สาวบ้านไร่กับมารร้ายจอมป่วน (锦绣农家女)

    ตอนที่ 37 เห็น

            เถ้าแก่เป็นคนเฉลียวฉลาดเขาพยักหน้าให้เฉียวซี และอ่านรายการที่บรรดาลูกศิษย์จดมาให้นางทราบ“ผงยาห้ามเลือด 30 ห่อ 90 ตำลึง ผงยาลดไข้ 20 ห่อ 40 ตำลึง ผงยาแก้ปวดหัว 20 ห่อ20 ตำลึง ยาแก้ไอ 5 ขวด 25 ตำลึง และสมุนไพรอื่นๆ อีก 5 ตำลึง เป็นเงินทั้งสิ้น180 ตำลึง”

             

            เฉียวซียิ้มบางๆนางคำนวณไว้ในใจตั้งนานแล้ว เมื่อรับเงินจากมือเถ้าแก่ในใจก็ยังรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยคิดไม่ถึงว่าการขายยาสมุนไพรในครั้งแรกจะได้เงินมากมายถึงเพียงนี้แต่ใบหน้าของนางยังคงนิ่งสงบไร้ความตื่นเต้น

             

            “ขอบคุณท่านผู้เฒ่าเฉินมาก”หลังจากกล่าวขอบคุณผู้เฒ่าเฉินแล้ว เฉียวซีก็จากเหรินจี้ถังไป

             

            เมื่อเห็นนางเดินจากไปอย่างสงบเถ้าแก่เหลียงพลันขยี้ตาและพูดอย่างรู้สึกไม่เชื่อสายตา“นางเป็นหญิงชาวไร่จริงหรือ เหตุใดจึงดูไม่เป็นเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย”

             

            ผู้เฒ่าเฉินพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของเถ้าแก่เหลียง“ไม่เหมือนเลยจริงๆ บุคลิกนิสัยทั้งหมดเทียบได้กับองค์หญิงองค์ชายในวังหรืออาจจะเหนือกว่าเสียด้วยซ้ำ” เขาต่างเคยพบเคยรู้จักองค์ชายและองค์หญิงมาก่อนทั้งยังเคยสัมผัสพวกเขาเหล่านั้นมาก่อน แต่สติปัญญาความกล้าหาญและความสุขุมกลับสู้นางไม่ได้เลย

             

            เถ้าแก่เหลียงเลียริมฝีปากของเขาและไปทำงานบางทีเรื่องเช่นนี้มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่กล้าเอ่ยหากผู้อื่นกล้าผู้เรื่องไม่สมไม่ควร อาจจะหัวหลุดจากบ่าไปนานแล้

             

            เมื่อเฉียวซีเดินผ่านร้านขายเนื้อนางก็หยุดฝีเท้าลง ที่บ้านไม่มีเนื้อเหลืออยู่แล้ว ดังนั้นนางจึงให้เถ้าแก่เอาเนื้อติดมันให้นางสองชั่งและเอาเนื้อไม่ติดมันให้นางอีกสองชั่ง

             

            เถ้าแก่จำเฉียวซีผู้นี้ได้ดังนั้นจึงแถมไส้หมูและสิ่งอื่นๆ ที่ทิ้งไว้ด้านข้างให้กับนาง “แม่หนูสิ่งเหล่านี้ข้ายกให้เจ้า”

             

            “ขอบคุณท่านอามากกระดูกหมูเหล่านี้ข้าก็ต้องการ เป็นเท่าไรหรือท่านอา”สิ่งเหล่านี้นางต่างจัดการได้ทั้งนั้นของที่ไม่ต้องใช้เงินแลกมาเหล่านี้หากไม่เอาก็เสียเปล่า

             

            “ให้ข้า 3 อีแปะก็แล้วกัน”เถ้าแก่ใจกว้างเป็นอย่างยิ่ง

             

            หลังจากจ่ายเงินเสร็จเฉียวซีกำลังจะจากร้านขายเนื้อไป และนางก็พบกับยายเว่ยเข้านางมองไปที่เฉียวซีพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้าของนาง “แม่หนูซีข้าเพิ่งเห็นเจ้าโรยอะไรบางอย่างใส่หัวของนายน้อยคนนั้น แล้วเลือดก็หยุดไหลไปเลยบอกข้ามาเถอะ นั่นคือของดีอะไรหรือ”

             

