ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 46 ของขวัญต้อนรับคุณลุงบินหายไปแล้ว

            “น้องกล้าเสี่ยงเกินไป”

            ณ บ้านหลินสวีเม่าถิงแค่ก้าวเท้าเข้ามาในบ้านก็เริ่มตำหนิสวีหว่านหนิง

            สวีหว่านหนิงก้มหน้าฟังคำตำหนิแต่ไม่คิดจะเปลี่ยนใจ

            “พี่รองเมื่อก่อนตอนอยู่ปักกิ่งฉันเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง ในนั้นบันทึกวิธีการผลิตอาหารกระป๋องเอาไว้ที่จริงแล้วมันไม่ยากเลย ฉันจึงอยากลองดูสักครั้ง เกิดมันสำเร็จขึ้นมาล่ะคะ”

            สวีหว่านหนิงมองหน้าสวีเม่าถิงนิ่งๆแววตาของเธอตอนนี้เปล่งประกาย เต็มไปด้วยความมั่นใจ

            ไม่เหมือนเดิมอีกแล้วน้องสาวของเขาเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ

            เธอคนก่อนคือไข่มุกงามที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของตระกูลสวีแต่มักจะไม่มีความมั่นใจในตัวเองเท่าที่ควร โดยเฉพาะหลังทำตัวกร่างเอาแต่ใจ ก็มักจะมีท่าทีกล้าๆกลัวๆ

            เพราะสาเหตุนี้ทำให้อาเล็กกับน้าสะใภ้กลุ้มใจมากกลัวว่านิสัยนี้จะทำให้น้องสาวของเขาถูกคนเอาเปรียบ

            แต่การมาอยู่ในชนบทช่วงไม่กี่ปีมานี้น้องสาวของเขาโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

            ด้วยเหตุนี้สวีเม่าถิงจึงปลื้มใจมาก

            “ได้ในเมื่อน้องมั่นใจ พี่รองก็จะสนับสนุน ต่อให้ไม่ประสบความสำเร็จก็ไม่เป็นไรยังไงพี่รองก็จะช่วยหนุนหลังน้องเอง”

            “ขอบคุณค่ะพี่รอง”สวีหว่านหนิงยิ้มกว้าง แต่ในใจกลับบ่นว่า ไม่สำเร็จงั้นหรือ? ไม่มีทาง!

            ทั้งคู่คุยกันจนกระทั่งเดินเข้ามาในโถงรับแขก

            ข้างนอกลมแรงมากยืนคุยกันแค่ไม่กี่ประโยค ร่างกายก็เต็มไปด้วยไอเย็น

            สวีหว่านหนิงชินกับสภาพอากาศอันเลวร้ายลักษณะนี้แล้วแต่พี่รองมาจากปักกิ่ง ปักกิ่งไม่ได้หนาวมากเท่ามณฑลเฮย เธอกลัวพี่รองจะเป็นหวัด

            “คุณป้าสวัสดีครับ” สวีเม่าถิงทักทายแม่หลินอย่างมีมารยาทก่อนจะวางของที่หิ้วมาด้วยลงบนโต๊ะ

            ครั้งก่อนที่มาบ้านหลินกะทันหันเขาไม่ได้เตรียมของติดไม้ติดมือมาด้วย เรื่องนี้ทำให้เขากังวลใจอยู่หลายวันกลัวคนตระกูลหลินจะคิดว่าตนไร้มารยาท และส่งผลกระทบกับน้องสาว

            ดังนั้นเมื่อรู้ว่าวันนี้จะมาที่หมู่บ้านต้าเจียงเขาจึงเตรียมของขวัญใส่ไว้ท้ายรถเอาไว้ล่วงหน้าตอนมาบ้านหลินก็แค่หยิบมันออกมาเท่านั้น

            “โอ้แค่มาเยี่ยมกันก็พอแล้ว เอาของมาทำไมเล่า พวกเราไม่ได้ยึดติดกับเรื่องแบบนี้หรอก!” แม่หลินรีบปฏิเสธ

            อย่าคิดว่าเธอตาฝ้าฟางจนดูไม่ออกในตะกร้ามีนมมอลต์ใส่อยู่ถึงสองกระป๋อง!

