บทที่ 14 ความเข้าใจผิดครั้งใหญ่
หนานลี่รู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่เต็มไปด้วยอันตราย นางขนลุกซู่ รีบขยับหนี พร้อมเอามือล้วงไปข้างหลัง ตั้งใจจะรวบรวมพลังควบแน่นน้ำในอากาศมาจัดการกับจอมมาร
แต่ความฝันมักจะสวยงาม ความจริงมักจะโหดร้าย มือของนางถูกมือใหญ่ข้างหนึ่งคว้าจับไว้ แล้วดึงเข้ามาในอ้อมกอดมิยอมให้แข็งขืน
หนานลี่พยายามดิ้นรน แต่จี๋ฉงกลับกอดนางแน่นขึ้น หนานลี่พยายามเท่าไหร่ก็ไม่เป็ผล เหนื่อยจนเหงื่อท่วมตัว ปากหอบแฮกๆ
"ปีศาจน้อย เ้ากลัวอะไร ข้าไม่ได้จะกินเ้าเสียหน่อย" จี๋ฉงพูดพลางยกมือขึ้นเชยคางของหนานลี่ มองใบหน้าที่ไม่สามารถแสดงอารมณ์ของนางอย่างขบขัน
ปีศาจบุปผาตนนี้ช่างน่าสนใจจริงๆ มีใบหน้าที่งดงามแต่กลับไม่แสดงสีหน้า ดวงตาก็ไม่หวาดหวั่น คล้ายไม่เกรงกลัวเขาเลย
หนานลี่กลอกตา
ให้ตายเถอะ นี่มันฉากที่คนชั่วลวนลามสตรีในนิยายชัดๆ พอนางเจอกับตัวเอง ก็ชักอยากตบหน้าปีศาจตนนี้สักสองสามที เขาจะรู้รึเปล่าว่าตัวเองกำลังดูถูกนางที่เป็นักรบหญิงแห่งโลกาวินาศอยู่นะ!
แต่คิดขัดขืนคงไม่ไหว ตอนนี้นางขยับแทบไม่ได้ แข็งทื่อเหมือนท่อนไม้ ถูกจี๋ฉงโอบกอดไว้แน่น ไม่รู้ว่าปีศาจตนนี้คิดอย่างไร ถึงโอบกอดนางเสียแน่น
จี๋ฉงไม่โกรธ พูดอย่างใจเย็นว่า "ปีศาจน้อย ข้าไม่คุ้นเคยกับเส้นทางที่นี่ เช่นนี้ไหม เ้ามาช่วยนำทางให้ข้า?"
เมื่อเห็นว่าหนานลี่ยังคงไม่พูด จี๋ฉงจึงดึงคอเสื้อของนางแล้วก็พานางหายไปในป่า
หนานลี่เห็นท่าทางที่จี๋ฉงที่อยากจะไปสู้กับท่านเซียนมาก จึงเอ่ยขึ้นว่า "ท่านจอมมาร ข้าได้ยินมาว่าท่านมักท้าสู้กับท่านเซียน ท่านกับเขามีเื่บาดหมางกันหรือเ้าคะ?"
จี๋ฉงยิ้มออกมา อารมณ์ของเขาดีขึ้นมากที่หลังจากที่ปีศาจตัวน้อยเรียกเขาว่า "ท่านจอมมาร" แต่พอได้ยินประโยคสุดท้าย สีหน้าของเขาก็มืดครึ้มลงทันที พอพูดถึงศัตรูอย่างเป่ยิอิน อารมณ์ของเขาก็ดำดิ่งลง
พูดถึงเื่นี้ เขากับเป่ยิอินเป็ศัตรูกันมาั้แ่เกิด เทพเซียนกับปีศาจเป็ศัตรูกันอยู่แล้ว ห้าพันปีก่อนจอมมารแห่งโลกปีศาจอยากจะขยายอาณาเขตจึงก่อาไม่หยุด จอมมารในตอนนั้นคือปู่ของจี๋ฉง เขามีความทะเยอทะยาน สามารถยึดครองดินแดนของโลกเซียนไว้ส่วนหนึ่ง จึงทำให้เป่ยิอินโกรธ
และหลังจากเป่ยิอินลงมือ เขาใช้เวลาแค่วันเดียวก็สามารถผลักดันกองทัพปู่ของจี๋ฉงให้กลับไปที่โลกปีศาจ าครั้งนั้นทำให้ทั้งสองฝ่ายสูญเสียกำลังพลไปมากมาย ปู่ของจี๋ฉงได้รับาเ็สาหัส รักษาไม่หาย สุดท้ายจึงเสียชีวิต
