บทที่ 18 เมล็ดพันธุ์
ยามบ่ายแก่ ๆ ของวันนั้น แสงอาทิตย์สีทองสาดส่องลงมาบนลานฝึกตนเล็ก ๆ ในเขตสาขารองที่เคยทรุดโทรมและเงียบเหงาราวกับถูกทอดทิ้งมานานหลายปี
บัดนี้กลับเต็มไปด้วยชีวิตชีวาที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างช้า ๆ แต่แ่เบา ลมเย็นพัดโชยมาจากเทือกเขารอบเมืองหย่งหนิง พาเอากลิ่นสมุนไพรวิเศษและโอสถที่เฉาหลินหยวนมอบให้ฝาแฝดทั้งสอง ลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณ ทำให้ลูกหลานที่เดินผ่านต่างหันมามองด้วยความประหลาดใจ
แม้ว่าหลายคนจะมีแววตาที่อิจฉาซ่อนเร้นในดวงตา แต่ก็ไม่ได้คิดจะเข้าไปยุ่งกับอีกฝ่าย เพียงแค่แอบมองทั้งสองคนที่กลับมาจากนอกตระกูลเงียบ ๆ
เมื่อข่าวลือเกี่ยวกับการกลับมาของลูกหลานสาขาย่อยที่ถูกช่วยชีวิตแพร่สะพัดอย่างเงียบ ๆ ในตระกูลแต่กลับรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง ลูกหลานหลายคนที่เคยเดินก้มหน้าก้มตาด้วยความสิ้นหวัง บัดนี้เริ่มยกศีรษะขึ้นมองไปยังท้องฟ้าที่สดใสยิ่งขึ้น ราวกับว่าความมืดมิดที่ปกคลุมตระกูลมานานกำลังจะถูกสลายไปทีละน้อย
เฉาหลิงเจี้ยนและเฉาหนิงเอ๋อร์นั่งขัดสมาธิอยู่กลางลานฝึกตนที่พื้นหินแตกร้าวปกคลุมด้วยวัชพืชขึ้นรกชัฏ มือเล็ก ๆ ของทั้งสองถือม้วนคัมภีร์หมุนเวียนปราณไร้ลักษณ์ที่เพิ่งได้รับจากเฉาหลินหยวน
ดวงตาของเด็กทั้งสองเปล่งประกายแห่งความมุ่งมั่นที่ร้อนแรงยิ่งกว่าเดิม ราวกับเปลวเพลิงที่กำลังลุกโชนท่ามกลางพายุที่กำลังโหมกระหน่ำ
หลังจากบิดาของพวกเขา เฉาหลี่หยวน ฟื้นตัวจากพิษร้ายและาแสาหัสอย่างปาฏิหาริย์ ความดีใจและความกตัญญูที่พลุ่งพล่านในใจของเด็กฝาแฝดกลายเป็เชื้อเพลิงที่จุดติดไฟแห่งการฝึกฝนอย่างไม่เคยมีมาก่อน
พวกเขารู้ดีว่าทรัพยากรล้ำค่าที่ได้รับมาไม่ใช่ของฟรี แต่เป็พระคุณที่ต้องตอบแทนด้วยความพยายามและความภักดีต่อตระกูลเฉา เฉาหลิงเจี้ยน เด็กชายที่เคยกลั้นน้ำตาไม่อยู่ในยามสิ้นหวัง บัดนี้ยืนตรงมองคัมภีร์ด้วยดวงตาที่เด็ดเดี่ยวราวกับนักรบน้อยที่พร้อมเผชิญศึก “เสี่ยวเอ๋อร์... เราจะไม่ทำให้ท่านประมุขผิดหวังเด็ดขาด คัมภีร์นี้... มันลึกล้ำยิ่งนัก ข้าเชื่อว่าเราจะทะลวงขั้นได้อย่างรวดเร็ว และเราจะกลายเป็กำลังสำคัญให้ตระกูล!” เสียงของเขายังเด็กแต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่ทำให้เฉาหนิงเอ๋อร์ยิ้มทั้งน้ำตา