            “ไม่มีอะไรหรอกเจ้าค่ะนั่นคือยาสมุนไพรที่เก็บจากบนเขา” เดิมทีนางไม่คิดจะสนใจยายเว่ยเลยคิดแต่เพียงว่าอีกประเดี๋ยวจะนั่งเกวียนวัวกลับไปแล้ว เมื่อในใจไม่อยากสนใจเท่าไรจึงพูดด้วยเพียงไม่กี่คำเท่านั้น

             

            เมื่อยายเว่ยเห็นว่าเฉียวซีคุยกับนางนางจึงขยับเข้าไปอีกก้าว “แม่หนูซีรู้เรื่องสมุนไพรด้วยหรือ ฉลาดจริงๆครั้งนี้เจ้าช่วยเหลือนายน้อยของเขาเชียวนะ จะต้องได้เงินไม่น้อยเป็นแน่”

             

            เฉียวซีรู้สึกตลกอยู่ในใจที่แท้ก็อยากรู้ว่านางได้เงินมามากเพียงใด นางอายุยังน้อยแต่นางก็ไม่ใช่เด็กที่ไม่รู้จักความนางรู้ดีว่าเรื่องเงินไม่ใช่เรื่องที่ต้องเอ่ยออกไป“นายน้อยของเขายังไม่ฟื้นเลยจะได้เงินได้อย่างไร ยายเว่ยก็ช่างคิดเสียเหลือเกิน”

             

            พูดจบก็ไม่สนใจว่านางจะทำสีหน้าเช่นไรทำเพียงแบกตะกร้าเดินเข้าไปในตลาดต่อไป

             

            ครั้งนี้ขายของแลกเงินมาได้มากมายเพียงพอให้พวกเขาใช้ชีวิตได้อีกนานดังนั้นเงินของนายน้อยคนนั้นนางก็ไม่ได้คิดจะนำมาใช้ในตอนนี้หรอกเก็บไว้ใช้ยามจำเป็นจะดีกว่า

             

            ไปที่ร้านผ้าไหมสักเที่ยว ซื้อผ้าเล็กน้อยทั้งยังซื้อด้ายที่ทำจากฝ้ายอีกจำนวนหนึ่งด้วยหลังจากนี้อยู่บ้านมีเวลาค่อนข้างมาก ไม่อาจปล่อยให้ตัวเองอยู่ว่างๆ ได้สู้ไปฝึกฝีมือเย็บปักถักร้อยไม่ได้

             

            อีกไม่นานพี่ใหญ่ก็จะไปเรียนหนังสือที่เมืองใหญ่แล้วต้องเตรียมเสื้อผ้าใหม่ให้เขา จะสวมเสื้อผ้าเก่าๆ เหล่านี้ไม่ได้แล้วเสื้อผ้าเก่าๆ เก็บไว้ใส่ที่บ้านจะดีกว่า

             

            ดังนั้นนางจึงออกจากร้านผ้าไหมแล้วเลี้ยวไปที่ร้านนัดเย็บเสื้อผ้า นางซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้พี่ชายสามชุดให้น้องชายสองชุด และซื้อให้ตัวเองอีกสองชุด จ่ายเงินไปทั้งหมด 2 ตำลึง

             

            ตะกร้าแบกหลังของนางใส่ของจนเต็มแล้วนางจึงเดินไปยังที่ที่ลับสายตา มองไปรอบๆ ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกตินางจึงนำผ้า ด้ายและเสื้อผ้าเก็บเข้าไปในแหวนเก็บของ เหลือเพียงเนื้อหมูไส้หมูและกระดูกหมูไว้ในตะกร้าแบกหลัง 

             

            แบกของเหล่านี้มาจนถึงประตูเมืองที่นั่นมีคนที่จะกลับหมู่บ้านรออยู่เต็มไปหมด

             

            “หนูซีมาแล้ว ซื้ออะไรมาหรือ”คนที่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านหันมามองตะกร้าแบกหลังของเฉียวซีเมื่อเห็นว่ามีไส้หมูก็ปิดจมูกแล้วเดินจากไปเลย

             

            “แม่หนูเหตุใดเจ้าจึงซื้อสิ่งเหล่านี้มากลิ่นแรงมาก ไม่อร่อยเลยสักนิด” คนดีก็มีอยู่บ้างและคนคนนั้นก็เอ่ยขึ้นมาด้วยความหวังดี

             

            “ไม่ได้ซื้อเจ้าค่ะ เถ้าแก่เขาให้มาของที่เขาให้จะไม่รับก็ไม่ได้” เฉียวซีกล่าวอย่างไม่ได้ใส่ใจเท่าไรนัก

