ย้อนกลับไปเมื่อวาน ณ เมืองหนึ่งใกล้ชายแดนธารา-ศิขาที่อยู่ในฝั่งอาณาจักรศิขา ท่ามกลางแสงแดดที่อีกไม่กี่สิบองศาก็จะอยู่ตรงกลางหัว ปลายฝนในชุดลำลองที่บ่งบอกถึงการเป็นชาวบ้านทั่วไปที่แม้ใบหน้าอันน่ารักงดงามของเธอจะขัดจนทำให้เธอดูไม่ค่อยเหมือนชาวบ้านก็ตาม เธอกำลังรอธัญญ่าที่ด้านนอกของเมืองที่ไม่ได้มีกำแพงล้อมรอบ
หลังจากรออยู่สักพัก ธัญญ่าก็กลับมาพร้อมกับตัวมาร์จาสองตัว เธอเข้าไปในเมืองนั้นเพื่อหาตัวมาร์จาท้องถิ่นมาใช้
“พี่ธัญญ่ารู้หรือเปล่าว่าเมืองหลวงของศิขาต้องไปทางไหน?” ปลายฝนถามธัญญ่าหลังขึ้นตัวมาร์จาพร้อมที่จะออกเดินทางแล้ว
“ฉันถามคนขายเจ้านี่มาแล้ว” ธัญญ่าตอบพร้อมกับชี้ทิศทางเพื่อบอกเส้นทาง “เขาบอกว่า ให้ไปตามเส้นทางนี้ราวสองถึงสามชั่วโมงก็จะเจอเข้ากับเมืองประทีป หลังจากก็ให้เลี้ยวขวาและไปต่ออีกราวสี่ชั่วโมงก็จะถึงเมืองหลวง คำนวณจากเวลาข้างต้นดูแล้ว เราน่าจะไปถึงช่วงใกล้เย็น”
“ไกลจัง” ปลายฝนบ่นออกมา
“เรื่องไกลยังไม่ใช่ปัญหานัก ความร้อนต่างหากที่พวกเราต้องคิด” หลังธัญญ่าพูดจบ เธอก็ยื่นผ้าผืนหนึ่งให้เจ้าหญิงของเธอใช้คลุมหัวและหน้า
ปลายฝนกล่าวขอบคุณธัญญ่าจากใจจริงที่เป็นห่วงเธอ เธอใช้มันคลุมตามที่ธัญญ่าสาธิตให้ดู แม้มันจะไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก แต่ก็ดีกว่าปล่อยให้หัวของเธอโดนแสงแดดโดยตรง
“รีบไปให้ถึงเมืองประทีปกันเถอะ จะได้แวะกินข้าวเที่ยงที่นั่นกัน” ปลายฝนพยักหน้าเห็นด้วยกับสิ่งที่ธัญญ่าแนะนำ
ปัจจุบัน ณ เมืองคงคาอาคเนย์ ดาริน ดิเรก และเทพไท พวกเขาได้รับคำสั่งไปออกปฏิบัติภารกิจแทรกซึมเข้าไปในศิขาและมุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทางที่ธัญญ่าทิ้งเบาะแสไว้
เนื่องด้วยภารกิจครั้งนี้มีจุดประสงค์ไม่แน่ชัดว่าต้องปะทะกับศัตรูมากน้อยเพียงใด จากปกติหนึ่งทีมจำเป็นต้องมีสมาชิกหกคน แต่คนนี้ผอ.ธาวิสและพระราชาไม่อาจไว้เนื้อเชื่อใจใครได้เพิ่มเติมแม้แต่ปกรณ์เองก็ตาม พวกเขาจึงจำเป็นต้องไปถึงถิ่นศิขากันแค่สามคน
แต่หากพิจารณาดูดี ๆ แล้ว การไปแค่สามคนอาจเป็นผลดีทำให้ไม่เป็นที่สะดุดตาเกินไป หากไปครบหกคน อาจถูกสงสัยว่าเป็นหน่วยทีมทหารก็เป็นได้ ถึงกระนั้นผอ.ธาวิสบอกว่าจะมีอีกคนเข้าร่วมภารกิจ แต่จะไม่รู้ว่าพวกเขาทั้งสามจะไปทำอะไร เขาแค่จะร่วมทางไปแล้วคอยช่วยเหลือเท่านั้น นอกจากนี้ผอ.ธาวิสยังสัญญาอีกว่า เขาจะช่วยไปตามอานนท์มาให้ นั่นช่วยเพิ่มขวัญและกำลังใจให้กับทุกคนเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากหากได้อานนท์มาช่วยจริง ๆ
“นี่เรากำลังรออะไรอยู่หรือครับอาจารย์” เทพไทถามดารินขณะนั่งอยู่ในสถานที่ลานจอดยานพาหนะ
ลานจอดยานพาหนะ เป็นสถานที่ตรงตามชื่อ มันเป็นจุดรวมพลที่ไว้ใช้จอดยานพาหนะประเภทรถและตัวมาร์จา ไม่ว่าจะรถยนต์ รถบรรทุกขนส่งหรือรถประเภทอื่น ๆ เท่าที่โลกจะคิดออกมาได้ รวมถึงรถม้าที่ใช้มาร์จาในการลากจูง ยานพาหนะประเภทรถที่มาถึงยังเมืองคงคาอาคเนย์จะมาจอดรวมกันที่นี่ ส่วนเรือบินจะถูกให้จอดแยกอีกที่ที่เรียกว่าลานจอดเรือบิน
“ผอ.ธาวิสบอกให้มารอใครบางคนที่นี่ เขาจะเป็นคนไปพาพวกเราไปยังเมืองอัคคีเงิน” ดารินมีสีหน้าที่ไม่เข้าใจผอ.ของเธอเองเหมือนกันในขณะพูด
“จะมีคนพาพวกเราไปส่ง?” เทพไทขมวดคิ้ว มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เขาพอจะนึกออก “อย่าบอกนะว่า...”
ดารินและดิเรกก็ถึงออกเพียงคนเดียวเท่านั้นเช่นกัน ดิเรกพูดด้วยสีหน้าเหยเกออกมา “คงไม่มั้ง ครั้งที่แล้วพวกเราก็ทำเขาเดือดร้อนถึงขนาดนั้น” ดารินเองก็เห็นด้วย เธอเสริม “นั่นสิ ถ้าเขายังกลับมาช่วยพวกเราอีกนี่ฉันเริ่มอยากรู้แล้วว่าผอ.ไปช่วยอะไรเขาไว้ เขาถึงได้ทำราวกับชาตินี้ยังไงก็ทดแทนบุญคุณของผอ.ธาวิสไม่จบไม่สิ้นอย่างนี้”
“ก็ไม่ขนาดนั้นหรอก” ทันใดนั้นก็มีเสียงทุ้มนุ่มลึกที่คุ้นเคยดังขึ้น ทุกคนจึงหันไปมองคนที่พูดทันที รังสิมันต์กำลังยืนจัดระเบียบชุดสูทสีแดงเลือดหมู
“สวัสดี คุณรังสิมันต์”