“ที่นี่คือที่ไหน ” กล้าตื่นขึ้นมา และพบว่าตนได้กลับสู่ร่างเดิมที่เป็เด็กหนุ่มตุ้ยนุ้ย แต่ที่แย่กว่าคือทุกสิ่งดูเลื่อนลอย เสมือนอยู่ท่ามกลางความฝัน
กล้าพยายามขยับตัว แต่ทำได้ยากยิ่ง คล้ายมีโซ่ตรวนเส้นโตผูกมัดร่างกายอยู่
“ ทำไมถึงขยับไม่ได้ ”
ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังร้อนรน ก็มีบางคนขยับเข้ามานั่งข้างๆ คนผู้นั้นเป็เด็กสาววัยเดียวกัน แถมใบหน้าหวานใสก็แลคุ้นตา พอพิจารณาได้ครู่หนึ่ง กล้าก็ร้องอุทานด้วยความดีใจ
“เอ๊ะ! นั่น”อัยย์”นี่นา เธอมาอยู่ที่นี่ได้ไง ”
สาวน้อยยิ้มเล็กน้อย ก่อนตอบกลับมาด้วยเสียงที่หวานใสจนน้ำตาลเรียกพี่
“ก็มาหาเธอไง เป็ไงบ้าง เหนื่อยมั้ย กล้า ”
กล้ารู้สึกกระอักกระอ่วน และเขินอายเป็ที่สุด เพราะั้แ่เกิดมา ไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน
“เอาจริงดิ ไม่อยากเชื่อว่าคนขี้แพ้อย่างเราจะมีสาวมาให้กำลังใจ”
หลังจากเคลิ้มได้อึดใจหนึ่ง กล้าก็นึกเื่สำคัญขึ้นมาได้ พร้อมเอียงหนีไปทางอื่น ด้วยไม่กล้าสู้หน้าเพื่อนสาว
“เอ่อ….เื่วันนั้น เราขอโทษนะ ”
เด็กสาวไม่ตอบคำใด และกล้าก็ไม่คิดจะเรียกร้อง เพราะรู้ดีว่าตนสมควรโดนอัยย์รังเกียจอยู่แล้ว เนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าว ไม่ต่างจากพวกขี้ขลาด
“เฮ้อ กะไว้แล้วว่าอัยย์ไม่ให้อภัย ด้วยสิ่งที่เราทำ มันโคตรขี้ขลาดเลย ”
แต่แล้ว เหตุการณ์ก็กลับตาลปัตร เมื่อมีมือบางเลื่อนมาแตะพวงแก้มของหนุ่มร่างสมบูรณ์ กล้าเลยหันไปมอง จึงประจักษ์ว่ารสัันั้นเป็ของอัยย์ และเธอกำลังส่งยิ้มอบอุ่น
“หายโกรธเราแล้วเหรอ ? ”กล้าเอ่ยถาม ดวงตาฉายแววสำนึกผิด ทว่าเด็กสาวกลับตีหน้าบึ้ง ก่อนจะตวาดเสียงดัง พร้อมเหวี่ยงฝ่ามือตบไปที่แก้มป่องๆของเด็กหนุ่ม
“โกรธสิ โกรธมากด้วย ไปตายซะ ไอ้หมูตอนขี้ขลาด ”
“เพลี้ย…..”
“โอ๊ย…….”
.........................
