“น้องกล้าเสี่ยงเกินไป”
ณ บ้านหลินสวีเม่าถิงแค่ก้าวเท้าเข้ามาในบ้านก็เริ่มตำหนิสวีหว่านหนิง
สวีหว่านหนิงก้มหน้าฟังคำตำหนิแต่ไม่คิดจะเปลี่ยนใจ
“พี่รองเมื่อก่อนตอนอยู่ปักกิ่งฉันเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง ในนั้นบันทึกวิธีการผลิตอาหารกระป๋องเอาไว้ที่จริงแล้วมันไม่ยากเลย ฉันจึงอยากลองดูสักครั้ง เกิดมันสำเร็จขึ้นมาล่ะคะ”
สวีหว่านหนิงมองหน้าสวีเม่าถิงนิ่งๆแววตาของเธอตอนนี้เปล่งประกาย เต็มไปด้วยความมั่นใจ
ไม่เหมือนเดิมอีกแล้วน้องสาวของเขาเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ
เธอคนก่อนคือไข่มุกงามที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของตระกูลสวีแต่มักจะไม่มีความมั่นใจในตัวเองเท่าที่ควร โดยเฉพาะหลังทำตัวกร่างเอาแต่ใจ ก็มักจะมีท่าทีกล้าๆกลัวๆ
เพราะสาเหตุนี้ทำให้อาเล็กกับน้าสะใภ้กลุ้มใจมากกลัวว่านิสัยนี้จะทำให้น้องสาวของเขาถูกคนเอาเปรียบ
แต่การมาอยู่ในชนบทช่วงไม่กี่ปีมานี้น้องสาวของเขาโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ด้วยเหตุนี้สวีเม่าถิงจึงปลื้มใจมาก
“ได้ในเมื่อน้องมั่นใจ พี่รองก็จะสนับสนุน ต่อให้ไม่ประสบความสำเร็จก็ไม่เป็นไรยังไงพี่รองก็จะช่วยหนุนหลังน้องเอง”
“ขอบคุณค่ะพี่รอง”สวีหว่านหนิงยิ้มกว้าง แต่ในใจกลับบ่นว่า ไม่สำเร็จงั้นหรือ? ไม่มีทาง!
ทั้งคู่คุยกันจนกระทั่งเดินเข้ามาในโถงรับแขก
ข้างนอกลมแรงมากยืนคุยกันแค่ไม่กี่ประโยค ร่างกายก็เต็มไปด้วยไอเย็น
สวีหว่านหนิงชินกับสภาพอากาศอันเลวร้ายลักษณะนี้แล้วแต่พี่รองมาจากปักกิ่ง ปักกิ่งไม่ได้หนาวมากเท่ามณฑลเฮย เธอกลัวพี่รองจะเป็นหวัด
“คุณป้าสวัสดีครับ” สวีเม่าถิงทักทายแม่หลินอย่างมีมารยาทก่อนจะวางของที่หิ้วมาด้วยลงบนโต๊ะ
ครั้งก่อนที่มาบ้านหลินกะทันหันเขาไม่ได้เตรียมของติดไม้ติดมือมาด้วย เรื่องนี้ทำให้เขากังวลใจอยู่หลายวันกลัวคนตระกูลหลินจะคิดว่าตนไร้มารยาท และส่งผลกระทบกับน้องสาว
ดังนั้นเมื่อรู้ว่าวันนี้จะมาที่หมู่บ้านต้าเจียงเขาจึงเตรียมของขวัญใส่ไว้ท้ายรถเอาไว้ล่วงหน้าตอนมาบ้านหลินก็แค่หยิบมันออกมาเท่านั้น
“โอ้แค่มาเยี่ยมกันก็พอแล้ว เอาของมาทำไมเล่า พวกเราไม่ได้ยึดติดกับเรื่องแบบนี้หรอก!” แม่หลินรีบปฏิเสธ
อย่าคิดว่าเธอตาฝ้าฟางจนดูไม่ออกในตะกร้ามีนมมอลต์ใส่อยู่ถึงสองกระป๋อง!
