ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ

    ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 123 คฤหาสน์ตระกูลหวงหลง (พีไรซ์)

    ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 123 คฤหาสน์ตระกูลหวงหลงพีไรซ์





            ชายชุดขาวที่เปื้อนเลอะไปด้วยเลือดหันมองชายชุดแดงที่ยืนอยู่ใกล้ๆ



            “ตอนนี้สถานการณ์ที่เมืองปากัสไม่ดีเท่าไหร่ คฤหาสน์ของเราถูกทำลาย ศาลบรรพชนซึ่งเป็นสถานที่สิงสถิตของข้าเองก็มีชะตากรรมไม่ต่างกัน นั่นทำให้พวกเราต้องเร่งหาที่ตั้งตระกูลใหม่ก่อนที่กายเทียมร่างนี้จะดับลง...ไม่เช่นนั้นข้าอาจจะกลายเป็นดวงวิญญาณล่องลอยไร้ทิศไร้ทาง ไม่สามารถกลับมาดูแลตระกูลได้อีก”



            ชายชุดขาวส่ายศีรษะด้วยความเหนื่อยใจ ใบหน้าดูเศร้าหมองเล็กๆ



            “คฤหาสน์ถูกทำลาย?! เกิดอะไรขึ้น!” ชายหนุ่มในชุดคลุมสีแดงโพล่งออกมาทันทีหลังจากได้ฟังคำพูดของจิน ดวงตาเบิกโพลง สีหน้าดูตื่นตระหนกอย่างยิ่ง



            “เป็นสัตว์อสูรจากป่าตะวันตกที่บุกเข้ามา แต่ใจเย็นๆ ก่อน ทุกคนในตระกูลปลอดภัยดี ผู้อาวุโสที่เยว่ซินส่งมาได้ปกป้องทุกคนในตระกูลเอาไว้แล้ว นางเป็นถึงอีโวลระดับที่หนึ่ง สถานการณ์ทางฝั่งนั้นไม่ได้น่าเป็นห่วงอะไร มีเพียงแค่คฤหาสน์เท่านั้นที่ถูกทำลายจึงต้องอพยพออกไปจากเมืองปากัส” ชายชุดขาวถอนหายใจก่อนจะพูดต่อ



            “ฝั่งที่น่าเป็นห่วงน่าจะเป็นพวกเราเสียมากกว่า ตอนนี้ข้าจำเป็นต้องหาที่ตั้งตระกูลใหม่โดยเร็วที่สุดก่อนร่างนี้จะหายไป และข้าก็คิดว่าคฤหาสน์ตระกูลหวงแห่งนี้นี่แหละที่เหมาะสมที่สุด เราจะยึดสถานที่นี้เอาไว้ชั่วคราวจนกว่าจะหาที่ตั้งตระกูลแห่งใหม่ที่ดีกว่านี้ได้ ที่นี่ไม่ปลอดภัย เราได้สร้างเรื่องวุ่นวายเอาไว้มาก หลังจากนี้กองกำลังหลายฝ่ายคงจ้องจะเข้ามาเล่นงานและฮุบผลประโยชน์ของตระกูลหวงหลงเอาไว้ เฮ้อ...นี่ยังไม่นับเรื่องที่ฝูงสัตว์อสูรกำลังเดินทางเข้ามาที่จุดศูนย์กลางของเขตอีกนะ”



            จินอธิบายให้คาลอสฟัง ใบหน้ายังคงดูเหนื่อยอ่อน นอกจากจะต้องวุ่นวายปรับเปลี่ยนสถานที่แห่งนี้ให้เหมาะสมกับตระกูลพีไรซ์แล้ว เขายังต้องรอรับการลงมือของกองกำลังอื่นๆ ที่จะตามมาอีก



            แม้จะยังไม่มีใครทราบข่าวเรื่องที่ตระกูลหวงหลงล่มสลาย แต่ตอนนี้สมาชิกตระกูลหวงหลงจำนวนมากได้หนีตายออกจากคฤหาสน์ คาดว่าข่าวคงเริ่มกระจายออกไปในเวลาไม่นาน และหลายๆ ฝ่ายคงดูเชิงสักพักก่อนจะแย่งกันลงมือโจมตี



            คาลอสงุนงงสงสัยในคำอธิบายของจินเพราะไม่ทราบเรื่องระบบบรรพบุรุษ เข้าใจเพียงแค่ว่า หากไม่มีศาลบรรพชนของตระกูล บรรพบุรุษก็จะหายไป