             

            “นั่นก็จริงเมื่อเช้าสิ่งที่เจ้าใส่ไว้ในตะกร้านี้คือยาสมุนไพรใช่หรือไม่”

             

            “เจ้าค่ะ ใช่แล้ว”

             

            เฉียวซีไม่ปฏิเสธในบรรดาคนเหล่านี้บางคนเป็นคนปากเสียในหมู่บ้านแม้ว่าปากของพวกเขาจะเทียบกับเกาซื่อไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้ต่างกันสักเท่าไรสู้ยอมรับให้สบายใจจะดีกว่า

             

            เมื่อคนที่อยู่ที่นี่ได้ฟังคำของเฉียวซีทุกคนต่างพากันใจเต้นแรง ภูเขาเต็มไปด้วยสิ่งล้ำค่าทั้งยังไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่งอีกด้วย แน่นอนว่าใครหาได้ก็ถือว่าเป็นของผู้นั้นเมื่อครู่นางแบกมาเต็มตะกร้า จะต้องนำไปขายแลกเงินมาได้ไม่น้อยทีเดียวหากไม่ได้สองสามตำลึง ก็คงได้หลายร้อยอีแปะ เงินจะน้อยเพียงใดก็เป็นเงินไม่ใช่หรือ

             

            บ้านอื่นมีผู้ใหญ่ตั้งหลายคนแต่กลับหาเงินได้ไม่เร็วเท่าแม่หนูผู้นี้

             

            เมื่อคิดเช่นนี้ก็ทำให้คนเหล่านั้นเลือดร้อนขึ้นมา หากไม่ใช่เพราะไม่รู้ว่าสิ่งไหนเป็นยาเวลานี้พวกเขาคงจะรีบกลับไปแล้ว

             

            แต่เมื่อมีความคิดนี้ขึ้นมาจิตใจก็กระตือรือร้นมากขึ้นเช่นกันไม่ว่าจะเป็นยาสมุนไพรหรือไม่ก็ตาม นำไปถามร้านขายยาสักกำมือหนึ่งก็ได้ไม่เชื่อว่าหากเอาไปสักกำจะไม่มีสมุนไพรเลยสักต้น แม้เพียงรู้จักสักต้นครั้งหน้าก็เก็บต้นนั้น เช่นนี้ก็สามารถนำไปขายแลกเงินได้แล้วไม่ใช่หรือ

             

            ความคิดทั้งหมดเกิดขึ้นภายในใจของพวกเขาในระยะเวลาเพียง1 ถึง 2 วินาที

             

            “เจ้าว่า เจ้าแนะนำข้าบ้างได้หรือไม่ให้ข้าใช้หาเงินเช่นเจ้าได้บ้าง” เซี่ยวซื่อเอ่ยอย่างไม่เกรงใจเลยแม้แต่น้อยพร้อมมองตรงไปในดวงตาของเฉียวซี

             

            ทันใดนั้นเฉียวซีก็อึ้งถึงขีดสุดผู้ไร้ยางอายจักไร้เทียมทานที่สุดในใต้หล้า คำพูดของเซี่ยวซื่อเพียงพอจะเปรียบเปรยเช่นนี้ได้จริงๆหน้าช่างหนาเสียเหลือเกิน เหตุใดจึงเอ่ยเช่นนี้ออกมาได้

             

            ทันทีที่เซี่ยวซื่อเปิดปากก็มีคนเห็นด้วยมากขึ้น หากมีคนสอนจะเป็นการดีที่สุดจะครอบครัวไหนต่างใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก หากสามารถหาเงินได้สักเล็กน้อยก็ยังดีดังนั้นสายตาจำนวนมากจึงจับจ้องไปที่เฉียวซี

             

            เฉียวซีมองคนเหล่านี้ ช่างเถอะเพียงแค่สมุนไพรเล็กๆ น้อยๆ สอนก็สอนไปเถอะ

             

            “เจ้าค่ะ ไว้พวกท่านมาบ้านข้าสิประเดี๋ยวข้าจะพาพวกท่านไปรู้จักกับสมุนไพร” นางรู้จักสมุนไพรมากมายสอนพวกเขาสักสองสามอย่างก็ไม่เห็นจะเป็นไรเลยอย่างไรก็ตามหลังจากนี้นางจะขายยาที่ปรุงสำเร็จแล้วเช่นนั้นเรื่องนี้จะอย่างไรก็ได้

