เมื่อเจอคำถามของซูเหม่ยเหม่ยหลี่จินก็ตอบด้วยยิ้ม "สงสัยข้าจะเป็อัจฉริยะ200IQ..."
คำพูดของหลี่จินทำให้ทั้ง4คนมองหน้ากันอย่างสงสัย
"เออ..หลี่จิน200ไอคิวหมายถึงอะไร" หลินฟานถามด้วยคามสงสัย
"ชั่งมันเถอะน่าเราไปกันได้แล้ว"หลี่จินพูดพร้อมกับเดินออกไปทันที
"หลี่จิน!..."หลินฟานพยายามบอกว่าอย่าพึ่งแต่หลี่จินก็ไม่สนใจ ทำให้คนอีก 4 คนต้องเดินตามไปเพราะไม่งั้นมันจะเป็การที่อยู่บ้านของคนอื่นในขณะที่เ้าตัวไม่อนุญาติ
ทั้ง 4 คนลุกขึ้นและเดินตามหลี่จินที่เดินออกไปก่อน แล้วเมื่อหลี่จินเห็นทั้ง 4 คนตามมาเขาก็หยุดฝีเท้าลง ซึ่งหลินฟานที่เห็นก็ถามขึ้นมาทันที
"หลี่จินเ้าหยุดเดินทำไม? ไม่ใช้ว่าเราจะไปฐานเ้าไม่ใช้หรือ" หลินฟานถามด้วยความสงสัย
หลี่จินมองดูเฉินเฉินที่กำลังคุยกับซูเหม่ยเหม่ยอย่างสนุกสนาน จากนั้นก็หันไปตอบหลินฟาน "ใช้เราจะไปแต่ไม่ได้ไปแบบปกติ…หลินฟาน เฉินเฉิน ซูเหม่ยเหม่ยพวกเราทุกคนจะวิ่งออกไปส่วนซูเฟยเ้าก็เหมือนกัน และเ้าจะใช้พลังแฝงก็ได้ข้าไม่ว่าแต่อย่าทำขาตัวเองหักล่ะ"
พูดจบหลี่จินก็รวบรวมพลังแฝงไปที่กล้ามเนื้อน่องหน้ากับหลังพร้อมวิ่งออกไปทันทีทิ้งทั้ง 4 คนที่กำลังมึนๆกับคำพูดของตนเอาไว้
และในเวลาต่อมาหลินฟานก็ส่ายหน้าพร้อมกับหันไปกล่าวกับคนทั้งสาม "หลี่จินเขาบอกว่าจะช่วยให้ซูเฟยใช้พลังได้จากนั้นเขาก็ให้ซูเฟยทำอะไรแปลกๆ อย่างการยกถ้วยจานและครั้งนี้ก็คงเป็อีกอย่าง ซูเฟยเอย…เ้าก็ทนหน่อยละกัน…เฉินเฉินเหม่ยเหม่ยไปกันเถอะ" พูดจบหลินฟานก็ออกตัวใช้พลังแฝงวิ่งตามหลี่จินไป
แต่ดูเหมือนเฉินเฉินกับซูเหม่ยเหม่ยจะไม่เต็มใจ โดยเฉพาะซูเหม่ยเหม่ยทำให้ซูเฟยต้องพูดว่า"ท่านทั้งสองไม่ต้องเป็ห่วงข้าหรอกข้าจะไม่ใช้พลังแฝง" เพราะยังไงเขาก็ยอมรับการสอนของหลี่จินแล้วก็เลยต้องทำให้ถึงที่สุด
ได้ยินคำพูดของซูเฟยหญิงสาวทั้งสองก็ยอมวิ่งออกตัวไปก่อนซูเฟยในที่สุด...ซูเฟยมองไปข้างหน้าและถอนหายใจ 'ข้าคงต้องวิ่งจริงๆสินะ' ซูเฟยคิดพร้อมกับวิ่งตามไปด้วยร่างกายที่ไม่ใช้พลังแฝง
.........................................................