กล้ารีบลุกพรวดขึ้นมานั่ง แต่พอเหลียวมองรอบตัว เพื่อหาอัยย์ กลับพบเพียงมารีนที่นั่งอยู่ในตำแหน่งเดียวกับเพื่อนสาวเมื่อครู่นี้
“เอ๊ะ! คุณมารีน ที่นี่มันที่ไหน แล้วผลการประลองล่ะครับ? ” กล้ารีบถาม สมองเริ่มจับต้นชนปลายได้บางส่วน
“ที่นี่คือโคลอสเซี่ยม ส่วนผลการประลอง เ้าเป็ผู้ชนะ แต่ดันสลบ เลยต้องปลุกให้ตื่น”มารีนยกมือขวาขึ้นมา ประมาณจะบอกว่านี่คืออุปกรณ์ที่ใช้เรียกสติ
“ฮะๆ ขอบคุณครับ ”กล้าในร่างเซย่าเริ่มหัวเราะแห้งๆ เพราะเข้าใจแล้วว่าอัยย์ที่พบเมื่อครู่น่าจะเป็ความฝัน ทว่าบุคลิกแบบนั้น ยิ่งทำให้อาจารย์สาวฉงน ด้วยนี่ไม่ใช่รีแอคชั่นของเซย่าที่เคยรู้จัก
“หมอนี้กลายเป็คนหงิ่มๆ มารยาทดีั้แ่เมื่อไหร่ ทั้งที่เมื่อก่อน เจอตบเข้าไปแบบนี้ทีไร เป็อันต้องโวยวายทุกที”
แต่ก่อนที่ทุกสิ่งจะออกทะเลไปมากกว่านี้ มารีนก็เริ่มเข้าประเด็น ด้วยการถามตรงๆ
“เื่อื่นช่างมันก่อนเถอะ ว่าแต่เ้าใช้คอสโม่ได้ั้แ่เมื่อไหร่ หรือเก็บงำพลังนี้ไว้ เพื่อให้ข้าแปลกใจ ”
กล้าไม่รู้จะตอบยังไง เพราะตัวเขาเองก็เพิ่งเข้ามาในโลกนี้แค่คืนเดียว แต่พอจับเคล็ดได้ว่าการจะปลุกพลังคอสโม่ ต้องใช้ความรู้สึกที่เรียกว่า…..มุ่งมั่น
“อืม ตอนนั้น…เราแค่ไม่อยากเป็ไอ้ขี้แพ้อีกแล้ว และถ้าไม่ลุกขึ้นสู้ เราจะเกลียดตัวเองไปตลอดกาล ” กล้ายกสองมือขึ้นมาดู เขาเองก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าตนจะปล่อยท่าไม้ตายในตำนานอย่างเพกาซัสหมัดดาวตกได้ แต่ไม่ทันตกผลึกทางความคิด มารีนก็รีบทวงถาม พร้อมยื่นมือมาจับหัวไหล่
“เ้ายังไม่ได้บอกเลยว่าใช้คอสโม่เป็ั้แ่เมื่อไหร่ และถ้ามีพลังนี้มานาน ทำไมถึงเก็บงำมันเอาไว้”
“อุ้ก ” กล้ารู้สึกเจ็บ ด้วยกำลังของอาจารย์สาวนั้นไม่ธรรมดา เนื่องจากเธอใช้อุ้งมือบดก้อนหินให้เขาดูทุกวัน เด็กหนุ่มจึงรีบตอบตามจริง
“เอ่อ ผมรู้สึกถึงมันเมื่อวานนี้เองครับ แต่พลังนั้นมาตื่นเต็มที่ ก็ตอนที่ถูกคาชิออสเล่นงาน”
มารีนนิ่งเงียบ ดวงตาภายใต้หน้ากากเหล็กจับจ้องมาที่กล้า ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกอึดอัด ไม่นาน อาจารย์สาวก็ตัดบท พร้อมลุกขึ้นยืน
“เอาล่ะ ในเมื่อปลุกพลังคอสโม่จนชนะคาชิออสได้ ก็ควรจะไปรับชุดครอธเพกาซัส อันเป็รางวัลของศึกนี้”
