หลักจากที่กล่าวแบบนั้นออกไปซักพัก
ลู่ฟานก็หน้าแดงขึ้นเล็กน้อยแล้วคิดกับตัวเองว่า
'เมื่อกี้ที่พูดออกไปมันโคตรเบียวเลยนี่หว่า'
หลังจาหที่มองดูรอบๆว่าไม่มีใครเห็ตก็กระแอมออกมาเล็กน้อยเพื่อลดความเขินอายของตัวเองลงไป
"แค่ก แค่ก"
หลังจากที่กระแอมออกไปแล้วอยู่ๆก็มีเสียงเรียกจากทางด้านข้างหลังเสา
"ฝ่าา ท่านทรงเป็อะไรหรือไม่ ข้าได้ยินท่านไอออกมา หรือว่าพระองค์ทรงพระประชวร ให้ข้าน้อยใช้พลังรักษาหรือไม่พะยะค่ะ"
ทูต์ตนหนึ่งออกมาหลังเสาร์ พร้อมกับกล่าวด้วยสีหน้าเป็ห่วง
"เอ่อ ข้าไม่อะไรมาก ขอบใจเ้ามากที่เป็ห่วง"
ลู่ฟานกล่าวด้วยสีหน้าเฉยเมยแต่ความคิดของเขากลับคิดอีกอย่างขึ้นมา
'เมื่อกี้เราพูดออกไปเสียงดังขนาดนั้นพวกมันจะไม่เอาไปนินทากันแน่ใช่ไหมเนี่ย'
ทูต์คนนั้นกล่าวต่อว่า
"เอ่อ ถ้าพระองค์ทรงสบายดี งั้นข้าน้อยขอตัวก่อนพะย่ะค่ะ"
ทูต์กล่าวเสร็จก็เดินออกไปจากพระราชวังทันที
"อยากมีสกิลลบความทรงจำจังโว้ย"
ลู่ฟานอดไม่ได้ที่จะสบดออกมา
เทคโนโลยีของสมัยปัจจุบันของโลกนั้ยสามารถลบความทรงจำบางส่วนได้แล้ว แต่ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงได้ แม้ว่าเกมThe New Worldจะเป็เกมที่ทุกประเทศให้ความสำคัญเป็อย่างมาก แต่การให้ผู้เล่นได้รับสกิลลบความทรงจำนั้นอันตรายเกินไป เพราะอาจจะส่งผลต่อชีวิตจริงได้
"ก่อนอื่นเลยต้องเกณฑ์คนเข้ามาอยู่ในวังก่อน แล้วหลังจากนั้นก็ค่อยจัดระเบียบไม่ให้มีใครหลบๆซ่อนๆแบบเมื่อกี้นี้อีก"
ถึงแม้ลู่ฟานจะเป็คนรักอิสระและความสนุก แต่เขาก็้าใช้ชีวิตอยู่อย่างสบายๆ โดยมีเหล่าข้ารับใช้คอยรับใช้อยู่ด้วย
แล้วเขาก็คิดว่าต้องหาภรรยาสักคนให้ได้ เพราะถึงแม้ว่าเมื่อก่อนเขาจะเป็ผู้เล่นอันดับหนึ่ง แต่ก็เป็ผู้เล่นอิสระ หนุ่มสาวส่วนใหญ่จะชอบไปหาคู่กันที่กิลด์หรือตระกูลใหญ่ๆที่มีอำนาจมากกว่า เพราะถึงแม้ว่าเขาจะสามารถทำลายกิลด์หรือตระกูลพวกนั้นได้ในพริบตา แต่เขาก็ยังตัวคนเดียว
แถมฐานะในโลกจริงก็เป็ครอบครัวระดับกลาง ถึงจะเงินเดือนเหลือเฟือ แต่ก็ไม่ถึงกับใช้ฟุ่มเฟือยได้ เพราะเขายังมีน้องสาวที่ต้องส่งเรียนมหาลัยอยู่อีก
อ่า เื่โลกเก่าน่ะช่างมันเถอะ ไม่รู้จะได้กลับไปหรือเปล่านะ!
หลักจากคิดทบทวนดูแล้ว ลู่ฟานคิดว่าเขาน่าจะหามนุษย์ที่เป็บุคคลภายในนอกมามากกว่าที่จะเป็พวกทูต์,ปีศาจรับใช้ หรือเผ่ามนุษย์ชายที่เขาสร้างขึ้น(สกิลสร้างชีวิตสร้างตามอัตลักษณ์ของผู้ใช้นะครับ)มาเป็เมดเลย
แค่คิดว่ามีผู้ชายกล้าวโตๆมาใส่ชุดเมดแล้วก็รู้สยองขึ้นมาทันที
"เมดต้องเป็สาวๆสวยๆสิ ถึงจะเหมาะ"
ลู่ฟานคิดแล้วก็จินตนาการถึงภาพที่เขามีเหล่าเมดสาวสวยลายล้อมก่อนที่จะกระดิกนิ้วเรียกลูกน้องเข้ามทแล้วสั่งให้กองทัพไปยึดครองดินแดนต่างๆทั่วทั้งจักรวาล
แต่ลู่ฟานก็สงสัยว่าทำไมในนิยายหลายเื่ที่เขาเคยอ่าน พระเอกมักจะหลงในเงินตรามากกว่าอำนาจกันนะ?