หยาดน้ำตาแห่งความดีใจที่ยังหลงเหลือ “ใช่แล้วพี่ชาย... หนิงเอ๋อร์จะฝึกให้หนัก เพื่อท่านพ่อ เพื่อท่านพี่ และเพื่อท่านประมุข... เราจะทำให้ตระกูลเฉาภาคภูมิใจในตัวเรา และเราจะแก้แค้นให้กับทุกความทุกข์ที่เราต้องเจอ!” ความรักและความผูกพันระหว่างพี่น้องฝาแฝดแผ่ซ่านออกมาราวกับแสงอุ่นที่ส่องสว่างในหัวใจของพวกเขา ทำให้แม้แต่ลมเย็นยามบ่ายก็ไม่อาจทำให้ความร้อนแรงในดวงตาของพวกเขาจางลงได้แม้แต่น้อย
ทั้งสองเริ่มบ่มเพาะตามคัมภีร์หมุนเวียนปราณไร้ลักษณ์ทันที ลมปราณในร่างกายที่เคยแ่เบาเริ่มหมุนเวียนราวกับวงล้อที่ไม่หยุดยั้ง พลังจากโอสถชำระชีพจรปราณและชำระไขกระดูกที่กลืนลงไปแผ่ซ่านไปทั่วเส้นลมปราณ ทำให้รากฐานที่เคยอ่อนแอจากความยากลำบากแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับถูกหลอมใหม่ในเตาเพลิง์
ภายในไม่กี่ชั่วยาม พลังปราณของทั้งสองก็ทะลวงขึ้นสู่ระดับเลี่ยนชี่ขั้นห้า ขั้นหก ขั้นเจ็ด ขั้นแปดแม้กระทั้งขั้นเก้าพร้อมกันอย่างรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน!
ไม่เพียงเท่านั้นพลังปราณที่บริสุทธิ์ยิ่งของโอสถวิเศษขั้นสามรวมด้วยกับคัมภีร์หมุนเวียนปราณไร้ลักษณ์ทำให้พลังปราณของพวกเขาทะลวงขึ้นอย่างรวดเร็วและหนักแน่นยิ่งนัก…
ด้วยพร์ระดับล้ำเลิศนั้นขอเพียงมีทรัพยากรการฝึกตนที่มากพอ การจะบรรลุขอบเขตขั้นจินตันหรือแม้กระทั้งหยวนอิงก็เป็เพียงเื่ของเวลาเท่านั้น!
ประกายแสงจาง ๆ จากร่างกายของเด็กฝาแฝดแผ่ซ่านออกมา ทำให้ลูกหลานที่แอบมองจากระยะไกลตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงและความอิจฉาที่พลุ่งพล่าน
“เด็กพวกนั้น... พลังปราณเพิ่มขึ้นรวดเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร? มันราวกับปาฏิหาริย์!”
