"หัวหน้าองครักษ์กำลังพาหมอเข้ามาค่ะ"
สิ้นคำกล่าวของแม่นม ท่านชายปริ้นซ์ก็มีสีหน้าแห่งความหวังปรากฏขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มใบหน้าสวย ทางฝ่ายของแม่นมของคุณชายไมล์ก็มีอาการไม่ต่างกัน
"จริงหรอ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวเราจะรีบออกไปต้อนรับแล้วรีบพาเข้ามาข้างใน"
ไม่ทันที่ท่านชายจะได้ก้าวขาออกจากห้อง หัวหน้าองครักษ์ได้เดินนำหน้าหมอหนุ่มเข้ามาภายในห้องนอนของท่านชายพอดี
"ท่านชายจะออกไปไหนหรอครับ" หัวหน้าองครักษ์เอ่ยถาม แต่ท่านชายปริ้นซ์ไม่ได้ตอบคำถาม กลับหันไปพูดกับหมออย่างกระวนกระวายใจ
"หมอช่วยดูอาการคุณชายก่อนเถอะ อาการของเขาไม่ดีเลย"
"ครับท่านชาย ผมจะพยายามจนสุดความสามารถครับ"
"เราฝากด้วยนะ ช่วยเขาหน่อย"
"ครับท่านชาย ไม่ทราบว่าใครรู้ข้อมูลโรคประจำตัวของเขาบ้างหรือเปล่าครับ" หมอเอ่ยถามทุกคน
"ฉันค่ะ ฉันเป็แม่นมส่วนตัวของคุณชายค่ะ"
"ดีมากครับ ถ้ายังไงช่วยบอกรายละเอียดเกี่ยวกับโรคประจำตัวของเขาให้ผมได้ฟังทั้งหมด ระหว่างที่ผมทำการตรวจอาการเบื้องต้นนะครับ ขอเชิญท่านชายและคนอื่นๆ ออกจากห้องนอนก่อนนะครับ เพื่อความสะดวกในการตรวจรักษาอาการ"
"ได้..." ท่านชายเดินนำหัวหน้าองครักษ์และแม่นมของตนออกจากห้องนอนไปตามคำบอกของหมอ คนทั้งสามออกมายืนรอหน้าห้องด้วยอาการตั้งตารอผลการตรวจและการรักษาของคุณชายไมล์ แต่ก็ทำให้คุณชายปาร์วีนอดสงสัยไม่ได้กับเื่ๆ หนึ่ง
"หัวหน้าองครักษ์ เราขอถามอะไรอย่างหนึ่งได้ไหม"
"ไม่ทราบว่าท่านชายมีอะไรหรือเปล่าครับ แต่ถ้าเป็เื่ของลูกชายกระผมได้ทำผิดวันนี้ ผมต้องขอโทษแทนลูกชายผมด้วยนะครับ ท่านชายจะลงโทษยังไงกับเขาก็ได้ ผมยอมรับในบทลงโทษทุกอย่าง แต่ผมขอถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างท่านชายกับลูกของผมเป็ความจริงหรือเปล่าครับ"
"หัวหน้าองครักษ์สำหรับเื่นั้นจะเป็ความจริงหรือไม่ เรายังไม่อยากตอบตอนนี้ เดี๋ยวเราจะคุยเป็การส่วนตัวกับท่านภายหลังได้ไหม เราอยากว่าหมอหนุ่มคนนั้นเขาเป็ใคร ทำไมเราไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนั้แ่กลับมาที่วัง"
คำตอบของท่านชายทำให้หัวหน้าองครักษ์รู้สึกโล่งใจขึ้นมาเปราะหนึ่งและต้องละทิ้งความอยากรู้ลงชั่วคราวเพื่อจะตอบคำถามที่ท่านชายถามขึ้นเมื่อสักครู่นี้
"หมอหนุ่มคนนั้นชื่อซีซ่าครับ เป็หลานชายของหมอประจำวังที่เพิ่งปลดเกษียณไปได้เมื่อสองเดือนก่อน เพิ่งจบการศึกษาจากคณะแพทย์และเข้ามารับตำแหน่งเป็หมอประจำวังคนใหม่ครับท่านชาย"
ท่านชายปริ้นซ์ฟังหัวหน้าองครักษ์อธิบายอย่างตั้งใจก่อนจะแย้งขึ้น
