ตอนที่ 35 สี่วันก่อนเริ่มงานวัด
ก่อนงานวัดเริ่มสี่วัน ม่านฟ้าให้ลุงผินเอารถกระบะมาที่สวนของเธอเพื่อมารับทุกๆคนไปตั้งร้านด้วยกัน ลุงผิน มะไฟ มะเฟือง ม่านฟ้า ต้นข้าว และเจนจึงได้นั่งรถไปที่จัดงานด้วยกันเพื่อความสะดวก แต่ก่อนหน้านั้นเราจะต้องไปร้านช่างเหล็กเพื่อไปรับโครงเหล็กสำหรับประกอบร้าน รวมถึงในส่วนของตัวร้านที่เคยเป็นรถเข็นก๊วยเตี๋ยวมาก่อน ซึ่งตอนนี้มันได้ถูกดัดแปลงเรียบร้อยแล้ว ต่อด้วยร้านผ้าใบสำหรับหลังคาร้าน ซึ่งมันเป็นสีเขียวที่โคตรจะสดใสเข้าไปอีก!
เมื่อมาถึงจุดพื้นที่เช่าตั้งร้าน มะไฟก็เริ่มลงมือช่วยพ่อของเขาอย่างขยันขันแข็ง ดวงตาของมะไฟลุกโชน เขาตื่นเต้นเหมือนได้ของเล่นใหม่ ส่วนเด็กหญิงน่ารักทั้งสี่คน พวกเธอกำลังจัดการกับไม้กระดาน ม่านฟ้าเอากระดาษที่เธอวาดร่างคร่าวๆไว้แล้วให้เจนกับต้นข้าวดู ทั้งสองเห็นเป็นหมีใส่เสื้อสีเหลืองถือเครปไว้ และบนหัวของหมีก็มีสายรุ้งลอยอยู่
“น่ารักดีนะ” ต้นข้าวพูด
เจนพยักหน้าเห็นด้วย “หมีน่ารักจังเลย ม่านฟ้าเก่งนะที่สามารถวาดได้น่ารักแบบนี้”
ม่านฟ้าพูด “ถึงยังก็ต้องขอให้คนที่มีฝีมือจริงๆทำนั่นแหละ เรื่องสี…ฉันทำไม่ได้เหมือนพวกเธอหรอก ถ้าเป็นการวาดร่างแบบนี้ฉันพอทำได้อยู่นะ”
“ม่านฟ้า มาเรียนการลงสีกับพวกเราสิ” ต้นข้าวเอ่ยชวนเข้ากลุ่มหาสมาชิกเพิ่ม
เจนพูด “ไปเยี่ยมที่โรงเรียนบ้างก็ได้ ฉันจะบอกครูให้ หากเธออย่างเรียนศิลปะ”
“ขอบใจนะที่ชวน เอาไว้ถ้ามีโอกาส ฉันจะไปนะ”
มะเฟืองว่า “พูดแบบนี้ ชาตินี้คงไม่ได้ไปแน่นอน ฉันบอกพวกเธอไว้เลย หึ!”
ต้นข้าวกับเจนหัวเราะมะเฟืองที่หักหน้าม่านฟ้า ม่านฟ้าส่งยิ้มแห้งๆให้ทั้งสองคน
“มะเฟืองเหงามากเลยนะ เธอเอาแต่บ่นถึงม่านฟ้าตลอด” เจนพูด
“ใช่ๆ เธอขี้บ่นมาก” ต้นข้าวยืนยันกับคำพูดของเจน
มะเฟืองจิกตาใส่ทั้งสองคน ม่านฟ้าขำให้กับท่าทางของเพื่อน
“ตอนนี้ก็เจอฉันแล้วไง แทบทุกวันเลยด้วยซ้ำนะ รีบๆทำงานเถอะน่ามะเฟือง ปากเอาแต่แขวะฉัน มืออ่ะขยับด้วย” พูดจบเธอก็ชี้นิ้วสั่ง
ต้นข้าวพูด “สมแล้วที่เป็นถึงเจ้าของสวนที่รวยที่สุดในหมู่บ้านเรา ท่าทางของนายหญิงเจ้าของสวนมาเต็มจริงๆ”
ฮ่าๆ… ม่านฟ้ายักไหล่ อยากแซวเธอก็เชิญแซวให้เต็มที่!!!