             

            “ข้ารู้อยู่แล้วว่าแม่หนูผู้นี้เป็นคนดี”เมื่อได้วิธีสร้างรายได้ คำพูดดีๆ ก็หลั่งไหลออกมาราวกับว่าไม่ต้องการเงิน

             

            “ใช่แล้วๆ แม่หนูถึงตอนนั้นเจ้าอย่ารำคาญพวกข้านะ”

             

            “ไม่หรอกเจ้าค่ะ”

             

            “มา เจ้าเอาอันนี้กลับไปด้วยสิ”

             

            “อันนี้ข้าก็ให้เจ้า”

             

            …

     

            เดิมทีส่วนล่างของตะกร้าใส่เนื้อหมูกับไส้หมูไว้คนที่อยู่ที่นี่ต่างให้ของกับนางคนละเล็กคนละน้อย จนตะกร้าของนางใกล้จะเต็มแล้ว

             

            เมื่อเห็นพฤติกรรมของพวกเขาเฉียวซีรู้สึกว่าช่างน่ารักมากทีเดียวแม้ว่าบางครั้งจะค่อนข้างพูดจาเสียดแทงให้รู้สึกเจ็บปวดแต่นั่นก็เป็นเรื่องที่ชีวิตบังคับให้ต้องเป็น หากมีชีวิตที่ดีขึ้นแล้วคงไม่มีใครอยากเป็นเช่นนี้หรอก

             

            “ขอบคุณท่านป้า ท่านอามาก”

             

            “ไม่ต้องขอบคุณหรอก เจ้าจะสอนให้พวกข้ารู้จักสมุนไพรเชียว”

             

            พูดคุยกันไปตลอดทางไม่นานก็กลับมาถึงหมู่บ้านเฉียว เฉียวซีลงจากเกวียนที่ทางเข้าหมู่บ้านจ่ายค่าโดยสารเกวียน และแบกตะกร้ากลับไป

             

            เมื่อห่างจากทางเข้าหมู่บ้านระยะหนึ่งเฉียวซีจึงใช้วิธีเดิมอีกครั้ง นำเสื้อผ้าที่ซื้อมาใหม่ออกมาจากแหวนเก็บของไม่อยากให้พี่ใหญ่กับน้องสามมาเห็นเข้าโดยบังเอิญ ทั้งสองคนจะต้องอ้าปากค้างและยืนตัวแข็งทื่อเป็นท่อนไม้ด้วยความประหลาดใจว่าของเหล่านั้นออกมาจากที่ใดมหัศจรรย์เกินไปหรือไม่

             

            ก่อนที่นางเอาของออกมาถือจนหมดนางก็พบว่ามีบางอย่างผิดปกติ และทันใดนั้นนางก็มองไปข้างหลังและเห็นพี่ใหญ่กับน้องสามกำลังมองทางนางพร้อมทั้งอ้าปากค้างด้วยความหวาดกลัว

             

            แย่แล้วการที่นางเอาของออกมาจากแหวนเก็บของเมื่อครู่ถูกพวกเขาเห็นเข้าพอดีเป็นแน่ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะมีท่าทางเช่นนั้นหรือ นางจะอธิบายกับพวกเขาอย่างไรดี นี่เป็นหนึ่งในความลับหลายอย่างของนางหากบอกความลับเหล่านั้นออกไปทั้งหมดต้องทำให้พวกเขาตกใจกลัวเป็นแน่

             

            เช่นนี้นางต้องทำอย่างไรเล่าเฉียวซีรู้สึกกังวลอยู่อก พวกเขาพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียวทำได้เพียงมองหน้ากันและกัน

             

            พวกเขาไม่อาจยืนอยู่เช่นนั้นตลอดไปได้สุดท้ายยังคงเป็นเฉียวซีที่ทนไม่ไหวดังนั้นนางจึงเป็นผู้ทำลายความเงียบนี้เป็นคนแรก ถอนหายใจออกมาและเอ่ยขึ้น“มีเรื่องอะไรพวกเรากลับไปบ้านก่อนแล้วค่อยว่ากันเถอะ”

             

            สองพี่น้องตกใจมากจนทนไม่ไหวแต่พวกเขาทำได้เพียงฟังแล้วทำตาม พวกเขาเดินตามหลังเฉียวซีเข้าไปในบ้าน

             