เวลาผ่านไปสักพักหลี่จินก็มาถึงที่ฐานตามด้วยหลินฟานไม่นานเฉินเฉินกับซูเหม่ยเหม่ยก็ตามมา แต่ซูเฟยคงยังอีกไกล ส่วนเหตุผลที่หลี่จินสั่งให้ซูเฟยทำเช่นนี้ก็เพราะเขา้าให้ซูเฟยไปพัฒนาด้านรร่างกายก่อน เพื่อให้เวลาใช้พลังร่างกายจะได้รับไว้
"นี้หลี่จิน!เ้าบอกข้ามาได้ไหมว่าให้ซูเฟยวิ่งมาทำไมเ้าก็น่าจะรู้ว่าเขาวิ่งโดยใช้พลังแฝงไม่ได้" ซูเหม่ยเหม่ยถามด้วยความรู้สึกขัดใจถึงเธออยากจะให้ซูเฟยใช้พลังได้ แต่เธอก็ไม่อยากให้น้องชายของเธอทรมานและสิ่งที่หลี่จินทำก็ยังไม่รู้ว่าจะมีประโยชน์รึเปล่า
ส่วนหลี่จินที่ได้ยินคำพูดก็ถอนหายใจออกมา "ปกติแล้วมิราสจะมีรูปแบบของตัวมันเองและรูปแบบของมันคือใช้พลังแฝงผ่านสิ่งที่เรียกว่าแกนมิราส…ข้าพูดถูกไหม" หลี่จินตอบซูเหม่ยเหม่ยด้วยคำถาม
"ก็ใช่ แต่หลี่จินมันเกี่ยวข้องอะไรกับสิ่งที่เ้าให้ซูเฟยทำ" หลินฟานถามกลับ
หลี่จินที่ได้ยินคำถามก็พูดต่อ "ยกตัวอย่างเช่นเฉินเฉินที่จะใช้พลังแฝงผ่านแกนมิราสเพื่อปลี่ยนแสงปกติเป็แสงศักสิทธิ์ แต่กับซูเฟยไม่ได้ใช้แกนมิราสเพราะว่าแกนมิราสของเขาแตกและละลายกลายเป็ส่วนหนึ่งของร่างกายทำให้เขาไม่ได้ใช้พลังแฝงผ่านแกนมิราสแต่เป็ร่างกาย ซึ่งตอนนี้ซูเฟยเกิดเหตุการณ์ที่ว่าร่างกายรับพลังไม่ได้"
“เช่นนั้นแสดงว่าการที่เ้าให้ซูเฟยทำเช่นนั้นก็เพื่อทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นและรับพลังได้เช่นนั้นหรือ” ซูเหม่ยเหม่ยถามหลังจากคิดไตร่ตรองดูสักครู่
หลี่จินชี้ไปที่ซูเหม่ยเหม่ย "ถูกต้อง!เอาล่ะข้าว่าเราควรทำสิ่งที่ต้อนรับซูเฟยกันหน่อยดีกว่าว่าไหม"หลี่จินกล่าวเพราะเมื่อทำอะไรหนักๆมาแล้วมีอะไรต้อบรับก็คงจะทำให้รู้สึกดี
"ต้อบรับหรือ? หลี่จินเ้าจะเอาอะไรมาต้อนรับ อาหารคงไม่ได้เพราะเราพึ่งกินมาและข้าว่าที่นี้ีคงไม่มีผลไม้ที่คลายความเหนื่อยล้าได้ ส่วนในฐานนั้นก็คงมีแต่เหล็กแล้วอุปกรณ์ของเ้า" เฉินเฉินกล่าวล้อเลียน
"ไม่ใช้ผลไม้แต่เป็ขนม"หลี่จินกล่าว
"ขนม? เ้าหมายถึงผลไม้เคลือบน้ำผึ่ง ลูกหวาน ดารีวันหรือจะเป็อย่างอื่น แต่บางที่เ้าอาจจะไม่รู้นะขนมแต่ล่ะอย่างต้องทำจากคนที่เชียวชาญและวัตถุดิบหายากบางอย่าง" เฉินเฉินพูดเหมือนตัวเองเป็แฟนพันธุ์แท้ขนม
"หึหึวัตถุดิบที่ข้า้ามีแค่ไข่ไก่ต้นน้ำหวานกับลูกทิมมะขุ่นเท่านั้นและใช้ดินประสิวเข้าช่วยอีกนิดหน่อย" หลี่จินกล่าวต้นน้ำหวานคืออ้อยต้นทิมะขุ่นคือมะพร้ามกะทิ