มันเป็นของที่ราคาแพงมากซื้อที่สหกรณ์ต้องจ่ายเงินไม่น้อย
นอกจากนมมอลต์ยังมีน้ำตาลทรายแดงอีกหนึ่งก้อน ลูกอมรสนมอีกครึ่งกิโลกรัม รวมถึงของที่เธอไม่รู้จักอีกจำนวนหนึ่ง
สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ถูกห่อไว้แต่ใส่เอาไว้ในตะกร้า
ไหนจะข้าวของที่ใส่ถุงมาอีกมากมายเธอแยกไม่ออกว่าอะไรคืออะไร แต่ดูก็รู้แล้วว่าราคาไม่ใช่ถูกๆ
“อาหนิงรีบบอกให้พี่รองของลูกเอาของกลับไปเถิด”
“แม่คะนี่คือของขวัญการพบกันครั้งแรกที่พี่รองอยากให้แม่กับหลานทั้งสองคนแม่รับเอาไว้เถอะค่ะ”
“นั่นสิครับคุณป้าวันนี้ผมคงต้องขอทานอาหารที่บ้านด้วย ถ้าคุณป้าไม่รับไว้ผมคงอยู่ทานอาหารที่นี่อย่างไม่สบายใจแล้วละครับ”
สองพี่น้องผลัดกันเกลี้ยกล่อมทำเอาแม่หลินต้องยอมรับของขวัญราคาแพงเอาไว้
“ถ้าอย่างนั้นแม่จะรับไว้นั่งคุยกับอาหนิงไปก่อนนะ แม่จะไปจับไก่”
“แม่ให้ฉันทำเถอะค่ะ”
“เฮ้องานแบบนี้ลูกทำไม่ได้!” แม่หลินพูดพลางผูกผ้ากันเปื้อน “แม่จะไปเตรียมของ อีกเดี๋ยวลูกแค่เข้าครัวไปทำอาหารก็พอ”
หลังแม่หลินออกไปแล้วสวีเม่าถิงถึงเห็นศีรษะน้อยๆ ของเด็กสองคนยื่นออกมาจากในห้องฝั่งตะวันตก เด็กๆกำลังมองเขาอย่างพิจารณา
รอยยิ้มบนใบหน้าของเขากว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะกวักมือเรียก “มาสิ มาหาลุงตรงนี้”
สวีหว่านหนิงหางตากระตุกน้ำเสียงของพี่รองทำไมถึงเหมือนพวกคุณลุงโรคจิตอย่างนี้?
“พี่ชายพี่ไปก่อนสิจ๊ะ”
“ไม่น้องไปก่อนเถอะ”
สองพี่น้องผลัดกันบอกปัดไม่มีใครกล้าเข้าใกล้สักคน
สวีเม่าถิงอดเจ็บจี๊ดในใจไม่ได้
เขารู้ว่าปกติตนเป็นคนเข้มงวดทำให้เด็กๆ ตกใจง่าย เพราะฉะนั้นเมื่อครู่ถึงได้ฉีกยิ้มกว้างเพื่อทำให้ตนดูใจดีขึ้นอีกหน่อย
แต่เหมือนมันจะทำให้พวกเขาตกใจ
“ต้าชุนเยาเม่ย ออกมาสิ มาคุยกับคุณลุง”
เมื่อแม่ออกคำสั่งเด็กสองคนจึงต้องก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างช้าๆ แม้จะไม่เต็มใจก็ตาม
ทว่าพวกเขาก็ยังเว้นระยะห่างจากสวีเม่าถิงถึงห้าก้าว
“คุณลุงพวกหนูไม่ใช่ไม่เตรียมของขวัญต้อนรับคุณลุงนะคะ แต่เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยค่ะ”
เพื่อบอกว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนเยาเม่ยจึงใช้นิ้ววาดประกอบ
สวีเม่าถิงประหลาดใจ“พวกหลานเตรียมของขวัญให้ลุงด้วยหรือ”
สวีหว่านหนิงยิ้ม“ตอนพี่มาครั้งแรก พวกเขาสองคนแอบวิ่งออกจากบ้านไปเตรียมของขวัญให้พี่แต่สุดท้ายพอกลับมาที่บ้าน พี่ดันกลับไปก่อน ต้าชุนปิดของขวัญเสียมิดชิดฉันเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร”
“หืม?เล่าให้ลุงฟังได้ไหม”
“มันคือไข่นกค่ะ” เยาเม่ยกล่าวเสียงใส “พี่ต้าชุนบอกว่า คุณลุงคงไม่เคยกินไข่นกปิ้งมันคือของกินเล่นที่พวกหนูชอบกินมากที่สุด พี่ต้าชุนเลยปีนขึ้นต้นไม้ใหญ่หลายต้นเพื่อหาไข่นกจากรังนก แต่ว่า...”