“ข่าวลือว่าท่านประมุขมอบคัมภีร์ล้ำค่าให้พวกเขาจริงหรือ? แต่ท่านประมุขยังปิดด่านไม่ใช่หรือ?” ความสงสัยและความอิจฉาผสมปนเปกันในสายตาของลูกหลานที่เฝ้ามอง แต่ไม่มีใครกล้าพูดออกมาเสียงดัง เพราะข่าวลือเกี่ยวกับการกลับมาของประมุขยังคงเป็ความลับที่รู้กันเฉพาะเหล่าาุโระดับหนิงม่าย
คนภายนอกรู้เพียงแต่ว่าผู้าุโในเรือนโอสถเป็คนรักษาเฉาหลี่หยวน ทำให้ข่าวลือเกี่ยวกับ "ปาฏิหาริย์" ในเรือนโอสถแพร่สะพัดอย่างเงียบ ๆ แต่ไม่มีใครสงสัยถึงตัวตนที่แท้จริงของเฉาหลินหยวนที่ยังคงซ่อนเร้นอยู่ในเงามืด
ข่าวการกลับมาของลูกหลานสาขาย่อยที่ถูกช่วยชีวิต และการที่เด็กฝาแฝดทั้งสองได้รับการบ่มเพาะพิเศษ แพร่สะพัดไปทั่วคฤหาสน์อย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง
ความหวังที่เคยมอดดับเริ่มจุดติดขึ้นในใจของลูกหลานหลายคน โดยเฉพาะผู้ที่มาจากสาขารองและสาขาย่อยที่เคยถูกทอดทิ้งที่เริ่มถยอยกลับกันมา
พวกเขาเริ่มกระซิบกันอย่างตื่นเต้นแต่แ่เบาในมุมมืดของเรือนพักและลานฝึกตน
“ท่านประมุขกลับมาแล้วจริง ๆ ... และท่านไม่ทอดทิ้งเรา! เด็กฝาแฝดจากสาขาย่อยยังได้รับโอสถและคัมภีร์ล้ำค่า... บางทีเราอาจมีหวัง!”
“ผู้าุโในเรือนโอสถบอกว่ามีปาฏิหาริย์ช่วยชีวิตเฉาหลี่หยวน... แต่ข้าเชื่อว่านั่นคือท่านประมุขแน่!” ความตื่นตัวแผ่ซ่านไปทั่วคฤหาสน์ ลูกหลานที่เคยท้อแท้เริ่มฝึกฝนอย่างขยันขันแข็งยิ่งขึ้น พลังปราณพื้นฐานที่แผ่ออกมาจากลานฝึกตนต่าง ๆ ทำให้บรรยากาศในตระกูลคึกคักขึ้นเล็กน้อย
ราวกับต้นกล้าที่กำลังงอกงามหลังฝนตกหนักที่ชะล้างความแห้งแล้งมานาน แต่ท่ามกลางความหวังนั้น ยังมีความกลัวที่ซ่อนเร้น เพราะข่าวลือเกี่ยวกับการกลับมาของประมุขยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเปิดเผย ทำให้หลายคนยังคงกังวลว่ามันอาจเป็เพียงความฝันที่จางหาย
…
ในห้องลับใต้ดินที่ปกคลุมด้วยค่ายกลป้องกันและมืดครึ้มราวกับหลุมศพ เฉาหลินหยวนนั่งขัดสมาธิอย่างเงียบเชียบ ตรวจสอบผลกำไรจากกลไกคืนสนอง์ที่ลงทุนกับฝาแฝดอัจฉริยะทั้งสอง
โอสถหลอมชีพจรลมปราณระดับสามและสมานกายาระดับสามจำนวนมาก โอสถปราณฟ้าระดับห้าที่ล้ำค่ายิ่ง อาวุธวิเศษระดับพิภพ และเคล็ดวิชาวรยุทธระดับดาราที่ได้รับกลับมา ทำให้เขายิ้มอย่างพึงพอใจ
ทรัพยากรเหล่านี้เพียงพอที่จะบ่มเพาะผู้าุโและลูกหลานที่มีพร์อีกหลายคน ไม่ใช่เพียงแค่เสริมกำลังในยามวิกฤต แต่ยังเป็รากฐานที่จะทำให้ตระกูลเฉาก้าวไปสู่จุดสูงสุดในอนาคตได้อย่างยั่งยืน ราวกับเมล็ดพันธุ์ชั้นเลิศที่รอวันงอกงามเป็ต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาค้ำจุนฟ้า
เขาเริ่มวางแผนแจกจ่ายอย่างรอบคอบหลังจากผ่านวิกฤตล้างตระกูลครั้งนี้ไปได้ หากให้ทรัพยากรไปอย่างง่ายดายย่อมไม่ดีต่อตระกูลแน่...