ใช้! มันเป็การทำไอติมกะทิถ้าถามว่าใช้ไข่ทำไม? มันก็เป็เพราะว่าเขาต้องใช้ครีมที่ตีได้จากไข่ขาวนะสิ
"นี้หลี่จินเ้าบ้าไปแล้วรึจะทำขนมจากลูกทิมมะขุ่น! ถึงรสชาติมันจะไม่ได้แย่แต่ขนมมันต้องทำจากวัตถุระดับสูงไม่ใช่รึ..." เฉินเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่ชอบอย่างรุนแรง
"เ้านี่น่าคนจากตระกูลใหญ่กินแต่ของดีๆ เลยไม่ค่อยชอบกินผลทิมมะ(มะพร้าว)" หลี่จินบ่น
"ก็มัน..."เฉินเฉินพยายามแย้งแต่ก็แย้งไม่ออก
หลี่จินยักไหล่กับท่าทีของเฉินเฉินและหันไปพูดกับหลินฟาน "หลินฟานไปช่วยข้าขนของ"
พูดจบเขาก็เดินเข้าไปในฐานเพื่อเอาทุกอย่างออกมา ส่วนหลินฟานก็มองไปที่เฉินเฉินที่ทำสีหน้าไม่พอใจกับซูเหม่ยเหม่ยที่ตอนนี้ทำสีหน้าสงบ
แต่หลินฟานก็รู้ว่าเธอไม่ชอบทิมมะและเธอก็ไม่อยากกินสิ่งที่หลี่จินจะทำ แต่หลินฟานก็ยังไปช่วยเพราะส่าเขาก็สนใจในสิ่งที่หลี่จินจะทำเหมือนกัน…
ไม่นานหลินฟานกับหลี่จินก็ขนของออกมา มันมีของจำพวกถังทองแดง ถังเหล็ก ดินประสิว มะพร้าวกระทิที่ยังไม่ปลอกเปลือก ต้นอ้อย ไข่ไก่ มะนาว พวกช้อนจานกับถ้วนไม้และผ้าปูพื้น
หลังจากปูผ้าลงบนพื้นหลี่จินก็วางผ้าปูทั้งหมดลงไป จากนั้นหลี่จินก็เริ่มหักไม้มาก่อไฟ…
เมื่อก่อไฟเสร็จอย่างแรกที่จะต้องทำก็คือการสกัดน้ำตาลจากต้นอ้อย
ขั้นแรก คันน้ำอ้อยจากต้น หลี่จินที่คิดได้ก้ลากตะกร้าอ้อยมาข้างๆตัว จากนั้นก็มองไปที่โลหะที่เหลือไม่มากทำให้เข้าต้องเดินเข้าไปในฐานอีกครั้งและเอาเหล็กออกมาให้มากกว่าครั้งก่อน...
ต่อมาหลี่จินก็สร้างที่บีดน้ำอ้อยด้วยการหมุน "หลี่จินนั้นมันคืออะไร" เฉินเฉินมที่เห็นหลี่จินสร้างของแปลกๆก็ถามออกมาด้วยความสงสัย
"เครื่องรีดน้ำอ้อย" หลี่จินตอบและเร่งมือขึ้นอีกเพราะเขากลัวว่าซูเฟยจะมาถึงก่อนที่จะทำไอติมเสร็จ
หลี่จินรีบรีดน้ำอ้อย…เมื่อต้นอ้อยหมดทั้งตะกร้า เขาก็หยิบเหล็กออกมาอีกครั้งพร้อมกับสร้างมันเป็กระทะก้นหลุม ต่อมาเขาก็ใช้ปูนมาเรียงเป็สีเหลี่ยมรอบกองไฟเพื่อทำเป็เตาพร้อมกับวางกระทะน้ำอ้อยลงไปบนนั้น
หลังจากคิดไปคิดมาหลี่จินก็หันไปพูดกับเฉินเฉิน "เฉินเฉิน...เ้าช่วยข้าใช้แสงเผามันหน่อยได้ไหม แต่อย่าให้ร้อนมากล่ะ"