เยาเม่ยบุ้ยปาก“แต่พวกหนูไม่รู้ว่าคุณลุงจะกลับมาอีกตอนไหนกลัวไข่นกจะแตกเลยเอาไปใส่ไว้ใต้ผ้าห่ม สุดท้ายไข่ก็ฟักกลายเป็นลูกนกค่ะ”
พูดจบเยาเม่ยก็ร้องไห้ออกมาอย่างทนไม่ไหวต้าชุนเองก็น้ำตาคลอ
นี่คือของขวัญต้อนรับที่พวกเขาตั้งใจเตรียมไว้ให้คุณลุงแต่สุดท้ายมันกลับกลายเป็นนกน้อยไปเสียได้
คุณลุงจะคิดว่าพวกเขาไม่ให้ความสำคัญกับคุณลุงหรือเปล่า?
สวีหว่านหนิงยกมือก่ายหน้าผากอย่างอ่อนใจ
เธอไม่อยากเชื่อเลยว่าเด็กน้อยซื่อบื้อทั้งสองจะเติบโตมาจากการอบรมของเธอ
แต่สวีเม่าถิงกลับอุ่นวาบไปทั้งใจ
แม้พวกเขาจะเจอกันแค่เดี๋ยวเดียวเท่านั้นแต่หลานๆ กลับตั้งใจเตรียมของขวัญให้เขา ช่างเป็นน้ำใจที่หาได้ยากเหลือเกิน
หรือว่านี่ก็คือความผูกพันทางสายเลือด?
ก่อนหน้านี้ เขาชอบเด็กน้อยทั้งสองเพราะพวกเขาเป็นลูกของน้องสาวสุดที่รักแต่ตอนนี้เขาพูดได้เลยว่า เขาชอบเด็กสองคนนี้จากใจจริง
ใครบ้างจะกล้าปฏิเสธหลานชายกับหลานสาวที่จริงใจกับตัวเองได้ลงคอ?
สวีเม่าถิงลุกขึ้นแล้วก้าวเท้าไปข้างหน้าจากนั้นก็โน้มตัวอุ้มเด็กสองคนขึ้นมา
วินาทีที่ตัวลอยขึ้นเยาเม่ยยกแขนโอบรอบคอสวีเม่าถิงตามสัญชาตญาณ
คุณพ่อก็เคยอุ้มเธอแบบนี้แต่น่าแปลกที่อ้อมกอดของคุณพ่อไม่เหมือนกับของคุณลุง
ตอนศีรษะของเยาเม่ยซบมาที่ลำคอหัวใจของสวีเม่าถิงเหลวเป็นน้ำ
เขาเคยอุ้มลูกชายสองคนของพี่ใหญ่แต่ความรู้สึกช่างต่างกับตอนอุ้มหลานสาวอย่างสิ้นเชิง
เด็กผู้หญิงน่ารักกว่าเสมอ
เขาคิดในใจว่าตนควรจะแต่งงานได้แล้วหรือไม่ จะได้มีลูกสาวที่นุ่มนิ่มและน่ารักเหมือนเยาเม่ย?
“พอแล้วค่ะพี่วางพวกเราลงเถอะ เด็กสองคนนี้ซนมาก เนื้อตัวสกปรก เดี๋ยวจะทำให้เสื้อผ้าของพี่เปื้อนเอานะคะ”
“แม่ครับพวกเราเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ก่อนออกมาเจอคุณลุงแล้วครับ” ต้าชุนไม่พอใจจึงทำหน้ามุ่ย
อีกอย่างต่อให้ไม่เปลี่ยนชุด เขาก็ไม่ได้สกปรกสักหน่อยทำไมแม่ต้องปรักปรำเขาต่อหน้าคุณลุงด้วย?
สวีหว่านหนิงเป็นใบ้ในบัดดล
พี่รองมีเสน่ห์มัดใจเด็กๆมากกว่าเธอเสียอีก