โปรดอย่าหาความอายจากเธอ
ทั้งสามแผ่นไม้เป็นไม้กระดานแบบเรียบ มีรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ม่านฟ้ากับมะเฟืองทาสีในส่วนที่ยังไม่ทา ตรงไหนที่แห้งแล้วก็ให้เป็นหน้าที่ของเจนกับต้นข้าว เจนกับต้นข้าวจะวาดฉากหลังให้น่ารัก มีลูกโป่งประดับ ลูกกวาด ดอกไม้และดวงดาว เป็นฉากประกอบ ตรงป้ายชื่อร้านก็ทาสีแล้ววาดรูปหมีกับสายรุ้งแล้วตกแต่งรอบฉากให้หมีกับสายรุ้งดูสะดุดตามากขึ้น
เมื่อไม้กระดานทั้งสามถูกแต่งเสร็จแล้วก็จะสามารถนำไปติดประกอบกับทับตัวร้านด้านนอกทั้งสามด้าน ตัวร้านเป็นเหล็กเหมือนร้านรถเข็นก๊วยเตี๋ยว มันมีน้ำหนักที่เบาสามารถลากได้ง่ายแต่ต้องยึดกับให้ดีพื้นดีๆ ลุงผินได้ปรับแต่งให้สามารถนำกระดานทั้งสามมาประกอบได้ ร้านจะสวยและน่ามองดูมากขึ้น ความน่ารักของร้านเรียกลูกค้าเด็กๆและวัยรุ่นได้ดี
เหล่าพ่อค้าแม่ค้าที่มาติดตั้งร้านต่างมามุงดูเด็กทั้งสี่คนที่กำลังทาสีและวาดรูปตัวการ์ตูนด้วยความสนใจ ลุงผินติดตั้งร้านเสร็จ เขาก็เดินมาดูเด็กๆทั้งสี่กำลังบรรจงสร้างผลงานศิลปะ
“หืม…ในภาพร่างก็ดูน่ารักแล้วนะ พอได้มาวาดจริงๆและทาสีด้วยก็ยิ่งน่ารักเข้าไปใหญ่ ร้านของพวกเราต้องมีคนให้ความสนใจแน่นอน”
มะเฟืองพูดอย่างร่าเริง “ฮี่ๆ ดีเลย ร้านเราจะได้ขายดิบขายดีจ๊ะพ่อ”
บรรดาเหล่าพ่อค้าแม่ค้าต่างก็เข้ามาถามว่าร้านของพวกเธอจะขายขนมอะไรอย่างสนใจ มะไฟอธิบายและทำการโฆษณาความแปลกใหม่ของขนมพร้อมบอกรสชาติความอร่อยและราคา
“ไส้ละหนึ่งบาทเองครับคุณลุงป้าน้าอา คุ้มแน่นอนผมบอกเลย ให้เยอะด้วยนะครับ” มะไฟพูดด้วยรอยยิ้มการค้าตามที่ม่านฟ้าสอนมา
แหม…ลูกศิษย์ฉันเก่งจริงๆ สอนอะไรก็จำได้หมด
กระดานทั้งสามได้ถูกวาดรูปและทาสีเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็รอให้มันแห้ง ต่อมาก็ทำป้ายเมนูบอกราคาไส้เครป ต้นข้าวใช้พู่กันเขียนด้วยตัวอักษรให้ดูน่ารักน่าเอ็นดูตามคอนเซ็ปของร้านได้เข้ากันมาก เจนก็วาดรูปหมีน่ารักตัวใหญ่ๆให้มันยืนชี้เมนูไส้เครปของร้านอยู่ ลุงผินทำขาตั้งสามขาให้ป้ายเมนูร้าน เมื่อเสร็จก็ประกอบกัน จะเอามาใช้ก็แค่กางออกแล้วตั้งหน้าร้าน
