เช้าวันถัดมาของขวัญตื่นขึ้นหลังจากที่นาฬิกาปลุกที่ตั้งไว้ส่งเสียงดัง หญิงสาวเอื้อมมือไปกดปิดตามความเคยชิน และในขณะที่กำลังจะเตรียมลุกเธอถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาบนเตียงหลังนี้ไม่ได้มีเธอนอนหลับอยู่เพียงคนเดียว แต่เมื่อหันกลับไปมองที่เตียงอีกด้านก็พบว่ามันว่างเปล่าไปเสียแล้ว
เขาคงจะไปตั้งนานแล้ว สังเกตจากผ้าปูฝั่งนั้นที่ไม่มีความอบอุ่นใด ๆ หลงเหลืออยู่เลย เธอคิดว่าเขาน่าจะมีตารางงานตอนเช้าถึงได้รีบกลับไปโดยไม่ได้ปลุกเธอก่อน หรือบางทีเขาจะปลุกเธอแล้วก็ได้
ของขวัญพยายามนึกทบทวน จนนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้าที่เธอจะตื่นเต็มตา เธอรู้สึกเหมือนเหมือนมีอะไรสักอย่างเกิดขึ้น แต่เพราะง่วงเกินไปเธอจึงทำเพียงส่งเสียงอู้อี้ตอบกลับ โดยไม่แม้แต่จะลืมตาขึ้นมาดู
“แย่ละ ลืมให้ของฝากพี่คินเลย” ของขวัญบ่นออกมาเบา ๆ หลังจากนึกขึ้นได้อีกอย่างว่าเธอมีของฝากที่นำติดมือกลับมาให้เขาจากทริปท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วย หญิงสาวถอนหายใจให้กับความขี้ลืมของตัวเองอย่างช่วยไม่ได้ เห็นทีคงต้องหาเวลามอบให้ชายหนุ่มวันหลังซะแล้ว
แต่วันหลังที่ของขวัญคิดเอาไว้ก็ไม่ได้มาถึงง่าย ๆ อย่างที่คิด เพราะหลังจากวันที่ได้เจอกัน ตารางงานของทั้งคู่ก็แน่นเสียจนหาเวลามาเจอกันอีกในครั้งต่อไปไม่ได้สักครั้ง แถมภาคินทร์ยังมีทัวร์คอนเสิร์ตตามจังหวัดต่าง ๆ จึงไม่ได้กลับมาค้างที่คอนโดอีก ทั้งสองคนจึงทำได้เพียงพูดคุยกันผ่านช่องทางแชตในโทรศัพท์ แต่ได้เพียงเท่านี้ก็ทำให้ของขวัญพอใจและมีความสุขมากแล้ว หลังจากที่ห่างหายกันไปนาน
“วันนี้ไม่ทำคิ้วขมวดแล้วเหรอ มีอะไรดี ๆ เกิดขึ้นกับขวัญหรือเปล่าน้า บอกพี่มั่งสิ” ณัฐธิดาเอ่ยแซวรุ่นน้องสาว เมื่อเห็นว่าเธอดูจะอารมณ์กลับมาเป็ปกติแล้ว ต่างจากเมื่อหลายวันที่ผ่านมาโดยสิ้นเชิง
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะพี่ไนน์” ของขวัญส่ายหน้า
ถึงจะบอกไปแบบนั้นแต่รอยยิ้มมีความสุขที่ประดับบนใบหน้าของเธอก็ยังปรากฏอยู่เช่นเดิม ไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย ชวนให้คนถามอดที่จะสงสัยไม่ได้ แต่ณัฐธิดาก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ เธอทำเพียงพยักหน้ารับกับคำตอบที่ได้เท่านั้น
จนเวลาผ่านไปเกือบสองอาทิตย์ในที่สุดการเดินสายทัวร์คอนเสิร์ตในหลายจังหวัดของภาคินทร์ก็จบสิ้นลง ของขวัญจึงถือโอกาสนัดหมายอีกฝ่ายให้มารับของฝากที่เธอตั้งใจทำมาให้