            มันเป็นของที่ราคาแพงมากซื้อที่สหกรณ์ต้องจ่ายเงินไม่น้อย

            นอกจากนมมอลต์ยังมีน้ำตาลทรายแดงอีกหนึ่งก้อน ลูกอมรสนมอีกครึ่งกิโลกรัม รวมถึงของที่เธอไม่รู้จักอีกจำนวนหนึ่ง

            สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ถูกห่อไว้แต่ใส่เอาไว้ในตะกร้า

            ไหนจะข้าวของที่ใส่ถุงมาอีกมากมายเธอแยกไม่ออกว่าอะไรคืออะไร แต่ดูก็รู้แล้วว่าราคาไม่ใช่ถูกๆ

            “อาหนิงรีบบอกให้พี่รองของลูกเอาของกลับไปเถิด”

            “แม่คะนี่คือของขวัญการพบกันครั้งแรกที่พี่รองอยากให้แม่กับหลานทั้งสองคนแม่รับเอาไว้เถอะค่ะ”

            “นั่นสิครับคุณป้าวันนี้ผมคงต้องขอทานอาหารที่บ้านด้วย ถ้าคุณป้าไม่รับไว้ผมคงอยู่ทานอาหารที่นี่อย่างไม่สบายใจแล้วละครับ”

            สองพี่น้องผลัดกันเกลี้ยกล่อมทำเอาแม่หลินต้องยอมรับของขวัญราคาแพงเอาไว้

            “ถ้าอย่างนั้นแม่จะรับไว้นั่งคุยกับอาหนิงไปก่อนนะ แม่จะไปจับไก่”

            “แม่ให้ฉันทำเถอะค่ะ”

            “เฮ้องานแบบนี้ลูกทำไม่ได้!” แม่หลินพูดพลางผูกผ้ากันเปื้อน “แม่จะไปเตรียมของ อีกเดี๋ยวลูกแค่เข้าครัวไปทำอาหารก็พอ”

            หลังแม่หลินออกไปแล้วสวีเม่าถิงถึงเห็นศีรษะน้อยๆ ของเด็กสองคนยื่นออกมาจากในห้องฝั่งตะวันตก เด็กๆกำลังมองเขาอย่างพิจารณา

            รอยยิ้มบนใบหน้าของเขากว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะกวักมือเรียก “มาสิ มาหาลุงตรงนี้”

            สวีหว่านหนิงหางตากระตุกน้ำเสียงของพี่รองทำไมถึงเหมือนพวกคุณลุงโรคจิตอย่างนี้?

            “พี่ชายพี่ไปก่อนสิจ๊ะ”

            “ไม่น้องไปก่อนเถอะ”

            สองพี่น้องผลัดกันบอกปัดไม่มีใครกล้าเข้าใกล้สักคน

            สวีเม่าถิงอดเจ็บจี๊ดในใจไม่ได้

            เขารู้ว่าปกติตนเป็นคนเข้มงวดทำให้เด็กๆ ตกใจง่าย เพราะฉะนั้นเมื่อครู่ถึงได้ฉีกยิ้มกว้างเพื่อทำให้ตนดูใจดีขึ้นอีกหน่อย

            แต่เหมือนมันจะทำให้พวกเขาตกใจ

            “ต้าชุนเยาเม่ย ออกมาสิ มาคุยกับคุณลุง”

            เมื่อแม่ออกคำสั่งเด็กสองคนจึงต้องก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างช้าๆ แม้จะไม่เต็มใจก็ตาม

            ทว่าพวกเขาก็ยังเว้นระยะห่างจากสวีเม่าถิงถึงห้าก้าว

            “คุณลุงพวกหนูไม่ใช่ไม่เตรียมของขวัญต้อนรับคุณลุงนะคะ แต่เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยค่ะ”

            เพื่อบอกว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนเยาเม่ยจึงใช้นิ้ววาดประกอบ

            สวีเม่าถิงประหลาดใจ“พวกหลานเตรียมของขวัญให้ลุงด้วยหรือ”

            สวีหว่านหนิงยิ้ม“ตอนพี่มาครั้งแรก พวกเขาสองคนแอบวิ่งออกจากบ้านไปเตรียมของขวัญให้พี่แต่สุดท้ายพอกลับมาที่บ้าน พี่ดันกลับไปก่อน ต้าชุนปิดของขวัญเสียมิดชิดฉันเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร”

            “หืม?เล่าให้ลุงฟังได้ไหม”

            “มันคือไข่นกค่ะ” เยาเม่ยกล่าวเสียงใส “พี่ต้าชุนบอกว่า คุณลุงคงไม่เคยกินไข่นกปิ้งมันคือของกินเล่นที่พวกหนูชอบกินมากที่สุด พี่ต้าชุนเลยปีนขึ้นต้นไม้ใหญ่หลายต้นเพื่อหาไข่นกจากรังนก แต่ว่า...”

