ชีชีอธิบายรายละเอียดการสร้างเครื่องตีแนวและเครื่องปักดำนาอย่างถี่ถ้วนจนกระทั่งท่านผู้เฒ่าไป๋ยอมจากไปอย่างอาลัยอาวรณ์
เมื่อครู่มีบรรดาผู้บังคับบัญชาอยู่กันครบครันพวกพี่สะใภ้และเหล่าป้าๆ ในเขตบ้านพักทหารจึงไม่กล้าเสนอหน้าเข้ามาใกล้
ทว่ายามนี้เหลือเพียงชีชีอยู่เพียงลำพังทุกคนจึงพากันกรูเข้ามาห้อมล้อมเธอไว้ในทันที
โดยเฉพาะพี่สะใภ้หลี่ที่หยิบธงเกียรติยศขึ้นมาพินิจพิจารณาดูทั้งซ้ายและขวา
“สหายเสี่ยวชี คุณนี่เก่งจริงๆ เลย ฉันอยู่ที่เขตบ้านพักทหารมาตั้งนานคุณเป็คนแรกเลยนะที่ได้รับธงเกียรติยศแบบนี้ ช่างเป็เกียรติเหลือเกินพวกเราทุกคนพลอยรู้สึกมีหน้ามีตาไปด้วยเลย”
ทว่าป้าหวังที่อยู่บ้านติดกันกลับจ้องตาเขม็งไปที่ซองจดหมายในมือของชีชี“ในนั้นมีเงินสองร้อยหยวนจริงๆ หรือ? ทำไมเขาถึงใจถึงให้เยอะขนาดนี้กันนะ”
ชีชีไม่ได้คิดจะปกปิดอะไรเธอหยิบธนบัตรใบละสิบหยวนสีดำฉบับใหญ่จำนวนยี่สิบใบออกมาให้ทุกคนดูตรงๆ
ไม่ใช่เพื่ออะไรอื่นแต่เพื่อบอกให้ทุกคนรู้ว่าเธอมีเงิน ต่อไปหากกินของดีๆ ทุกวันจะได้ไม่เป็ที่สงสัย
ขนาดแค่เครื่องไถพรวนดินลึกเครื่องเดียวเขายังให้ตั้งสองร้อยต่อไปยังมีเครื่องตีแนวกับเครื่องปักดำนาอีกเชื่อเถอะว่าเบื้องบนต้องให้เงินรางวัลเพิ่ม
ถึงตอนนั้นเธอจะกินเนื้อทุกวันเลยคอยดู
ภรรยาของรองผู้บังคับการกรมจางเป็คนหัวไวเธอขยับเข้าไปใกล้ชีชีแล้วกระซิบถามเสียงเบา “สหายเสี่ยวชีคุณบุกเบิกที่ดินทำนาคนเดียวคงเหนื่อยแย่เลยใช่ไหม? ให้พวกเราช่วยหยิบจับอะไรบ้างไหมจ๊ะ?”
เหอะคนผู้นี้ช่างหาเศษหาเลยเก่งเสียจริง
คนเขาทำจนจะเสร็จหมดแล้วแม่คุณเพิ่งจะโผล่มาขอส่วนบุญตอนเก็บเกี่ยวผลผลิต
ถึงอย่างนั้นชีชีก็ไม่ได้ปฏิเสธไปตรงๆ “ในเมื่อไถที่เสร็จแล้วเมล็ดพันธุ์ก็หว่านลงไปแล้ว ต่อไปก็เหลือแค่รดน้ำ ใส่ปุ๋ย อะไรทำนองนั้นถ้าพวกพี่เต็มใจจะมาช่วย ฉันก็ยินดีแน่นอนค่ะ”
รอยยิ้มบนใบหน้าของสะใภ้จางพลันแข็งค้าง“ตายจริง พื้นที่กว้างใหญ่ขนาดนั้นรดน้ำไม่ใช่เื่ง่ายเลยนะต้องหาบน้ำไปจากบ่อน้ำในเขตบ้านพักทีละถังๆ เชียวล่ะ ร่างกายเล็กๆอย่างคุณจะไหวหรือ? ส่วนฉันน่ะไม่ไหวหรอกตอนคลอดลูกคนที่สามร่างกายมันเสียศูนย์ไปหมด งานใช้แรงงานน่ะทำไม่ลงจริงๆ”
นั่นไงถอยทัพไปหนึ่งรายแล้ว
จากนั้นก็มีคนอื่นพูดแทรกขึ้นมา“การใส่ปุ๋ยยิ่งยากเข้าไปใหญ่ใช่ไหมล่ะ? ต้องไปตระเวนเก็บปุ๋ยคอกตามบ้านแถมยังต้องทำบ่อหมักปุ๋ยอีก งานแบบนี้ผู้หญิงที่ไหนจะทำไหว? ไม่ได้หรอกไม่ได้จริงๆ”
ฟังคำพูดคำจาเข้าสิราวกับว่าชีชีไปบังคับขืนใจให้พวกเธอช่วยอย่างนั้นแหละ
ทั้งที่ความจริงสมัยอยู่บ้านเดิมใครบ้างไม่เคยลงนาทำงานเกษตร?
