เรือเหาะิญญาที่บรรจุคนได้ถึงหกพันคนนั้นมีขนาดใหญ่โตมหาศาล ยามเมื่อยืนอยู่ด้านข้างไม่อาจมองเห็นตัวเรือได้ครบทั้งหมดในคราวเดียว ทำให้ผู้คนที่พบเห็นรู้สึกว่าตนเองช่างตัวเล็กจ้อยเหลือเกิน สิ้นเสียงหวูดดังยาวหนึ่งครั้ง เรือเหาะิญญาก็กางใบเรือและค่อย ๆ ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
ภายในเรือเหาะิญญามีค่ายกลพิเศษที่ช่วยให้ผู้คนทรงตัวได้ตลอดเวลา ราวกับเดินอยู่บนพื้นราบ จึงไม่มีใครหกล้มยามที่เรือเหาะิญญาเริ่มออกตัวหรือจอดพัก
การเดินทางจากเมืองอวิ๋นิไปยังราชวงศ์ชิวเย่ เรือเหาะิญญาต้องใช้เวลาเดินทางหนึ่งวันหนึ่งคืน เนื่องจากทั้งหลินเยี่ยนและเจียงซินต่างบอกว่าเรือเหาะิญญาเที่ยวนี้จะต้องเกิดเื่ ฉู่หลินเฟิงจึงสะพายกระบี่และอุ้มศิษย์น้องหญิงไว้ในอ้อมแขน เฝ้ารอด้วยความตื่นเต้นเป็อย่างยิ่ง
เขาพาเจียงซินเดินเที่ยวรอบเรือ เมื่อเดินผ่านดาดฟ้าก็เห็นประกาศติดอยู่มากมาย บางส่วนเป็ความเคลื่อนไหวล่าสุดของราชวงศ์และสำนักตระกูลใหญ่ ๆ บางส่วนเป็ประกาศจับ สายตาของเจียงซินกวาดไปเห็นประกาศจับที่ติดเต็มผนัง นางก็ไม่อาจละสายตาได้อีกต่อไป จึงรีบโบกมือเรียกเบา ๆ เพื่อขอเข้าไปดูให้ชัดเจน
[อยากดูประกาศจับ ศิษย์พี่ห้าพาซินซินไปดูประกาศจับหน่อยเ้าค่ะ]
ในประกาศจับล้วนเป็พวกโจรชั่วที่ทำเื่เลวทราม ฉู่หลินเฟิงคิดในใจว่ามีอะไรน่าดูตรงไหนกัน? แม้จะไม่เข้าใจ แต่เขาก็ยังเดินไปยังผนังที่ติดประกาศจับอย่างเป็ธรรมชาติ และแสร้งทำเป็กวาดสายตามอง ส่วนเจียงซินเบิกตากว้างอยู่ในอ้อมแขนของเขา มองดูอย่างตั้งใจยิ่ง พยายามจดจำทุกข้อมูลในประกาศจับลงในสมอง
นี่ไม่ใช่ประกาศจับเสียหน่อย แต่นี่มันขุมทรัพย์เคลื่อนที่ชัด ๆ !
[ไว้ตอนข้าไม่มีเงิน จะสุ่มเลือกผู้โชคดีที่ดวงซวยสักคน จับส่งทางการเพื่อรับเงินรางวัล เอ๊ะ! ทำไมมีคนที่ถูกตั้งค่าหัวแค่หนึ่งศิลาิญญาชั้นต่ำล่ะ? เงินรางวัลแค่นี้ จับตัวเขาคงขาดทุนแย่ ว้าว! ที่แท้คนคนนี้คิดว่าการมีชื่อในประกาศจับมันเยี่ยม อยากให้ตัวเองดูเด่งกาจเลยตั้งค่าหัวตัวเองไว้เพียงหนึ่งศิลาิญญาชั้นต่ำ โลกแห่งการบำเพ็ญเพียรช่างมีเื่แปลกประหลาดไม่สิ้นสุดจริง ๆ !]
[ไม่สนหรอก มาถึงที่นี่แล้ว ถ้าเจอเมื่อไหร่จะจับให้หมด แม้จะเป็เศษเงินเพียงน้อยนิดแต่ก็ยังเป็เงิน! ศิลาิญญาชั้นต่ำก็คือศิลาิญญา! ว้าว ๆ ๆ คนนี้มีค่าหัวถึงหนึ่งแสนศิลาิญญาชั้นสูงเลยนะ! ข้าจะจับคนนี้! คนแรกต้องจับคนนี้เลย!]