เพราะหากคนในตระกูลเพียงแค่รับโอสถ เคล็ดวิชา และอาวุธวิเศษไปได้อย่างง่ายดาย แต่กลับไม่มีผลงานหรือคุณูปการตอบแทนให้ตระกูล มันไม่ต่างอะไรกับการเอาทรัพยากรล้ำค่าไปทิ้งลงแม่น้ำให้ไหลไปอย่างไร้ค่า มันจะทำให้เกิดความเกียจคร้าน ความไม่รู้จักคุณค่า และความไม่สามัคคีในที่สุด
คนที่ได้รับของดีโดยไม่ต้องแลกด้วยหยาดเหงื่อ ความเ็ป และความภักดี ย่อมไม่เห็นค่าของมันอย่างแท้จริง และอาจนำไปสู่การแบ่งฝักแบ่งฝ่ายที่รุนแรงยิ่งขึ้นในอนาคต เมื่อความอิจฉาและความไม่ยุติธรรมค่อย ๆ สะสมราวกับพิษร้ายที่กัดกินจากภายใน
เขาต้องคิดและวางแผนจัดการดี ๆ เพราะนี่คือรากฐานของตระกูลเฉา การแจกจ่ายต้องมาพร้อมกับระบบรางวัลตามคุณูปการและผลงาน หรือใช้ระบบคะแนนเหมือนภายในสำนักใหญ่ที่คอยเอาไว้แลกทรัพยากรหลังจากทำภารกิจสำเร็จ เช่น การมอบคะแนนให้กับผู้ที่ปกป้องตระกูลในยามศึก การช่วยเหลือลูกหลานด้วยกัน การฆ่าสัตว์อสูร การบันทึกเคล็ดวิชาที่ไม่มีอยู่ในหอคัมภีร์หรือการฝึกฝนจนทะลวงขั้นและนำพลังนั้นมาปกป้องส่วนรวม
คะแนนเหล่านี้จะสะสมเพื่อแลกโอสถ เคล็ดวิชา หรืออาวุธวิเศษ ทำให้ทุกคนรู้สึกว่าทรัพยากรที่ได้รับมาจากความพยายามของตนเองและส่วนรวม ไม่ใช่ของฟรีที่ตกลงมาจากฟ้า
เพราะอนาคตตระกูลเฉาย่อมถูกขยายออกไปไม่ต่างจากสำนักใหญ่แน่... เมื่อตระกูลเติบโต ลูกหลานเพิ่มพูน และอิทธิพลแผ่ขยายไปทั่วอาณาจักรเทียนเหอที่เป็เพียงแค่จุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ในมหาพิภพไพศาลนี้
ระบบที่มั่นคงเช่นนี้จะช่วยรักษาความสามัคคีและกระตุ้นให้ทุกคนพัฒนาตนเองและอุทิศให้ตระกูลอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงรอรับของฟรีจากตระกูล
แต่จะรู้สึกถึงความภาคภูมิใจที่ได้เป็ส่วนหนึ่งของการเติบโต สิ่งนี้จะกระตุ้นให้เกิดการแข่งขัน ไม่ใช่การแย่งชิงที่ทำลายล้าง แต่เป็การแข่งขันเพื่อส่วนรวมและเพื่อตนเองที่ทำให้ทุกคนแข็งแกร่งขึ้นด้วยกัน
หลังจากาครั้งนี้ผ่านพ้นไป เขาจะบังคับใช้กฎเกณฑ์เหล่านี้ที่ชัดเจนและยุติธรรมในการแจกจ่ายทรัพยากร ทำให้ตระกูลเฉาไม่ใช่เพียงกลุ่มคนที่รวมกันด้วยสายเื แต่เป็องค์กรที่แข็งแกร่งด้วยระบบฝึกตนและความสามัคคีของคนในตระกูล
การหารือนี้จะเป็จุดเริ่มต้นของการปฏิรูปตระกูลอย่างแท้จริง เพื่อตัดไฟจากรากไม้ที่เน่าเฟะจากภายใน เช่น ความเกียจคร้าน ความเห็นแก่ตัว และการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายที่เคยกัดกินตระกูลมานาน
ในใจลึก ๆ ของเฉาหลินหยวน เขารู้ดีว่าทรัพยากรเหล่านี้คือเมล็ดพันธุ์ที่จะงอกงามเป็ต้นไม้ใหญ่ที่ค้ำจุนตระกูล
แต่หากหว่านเมล็ดอย่างไม่รอบคอบ มันอาจกลายเป็วัชพืชที่กัดกินรากฐานแทน เขาจะไม่ยอมให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นเด็ดขาด ตระกูลเฉาจะแข็งแกร่งอย่างยั่งยืน ด้วยความยุติธรรม ความภักดี และความมุ่งมั่น
การวางระบบโครงสร้างตระกูลพื้นฐานที่มั่นคงจะทำให้ตัดรากไม้ที่เน่าเฟะจากภายในได้อย่างสิ้นเชิง และเมื่อนั้น ตระกูลเฉาจะกลายเป็ัที่ทะยานฟ้า ไม่ใช่เพียงรอดชีวิตจากพายุ แต่จะเป็ผู้สร้างพายุเองในมหาพิภพที่โหดร้ายนี้!