ป้ายใหญ่เท่าอกคนทำให้ผู้คนผ่านไปมาสามารถอ่านรายละเอียดได้ง่ายและชัดเจน
ต้นข้าวกับเจนดูผลงานแล้วยิ้มแฉ่ง “พวกเราพึ่งเคยวาดแบบนี้ครั้งแรกเลย มันน่ารักมากๆ แต่เรายังต้องพัฒนาอีกเยอะ ความคิดของม่านฟ้าทำให้เราได้เรียนรู้อะไรได้เยอะเลย”
มะเฟืองเสนอ “พวกเธอลองออกแบบพวกเครื่องใช้หรือของอื่นๆดูสิ อีกไม่กี่เดือนก็จะสิ้นปีและปีใหม่ พวกเธอน่าลองทำกระดาษห่อของขวัญแบบน่ารักๆแบบนี้ดู”
ม่านฟ้าตาโต เธอมองเพื่อนอย่างแปลกใจกับความช่างคิด “นอกจากลายหมีแล้ว สัตว์ตัวอื่นๆก็ทำได้นะ หมีที่ว่าน่ากลัวยังทำให้น่ารักได้เลย”
“จะลองทำดูนะ” ต้นข้าวคิดในใจ กลับบ้านไปปรึกษาพ่อดีกว่า
ต้นข้าวพูดกับเจน “เรามาลองทำดูไหมเจน? อาจจะได้เงินเยอะก็ได้นะ”
ฐานะของเจนทางบ้านไม่ค่อยดี เมื่อเห็นเพื่อนชวนก็เห็นด้วย “จะลองดู ดีกว่าไม่ทำอะไร”
ม่านฟ้าพูด “ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวฉันก็จะซื้อ ที่สวนก็ว่าจะจัดงานปีใหม่นะ ต้องจับสลากแลกของขวัญอยู่แล้ว”
“บางครั้งวัฒนธรรมของฝรั่งก็ทำให้เราได้มีช่องทางหาเงินได้บ้างนะเนี่ย” เจนพูดอย่างถอนหายใจ
ม่านฟ้าถาม “ที่บ้านมีปัญหาเหรอ?”
“อืม พ่อเราตกงานน่ะ เพราะตกจากที่สูงขาเลยพิการข้างหนึ่ง”
มะเฟืองอธิบายให้ม่านฟ้าฟัง “พ่อแม่ของเจนไปทำงานในเมืองหลวงสยาม ตอนนี้แม่ของเจนทำงานอยู่คนเดียว ค่าใช้จ่ายพวกค่าครองชีพก็สูงด้วย ค่าหมอก็แพง พ่อของเจนเลยต้องกลับมาที่หมู่บ้าน”
เจนหน้าซีดแบบแปลกๆทุกคนเลยสงสัย
มะไฟถาม “ดูเหมือนจะมีเรื่องอีกใช่ไหม?”
“อื้มๆ” เจนพยักหน้าเบาๆ
ลุงผินถอนหายใจ “ไปคุยกันที่อื่นกันเถอะ"
ทั้งหกคนไปร้านอาหารตามที่ม่านฟ้าบอก ม่านฟ้าขอห้องส่วนตัวกับทางร้าน จากนั้นทั้งหกคนก็เข้าไปนั่งรออาหารที่ห้องแบบวีไอพี
มะไฟว่า “ถึงขนาดต้องนั่งร้านแพงแบบนี้เลยเหรอ?”
ม่านฟ้าพูด “ก็ฉันหิวนี่ อีกอย่างที่นี่ก็มีห้องแบบส่วนตัวด้วย ไปคุยที่บ้านพวกเธอก็ไกลไป ท้องฉันหิ้วรอไม่ไหวหรอก มื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง เธอต้องตามใจคนเลี้ยงนะ”
มะไฟเบือนหน้าไปอีกทาง ยายนี่โคตรกวนประสาท!