เฉินเฉินมองหน้าหลี่จินอย่างแปลก ทำให้หลี่จินต้องขมวดคิ้วในใจ ‘มันแปลกตรงไหนกับการที่ให้ผู้ใช้ไฟทำอาหารมันควรจะเ็นเื่ปกติไม่หรอ?…หรือว่าเขาจะไม่นิยมกันไม่สิการใช้ไฟที่ชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์มาก่อไฟคงแปลกเหมือนกันสินะ’
ส่วนเฉินเฉินที่ถึงจะมองหลี่จินแปลกๆ แต่ก็ยังทำตามเพราะเธอให้เริ่มสงสัยแล้วเช่นกันว่าไอติมคืออะไร…ซึ่งเฉินเฉินก็ยกมือขึ้นแล้วตวัดนิ้วชี้และกลาง
ทำให้ในเวลาต่อมากองไฟธรรมดาก็กลายไฟสีทอง และแผ่ออกเป็วงกลมที่มีขนาดใหญ่กว่ากระทะที่ใส่น้ำตาลเล็กน้อย
หลี่จินที่เห็นอย่างงั้นก็เริ่มผัดน้ำตาล…สักพักน้ำก็เริ่มละเหยออก ซึ่งทำให้หลี่จินต้องตับกากบนกระทะออก…5-6นาทีผ่านไป น้ำอ้อยมันก็กลายเป็น้ำตาลอ้อยในที่สุด
"นี้หลี่จิน! นั้นมันอะไรหรอ" เฉินเฉินที่ยกเลิกการใช้พลังและเห็นหลี่จินบดก้อนน้ำตาลอ้อยเป็น้ำตาลอ้อยผง ก็ถามออกมาด้วยความสนใจ
"มันคือ...น้ำ-ตาล!" หลี่จินตอบพร้อมกับใช้ช้อนอันหนึ่งตักไปให้ชิม ซึ่งเขาก็ไม่รู้ตัวเลยว่าการทำอย่างงั้นกับเฉินเฉินคนปกติเขาจะไม่ทำกัน
ส่วนเฉินเฉินที่เห็นก็รับช้อนมาโดยไม่ขัดข้อง จากนั้นก็ชิบเล็กน้อย…ทำให้ไม่นานเสียงอุทานก็ดังขึ้น "หืม…มันหวาน!"
มองไปที่เฉินเฉินที่กินน้ำตาลอย่างต่อเนื่อง หลี่จินก็หันกลับมาทำไปติมต่อ…ขั้นต่อไปคือการตีไข้จนเกิดครีม ซึ่งงานนี้ให้...หลินฟานทำ!!
ใช้มิราสเพื่อสร้างที่แยกไข่แดงกับไข่ขาวและใช้ไข่ประมาณ 6 ฟอง ซึ่งหลังจากแยกไข่แดงกับขาวพร้อมกับใส่น้ำตาลกับมะนาว
หลี่จินก็หยิบเหล็กขึ้นมาสร้างตะแกรงตีไข่พร้อมกับยื่นพวกมันทั้งหมดให้หลินฟาน
"หลินฟานเ้าต้องตีไข่ขาวนี้ไปเรื่อยๆจนข้าสั่งให้หยุดและอย่าลืมตีให้เร็วและต่อเนื่อง" หลี่จินพูดพร้อมกับยื่นถ้วยไข่ขาวไปให้หลี่จิน
หลินฟานที่เห็นก็รับมันมาอย่างงๆแล้วทำตามที่หลี่จินกล่าว…
หลี่จินได้แบบบนั้นก็เริ่มทำไอติมต่อ และสิ่งที่ต้องทำต่อไปก็คือการขูดมะพร้าว หลี่จินก็ใช้เหล็กที่เหลือสร้างมีดอีโต้พร้อมกับสับมะพร้าวกะทิด้วยพลังกายดิบ แต่เมื่อกำลังจะผ่าเนื้อกะทิแรกหลี่จินก็ได้ยินคือเสียงของหลินฟานที่พึ่งตีไข่ไปไม่นาน
"หลี่จินเมื่อไหร่เ้าจะบอกให้ข้าหยุด!" หลินฟานกล่าวถึงมือจะไม่เมื่อยแต่ก็นะ…มันก็รู้สึกอยากวางมือเพราะหลินฟานก็ตีไข่ด้วยความเร็วที่มากพอสมควร
มองไปที่ถ้วยไข่ที่เริ่มกลายเป็ครีมๆแล้ว "ทำต่อไปอีกนิด" พูดจบหลี่จินก็หันมาผ่ามะพร้าวต่อ…