"แล้วทำไมไม่เห็นมีใครบอกเราเลยสักคน ว่าหมอใหญ่ปลดเกษียณแล้ว เราก็ว่าอยู่ทำไม่ที่เรากลับมาไม่เคยเห็นหน้าหมอใหญ่เลย รวมถึงหมอประจำวังคนใหม่นี้ด้วย เราก็ไม่เคยเห็นมาก่อน ท่านหัวหน้าองครักษ์ ท่านทำงานกันยังไงเห็นเราเป็อะไร ไม่คิดจะบอกกันบ้างเลย" ท่านชายปริ้นซ์กล่าวด้วยสีหน้าไม่พอใจบวกกับน้ำเสียงที่ดูเกรี้ยวกราด สร้างความเกรงกลัวให้กับหัวหน้าองครักษ์และแม่นมเป็อย่างมาก จนทำให้คนทั้งสองที่ยืนฟังคำตำหนิของท่านชายต้องยืนตัวสั่น
"ท่านชายคะ อย่าไปตำหนิหัวหน้าองครักษ์เลยนะคะ เราสองคนก็จะบอกท่านชายอยู่เหมือนกัน แต่ติดที่่นี้กำลังยุ่งเื่งานเลือกคู่สมรสของท่านชายกันอยู่ค่ะ พวกเราเลยยังไม่ได้บอก" แม่นมประจำตัวท่านชายกล่าวด้วยน้ำเสียงขอความเห็นใจจากท่านชายของตนทางสายตา
ฝ่ายหัวหน้าองครักษ์มีสีหน้ารู้สึกผิดและยืนก้มหน้ารับคำตำหนิอยู่นิ่งๆ
"เป็เพราะทุกคนวุ่นวายอยู่กับเื่เลือกคู่ให้กับเราอยู่ใช่ไหม ถึงทำให้เราไม่รู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของทุกเื่ในวัง ถ้าอย่างนั้นเราขอประกาศตรงนี้เลยว่า จะไม่มีพิธีการเลือกคู่สมรสระหว่างเรากับท่านหญิงคนใดก็ตาม จะไม่มีพิธีนั้นเกิดขึ้น หากนมบังคับหรือให้เราต้องเลือกคู่สมรสอีก เราก็จะไปจากวังแห่งนี้และไม่กลับมาที่นี่อีก นมคงรู้ว่าเราเป็คนพูดจริงทำจริง ใช่ไหมครับนม"
คำกล่าวของท่านชายปริ้นซ์แฝงด้วยความเด็ดขาด แม่นมผู้เลี้ยงดูเขามาั้แ่เล็กต้องยืนนิ่งไม่สามารถโต้ตอบอะไรได้ ถึงแม้ว่าเธอจะมีเหตุผลต่างๆ มากมายเพื่อที่จะอธิบายให้กับท่านชายของเธอฟัง แต่ตอนนี้มันสายเกินที่เธอจะสามารถอธิบายอะไรได้อีก แล้วงานที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ล่ะจะเป็อย่างไรต่อไป ที่สำคัญคุณชายจากเมืองไกลก็ยังไม่ได้สติ ก่อนที่เธอจะรวบรวมความกล้า ถามอะไรจากปากท่านชายบางอย่างว่าสิ่งที่เธอคิดและคำตอบของท่านชายจะตรงกันหรือไม่
"ท่านชายรักคุณชายไมล์ใช่ไหมคะ"
เมื่อท่านชายปริ้นซ์ได้ฟังคำถามก็รู้สึกใเล็กน้อย ก่อนจะอธิบายให้กับแม่นมของตนได้ฟัง
"นมเราจะบอกว่าเราไม่ได้รักคุณชายไมล์หรอกนะ แต่เรารู้สึกชอบเขาเท่านั้น เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตบ้าง แต่คำในพินัยกรรมที่ท่านแม่เขียนไว้ เราคงทำไม่ได้ เพราะเราไม่ได้ชอบผู้หญิง เราชอบคุณชายไมล์ ถ้านมไม่ขัดข้อง เราก็จะปฏิบัติตามคำในพินัยกรรมที่ท่านแม่เขียนไว้อย่างเคร่งครัด สำหรับเื่ทายาทที่จะสืบราชสกุลนั้นเราขอปรึกษากับคุณชายก่อน แต่ตอนนี้เราขอความช่วยเหลือจากนมและหัวหน้าองครักษ์ ว่าอย่าเพิ่งบอกคุณชายไมล์ได้ไหม ว่าเรารู้สึกยังไงกับเขา เมื่อวันหนึ่งที่เราพร้อมเราจะบอกเขาเอง"
คนทั้งสองต่างรู้สึกใกับสิ่งที่ท่านชายกล่าว แต่นั่นคือความประสงค์ของท่านชาย ที่เขาทั้งสองคนไม่สามารถที่จะขัดได้
"ตามประสงค์ค่ะท่านชาย"
ก่อนที่หัวหน้าองครักษ์และแม่นมประจำตัวจะโค้งคำนับด้วยความเคารพที่หน้าห้องนอน เพื่อรอฟังผลการรักษาจากด้านในต่อไป