มะเฟืองคิดในใจ กะแล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ ผู้ใหญ่ผินยิ้มแห้งๆ นับวันนิสัยความใจกว้างของม่านฟ้ามักทำให้ลูกๆของเขาทั้งสองอารมณ์ขึ้นทุกวันจนแทบระเบิด
ลุงผินถอนหาย “หนูเจนเล่ามาเถิด พวกลุงกับเพื่อนจะได้ช่วยกัน ยังไงหนูก็เป็นเด็กในหมู่บ้านของลุงนะ”
“หนะ หนู หนูไม่รู้ว่าควรจะพูดดีไหม มันไม่ดีเลย แต่หนูสงสารพ่อมาก” เจนร้องไห้ เธอสงสารพ่อจริงๆ นับวันพ่อของเธอเหมือนคนที่ใกล้ตาย หมดอาลัยตายอยาก
มะไฟพูด “พวกเราที่อยู่นี่ สัญญาเลยว่าจะไม่บอกกับใคร เราเพียงแค่อยากช่วยกันแก้ปัญหานะ”
เจนเช็ดน้ำตาน้ำมูก “แม่ แม่ของฉัน ดู…เหมือนจะนอกใจพ่อ ฉันแอบได้ยินตอนพ่อเมาน่ะ ฮึก…ฮือ…พ่อเอาแต่ด่าแม่ ด่าว่าแม่เป็นผู้หญิงสารเลว กล้าพาชู้เข้ามาในห้องตอนพ่อไม่อยู่ ที่พ่อขาหักก็เป็นวันที่พ่อเจอแม่อยู่กับชู้ ทำไงดี หนูพูดไปแล้ว หนูเป็นเด็กไม่ดีใช่ไหมที่พูดถึงแม่แบบนี้ แต่หนูสงสารพ่อมาก แม่ไม่รักหนู แม่ไม่รักพ่อ แต่หนูรักพ่อมาก แม่ไม่ต้องอยู่กับหนูก็ได้ ขอแค่พ่อกับมาเป็นพ่อที่ใจดีเหมือนเดิม ไม่ใช่คนที่เอาแต่กินเหล้าแบบนี้”
ลุงผิน ม่านฟ้า มะไฟ มะเฟือง ต้นข้าวสูดหายใจเข้าแทบพร้อมกัน ลุงผิลโอบกอดเจนและปลอบว่าไม่เป็นไร
“เดี๋ยวลุงจะคุยกับพ่อของหนูให้”
มะไฟกับมะเฟืองตาแดงพยายามกลั้นใจไม่ให้ร้อง สองพี่น้องนี่เหมือนกันไม่มีผิด มีอารมณ์อ่อนไหวง่าย
“ฉะ ฉันไม่คิดเลย ว่าปัญหาเหมือนในละครแบบนี้ จะ…มาเกิดขึ้นกับเธอ เจน ฮึก!” มะเฟืองพูดไปก็ฝืนน้ำตาไม่ให้ไหลไปด้วย แต่มันไม่ทันแล้ว
ส่วนมะไฟ ร้องไปแล้วจ้า “ฮือ… ฉันไม่คิดเลยจริงๆ ว่าเพื่อนของเราจะต้องมาเจอเรื่องร้ายๆแบบนี้ ฉันนึกว่าเรื่องแบบนี้มีแต่ในละครซะอีก ฮือออออออ แม่…”
แม่เอ็งยังรักกับพ่อดีโว้ย!
ต้นข้าวเช็ดน้ำตา เธอไม่พูดอะไรเพราะพูดไม่ออก
ม่านฟ้าถอนหายใจ เธอไม่ได้เครียดเรื่องของเจน แต่ตอนนี้เธอเครียดเพราะไอ้สองแฝดนี่แหละ “ในละครก็มีส่วนที่จริงในชีวิตจริง เรื่องนอกใจมีชู้เป็นเรื่องปกติของสังคมคนเรานะ ไม่ใช่ทุกคนจะดีเลิศไปซะหมด รู้จักกับห้าปี สิบปี ยี่สิบ ก็เหมือนไม่ใช่ใช่คนที่เรารู้จักก็มี และอีกอย่าง...เรื่องมันก็เกิดไปแล้วด้วย"
มะเฟืองเขย่าตัวม่านฟ้า “เธอไม่รู้จักเสียใจเลยเหรอ ไม่สงสารเจนเหรอ!”