เพียงแต่พอมาอยู่สุขสบายในเขตบ้านพักทหารได้ไม่กี่ปีจนเคยตัวทำเป็บอบบางประหนึ่งบ่าแบกไม่ไหว มือยกไม่ขึ้นไปเสียได้
ชีชีไม่ได้แฉพวกเธอเพราะอย่างไรเสียก็อยู่ร่วมรั้วเดียวกัน เจอหน้ากันทั้งเช้าเย็นไม่จำเป็ต้องหักหน้ากันจนถึงขั้นมองหน้ากันไม่ติด
พี่สะใภ้หลี่มีสีหน้ากังวล“สหายเสี่ยวชี งานเยอะขนาดนั้นคุณคนเดียวจะทำไหวหรือ?”
“พี่สะใภ้วางใจเถอะค่ะ ฉันมีวิธีของฉัน”
เมื่อเห็นว่าชีชียังคงยิ้มแย้มแจ่มใสไม่มีท่าทีกลัดกลุ้มแม้แต่น้อย พี่สะใภ้หลี่จึงไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อ
เธอรู้สึกว่าชีชีเป็คนมีวาสนาดูอย่างตอนวางกับดักสิ คนอื่นทำไม่ได้แต่เธอกลับดักได้กระต่ายตัวอ้วนพี
พวกเธอเคยไปลองทำตามอยู่หลายครั้งแต่ก็ยังดักอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง
ในเมื่อชีชีบอกว่ามีวิธีก็คงจะมีวิธีจริงๆ นั่นแหละ
ขนาดเครื่องจักรบุกเบิกที่ดินนั่นเธอยังประดิษฐ์ขึ้นมาได้เลยไม่แน่ว่างานรดน้ำใส่ปุ๋ยนี่เธอก็อาจจะมีวิธีผ่อนแรงที่คาดไม่ถึง
กว่าจะส่งพวกพี่สะใภ้และเหล่าป้าๆกลับไปได้ก็ไม่ใช่เื่ง่าย ชีชีจึงแบกตะกร้าขึ้นเขาไปทันที
คำพูดของคนพวกนั้นเตือนสติเธอได้ดีตอนนี้ในนาใช้เพียงน้ำพุิญญารดจึงไม่ต้องออกแรงมากและไม่ต้องใส่ปุ๋ย
แต่นี่ไม่ใช่แผนการระยะยาวหากไม่มีใครเคยเห็นเธอรดน้ำหรือใส่ปุ๋ยเลย แต่พืชพรรณกลับงอกงามผิดหูผิดตานั่นจะนำภัยมาสู่ตัว
เธอขึ้นเขามาเพื่อหาแหล่งน้ำเพื่อที่จะขุดทางน้ำลงมาจากบนเขา แล้วประดิษฐ์ระบบชลประทานอัตโนมัติออกมาเพื่อปิดปากพวกขี้สงสัยให้สิ้นซาก
ส่วนเื่การใส่ปุ๋ยคงต้องหาทางดูอีกที งานหาบปุ๋ยคอกน่ะเธอไม่ทำแน่นอน
เห็นชีชีขึ้นเขาก็มีคนเดินตามมาทันที
เนื้อกระต่ายคราวที่แล้วมันช่างหอมหวนยวนใจพวกเธอยังติดใจไม่หายเลย
เดิมทีชีชีตั้งใจจะขึ้นเขาไปเดินเล่นคนเดียวพอหันกลับไปดูเท่านั้นแหละ ให้ตายสิ! เดินตามหลังมาเป็สิบ
แห่กันมามืดฟ้ามัวดินขนาดนี้สัตว์ป่าตัวน้อยๆ คงเตลิดหนีไปหมดพอดี
อย่างไรก็ตามการมีคนตามมาก็มีข้อดีเหมือนกัน
ชีชีไม่คุ้นเคยกับูเาแถวนี้หากจะหาแหล่งน้ำเองคงต้องเสียเวลาไม่น้อย
ในเมื่อมีไกด์พร้อมใช้งานขนาดนี้ไม่ใช้ก็โง่เต็มทน
“พี่สะใภ้คะ มีใครรู้บ้างว่าบนเขานี้มีตาน้ำอยู่ที่ไหนบ้าง?”