เพราะถ้ามีอำนาจสิ่งต่างเราก็จะมีขึ้นมาเอง นอกจากยี้การมีชื่อเสียงในความคิดของลู่ฟานแล้วก็ใช่ว่าจะเป็เื่ทีืไม่ดี มันอาจจะช่วยเราในเื่เล็กๆน้อยๆได้ อย่างเช่น ทำอะไรต่างๆได้ง่ายขึ้นไม่ต้องไปลำบากเหมือนพระเอกบางเื่ที่ต้องไปทดสอบฝีมือบ้าง ต้องถูกพวกตัวประกอบหาเื่บ้าง
แต่คิดไปก็เท่านั้นแหละ อาจจะมีสักวันที่ลู่ฟานจะเข้าใจความคิดของคนตัวเอกพวกนั้น
หลักจากนั้นไม่นาน ลู่ฟานก็ได้สั่งให้เหล่าลูกน้องออกไปล่าสัตว์ป่าหรือมอนสเตอร์เพื่อนำพวกมันไปขายในเมือง
'นี่แหละดูไว้ การมีอำนาจนั้นทำให้เราสามารถหาเงินได้เยอะๆแถมไม่ต้องเปลืองแรงอีกด้วย'
ลู่ฟานยิ้มออกมาด้วยสีหน้าภูมิใจ
หลักจากนั้นเขาก็สั่งให้ไลออสออกไปค้นหาเหล่าสาวงามมา เขาได้สั่งให้ไกลออสทำการออกเดินทางไปทั่วโลกเพื่อทำการเก็บประสบการณ์การเดินทางและการเอาชีวิตรอด
ลู่ฟานไม่ห่วงว่าไลออสนั้นจะถูกกำจัดหรือเปล่า แต่เขากลัวว่าไลออสจะไปทำลายประเทศหรืออาณาจักรมากกว่า เพราะความแข็งแกร่งของไลออสนั้นเทียบเท่ากับขอบเขตเทพแท้จริง
หลักจากที่ไลออสได้ออกไปแล้ว ลู่ฟานก็ได้เข้าไปในห้องบรรทมแล้วก็หลับไป....
ตอนที่12จบแค่นี้ครับ ตอนมันสั้นสักหน่อยครับ
--------------------------------------------
ตอนพิเศษเล็กน้อย
หลักจากที่ลู่ฟานเข้ามาอยู่ในโลกนี้หลายวัน เขาก็เริ่มอยากรู้อยากเห็นขึ้นเรื่อยๆ
ลู่ฟานสังเกตว่ากฎและพลังธรรมชาติคือสิ่งเดียวกันแต่ถึงแม้ต้นกำเนิดจะเหมือนกัน แต่การใช้ออกพลังนั้นต่างกัน อย่างเช่นว่าการใช้ไฟบอลของพลังธรรมชาตินั้นเหมือนกับว่ามันเป็ลูกไฟที่เหมือนกับแก๊สไม่เป็รูปเป็ร่างไม่ว่าจะพยายามเท่าใด ถ้าหากว่าไม่ใช้พลังประเภทควบควมมิติหรือพื้นที่ก็ไม่อาจจะทำให้มันเป็รูปเป็ร่างขึ้นมาได้ แต่การใช้ไฟบอลของกฎนั้นสามารถทำให้มันเป็รูปเป็ร่างตามใจนึก
นอกจากนี้พลังไฟบอลของกฎนั้นดูเหมือนว่าจะเป็เปลวเพลิงที่บริสุทธิ์กว่าด้วย
หลังจากที่ลู่ฟานสงสัย เขาก็เริ่มทดลองทันที โดยลองไปถามจงกั้วบ้าง ลองใช้พลังเปรียบเทียบกันบ้าง หรือทดลองด้วยวิธีต่างๆนาๆมาหลายวัน
ในที่สุดผลการทดลองของลู่ฟานก็เห็นผล เขารู้แล้วว่าทำไมมันถึงแตกต่างกัน
จากที่ลู่ฟานสรุปมาหากให้เปรียบเทียบง่ายๆ การใช้พลังธรรมชาติหรือการใช้พลังปราณนั้นเหมือนประดิษฐ์สิ่งของต่างๆด้วยมือ ส่วนอีกอย่างนั้นการใช้พลังกฎหรือสกิลมันเหมือนเครื่องจักรที่ล้ำสมัยมากๆ
ไม่ว่าคนทำจะเก่งแค่ไหนแต่ก็ไม่อาจจะเทียบกับเครื่องจักรล้ำสมัยที่ทำทุกอย่างได้เป๊ะๆหรอก
การใช้พลังกฎหรือสกิลนั้นอย่างถ้าใช้ไฟบอล การที่จะเปลี่ยนรูปร่างไฟบอลนั้นมันก็เหมือนกับการเขียนโค๊ดการทำงานของเครื่องจักรขึ้นใหม่ในชั่วพริบตามันจึงสามารถเปลี่ยนรูปร่างได้ และเพราะเป็เครื่องจักรมันเลยทำให้แทบไม่มีข้อผิดพลาดไปไฟเลยบริสุทธิ์
ส่วนการใช้พลังปราณนั้น การที่ไม่อาจจะทำให้เป็รูปร่างได้นั้น มันก็ง่ายๆก็เพราะว่าอย่างเช่นเครื่องจักรสามารถแช่แข็งน้พได้ แต่มนุษย์นั้นไม่สามารถทำได้ และเพราะเป็ฝีมืุ์จึงทำให้มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นได้ง่าย
และที่สำคัญลู่ฟานยังพบข้อแตกต่างอีกอย่างคือ การใช้กฎนั้นเป็เหมือนการดึงพลังงานรอบๆโดยใช้พลังจิตเป็สื่อกลางแล้วปล่อยออกไป สำหรับพลังปราณนั้นก็เหมือนแท้งค์น้ำที่น้ำเปรียบเสมือนปราณที่ถูกบรรจุไว้ หรือก็คือเป็การดูดซับแล้วกลั่นพลังธรรมชาติก่อนที่จะกักเก็บปราณด้านในนั้นเอง ก่อนที่จะปล่อยออกไป