“ย่ะ อย่าเขย่า ฉันหายใจไม่ทัน” ม่านฟ้าถูกเขย่าจนมึนหัว
“คนเย็นชา คนไม่มีหัวใจ” มะเฟืองว่าม่านฟ้าพร้อมสะบัดหน้าใส่ บทพูดนี้เหมือนนางเอกพูดกับพระเอกเลยนี่หว่า ยายนี่ดูละครมากไปแล้ว ถึงขนาดบทพูดยังติดมา
ลุงผินส่ายหัว “มะเฟือง…ลูกเข้าใจผิดแล้ว ม่านฟ้าคือคนที่ผ่านความเจ็บปวดที่สุดของชีวิตมาแล้วต่างหาก”
ม่านฟ้าอธิบาย “พ่อแม่ฉันถูกคนฆ่าตายนะ เธอก็น่าจะเห็นในข่าว มันดังไปทั่วจังหวัด ความเสียใจฉันย่อมมี แต่ถึงจะเสียใจเธอก็ต้องทำให้ตัวเองผ่านตรงนั้นมาให้ได้ ฉันเองก็เป็นแค่เด็กสิบสองปีเหมือนพวกเธอ ฉันอยากมีพ่อแม่ครบเหมือนคนอื่น หากไม่ครบ ก็ขอให้มีใครสักคนให้อยู่ด้วยก็ยังดี เจนยังมีพ่อนะ และมีแม่ที่มีชีวิตอยู่จริงๆไม่จกตา”
มะไฟถามแต่ก็ยังมีสะอื้น “จกตาคืออะไรอ่ะ”
ม่านฟ้าเมินมะไฟ เธอหันไปยิ้มเล็กน้อยให้เจน เจนที่สี่หน้าเศร้าโศกพยักหน้า
“ขอแค่พ่อกลับมาเหมือนเดิมก็พอ ส่วนแม่ ฉันไม่หวังอะไรทั้งนั้น”
มะไฟสูดน้ำมูก ฟืดดดดด ไอนี่ยังอินอยู่
จากนั้นพนักงานเสิร์ฟอาหารก็เข้ามาขัดจังหวะ พนักงานเสิร์ฟเห็นลูกค้าร้องไห้ฟูมฟายก็ตกใจ นี่ร้องไห้กันเพราะอาหารมาช้าแน่ๆเลย เด็กๆคงหิวมาก
“ขอโทษที่ช้านะคะ วันนี้ลูกค้ามากจริงๆ ทางเราต้องขอประทานโทษค่ะ”
ลุงผินพูดกับพนักงาน “ไม่เป็นไรครับ พอเด็กๆได้กินอาหาร เดี๋ยวก็อารมณ์ดีแล้ว”
พนักงานไหว้ขอโทษขอโพยอีกครั้งแล้วเร่งเสิร์ฟอาหารและน้ำให้ครบ
ลุงผินถอนหายใจ “เรื่องแม่ของหนูปล่อยเขาไปเถอะ หนูก็รักพ่อดูแลพ่อก็พอ คนเป็นพ่อเมื่อมีลูกสาวเอาใจเดี๋ยวก็อารมณ์ดีเองแหละ”
มะไฟพูดต่อจากพ่อของเขา “นี่พ่อฉันพูดจากประสบการณ์จริงเลยนะ เหอะๆ”
มะเฟืองฉีกยิ้มหวานทั้งที่ตายังบวม ต้นข้าวเริ่มขำ หน้าตาดูไม่ได้จริงๆ
ม่านฟ้าพูด “เจ็บปวดได้ เสียใจได้ ร้องไห้ได้ ไม่ผิด แต่เธอต้องรู้ว่าอะไรสำคัญนะ ตอนนี้ฉันยังมีท่านตาและญาติๆในเมืองหลวงสยาม ตัวเธอเองก็ควรคิดในแง่ดีว่าเธอเหลือใครบ้าง”
“ฉันมีพ่อ มีตาและยาย” เจนพูดออกมา
“นั่นแหละ พวกเขารักเธอจริงๆใช่ไหม?”
เจนพยักหน้า
“แค่นั้นก็พอแล้ว” ม่านฟ้ายิ้มอย่างอ่อนโยน ความรู้สึกของม่านฟ้าที่อยากจะบอกเจน เจนรับรู้ได้ เรื่องของแม่ช่างมันเถอะ แม้จะเสียใจ ผิดหวัง น้อยใจ แต่เธอทำอะไรไม่ได้จริงๆ
เจนยิ้ม “ม่านฟ้าเป็นคนอ่อนโยนมากๆเลย”
มะไฟกับมะเฟืองเบือนหน้าไปคนละทาง เพราะพวกเธอยังไม่เห็นความแสบของม่านฟ้าทั้งหมดหรอกนะ !