“มีสิ อยู่ตรงเนินเขาทางทิศตะวันตกนี่เอง ไม่ไกลหรอก”
ดวงตาของชีชีพลันเปล่งประกาย“พาฉันไปดูหน่อยได้ไหมคะ?”
“ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ”
เพียงครู่เดียวทั้งหมดก็มาถึงตาน้ำแห่งนั้น น้ำไหลออกมาจากซอกหินในปริมาณที่เพียงพอทีเดียว
ยิ่งไปกว่านั้นจุดนี้อยู่ไม่ไกลจากเชิงเขามากนัก สะดวกต่อการขุดทางน้ำเป็อย่างยิ่ง
ชีชีจดจำตำแหน่งนี้ไว้เตรียมตัวจะกลับไปเขียนแบบร่างทางส่งน้ำ
ส่วนเื่การก่อสร้างรูปธรรมคงต้องถามลู่เหย่ดูอีกที
เมื่อจัดการธุระสำคัญเสร็จสิ้นชีชีก็วางกับดักไว้อีกสองสามจุด
่นี้งานยุ่งตลอดเนื้อที่บ้านก็หมดแล้วยังไม่มีเวลาไปซื้อ
เหตุผลหลักคือทางไปตัวตำบลนั้นไกลเหลือเกินชีชีไม่อยากเสียเวลาเดินทางไปกลับจริงๆ
ยุคสมัยนี้ไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ส่วนตัวมิเช่นนั้นเธอคงอยากเลี้ยงหมูสักหลายตัว เลี้ยงไก่เลี้ยงเป็ดอีกฝูงใหญ่เพื่อให้มีเนื้อกินได้ตามใจอยาก
ทว่าตอนนี้ทำได้เพียงแค่คิดเท่านั้น
ยามอยากกินเนื้อคงต้องพึ่งพาการล่าสัตว์ป่าเพราะเนื้อในสหกรณ์รัฐก็มีไม่มาก ไปแล้วก็ใช่ว่าจะซื้อได้เสมอไป
ในพื้นที่มิติของชีชีน่ะมีเนื้ออยู่เพียบแต่เธอไม่กล้าเอาออกมาใช้โจ่งแจ้งเท่านั้นเอง
เมื่อเห็นชีชีวางกับดักคนอื่นๆ ก็พากันมามุงดูด้วยความสนใจ
เผื่อว่าจะโชคดีมีสัตว์ตาถั่ววิ่งมาติดกับบ้างไงเล่า?
เมื่อผู้หญิงมารวมตัวกันหัวข้อสนทนาก็หนีไม่พ้นเื่ฉาวโฉ่ในแต่ละบ้าน
บ้านไหนผู้ชายถูกกันไว้นอกห้องตอนกลางคืนบ้างล่ะบ้านไหนชอบเอาเปรียบชาวบ้าน บ้านไหนลูกดื้อที่สุด...