ชายหนุ่มเห็นว่าทั้งสองมีอัดรายการที่ช่องทีวีช่องหนึ่งเหมือนกัน แม้จะคนละรายการก็ตาม แต่นั่นก็ไม่ยากเกินไปสำหรับเขาที่จะแอบมาพบกับเธอเป็เวลาสั้น ๆ ในที่ที่ห่างจากสายตาสอดรู้สอดเห็นของคนอื่น
“พี่คินตรงนี้มันจะไม่เสี่ยงเกินไปเหรอคะ ถ้ามีคนมาเห็นเข้าเขาอาจคิดไปไกลก็ได้” ของขวัญที่ไม่เห็นด้วยกันการมาพบเจอกันสองต่อสองในที่ลับตาคนพูดขึ้น พลางมองซ้ายขวาอย่างระแวดระวัง เธอไม่ได้กลัวตัวเองเป็ข่าวด้วยซ้ำ แต่กลัวจะทำให้ภาคินทร์เดือดร้อนไปด้วยต่างหาก
“พี่เช็กแล้ว ตรงนี้ไม่มีใคร แต่ถึงมีก็ไม่เป็ไรหรอก พวกเราก็แค่ยืนคุยกันเฉย ๆ เท่านั้นเอง ใครจะมาว่าอะไรได้” ภาคินทร์พูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูสบาย ๆ
เมื่อของขวัญเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้กลัวว่าจะมีคนมาพบเห็นเข้าอย่างที่เธอกังวลก็เบาใจ ก่อนจะยื่นถุงกระดาษเล็ก ๆ ที่อยู่ในมือไปให้
“อะไรน่ะ” ภาคินทร์ย้อนถามหลังจากรับถุงกระดาษมาถือไว้
“ของฝากที่ขวัญบอกไงคะ”
“พี่เปิดดูเลยได้ไหม
“เปิดดูได้เลยค่ะ” ของขวัญพยักหน้า เธอเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าหลังจากที่คนตรงหน้าเปิดดูแล้วจะทำสีหน้ายังไง เมื่อได้เห็นสิ่งที่เธอตั้งใจนำมามอบให้
พอได้รับอนุญาตภาคินทร์จึงรีบเปิดถุงกระดาษออกให้กว้างพอที่ฝ่ามือใหญ่ของเขาจะล้วงเอาของที่อยู่ด้านในออกมาได้
“พวงกุญแจรูปโน้ตดนตรีเหรอ” เขามองพวงกุญแจในมือสลับกับใบหน้าของคนให้
“ใช่ค่ะ ขวัญทำเองกับมือเลยนะคะ จะได้คู่กันกับสร้อยที่พี่คินให้” เธอพูดด้วยความภูมิใจ
“เข้าใจคิดนะ” ภาคินทร์อดที่จะยื่นมือออกไปลูบเบา ๆ ที่ศีรษะของคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกเอ็นดูไม่ได้
“อย่าทำแบบนี้สิคะ ขวัญยังมีรายการต้องไปถ่ายต่อให้เสร็จนะ” ของขวัญพูดขึ้นขณะพยายามเอนหัวหลบฝ่ามือของชายหนุ่มไปมา จนถึงกับต้องถอยหนีไปด้านหลังเพื่อไม่ให้เขาเข้าใกล้
“ก็ได้ ๆ พี่ไม่แกล้งแล้ว” ภาคินทร์ยิ้มขำพลางยกมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือหัวอย่างยอมแพ้ หลังจากที่แกล้งอีกฝ่ายให้หน้างอได้สำเร็จ
“คนนิสัยไม่ดี”
“เดี๋ยวพี่ต้องไปแล้ว ส่วนพวงกุญแจที่ขวัญให้ พี่จะเอาไปใช้อย่างดีเลย ขอบคุณนะ”
“ค่ะ” ของขวัญยิ้มกว้าง แค่ได้เห็นว่าเขารับของที่เธอให้ไปอย่างเต็มใจ เพียงแค่นี้คนให้อย่างเธอก็พอใจมากแล้วจริง ๆ
หลังเสร็จสิ้นตารางงานในวันนี้ของขวัญก็เดินทางกลับคอนโดเพื่อพักผ่อน หลังอาบน้ำเรียบร้อยแล้วร่างบางก็ก้าวขาขึ้นเตียงเพื่อเตรียมจะเข้านอน แม้จะเหนื่อยล้าเพราะทำงานมาทั้งวัน แต่ของขวัญกลับยังไม่รู้สึกง่วงเลยสักนิด