ลุงผินกระแอม “เอาเป็นว่าหนูต้องพูดความรู้สึกที่อยากจะบอกต่อพ่อของหนู ส่วนเรื่องเงินลุงจะไปคุยกับพ่อหนูให้ อีกไม่นานม่านฟ้าจะมีฟาร์มหมู โรงงานแปรรูป พ่อของหนูก็จะมีงานทำแน่นอน”
ม่านฟ้าพยักหน้า “ฉันขอรับปากในฐานะเจ้าของฟาร์มหมูและโรงงานแปรรูป พิการขาข้างเดียวฉันก็รับทำงาน แค่ขยันอดทนซื่อสัตย์ก็พอ ลุงผินไปบอกพ่อของเจนตามนี้ได้เลยค่ะ”
ลุงผินยิ้มกว้าง “นับว่าพ่อหนูโชคดีนะ ทีนี้ก็เหลือแค่ให้พ่อของหนูรักษาขาของตัวเองและรักษาร่างกายให้แข็งแรงก็พอ”
เจนยิ้มอย่างมีความสุข มะไฟพูด “ระหว่างนั้นก็ยังมีค่าใช้จ่ายในการใช้ชีวิตประจำวันนะ เจนต้องทำงานหนักเลยน่ะสิ แล้วเรื่องเรียนล่ะ?”
ต้นข้าวคิดว่าถึงเวลาที่เธอสามารถออกหน้าช่วยเพื่อนได้แล้ว “บ้านฉันทำพวกเซรามิกแก้วถ้วยชาม เจนไปทำงานที่บ้านฉันสิ เรามาออกแบบแก้วน่ารักๆไปขายกันดูไหม? เราชอบงานวาดการลงสีเหมือนกัน ทำสิ่งที่ถนัดจะทำได้ดีกว่านะ”
“ขอบคุณนะ” เจนกอดต้นข้าวที่ยอมรับเธอไปทำงานด้วย
“ไหนจะกระดาษห่อของขวัญอีก เราต้องทำได้ อีกอย่าง…เราเพื่อนกันนะ เธอกำลังลำบาก ช่วงนี้เห็นเธอซึมแบบนี้แล้ว ฉันไม่ชอบใจเลยเพราะรู้สึกแย่ไปด้วย”
ลุงผินกระแอม “เอาล่ะ คราวนี้เราก็ทานข้าวได้แล้วนะ เดี๋ยวนายหญิงแห่งสวนม่านฟ้าจะโมโหหิวเอา ฮ่าๆ”
มะเฟืองเบ้ปาก “พ่อพูดเอาใจม่านอีกแล้ว หนูก็หิวเหมือนกันนะ ม่านฟ้าไม่ได้หิวคนเดียวสักหน่อย”
ทั้งห้องก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ต่อมาก็เสียงก็เบาลงเพราะในห้องเต็มไปด้วยเสียงเคี้ยวอาหารและพูดคุยชมความอร่อยของอาหาร ก่อนไปส่งต้นข้าวกับเจน ม่านฟ้าไม่ลืมจะจ่ายค่าแรงให้ทั้งสองไปคนละห้าสิบบาท
ม่านฟ้าย่นคิ้วเมื่อเห็นปฏิกิริยาของทั้งสองคนแปลก “น้อยไปเหรอ?”
ทั้งสองคนส่ายหัว “มันเยอะมาก มากเกินไปด้วยซ้ำ”
ม่านฟ้าจ่ายค่าอุปกรณ์ทั้งหมดแล้ว ห้าสิบบาทนี้ก็คือค่าแรง
“อ้อ..ไม่เกินหรอก แค่ห้าสิบบาทเอง” ม่านฟ้าพูดด้วยสีหน้าใสซื่อ เธอคิดว่าราคาเหมาะสมแล้วนะ ถูกไปด้วยซ้ำ
ป้ายร้านเครปก็น่ารักถูกใจเธอจริงๆ
ต้นข้าวกับเจน “…”
เจนที่กำลังเครียดเรื่องเงินค่าครองชีพในแต่ละวันได้หายวับไปกับตาพร้อมดูเงินในมืออีกครั้งว่ามันคือห้าสิบบาทจริงๆใช่ไหม
มะเฟืองกับมะไฟกลอกตา ฉันก็ว่าแล้วมันต้องเป็นแบบนี้!
ลุงผินขำไปตลอดทาง∼ เด็กสมัยนี้ตลกกันจริงๆ