ในเวลาเดียวกัน ข่าวการรุกรานที่รุนแรงขึ้นจากตระกูลหูก็แพร่สะพัดเข้ามาราวกับพายุที่กำลังโหมกระหน่ำอย่างไม่ปราณี ร้านค้าสุดท้ายของตระกูลเฉาในย่านกลางเมืองถูกยึดโดยกำลังพลระดับหนิงม่ายจากตระกูลหู
คลังสินค้าลับถูกเผาวอดวายในคืนก่อน ทำให้ทรัพยากรที่เหลือน้อยนิดสูญหายไปเกือบหมดสิ้น และมีข่าวลือว่าหูเฟิงกำลังจะกลับมาพร้อมยอดฝีมือจากหุบเขาหลอมอัคนี ความกดดันจากภายนอกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ลูกหลานและผู้าุโหลายคนเริ่มหวาดกลัวและสิ้นหวังยิ่งแผ่ซ่านราวกับหมอกพิษที่ปกคลุมหัวใจ ใบหน้าที่เคยสดใสกลายเป็ซีดเผือดด้วยความกังวล
“ตระกูลหูบุกหนักขนาดนี้... เราจะรอดไหม? ร้านค้าถูกยึดหมดแล้ว... ทรัพยากรเหลือน้อยนิดยิ่ง!”
“คลังสินค้าถูกเผา... เราจะฝึกฝนอย่างไร? ตระกูลหูคงไม่หยุดแค่นี้แน่ บัดซบเอ้ย!”
เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นทั่วคฤหาสน์ บรรยากาศตึงเครียดราวกับเชือกที่กำลังจะขาด ทำให้ทุกย่างก้าวหนักอึ้งและหัวใจเต้นรัวราวกลองศึกที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ ลูกหลานรุ่นเยาว์หลายคนที่เพิ่งเริ่มมีความหวังพลันรู้สึกถึงความกลัวที่คืบคลานเข้ามา ผู้าุโกำหมัดแน่นด้วยความแค้นแต่ก็อดทนตามคำสั่งของประมุข
“เราต้องรอ... ท่านประมุขมีแผนการของตน... แต่ตระกูลหูบุกหนักขนาดนี้... และกำลังเื้ัของพวกมันเราจะไหวไหม?” ความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่ว ทำให้คฤหาสน์ที่เคยเงียบสงบกลายเป็สถานที่ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและความหวั่นไหว
เฉาเสวียนเหิงที่ปิดด่านกลืนโอสถทะลวงจินตันในห้องลับใต้ศาลบรรพชนเริ่มมีสัญญาณทะลวงขั้นที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ห้องลับที่ปกคลุมด้วยค่ายกลป้องกันสั่นะเืเบา ๆ จากพลังปราณที่กำลังก่อตัวเป็แก่นทองคำภายในตันเถียน โอสถทะลวงจินตันระดับห้าที่มีความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วนละลายกลายเป็กระแสพลังบริสุทธิ์ที่ไหลเวียนไปทั่วร่างกายของเขา ราวกับน้ำอมฤตที่ชะล้างสิ่งเจือปนทั้งปวง