ฉู่หลินเฟิงมองตามสายตาของเจียงซินไป ผู้บำเพ็ญเพียรที่ถูกตั้งค่าหัวเนื่องจากขโมยพืชิญญาล้ำค่าของหุบเขาซิ่งหลินผู้นี้ เป็ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตหลอมความว่างเปล่า
ศิษย์น้องหญิงช่างมีความทะเยอทะยานสูงเสียจริง
อย่างไรก็ตาม เมื่อมองดูเงินรางวัลที่ติดเต็มผนัง ฉู่หลินเฟิงก็เริ่มรู้สึกหวั่นไหวเช่นกัน คุณชายที่เกิดมาบนกองเงินกองทอง วันนี้เพิ่งจะได้ลิ้มรสความลำบากยามไร้เงินเป็ครั้งแรก จึงตั้งปณิธานว่านับจากนี้ไปจะต้องหาเงินให้เก่ง ๆ และขยันทำงานทุกวัน ศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งสองจึงยืนอยู่หน้าผนังประกาศ อ่านและท่องจำเนื้อหาในประกาศจับทุกใบจนครบถ้วน กว่าจะท่องจำเนื้อหาทั้งหมดได้ครบถ้วนท้องฟ้าก็มืดสลัวลงเสียแล้ว
เมื่อยังไม่เห็นการโจมตีตามที่คาดไว้ ฉู่หลินเฟิงก็เริ่มกระวนกระวาย "ศิษย์พี่รอง ท่านลองพยากรณ์ดูอีกครั้งสิว่าการโจมตีนี้จะมาเมื่อไหร่ และเป็การโจมตีระดับไหน?"
หลินเยี่ยนเช็ดกระดองเต่าในมืออย่างตั้งใจ ขนตายาวสั่นไหวเล็กน้อย ลวดลายไม้ไผ่สีดำบนชุดสีขาวสะอาดสะบัดพลิ้วเบา ๆ ดูลึกลับยากแท้หยั่งถึง "คำพยากรณ์มิอาจเปิดเผยได้ทั้งหมด"
เจียงซินเป่าลูกโป่งน้ำลายเล่นด้วยความเบื่อหน่ายอยู่ในอ้อมแขนของฉู่หลินเฟิง
[ศิษย์พี่รองเพิ่งจะพยากรณ์ไปเมื่อกี้ แต่ทำนายไม่ออกเ้าค่ะ]
ฉู่หลินเฟิงหลุดหัวเราะออกมาอย่างไม่เกรงใจ ส่วนมือที่เช็ดกระดองเต่าของหลินเยี่ยนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับมาเป็ปกติอย่างรวดเร็ว ราวกับไม่ได้ยินอะไรเลย
ก่อนจะพยากรณ์ครั้งนี้ ความจริงเขาสังหรณ์ใจว่าตนเองคงไม่สามารถหาผลลัพธ์ที่แน่นอนได้ ดังนั้นเขาจึงพยากรณ์เพื่อดูว่าสังหรณ์ใจของตนเองแม่นยำหรือไม่ และผลปรากฏว่าสังหรณ์ใจแม่นยำมาก
ห้องส่วนตัวที่พวกเขาจองไว้มีทัศนียภาพงดงามยิ่ง เมื่อนั่งอยู่ที่ระเบียงจะสามารถเห็นเรือเหาะิญญาแล่นผ่านทะเลเมฆอันหนาทึบ มองเห็นเมฆม้วนตัวและคลี่ออกในระยะไกล เมฆเหล่านี้ไม่ใช่เมฆธรรมดา แต่ราวกับน้ำทะเลที่หนักอึ้ง จำต้องใช้ยันต์หรืออุปกรณ์วิเศษเฉพาะทาง เพื่อเบิกทางให้เรือเหาะิญญาสัญจรผ่านได้
