ้มกลับเขาไปในห้องอีกครั้ง   

            “ลู่เป๋าเหยียนปล่อยฉันลงนะ” เพราะเจ็บที่เอวทำให้เธอฝืนดิ้นไม่ไหว

            “ฉันเดินเองได้”เขาปวดท้องขนาดนั้นยังจะมาอุ้มเธออีก     

            ลู่เป๋าเหยียนวางเธอลงบนเตียงแต่เธอก็ลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง “ฉันจำได้ว่านายกินยาตัวไหน บอกให้พี่ฉันซื้อเข้ามาให้ก็ได้”   

            พูดจบซูเจี่ยนอันก็คว้าโทรศัพท์เพื่อจะโทรหาซูอี้เฉิงแต่ลู่เป๋าเหยียนกลับรั้งมือเธอเอาไว้

            เขาดึงมือถือออกไปก่อนจะโทรหาเสิ่นเยว่ชวนให้เอายามาให้เขา

            กระเพาะของเขาไม่ค่อยดีมานานแล้วเสิ่นเยว่ชวนกับผู้ช่วยอีกหลายคนจึงพกยาโรคกระเพาะเอาไว้ตลอดเวลาเผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

            ซูเจี่ยนอันเห็นดังนั้นจึงสบายใจขึ้น“นายไปนอนพักที่โซฟาหน่อยไหม”

            “ฉันไม่เป็นไร”ลู่เป๋าเหยียนลูบผมซูเจี่ยนอันเบาๆ “อยู่นิ่งๆสิ เดี๋ยวก็ไปโดนแผลหรอก”

            “ยังจะมาห่วงฉันอีก”ซูเจี่ยนอันเบ้ปากก เธอว่าจะเมินเขาแต่ก็อดเงยหน้าขึ้นมาถามไม่ได้“เมื่อวานนายไม่ได้กินข้าวใช่ไหม”

            เธอรู้ดีว่าหากเขากินข้าวไม่ตรงเวลาโรคกระเพาะก็มักจะกำเริบ   

            “ฟ้าจะมืดอยู่แล้วแต่ยังหาตัวเธอไม่เจอใครจะมีอารมณ์กินข้าวกันล่ะ” ลู่เป๋าเหยียนเอ่ยพลางจ้องหน้าซูเจี่ยนอัน“เธอกำลังเป็นห่วงฉันงั้นเหรอ”

            “นายคิดมากไปแล้ว”ซูเจี่ยนอันแสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจ “ฉันหิวแล้วบอกเสิ่นเยว่ชวนให้ซื้อข้าวเช้าเข้ามาด้วย”

            “เจี่ยนอัน”

            จู่ๆลู่เป๋าเหยียนก็เรียกชื่อเธอเสียงทุ้มต่ำของเขาราวกับมีพลังพิเศษ ซูเจี่ยนอันหันไปมองเขาโดยไม่รู้ตัว

            ทันใดนั้นเขาก็ประทับเรียวปากลงมาริมฝีปากอุ่นร้อนของเขาสัมผัสเธออย่างอย่างแผ่วเบาเขาค่อยๆจูบเธอเพื่อลิ้มรสความอ่อนหวานทีละนิด...

            ลมหายใจของเขารดบนใบหน้าของเธอจนจั๊กจี้ไปหมดแต่ความรู้สึกนั้นเหมือนมาจากภายในที่เธอไม่อาจจับต้องได้เธอรู้สึกเหมือนถูกเขาสูบพลังไปจนหมด

            ลู่เป๋าเหยียนเป็นนักล่าชั้นยอดเขารู้จักซูเจี่ยนอันดีจึงดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอด ให้เธอซบกับอกแกร่งของเขาจนลืมที่จะขัดขืนซูเจี่ยนอันจึงกลายเป็นกระต่ายขาวตัวน้อยๆที่ไร้พิษสง

            ทำไมเขาถึงไม่เคยรู้มาก่อนนะว่าเวลาเธอโมโห วิธีนี้สามารถเอาชนะเธอได้

            ผ่านไปสักพักอาจเป็นเพราะขาดอากาศหายใจ หรือไม่ก็เพราะความเขินอายทำให้พวงแก้มใสของซูเจี่ยนอันเริ่มแดงก่ำเป็นลูกตำลึง

            ลู่เป๋าเหยียนยอมผละออกจากเรียวปากบางก่อนจะมองจ้องเธอ

            เวลาเขามองตรงไปที่ใครแววตาของเขาราวกับท้องฟ้าในยามค่ำคืนที่ดูลึกลับน่าค้นหา   

            ซูเจี่ยนอันสบตากับเขาเมื่อไรก็ยากที่จะถอนสายตาออกไปได้ดวงตาคู่นั้นเหมือนค่อยๆสูบเธอให้จมลึกลงไปเรื่อยๆ  

            เธอกำลังหลงอยู่ในวังวนแห่งนั้นถึงจะรู้ตัวดีแต่เธอก็ไม่อาจถอยหลังได้อีกแล้ว

            “โชคดีที่เธอไม่เป็นอะไร”ลู่เป๋าเหยียนลูบผมเธออย่างแผ่วเบาพลางเอ่ย

            ขนตางอนยาวของซูเจี่ยนอันสั่นไหวเล็กน้อยตามมาด้วยหัวใจที่เต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ

            ลู่เป๋าเหยียนดีใจที่เธอปลอดภัยไม่รู้ทำไมเธอก็รู้สึกดีใจตามเขาไปด้วย

            “ถ้าฉันเป็นอะไรขึ้นมานายจะทำยังไง” เธอถาม

            “ฉันคงไม่รู้จะมีชีวิตต่อไปได้ยังไง”ลู่เป๋าเหยียนรั้งตัวเธอมากอดอีกครั้ง “เจี่ยนอัน อย่าจากฉันไปไหนอีก”   

            วินาทีที่เธอลากกระเป๋าออกไปจากบ้านเขารู้สึกเหมือนเป็นคนไร้วิญญาณ หัวใจของเขาว่างเปล่า ทั้งชีวิตของเขาเหลือเพียงแค่เรื่องงานให้เป็นที่ยึดเหนี่ยวพอหยุดทำงานเมื่อไร ความอ้างว้างเดียวดายก็เข้าครอบงำเขาทันที   

            “ฉัน......”   

            ซูเจี่ยนอันพูดออกไปได้แค่คำเดียวริมฝีปากของเธอก็ถูกลู่เป๋าเหยียนเข้าครอบครองอีกครั้ง

            ในตอนนั้นเองประตูห้องผู้ป่วยก็ถูกผลักเข้ามา...

             

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891