วันต่อมาหลิว ลู่ซวงก็ได้เดินทางไปยังสถานที่ที่เงียบสงบและสวยงามนอกเมืองหนานหลี่ที่ซึ่งดอกท้อบานสะพรั่งไปทั่วราวกับกลุ่มเมฆสีแดง ส่องประกายอยู่บนผืนดินอันกว้างใหญ่
หลิว ลู่ซวง ยืนอยู่ใต้ต้นท้อหน้าเนินเขาเล็กๆ นางจ้องมองไปยังข้อความบนป้ายหลุมศพด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยนขณะที่น้ำตาเริ่มคลอเบ้าเล็กน้อย
นางไม่เข้าใจมารดาของนางและยังไม่รู้ว่าทำไมนางถึงยอมลดศักดิ์ศรีของตัวเองไปตลอดกาลเพราะผู้ชายที่นางรักคนนั้น
สำหรับเขา นางเป็เพียงสิ่งมีชีวิตที่ต่ำต้อยและน่ารังเกียจ แม้ในวาระสุดท้ายของนางนางยังเสียชีวิตไปทั้งน้ำตา
เดิมทีฮูหยินใหญ่ ้าโยนอู๋ซีหยู่ ลงไปในหลุมฝังศพร่วมกับคนจำนวนมาก แต่หลิว ลู่ซวงในวัยเยาว์ได้วางแผนที่จะฝังมารดาของนางที่นี่แทน
สถานที่นี้อยู่ห่างไกลจากจวนเสนาบดีหลิวมาก ดังนั้นอู๋ ซีหยู่ จึงสามารถที่จะพักผ่อนได้อย่างสุขสงบ
หลิว ลู่ซวงจ้องมองไปที่ป้ายหลุมศพด้วยสายตาเคร่งขรึมที่เต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลายเกินกว่าจะบรรยายเป็คำพูดออกมาได้
นางรู้สึกผูกพันกับคนๆ นี้ที่แสดงความรักในรูปแบบของมารดาที่มีต่อบุตรและปกป้องนางทุกครั้งที่ผ่าน่เวลาที่ยากลำบากมา
ทันใดนั้นหลิว ลู่ซวง ก็กำมือแน่นเมื่อนึกถึงวิธีที่เสนาบดีหลิวปฏิบัติต่อความจริงใจของอู๋ซีหยู่ อย่างไร
มุมปากของนางโค้งขึ้นเป็รอยยิ้มเย้ยหยัน “ท่านแม่ ข้ามาที่นี่เพื่อเยี่ยมท่านทูตจากแคว้นเป่ยิจะมาถึงในวันพรุ่งนี้แล้ว และอีกไม่นานข้าก็ต้องจากแคว้นนี้ไปท่านคงผิดหวังใช่หรือไม่ นี่คือแผนการทั้งหมดของเสนาบดีที่ได้รับการเคารพนับถือจากผู้คนมากมาย”นางพูดขึ้นเงียบๆ
ทันใดนั้น ก็มีลมกระโชกพัดใบไม้บนพื้นหมุนเป็วง
หลิว ลู่ซวงยกมือขึ้นและวางลงบนป้ายหลุมศพ “ท่านแม่ ท่านเสียใจแทนบุตรสาวของท่านหรือ”นางถามด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูสั่นเครือเล็กน้อย
นางไม่ลืมว่ามารดาของนางรักและถนอมนางมากแค่ไหน! เพื่อปกป้องนาง อู๋ ซีหยู่ ถูกทรมานจนตายโดยน้ำมือของคนของฮูหยินใหญ่!
หลิว ลู่ซวงทำสีหน้าบึ้งตึง ในขณะที่นางพูดต่ออย่างนุ่มนวลแต่ก็หนักแน่น"ท่านแม่ ข้าไม่ลืมว่าคนในจวนนั่นทรมานท่านจนตายอย่างไร ข้าจะล้างแค้นให้ท่านอย่างแน่นอน!"
สายลมเบา ๆ ในฤดูใบไม้ผลิพัดเข้ามา ทำให้กลีบดอกไม้หลายกลีบร่วงหล่นลงมาััใบหน้าที่ดูธรรมดาของหลิวลู่ซวง อย่างนุ่มนวล ราวกับว่ากลีบดอกไม้กำลังปลอบประโลมความเ็ปของนางและปลอบโยนหญิงสาวที่กำลังร้องไห้อยู่คนนี้
หลิว ลู่ซวง เพียงแค่จ้องมองไปที่ชื่อที่อยู่บนป้ายหลุมศพของมารดานางอย่างเงียบๆนางนึกถึง่เวลาที่อู๋ ซีหยู่ สอนให้นางร้อง รำเขียน อ่านอย่างไร นางสั่งสอนนางทุกอย่าง
นางคิดว่าอู๋ ซีหยู่ มารดาของนางนั้นค่อนข้างฉลาด แต่ทำไมนางถึงได้เลือกผู้ชายที่มากภรรยาเช่นนี้?
หลิว ลู่ซวงทำได้เพียงแค่รู้สึกเป็ทุกข์และเสียใจแทนมารดาของนาง
ในขณะที่นางนั่งลงและมองออกไปที่ป่าดอกท้อ สายตาของนางก็เริ่มพร่ามัว 'ตอนนี้ิญญาของท่านแม่อยู่ที่นี่หรือไม่' นางสงสัย
และด้วยความคิดเช่นนี้ ทันใดนั้นนางก็เห็นอู๋ ซีหยู่ ยิ้มอย่างอบอุ่นพร้อมทั้งโบกมือให้นาง
หลิว ลู่ซวงค่อยๆ ยื่นมือออกไปเพื่อัันาง แต่ก่อนที่นางจะได้ทำเช่นนั้นลมกระโชกแรงก็สลายภาพลวงตาหายไป
หลิว ลู่ซวงยิ้มอย่างขมขื่นนางเพียงแค่้าความรักจากครอบครัว แต่์กลับลิขิตให้นางไม่มีสิ่งนั้นในสองชั่วชีวิตของนาง!
นางก้มหัวลงและจ้องมองไปที่กลีบดอกท้อที่เหี่ยวเฉาและร่วงหล่นบนพื้น
หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ หลิว ลู่ซวงก็ลุกขึ้นยืนและเริ่มเต้นระบำชุดขนนกสีรุ้งที่มารดาของนางเป็ผู้สั่งสอนในป่าดอกท้อ จากนั้นนางก็เริ่มใช้วรยุทธของนางประสานเป็หนึ่งกับการรายรำ
กลีบดอกท้อพลิ้วไหวไปกับกระแสลมอย่างไม่หยุดหย่อน ราวกับผีเสื้อสีชมพูจำนวนนับไม่ถ้วนบินอยู่รอบๆชุดสีขาวของหลิว ลู่ซวง ลอยขึ้นตามสายลมและเคลื่อนไหวไปพร้อมกับจังหวะของนางอยู่ในป่าดอกท้อราวกับเทพธิดางดงามจนอยากจะบรรยาย
หากมนุษย์คนใดมาพบเห็นนางเข้า พวกเขาอาจจะคิดว่านางหาใช่มนุษย์เดินดินไม่!