            เยาเม่ยบุ้ยปาก“แต่พวกหนูไม่รู้ว่าคุณลุงจะกลับมาอีกตอนไหนกลัวไข่นกจะแตกเลยเอาไปใส่ไว้ใต้ผ้าห่ม สุดท้ายไข่ก็ฟักกลายเป็นลูกนกค่ะ”

            พูดจบเยาเม่ยก็ร้องไห้ออกมาอย่างทนไม่ไหวต้าชุนเองก็น้ำตาคลอ

            นี่คือของขวัญต้อนรับที่พวกเขาตั้งใจเตรียมไว้ให้คุณลุงแต่สุดท้ายมันกลับกลายเป็นนกน้อยไปเสียได้

            คุณลุงจะคิดว่าพวกเขาไม่ให้ความสำคัญกับคุณลุงหรือเปล่า?

            สวีหว่านหนิงยกมือก่ายหน้าผากอย่างอ่อนใจ

            เธอไม่อยากเชื่อเลยว่าเด็กน้อยซื่อบื้อทั้งสองจะเติบโตมาจากการอบรมของเธอ

            แต่สวีเม่าถิงกลับอุ่นวาบไปทั้งใจ

            แม้พวกเขาจะเจอกันแค่เดี๋ยวเดียวเท่านั้นแต่หลานๆ กลับตั้งใจเตรียมของขวัญให้เขา ช่างเป็นน้ำใจที่หาได้ยากเหลือเกิน

            หรือว่านี่ก็คือความผูกพันทางสายเลือด?

            ก่อนหน้านี้ เขาชอบเด็กน้อยทั้งสองเพราะพวกเขาเป็นลูกของน้องสาวสุดที่รักแต่ตอนนี้เขาพูดได้เลยว่า เขาชอบเด็กสองคนนี้จากใจจริง

            ใครบ้างจะกล้าปฏิเสธหลานชายกับหลานสาวที่จริงใจกับตัวเองได้ลงคอ?

            สวีเม่าถิงลุกขึ้นแล้วก้าวเท้าไปข้างหน้าจากนั้นก็โน้มตัวอุ้มเด็กสองคนขึ้นมา

            วินาทีที่ตัวลอยขึ้นเยาเม่ยยกแขนโอบรอบคอสวีเม่าถิงตามสัญชาตญาณ

            คุณพ่อก็เคยอุ้มเธอแบบนี้แต่น่าแปลกที่อ้อมกอดของคุณพ่อไม่เหมือนกับของคุณลุง

            ตอนศีรษะของเยาเม่ยซบมาที่ลำคอหัวใจของสวีเม่าถิงเหลวเป็นน้ำ

            เขาเคยอุ้มลูกชายสองคนของพี่ใหญ่แต่ความรู้สึกช่างต่างกับตอนอุ้มหลานสาวอย่างสิ้นเชิง

            เด็กผู้หญิงน่ารักกว่าเสมอ

            เขาคิดในใจว่าตนควรจะแต่งงานได้แล้วหรือไม่ จะได้มีลูกสาวที่นุ่มนิ่มและน่ารักเหมือนเยาเม่ย?

            “พอแล้วค่ะพี่วางพวกเราลงเถอะ เด็กสองคนนี้ซนมาก เนื้อตัวสกปรก เดี๋ยวจะทำให้เสื้อผ้าของพี่เปื้อนเอานะคะ”

            “แม่ครับพวกเราเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ก่อนออกมาเจอคุณลุงแล้วครับ” ต้าชุนไม่พอใจจึงทำหน้ามุ่ย

            อีกอย่างต่อให้ไม่เปลี่ยนชุด เขาก็ไม่ได้สกปรกสักหน่อยทำไมแม่ต้องปรักปรำเขาต่อหน้าคุณลุงด้วย?

            สวีหว่านหนิงเป็นใบ้ในบัดดล

            พี่รองมีเสน่ห์มัดใจเด็กๆมากกว่าเธอเสียอีก

             

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530