ในเมฆมีอสูรเมฆาซ่อนอยู่ ซึ่งเป็สัตว์อสูรที่อาศัยอยู่ในทะเลเมฆ สามารถก่อให้เกิดภัยธรรมชาติ และจะโจมตีสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่บุกรุกเข้ามาในทะเลเมฆเป็ระยะ ๆ บางครั้งทะเลเมฆก็บาง บางครั้งก็หนาจนกดทับลงมาบนพื้น ปกคลุมอาคารและป่าไม้ทุกแห่งบนดิน ทุกครั้งที่เป็เช่นนี้ อสูรเมฆาที่ซ่อนอยู่ภายในจะโจมตีผู้บำเพ็ญเพียรและสัตว์อสูรบนพื้นดินอย่างบ้าคลั่ง
ทะเลเมฆเหล่านี้ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่โชคดีที่ได้รับความร่วมมือจากขุมกำลังต่าง ๆ ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร จึงสามารถบุกเบิกเส้นทางในทะเลเมฆได้หลายสาย เส้นทางคงที่เหล่านี้เนื่องจากถูกใช้งานเป็เวลานาน มวลเมฆทั้งสองฝั่งจึงเบาบางลง ทำให้เรือเหาะิญญาที่แล่นผ่านใช้ยันต์และอุปกรณ์วิเศษน้อยลง
ในขณะเดียวกัน เนื่องจากมีคนสัญจรผ่านบ่อยครั้ง อสูรเมฆาในบริเวณนี้จึงมีน้อย ถือเป็เส้นทางเมฆที่ค่อนข้างปลอดภัย ส่วนภายนอกเรือเหาะิญญาก็มีม่านพลังครอบคลุมอยู่ เพื่อป้องกันการโจมตีจากอสูรเมฆา และเพื่อกั้นลมกรรโชกจากภายนอกไม่ให้กระทบต่อผู้บำเพ็ญเพียรในเรือ
ทันใดนั้น ฉู่หลินเฟิงเห็นม่านพลังของเรือเหาะิญญาเปิดช่องว่าง และมีผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตแปลงเทพคนหนึ่งทะยานลงมาอย่างสง่างาม
"มาแล้วหรือ?" ฉู่หลินเฟิงกำกระบี่แน่น จ้องมองคนผู้นั้นด้วยความระแวดระวัง
เจียงซินหาวหวอด รู้สึกว่าศิษย์พี่ห้าช่างซื่อบื้อเสียจริง
[นั่นมันผู้ดูแลของหอการค้าเค่อซื่ออวิ๋นไหลไม่ใช่หรือ? บนเสื้อผ้ายังมีตราประทับของหอการค้าอยู่เลย]
ฉู่หลินเฟิงถอนหายใจด้วยความผิดหวัง การจะหาศิลาิญญาสักนิด ทำไมมันถึงลำบากขนาดนี้?
ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตแปลงเทพที่เพิ่งมาถึงกำลังสนทนากับผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขติญญาก่อกำเนิดอีกสองคน ที่รับผิดชอบควบคุมเรือ เจียงซินมองพวกเขาแล้วเกิดลางสังหรณ์
[ข้าว่าศิษย์พี่รองพยากรณ์เวลาที่การโจมตีจะมาถึงได้แล้วเ้าค่ะ]
หลินเยี่ยนเลิกคิ้วขึ้น ท่ามกลางความคาดหวังของฉู่หลินเฟิง เขาจึงหลบเข้าไปในห้องของตนเองและแอบพยากรณ์อย่างเงียบ ๆ ครู่ต่อมา เขาเดินออกมาพร้อมกับกดมุมปากที่อยากจะยกยิ้มไว้ แล้วส่งกระแสจิตบอกฉู่หลินเฟิงว่า "การโจมตีจะมาถึงในอีกประมาณสามชั่วยาม"
ดวงตาของฉู่หลินเฟิงเป็ประกาย มือที่อุ้มเจียงซินอยู่เผลอถูเข้าด้วยกันด้วยความตื่นเต้น
เงินน้อย ๆ ข้ามาแล้ว!
...
ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตแปลงเทพที่ขึ้นเรือเหาะิญญากลางคันผู้นี้ คือผู้ดูแลของหอการค้าเค่อซื่ออวิ๋นไหลจริง ๆ เขาเป็ผู้รับผิดชอบของหอการค้าเค่อซื่ออวิ๋นไหลในเมืองอวิ๋นิ มีฉายาว่า 'เสวียนจิ่วเซียนจวิน'
ผู้ดูแลชุดเขียวผู้ดูแลเื่การรับประกันให้ฉู่หลินเฟิง หลังจากไตร่ตรองซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงรายงานเื่นี้ตามความเป็จริง เมื่อเห็นท่าทางกระตือรือร้นของฉู่หลินเฟิง เขาเกรงว่าลำพังผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขติญญาก่อกำเนิดสองคนจะไม่สามารถรับมือกับการโจมตีที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร ผู้ดูแลชุดเขียวจึงยื่นคำขอพิเศษต่อชั้นสูงของหอการค้า เพื่อให้ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตแปลงเทพหนึ่งคนร่วมเดินทางไปด้วย เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
เดิมทีคำขอเช่นนี้ยุ่งยากมาก แต่ผู้ดูแลชุดเขียวเป็คนฉลาดหลักแหลม ประโยคแรกในใบคำขอเขาจึงยกชื่อของฉู่หลินเฟิงขึ้นมาอ้าง
คุณชายน้อยที่หนีออกจากบ้าน ก็ยังเป็คุณชายน้อย
ในฐานะผู้รับผิดชอบของหอการค้าเค่อซื่ออวิ๋นไหลในเมืองอวิ๋นิ เสวียนจิ่วเซียนจวินอนุมัติคำขอของผู้ดูแลทันทีโดยไม่ต้องคิด และขึ้นเรือเหาะิญญาเพื่อคุ้มกันด้วยตนเอง เนื่องจากขั้นตอนการจัดการเอกสารล่าช้าไปเล็กน้อย เมื่อเสวียนจิ่วเซียนจวินทราบเื่ เรือเหาะิญญาก็ออกเดินทางไปแล้ว เขาจึงต้องใช้ยันต์เพิ่มความเร็วตลอดทางจึงจะตามมาทัน
แม้ว่าท่าทางการไล่ตามเรือเหาะิญญาระหว่างทางจะดูทุลักทุเลไปบ้าง แต่เขามั่นใจว่าตอนที่ร่อนลงจอด ท่าทางของเขาต้องสง่างามสุด ๆ แน่นอน!
เมืองอวิ๋นิอยู่ห่างจากตระกูลฉู่ แม้ว่าธุรกิจจะไปได้ดี แต่เสวียนจิ่วเซียนจวินก็ไม่มีโอกาสได้ติดต่อกับตระกูลฉู่ที่เป็ตระกูลหลักมากนัก ตอนนี้โอกาสมาถึงที่แล้ว เขาจะไม่แสดงฝีมือต่อหน้าคุณชายน้อยได้อย่างไร?
ทันทีที่เสวียนจิ่วเซียนจวินขึ้นเรือเหาะิญญา เขาก็แผ่ััศักดิ์สิทธิ์ออกไป เฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของกระแสเมฆรอบตัวทุกจุด ตั้งใจว่าเมื่อศัตรูปรากฏตัวจะจัดการให้สิ้นซากทันที
ขอเพียงเขาดับอันตรายได้ั้แ่ต้นลม โดยที่คุณชายน้อยไม่รู้ว่ามีอันตรายเกิดขึ้น เงินค่าชดเชยหนึ่งร้อยแปดสิบล้านนี้ก็ไม่ต้องจ่าย เขาช่วยเ้านายประหยัดเงินได้มากมายขนาดนั้น ย่อมต้องได้รับรางวัล และไม่แน่อาจจะได้ทรัพยากรสำหรับทะลวงเข้าสู่ขอบเขตหลอมความว่างเปล่าด้วย
ฉู่หลินเฟิงที่ถูกลูกน้องตัวเองใช้เป็เครื่องมือโดยไม่รู้เื่รู้ราว ได้นอนกลางวันอย่างมีความสุขกับเจียงซิน และตื่นขึ้นมาตรงเวลาพอดีก่อนที่การโจมตีจะเริ่มขึ้น
หลินเยี่ยนเปิดใช้งานค่ายกลป้องกัน ครอบคลุมพวกเขาทั้งสามคนไว้ภายใน เขารู้ว่าหอการค้าเค่อซื่ออวิ๋นไหลจะเสริมการป้องกัน แต่เขาแค่้าเพิ่มเกราะป้องกันอีกชั้นหนึ่งเท่านั้น
นี่คือสัญชาตญาณของนักพยากรณ์ที่ขี้ระแวงจนดูแลตัวเองไม่ได้
เจียงซินเต้นระบำอยู่ในอ้อมแขนของเขา นับถอยหลังด้วยความตื่นเต้น ยิ่งนับก็ยิ่งตื่นเต้น
[สิบ เก้า แปด... สาม! สอง! หนึ่ง! แต่น แตน แต๊น! ศิลาิญญาปรากฏตัวแล้ว!]
ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของเ้าตัวเล็ก เสียงะเิดัง ‘ตูม!’ ก็ดังขึ้น เรือเหาะิญญาถูกกระแทกอย่างรุนแรง