“ต้องเป็เพราะวันนี้ได้เจอพี่คินแน่ ๆ เลย” เธอสันนิษฐานกับตัวเองเบา ๆ และในเมื่อข่มตาให้หลับไม่ได้ในเวลานี้ หญิงสาวจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดโซเชียลมีเดียเพื่อหาดูภาพข่าวของภาคินทร์ที่แฟนคลับนำมาแชร์ลงให้เห็น
ภาพที่เธอกดเข้าไปดูนั้นเป็ภาพถ่ายของนักร้องหนุ่มที่กำลังส่งยิ้มและโบกมือให้กับแฟนคลับขณะที่เดินกลับไปขึ้นรถ ในภาพนอกจากตัวภาคินทร์ที่เป็จุดโฟกัสในสายตาของของขวัญแล้ว ยังมีกระเป๋าสะพายที่เขาใช้ติดตัวอยู่เป็ประจำที่วันนี้กลับมีพวงกุญแจรูปโน้ตดนตรีที่เธอทำให้ห้อยอยู่ด้วย
“เอาไปใช้อย่างที่บอกจริง ๆ สินะ” ของขวัญพูดออกมาและยิ้มจนแก้มแทบปริ
จากเหตุการณ์เล็ก ๆ เมื่อคืนส่งผลให้ของขวัญในเช้าวันนี้อารมณ์ดีตลอดทางที่เดินเข้าไปในบริษัท หญิงสาวได้ส่งยิ้มและทักทายคนรู้จักไปทั่ว ปกติเธอก็เป็คนอัธยาศัยดีอยู่แล้ว แต่ดูเหมือนวันนี้เธอจะอัธยาศัยดีจนเกินเหตุไปหน่อย เพราะแม้แต่แมวตัวอ้วนที่มักจะมานอนหลบอยู่ในบริษัท เธอยังก้มลงไปพูดด้วยอยู่นานสองนานกว่าจะยอมแยกแล้วปล่อยให้แมวได้หลับอย่างสบายใจ
“ผมไม่ยักรู้มาก่อนเลยนะว่าคุณจะคุยกับแมวรู้เื่ด้วย” ประธานบริษัทที่ลอบมองไอดอลสาวอยู่นานแล้วจนกระทั่งเธอเดินมาถึงหน้าลิฟต์ที่เขายืนอยู่ก่อนเอ่ยถามขึ้น
“เห็นด้วยเหรอคะ” ของขวัญไม่นึกว่าการกระทำของเธอจะมีคนมาเห็นเข้าจึงทำตัวไม่ถูก หญิงสาวเกาแก้มตัวเองแก้ความรู้สึกอายที่เกิดขึ้น
“เห็นั้แ่เดินทักคุณลุงยามมานู่นแล้วล่ะ” ธามพูดนิ่ง ๆ ตามบุคลิก
“อ๋อ เห็นมาั้แ่แรกแล้วนี่เอง” ของขวัญพึมพำ เธอตั้งใจเจอกับธามน้อยลงแล้วแท้ ๆ แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้มาบังเอิญเจอกันด้วยสถานการณ์ที่แสนน่าอายแบบนี้
“ครับ”
“ไม่ไปด้วยกันเหรอคะ” ของขวัญเอ่ยถามเมื่อเขาไม่ยอมเดินตามเข้ามาในลิฟต์ด้วย เธอจึงกดเปิดประตูค้างเพื่อรอเขา
“ไม่เป็ไรครับ พอดีว่าผมลืมของในรถ”
“ถ้างั้นขวัญขอตัวก่อนนะคะคุณธาม” หญิงสาวบอกลา เป็อีกครั้งที่ของขวัญพูดคุยกับธามเพียงเล็กน้อยอย่างรักษาระยะห่าง
ชายหนุ่มเห็นท่าทีที่แปลกไปของเธอ ซึ่งไม่เหมือนกับตอนที่ทั้งสองอยู่ญี่ปุ่นก็อยากถามว่าเธอยังโกรธเขาอยู่หรือเปล่า แต่เขาไม่อยากให้ความอยากรู้ของตัวเองไปทำให้หญิงสาวรู้สึกไม่สบายใจอีก ธามจึงทำเพียงเก็บความสงสัยที่เกิดขึ้นไว้ในใจโดยไม่ยอมเอ่ยถามออกไปแม้แต่คำถามเดียว
เมื่อประตูลิฟต์ปิดลงเขาจึงเดินออกไปขึ้นลิฟต์สำหรับผู้บริหาร เขาแค่แสร้งยืนอยู่หน้าลิฟต์สำหรับพนักงานเพื่อรอทักทายเธอเพียงเท่านั้น