ดังนั้นเป้าหมายแรกในชีวิตของจี๋ฉงก็คือเอาชนะเป่ยิอิน ยึดครองดินแดนของโลกเซียน แต่ครั้งแรกที่เขาไปท้าสู้กับเป่ยิอินก็ล้มเหลว เทพเซียนที่เ็าผู้นี้ไม่ยอมสู้กับเขา ทำให้จี๋ฉงโกรธมาก จึงด่าทอเป่ยิอินอยู่หน้าม่านค่ายกลสามวันสามคืน เขาคิดว่าการยั่วโมโหแบบนี้จะทำให้เป่ยิอินต้องออกมาสู้กับตน
แต่ไม่คิดเลยว่าเป่ยิอินจะเป็คนหูหนวก ไม่ว่าเขาจะด่าแรงแค่ไหน อีกฝ่ายก็ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ จี๋ฉงจึงปล่อยไอมารออกจากร่างกาย ทำลายพืชพันธุ์ทั้งหมดบนูเาเซียน พอเขาจากไป ูเาที่เคยเขียวขจีก็กลายเป็ูเาที่แห้งแล้ง
ทว่าเป่ยิอินรู้เื่นี้แล้วก็ยังไม่โกรธ อีกฝ่ายใช้กระบี่กรีดฝ่ามือของตัวเอง จากนั้นก็สาดเืลงบนูเา
ูเาที่เคยแห้งแล้งก็กลับมาเขียวขจีอีกครั้ง
นอกจากนี้ เป่ยิอินยังส่งสารไปยังโลกปีศาจ เขียนถึงสาเหตุการตายของปู่จี๋ฉง พอจี๋ฉงได้อ่านเนื้อความในสารก็บังเกิดโทสะ ออกไปกวาดล้างโลกปีศาจ
เพราะที่แท้ปู่ของเขาไม่ได้ตายในสนามรบ แต่ถูกคนทรยศ! มีคนหมายแย่งชิงตำแหน่งจอมมาร จึงใช้เป่ยิอินเป็เครื่องมือ ตั้งใจยืมมีดฆ่าคน แต่เป่ยิอินไม่ใช่คนที่หลอกใช้ง่ายๆ สุดท้ายคนที่คิดร้ายก็ตายเอง
หลังจากที่จี๋ฉงกวาดล้างโลกปีศาจแล้วก็ขึ้นครองตำแหน่งจอมมาร เขาก็ตั้งใจบ่มเพาะพลังเพื่อที่จะเพิ่มระดับการฝึกตนให้ตัวเองอย่างรวดเร็ว เขาจึงฝึกวิชาต้องห้าม ดูดไอมารเพื่อเพิ่มพลังยุทธ์ให้ตัวเอง จึงทำให้ปีศาจที่มีพลังบ่มเพาะสูงในโลกปีศาจล้มตายไปหลายตน
จี๋ฉงรู้ว่าคนที่เป่ยิอินรักและห่วงใยมากที่สุดก็คือศิษย์น้องหญิง มีข่าวลือว่าทั้งสองคนเป็คู่รักเซียน เขาจึงปิดบังไอมาร แฝงตัวเข้าไปในสำนักเซียนเพื่อหาสุ่ยเซียน แต่ยังไม่ทันที่เขาจะลักพาตัวสุ่ยเซียน ก็ถูกเป่ยิอินจับได้
เมื่อเื่ราวมาถึงขั้นนี้ เป่ยิอินจึงยอมรับคำท้าของเขา ทั้งสองคนจึงสู้กันที่แม่น้ำแห่งการลืมเลือน สู้กันเจ็ดวันเจ็ดคืน สุดท้ายก็าเ็ ล่าถอยกันไปทั้งคู่
จี๋ฉงบำเพ็ญเพียรอยู่หนึ่งเดือน คิดไปคิดมาก็ยังรู้สึกไม่อยากยอมแพ้ จึงตัดสินใจแฝงตัวเข้าไปในสำนักเซียนอีกครั้งเพื่อลักพาตัวสุ่ยเซียน แต่เพิ่งจะมาถึงเชิงเขาก็เจอกับหนานลี่
หนานลี่ลืมตาขึ้นอีกทีก็พบว่าตัวเองถูกจี๋ฉงพามาที่หน้าวิหารเทพเซียนแล้ว ม่านค่ายกลที่วิหารเทพเซียนถูกทำลาย ข้างในไม่ใช่หิมะสีขาวและดอกเหมยที่กำลังผลิบานอีกต่อไป แต่กลายเป็หญ้ารกร้างเต็มไปหมด
จี๋ฉงนึกว่าตัวเองมาผิดที่ เขากระพริบตาปริบๆแล้วก็หัวเราะออกมาอย่างสาแก่ใจ " ที่นี่คือที่อยู่ของเป่ยิอินงั้นหรือ เหตุใดถึงได้พังพินาศเช่นนี้ ถูกปล้นหรือไร? หากรู้ว่าเป็ฝีมือวีรบุรุษตนใด ข้าจะเอ่ยปากขอเขาเป็สหาย"
ศัตรูของศัตรูก็คือมิตร!
