ก่อนที่เื่ราวจะเลวร้ายไปมากกว่านี้ เวินฉงหลินก็พาโม่ลี่ฮวาเข้ามาในห้อง โม่ลี่ฮวาก้มหมอบลงตรงหน้าหย่งซีเฉิน
“ข้าน้อยโม่ลี่ฮวาคาราวะท่านอ๋องข้าน้อยมีตาหามีแววไม่”
จบคำพูดของโม่ลี่ฮวา เหมือนมีสายฟ้าฟาดลงกลางหัวของเหลียงเฟยเฟย สิ่งที่นางข้องใจ บัดนี้ได้คำตอบแล้ว แต่เป็คำตอบที่เกินความคาดหมายของนาง ด้วยฐานะของคนผู้นี้ นางไม่แปลกใจเลยที่ชีวิตของคนในหอนางโลมแห่งนี้มีค่าเท่ากับชีวิตของมดตัวเล็กๆเท่านั้น
“พูดเื่ของเ้ามา แล้วข้าจะตัดสินใจเองว่ามันสำคัญพอที่จะรักษาหอแห่งนี้ของเ้าไว้ได้หรือไม่” สิ้นคำประกาศิตของอ๋องหนุ่มผู้เหี้ยมโหด โม่ลี่ฮวาก็หมดทางเลือก นางจำเป็ต้องพูดความจริงออกมาทั้งหมด เพื่อรักษาชีวิตของคนในหอไว้
“วันนั้นมีคนนอกเข้ามาในหอจริงเ้าค่ะ นางเป็หมอที่เข้ามารักษาหญิงคณิกาที่ป่วย นางทำเช่นนี้มาหลายปีแล้วเ้าค่ะ”
โม่ลี่ฮวาบอก
“นางเป็ใครเ้ารู้จักนางหรือไม่นายหญิงโม่” ซ่งหลานถาม
“ข้าไม่ทราบเ้าค่ะ ทุกครั้งที่นางมานางจะมีหญิงรับใช้ติดตามมาด้วยคนหนึ่ง ข้าไม่ทราบชื่อแซ่ของนางหรอกเ้าค่ะ บ้านช่องอยู่ที่ไหนข้าก็ไม่เคยถามไถ่ เพราะกลัวว่าจะสร้างความลำบากให้แก่นาง”
“เ้าให้คนวาดภาพของนางได้หรือไม่” ซ่งหลานบอก
“ข้าไม่เคยเห็นหน้าหมอหญิงคนนั้นหรอกเ้าค่ะ นางใช้ผ้าปิดบังใบหน้าตลอด”
“แล้วเ้าติดต่อกับนางด้วยวิธีใด”
เป็หย่งซีเฉินที่ถาม
“นางเข้ามาเดือนละหนึ่งถึงสองครั้ง ก่อนที่นางจะเข้ามา นางจะเป็คนติดต่อมาเองเ้าค่ะ”
“ข้าจะแน่ใจได้อย่างไร ว่าเ้าไม่ได้โกหกกุเื่ขึ้นมา” หย่งซีเฉินถามเสียงเข้ม
“ข้าไม่แน่ใจว่าท่านอ๋องตามหาผู้ใดอยู่ วันนั้นข้าเห็นหมอหญิงออกมาจากห้องรับรองใหญ่ ตอนเช้ามืด ซึ่งผิดวิสัยของนาง หลายปีที่หมอหญิงท่านนี้มารักษาคนป่วยที่นี่ นางไม่เคยค้างแรมแม้แต่คืนเดียว พอข้าเปิดประตูเข้าไป กลับเห็นชายผู้หนึ่งนอนอยู่บนเตียง แต่ข้าไม่เห็นหน้าชายผู้นั้น เห็นเพียงผ้าเช็ดหน้าของหมอหญิงที่หล่นอยู่ข้างเตียงเ้าค่ะ”
“เ้าแน่ใจได้อย่างไรว่าผ้าผืนนั้นเป็ของนาง”ซ่งหลานถาม
“ผ้าผืนนั้นนางใช้ปิดหน้ามาหลายปีแล้ว ข้าจำได้อย่างแม่นยำเ้าค่ะ สีของผ้าคล้ายกับสีกลีบของดอกบัวเจี๋ยหลัว (ม่วงพาทเทล)
มุมผ้าด้านซ้ายปักเป็รูปนกหยวนหยางคู่ด้วยไหมทอมือหายากสีทอง ใต้รูปนกปักอักษรคำว่าชิวเ้าค่ะ”
โม่ลี่ฮวาพูดจบ หย่งซีเฉินก็จ้องหน้านางด้วยสายตาที่อ่อนลง