สารพัดเื่สัพเพเหระในครอบครัวที่เล่าอย่างไรก็ไม่จบสิ้น
ชีชีได้แต่ยืนฟังอยู่ข้างๆพูดตามตรงจนถึงตอนนี้ นอกจากพี่สะใภ้หลี่กับป้าหวังบ้านใกล้เรือนเคียงแล้วเธอยังจำหน้าใครกับชื่อใครไม่ค่อยได้เลย
การฟังคนพวกนี้ซุบซิบกันก็นับเป็ความบันเทิงอย่างหนึ่ง
‘โฮก!’
เสียงสัตว์ป่าร้องคำรามทำเอาทุกคนสะดุ้งสุดตัวถึงได้รู้ตัวว่ามัวแต่คุยจนเดินลึกเข้าไปในป่าทึบโดยไม่รู้ตัว
“หนี! รีบหนีเร็ว!” พี่สะใภ้หลี่หน้าซีดเผือดเสียงหลงจนคุมไม่อยู่
ทุกคนต่างพากันโกยแน่บลงจากเขาอย่างไม่คิดชีวิตแม้แต่รองเท้าหลุดก็ยังไม่กล้าหยุดเก็บ
มีเพียงชีชีที่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมหากหูไม่แว่วไป เธอจำได้ว่านั่นคือเสียงหมูป่าการใช้พื้นที่มิติจัดการหมูป่าสักตัวคงไม่เหลือบ่ากว่าแรง
แต่ชีชีก็รู้ดีว่าหมูป่าเป็สัตว์สังคมที่อยู่รวมกันเป็ฝูงหากไม่ได้มาตัวเดียวเธอคงรับมือไม่ไหว
ดังนั้นเธอจึงหาพุ่มไม้หนาทึบซ่อนตัวอย่างอดทนเพื่อรอให้หมูป่าเข้ามาใกล้
หากเกิดเหตุสุดวิสัยจริงๆก็แค่หลบเข้าไปในมิติ รับรองว่าไม่มีอันตรายแน่นอน
ผ่านไปราวห้านาทีในที่สุดชีชีก็ได้เห็นร่างของหมูป่า และเผลอเบิกตาโพลงด้วยความใ
ไม่ใช่เพราะอะไรแต่เพราะหมูป่าตัวนี้มันตัวใหญ่ั์เกินไปแล้ว!กะด้วยสายตาน่าจะหนักกว่าสามร้อยชั่ง (ประมาณ 150 กิโลกรัม)
เพียงแต่ท่าทางการวิ่งของมันดูแปลกประหลาดโอนเอนไปมาไม่มั่นคง
เมื่อมันวิ่งเข้ามาใกล้ชีชีจึงสังเกตเห็นว่าขาหลังของหมูป่าได้รับาเ็ เนื้อหายไปก้อนใหญ่
นั่นคือสาเหตุที่ทำให้มันวิ่งกะเผลกไปมา
ชีชีพลันยิ้มกริ่มแบบนี้แทบไม่ต้องหาเหตุผลประกอบเลย
เธอรีบดึงก้อนหินขนาดใหญ่หนักร่วมร้อยชั่งจากรอบตัวเก็บเข้ามิติรอจนหมูป่าเข้ามาในระยะหวังผลก็ซัดใส่เธอมันทันที
พลังการคำนวณของพื้นที่มิตินั้นแม่นยำอย่างน่าอัศจรรย์ก้อนหินปะทะเข้าที่ศีรษะของหมูป่าอย่างจัง ปลิดชีพมันในคราเดียว
และในขณะนั้นเองพี่สะใภ้หลี่ที่วิ่งลงมาถึงตีนเขาเพิ่งสังเกตเห็นว่าชีชีไม่ได้ตามลงมาด้วยเธอไม่เสียเวลาหอบหายใจ รีบวิ่งไปที่กองพลเพื่อหาลู่เหย่ทันที
“ภรรยาของคุณ... บนเขา... หมูป่า... รีบไป...”
หน้าของลู่เหย่พลันขาวซีดในพริบตาเขาคว้าตัวทหารใต้บังคับบัญชาพร้อมอาวุธครบมือ พุ่งทะยานขึ้นเขาไปสุดกำลัง
“ชีชี คุณต้องไม่เป็อะไรนะ รอผมก่อน!”