เป่ยิอินเป็คนที่ชอบความสมบูรณ์แบบ การได้เห็นที่อยู่ของตัวเองพังพินาศเช่นนี้ เกรงว่าคงโมโหน่าดู!
หน้าผากของหนานลี่มีเส้นเืสีดำปูดขึ้นมาสามเส้น พูดตามตรงนางก็คือวีรบุรุษที่จอมมารพูดถึง แต่นางไม่กล้ายอมรับ
หนานลี่มองไปที่ประตู เมื่อครู่ระบบบอกว่าท่านเซียนกลับมาแล้ว แต่ยามนี้กลับยังไม่ปรากฏตัว หรือท่านเซียนจะออกไปอีกแล้ว?
จี๋ฉงอารมณ์ดี จึงมองหนานลี่ด้วยสายตาที่อ่อนโยนลง ตบไหล่ของนางแล้วก็พูดว่า "ปีศาจน้อย ท่าทีของเ้าดูประหม่ายิ่ง อย่าบอกนะว่าเ้าเป็คนทำลายที่นี่? ไม่นึกเลยว่าพวกเราจะมีความคิดเฉกเช่นเดียวกัน ไปๆๆ ข้าจะเลี้ยงเหล้าเ้าเอง"
จี๋ฉงมองหนานลี่ด้วยรอยยิ้ม แต่พอมองเข้าไปในแววตานาง กลับสามารถเห็นถึงความรู้สึกผิดที่อยู่ข้างใน
หนานลี่คิดในใจ : ข้าไม่เหมือนท่านสักหน่อย ท่านคือตัวละครหลัก ส่วนข้าเป็แค่นางร้ายตัวประกอบ
"พวกเ้าจะไปที่ใดกัน?" เสียงเย็นเฉียบดังขึ้นจากกลางอากาศ หนานลี่ได้ยินก็ใจหายวูบ
หนานลี่คิดในใจ : ทำไมถึงรู้สึกเหมือนกับแอบทำเื่ไม่ดีแล้วถูกจับได้กันนะ?
หนานลี่กับจี๋ฉงหันไปมองพร้อมกัน เห็นเป่ยิอินในชุดขาวสะอาดยืนอยู่บนฟ้า ข้างๆก็คือสุ่ยเซียนในชุดแดงสด แสงแดดส่องกระทบร่างของทั้งสองคน ดูงดงามยิ่ง ลมพัดชายเสื้อของทั้งสองคนพันกัน ช่างดูตระการตา
สุ่ยเซียนเมื่อหายจากพิษแล้วดูเปล่งประกายเจิดจรัสยิ่ง ในฐานะนางเอก นางมีรูปโฉมที่งดงามอยู่แล้ว เมื่อสวมชุดแดงก็ยิ่งขับให้นางดูโดดเด่น นางมองหนานลี่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความดูถูกและเยาะเย้ย
"ศิษย์พี่ เห็นกับตาดีกว่าฟังผู้อื่นพูด ท่านดูสิ ปีศาจน้อยตนนี้เป็คนของจอมมาร ข้าพูดไม่ผิดใช่หรือไม่เ้าคะ" เสียงเยาะเย้ยของสุ่ยเซียนดังขึ้นข้างๆหูของหนานลี่
หนานลี่เม้มปาก เื่ราวกลับพลิกผันแบบที่นางคาดไม่ถึง นางพูดไม่ออกจริงๆ
เป่ยิอินมองหนานลี่ด้วยดวงตาที่ลึกล้ำ ถามทีละคำว่า" เ้าเป็คนของจอมมารจริงหรือ?"
จี๋ฉงเลิกคิ้วขึ้น พอได้ยินบทสนทนาของทั้งสองคนก็รู้สึกสนุกจึงโอบไหล่หนานลี่ไว้ มองเป่ยิอินอย่างท้าทาย "เป่ยิอิน ครั้งที่แล้วพวกเรายังไม่ได้ตัดสินแพ้ชนะ เมื่อไหร่เราจะได้สู้กันอีก"
เป่ยิอินจึงหันไปมองจี๋ฉงที่กำลังยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ "ปล่อยนางเสีย"
จี๋ฉงยังคงโอบไหล่หนานลี่ไว้ "เ้าบอกให้ปล่อย ข้าก็ต้องยอมปล่อยรึ เช่นนั้นข้าไม่เสียหน้าแย่หรอกหรือ? ข้าเป็ถึงจอมมาร เป็ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกปีศาจ ผู้ใดทำให้ข้าเสียหน้า ข้าจะทำให้มันผู้นั้นเสียหน้าเช่นกัน"
เป่ยิอินี้เีฟังจี๋ฉงพูดมาก สองนิ้วของเขาประกบกันแล้วดีดออกไป แสงสีทองพุ่งออกจากปลายนิ้วของเขา ตรงไปที่หว่างคิ้วของจี๋ฉง