เฉาเสวียนเหิงนั่งขัดสมาธิ ใบหน้าเหี่ยวย่นที่เคยอิดโรยบัดนี้ฉายแววเด็ดเดี่ยวและมุ่งมั่นยิ่งนัก พลังปราณหนิงม่ายขั้นเก้า่ปลายที่สะสมมากหลายร้อยปีกำลังรวมตัวกันอย่างช้า ๆ แต่แน่นอน ลมปราณในร่างกายหมุนเวียนราวกับวงล้อ์ที่ไม่หยุดยั้ง ความเ็ปรุนแรงจากกระบวนการทะลวงขั้นถาโถมเข้ามาราวกับถูกเพลิงแผดเผาจากภายใน
กระดูกทุกชิ้นราวกับถูกบดขยี้ เส้นลมปราณขยายตัวจนรู้สึกเหมือนจะฉีกขาด แต่เฉาเสวียนเหิงกัดฟันแน่น ทนรับความทุกข์นั้นด้วยจิตใจที่มั่นคงราวภูผาที่ไม่สั่นคลอนแม้พายุโหมกระหน่ำ
“เพื่อตระกูลเฉา... เพื่อท่านประมุข... ข้าจะทะลวงให้ได้!” เขาคำรามขึ้นเสียงดังกึกก้อง พลังปราณที่พลุ่งพล่านเริ่มก่อตัวเป็แก่นทองคำขนาดเล็กในตันเถียน ประกายแสงสีทองวาบขึ้นในห้องลับ ทำให้ค่ายกลรอบห้องสั่นะเืรุนแรงยิ่งขึ้น การทะลวงขั้นของเขากำลังใกล้เข้ามา และเมื่อสำเร็จ
ตระกูลเฉาจะมียอดฝีมือจินตันเพิ่มอีกคน ซึ่งจะเป็จุดเปลี่ยนที่สำคัญในาที่กำลังจะเกิดขึ้น ความเ็ปที่เพิ่มขึ้นทุกขณะทำให้เหงื่อไหลอาบกาย แต่ในความเ็ปนั้น มีความหวังที่กำลังเบ่งบานราวกับดอกไม้งอกงามท่ามกลางเปลวเพลิง
สถานการณ์ในตระกูลเฉาเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่แผ่ซ่านราวกับหมอกหนาที่ปกคลุมหัวใจทุกคน ลูกหลานรุ่นเยาว์ที่เคยฝึกฝนอย่างขยันเริ่มมีสีหน้าหวั่นไหวเมื่อข่าวการรุกรานจากตระกูลหูแพร่เข้ามามากยิ่งขึ้น
หัวใจของทุกคนเต้นรัวราวกับกลองศึกที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ ความกลัวที่คืบคลานเข้ามา ทำให้หลายคนเริ่มสงสัยในอนาคต
“ถ้าท่านประมุขยังไม่ออกจากด่านฝึกตน... เราจะสู้ไหวจริงหรือ?” แต่ท่ามกลางความกลัวนั้น ความสามัคคีที่เฉาหลินหยวนหวังไว้ก็เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้า ๆ ลูกหลานเริ่มรวมตัวกันมากขึ้น
ในใจของเฉาหลินหยวนรู้ดีว่าในวันพรุ่งนี้จะเป็วันแห่งการตัดสินที่แท้จริง…
ภายในเงามืดของเมืองหย่งหนิง หูเฟิงและผู้าุโจากหุบเขาหลอมอัคนีมาถึงตระกูลหูเรียบร้อยแล้ว…
บรรพชนและาุโทั้งหลายของตระกูลหูต่างยิ้มและเริ่มวางแผนปรึกษากวาดล้างตระกูลเฉาให้สิ้นซาก!