            เมื่อเข้ามาถึงห้องโถงหลังจากที่เฉียวซีวางของลง นางก็เข้าไปในครัวรินน้ำใส่แก้วให้พวกเขาดื่มน้ำสงบสติอารมณ์สักแก้วเสียก่อน “พี่ใหญ่ น้องสามกินน้ำก่อนเถิด”

             

            สองพี่น้องเป็นเหมือนหุ่นยนต์พวกเขาทำตามที่เฉียวซีพูดบอกให้ดื่มน้ำก็ดื่มน้ำ และทุกการกระทำของทั้งคู่ยังเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน

             

            เฉียวซีก็ดื่มน้ำเข้าไปสองสามอึกเช่นกันหลังจากวางแก้วลง จึงค่อยๆ เอ่ยขึ้น “พวกพี่ใหญ่เห็นหมดแล้ว?”

             

            เฉียวซงและเฉียวไป่ตกใจมากจนแทบสูญเสียความสามารถในการใช้ภาษาพวกเขาพยักหน้าอย่างเครื่องจักร

             

            “ไม่อยากถามอะไรสักหน่อยหรือ”

             

            เฉียวซงส่ายหน้า แล้วพยักหน้าต่อก่อนจะพูดอย่างติดอ่าง “นะ… นั่น… นั่นมันอะไร เห… เหตุใดอยู่ๆเจ้าจึงหยิบของออกมามากมายถึงเพียงนั้นได้” หากไม่เห็นกับตาเขาก็ไม่อาจจินตนาการได้ว่าบนร่างน้องสาวของเขาจะมีบางสิ่งที่ไม่มีใครรู้ซ่อนอยู่

             

            “เรื่องนี้ข้าก็ไม่แน่ใจสิ่งนี้ติดตัวข้ามาตั้งแต่ยังเล็ก ต่อมาก็พบว่ามันสามารถเก็บซ่อนสิ่งของได้ดังนั้นข้าจึงมักซ่อนสิ่งสำคัญไว้ในนั้น เช่นนี้ก็จะไม่มีใครสามารถขโมยไปได้”ขอโทษนะพี่ใหญ่ เรื่องบางเรื่องไม่อาจอธิบายได้จริงๆข้าทำได้เพียงกล่าวเช่นนี้เท่านั้น

             

            “ข้าดูสักหน่อยได้ไหม”เฉียวซงไม่ได้สงสัยในคำพูดของน้องสาวของตนเลย อย่างไรเสียเรื่องอัศจรรย์เช่นนี้น้องรองก็คงไม่หยิบมาหลอกเขาและเขาก็เพิ่งพิสูจน์ด้วยตาของตัวเองไป

             

            “ไม่ได้เจ้าค่ะมันเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นจับต้องไม่ได้” มันเกิดใหม่พร้อมกับนาง และถือเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย

             

            “เช่นนั้นมันเป็นอันตรายต่อร่างกายของเจ้าหรือไม่”สำหรับสิ่งที่ไม่รู้จัก เรามักจะรู้สึกกลัวอยู่เสมอ

             

            “จนถึงวันนี้ก็ไม่เห็นมีนะ”

             

            “เช่นนั้นก็ดีแล้วๆ” ไม่มีอันตรายใดๆก็ดีแล้ว หลังจากนี้ต้องระมัดระวังให้มากขึ้นจึงจะได้ในตอนแรกน้องสาวก็คงจะกลัวมากกระมังสิ่งประหลาดมหัศจรรย์เช่นนี้ไม่อาจให้ใครรู้นอกจากพวกเขามิฉะนั้นชีวิตของน้องรองจะตกอยู่ในอันตราย “น้องรองหลังจากนี้เจ้าต้องระวังหน่อยนะ วันนี้เป็นพวกข้า หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่น เจ้าอาจจะถูกเผาให้ตายอย่างปีศาจก็ได้”ไม่แปลกเลยที่น้องรองสามารถเก็บซ่อนสิ่งของได้ดีทุกครั้งไม่ว่าจะหาเท่าไรก็หาไม่พบที่แท้บนร่างของนางก็มีสถานที่สำหรับเก็บซ่อนสิ่งของติดตัวอยู่ทั้งยังมองไม่เห็นจับต้องไม่ได้ เรื่องความปลอดภัยคงไม่ต้องกล่าวถึงแล้ว ย่อมถือว่าปลอดภัยเป็นที่หนึ่งแน่นอน

    คล้ายกับเรื่องสาวบ้านไร่กับมารร้ายจอมป่วน (锦绣农家女) ที่คุณอ่าน