“แฮะ แฮะ แฮะ นิสัยของคุณมารีนเหมือนในการ์ตูนเลย ”กล้ายันกายลุกขึ้นยืน ปากก็บ่นพึมพำ แน่นอนว่าไม่พ้นหูของอาจารย์สาว
“เมื่อกี้เ้าว่าไงนะ และการ์ตูนคืออะไร ”
“เอ่อ มันก็คือ อืม” กล้าพูดไม่ออก ในใจนึกด่าตัวเองที่ปากไวเกินไป ไม่รู้จักเก็บอาการ
“ช่างเถอะ ไปรับรางวัลได้แล้ว ท่านเคียวโกกำลังรออยู่ ”เหมือนมารีนจะมีความอดทนที่จำกัด เธอจึงไม่สนท่าทีอึกอักของลูกศิษย์หนุ่ม ซึ่งกล้าก็ยินดี เพราะยังคิดหาข้อแก้ตัวที่เหมาะสมไม่ได้
“ครับ ”
พอสองศิษย์อาจารย์ถึงปะรำพิธี สิ่งแรกที่กล้าได้เห็นก็คือ….กล่องชุดครอธเพกาซัส
มันเป็กล่องเหล็กสีหม่นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดพอแบกได้บนแผ่นหลัง ลวดลายม้าบินบนพื้นผิวนั้นดูราวกับมีชีวิต ชวนให้รู้สึกเข้มขลังและน่าเกรงขามอยู่ในที
“โอ้ ว้าว……นี่น่ะเหรอ กล่องครอธเพกาซัสในตำนาน เคยเห็นแต่ในการ์ตูนมาหลายครั้ง แต่นี่คือหนแรกที่ได้เห็นของจริง ตื่นเต้นจนมือชาเลย ”กล้าเริ่มสั่นเทา ทว่าเขาก็พยายามทำตัวให้นิ่ง เพราะโดยรอบมีเหล่าเซนต์ฝึกหัดและทหารเลวนับสิบยืนมองอยู่
“ไม่ได้ ต้องเก๊กเอาไว้ ” ขณะที่กล้าพยายามฝืนอยู่นั้นเอง เขาก็นึกถึงฉากที่ปรากฏในหนังการ์ตูน นั่นก็คือการให้โอวาทของเคียวโก ซึ่งเด็กหนุ่มค่อนข้างรำคาญ เลยหันมากล่าวกับประมุขแห่งแซงทัวร์รี่ที่ด้านหลัง
“โอเคครับ ผมรู้แล้วว่าเซนต์ต้องใช้ครอธนี้ เพื่อผดุงคุณธรรมเท่านั้น ถ้าฝืนนำไปต่อสู้ในเื่ส่วนตัว พวกท่านจะตามมาลงโทษ ”
ทุกคนในที่นั้นดูอึ้ง เพราะประโยคนี้ควรออกมาจากปากของเคียวโก แต่หนุ่มน้อยกลับสาธยายด้วยตัวเอง เลยเกิดเสียงพึมพำด้วยอารมณ์ที่ต่างกัน
“เฮ้ย ไอ้หมอนี่มันห้าวว่ะ ถึงขั้นเเย่งท่านเคียวโกพูด ”
“สู่รู้เกินไปแล้ว ช่างไม่รู้ฟ้าเหนือแผ่นดินต่ำ ”
“แต่จะว่าไป หมอนี่มันก็กล้าดีนะ เป็คนญี่ปุ่นแท้ๆ กลับชิงครอธเพกาซัสได้ ”
“ในเมื่อมารยาททรามแบบนี้ ก็ควรปรับแพ้ และไล่กลับประเทศของมัน”
ขณะที่ทุกคนกำลังถกกัน เคียวโกกลับรู้สึกอีกอย่าง
“เหลือเชื่อ เด็กหนุ่มรู้ได้ไงว่าเราจะให้โอวาทแบบนี้ จะว่าจดจำจากงานมอบชุดครอธครั้งก่อน ก็ไม่น่าใช่ เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวผ่านมาแล้วร่วม10 ปี ในตอนนั้นเด็กนี่ยังเล็กอยู่ และไม่รู้ความ จึงไม่น่ารู้เื่นี้ ” เคียวโกใคร่ครวญอยู่อึดใจ เลยได้ข้อสรุป
“หรือว่าหนุ่มน้อยคนนี้จะมีพลังจิตแฝงอยู่ จึงอ่านใจเราได้ ไม่ได้การ ต้องทดสอบว่ามันอยู่ในระดับไหน”พอไตร่ตรองเสร็จ เคียวโกก็เพ่งจิตไปที่กล้า ด้วยความที่ประมุขแห่งแซงทัวร์รี่เคยเป็เซนต์ชั้นสูงที่ถนัดใช้พลังจิตมาก่อน กระแสกดดันเลยถาโถมใส่เด็กหนุ่มอย่างมากมาย แต่ผู้เป็เป้าหมาย กลับโต้ตอบด้วยการโค้งคำนับ
“ขอโทษครับ ผมผิดไปแล้ว ต่อไปจะไม่พูดมากอีก ”
เคียวโกไม่ได้ตอบประการใด เพราะมัวแต่ใ ด้วยใครก็ตามที่ถูกกระแสกดดันขนาดนี้ น่าจะออกอาการลนลานบ้าง ต่อให้มีพลังจิตสูงส่งเพียงใด ก็ไม่น่าจะต้านทานได้ เขาเลยเพิ่มแรงกดดันเข้าไปอีก
“อึก……” มารีนถึงกับสะอึก รวมถึงหลายคนที่พอมีฝีมือเริ่มออกอาการอึดอัด เนื่องจากรับรู้ถึงแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากกายสูงเพรียวของเคียวโก ทว่าเด็กหนุ่มจากแดนสยามกลับเอาแต่ร้องละล่ำละลัก
“ขอโทษครับ ผมจะไม่ทำอีกแล้ว อภัยให้ผมเถอะ ”
เคียวโกลองทดสอบอีกสามที แต่ละกระแสจิตที่ส่งออกไปล้วนหนักหน่วง ทำให้ยอดฝีมือแถวนั้นแทบจะหายใจไม่ออก สุดท้าย ประธานแห่งแซงทัวร์รี่ก็เลิกกดดัน ดวงตาภายใต้หน้ากากเหล็กฉายประกายเลื่อมใส
“เราปล่อยพลังจิตใส่เ้าหนูนี่สุดกำลัง แต่กลับไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย น่ากลัวว่ามันจะฝึกถึงขั้นไร้ตัวตน เลยทนแรงกดดันได้ น่าทึ่งจริงๆ อีกไม่นาน เซนต์เพกาซัสคนนี้จะต้องเป็กำลังสำคัญให้กับอาเธน่าอย่างแน่นอน”
ทว่าเคียวโกไม่รู้อยู่อย่าง สาเหตุที่กล้าััถึงแรงกดดันไม่ได้ เป็เพราะหนุ่มน้อยมัวแต่กลัวว่าจะเสียครอธเพกาซัสไป เลยพยายามโฟกัสอยู่กับการขอโทษ หาใช่เหนือชั้นอย่างที่หลายคนเข้าใจไม่ และสิ่งเดียวที่ประมุขแห่งแซงทัวร์รี่พูดออกมา ก่อนที่จะเดินจากไปก็คือ……
“โชคดี เซนต์เพกาซัสคนใหม่ ”
แน่นอนว่านี่คือสิ่งที่กล้าอยากได้ยินเป็ที่สุด ทว่าอารมณ์ที่ปรากฏกลับไม่ใช่ดีใจ แต่เป็ความรู้สึกเย็นวาบที่วิ่งแล่นผ่านไขสันหลัง เหมือนมีใครบางคนกำลังจ้องเขาอยู่ในที่ๆไม่ห่างไกลนัก ซึ่งถ้าให้คาดเดา ก็คงหนีไม่พ้นไชน่าที่กำลังจ้องมองเด็กหนุ่มอย่างเอาเป็เอาตาย
“ ฝากไว้ก่อนเถอะ เซย่า คราวหน้าเ้าไม่รอดแน่” เซนต์สาวลั่นคำอาฆาต ก่อนจะหันไปสั่งการเหล่าลูกน้องให้หิ้วปีกคาชิออสขึ้นม
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