            ส่วนเรื่องสัตว์อสูรและสถานการณ์ทางฝั่งตระกูลพีไรซ์เองก็เช่นกัน จินอธิบายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น รายละเอียดหลายๆ อย่างขาดหายไปจนเขามองภาพไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้น



            จินเห็นความสงสัยจากแววตาของอีกฝ่าย จึงเอ่ยขึ้นว่า “เรื่องของตระกูลนั้นพักไว้ก่อนเถิด ข้าเองก็ไม่รู้รายละเอียดมากนัก เจ้ารู้เพียงว่าทางนั้นปลอดภัยดีก็พอ เอาไว้หลังจากนี้ข้าจะเล่าข้อสันนิษฐานของข้าให้เจ้าฟังอีกที”



            สำหรับจิน เรื่องที่เร่งด่วนที่สุดคือการทำภารกิจตรงหน้าให้เรียบร้อย เวลาของเขาเหลือไม่มากแล้ว หากเรื่องราวจบลง อีกฝ่ายจะถามเขามากเท่าไหร่ก็ได้ แต่ตอนนี้ทุกนาทีมีค่า หากจัดตั้งเขตตระกูลไม่ทันเวลา เขาอาจจะไม่มีโอกาสอยู่บนโลกนี้อีกแล้วก็เป็นได้



            คาลอสพยักหน้ารับ เขาไล่ความสงสัยในหัวออกไปก่อนจะรอฟังคำสั่งต่อไปจากบรรพบุรุษตระกูลพีไรซ์



            “เอาล่ะ ฟังข้า เจ้าจงตามหาและไล่ทำลายป้ายชื่อตระกูลหวงหลงให้หมดทุกอัน แล้วแทนที่โดยการเขียนชื่อตระกูลพีไรซ์ทับลงไป ส่วนข้าจะเข้าไปรื้อทำลายศาลบรรพชนของตระกูลหวงหลง แล้วทำให้มันเป็นที่สักการบูชาบรรพชนของพวกเราแทน” ชายชุดขาวบอกสิ่งที่ต้องทำออกมาอย่างง่ายๆ แบ่งหน้าที่กันคนละส่วน



            “อ้อ หากเจ้าเจอห้องเก็บของที่มีอุปกรณ์ลงสี ให้มาแจ้งข้าด้วย ดูเหมือนว่าข้าจะต้องใช้มันไม่น้อยทีเดียว” จินเหมือนนึกสิ่งที่ต้องทำได้อีก จึงออกคำสั่งเพิ่มเข้าไปอีก



            “ขอรับ ท่านบรรพบุรุษ” คาลอสประสานมือพร้อมกับค้อมหัวลง แม้คำสั่งอาจจะดูแปลกๆ เล็กน้อย แต่สิ่งที่บรรพบุรุษบอกย่อมต้องมีเหตุผล เขามีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามให้ได้



            อย่างน้อยนี่ก็เป็นงานง่าย ไม่ต้องไปสู้รบกับใคร ไม่ต้องเสี่ยงอันตราย เพียงตามหา ทำลาย และแทนที่เท่านั้น ทำลายทุกอย่างที่บ่งบอกถึงความเป็นตระกูลหวงหลง แล้วทำให้พวกมันกลายเป็นของตระกูลพีไรซ์ให้หมด!



            หลังจากตกลงกันจนเข้าใจ ร่างสองร่างก็พุ่งตัวแยกย้ายกันออกจากห้องโถงของผู้อาวุโสสามแห่งตระกูลหวงหลงผู้ล่วงลับ หนึ่งเป็นชายหนุ่มในชุดคลุมสีแดงลายเมฆ อีกหนึ่งเป็นชายในชุดขาวที่ถูกเลือดมนุษย์ย้อมไปทั้งร่าง



            [สมาชิกตระกูลพีไรซ์รุ่นที่เจ็ดพ้นจากวิกฤติอันตราย กำลังประมวลผลความสำเร็จ...]



            [สมาชิกตระกูลพีไรซ์รุ่นที่แปดพ้นจากวิกฤติอันตราย กำลังประมวลผลความสำเร็จ...]



            [สมาชิกตระกูลพีไรซ์รุ่นที่เก้าพ้นจากวิกฤติอันตราย กำลังประมวลผลความสำเร็จ...]



            เสียงประกาศดังขึ้นอีกสามครั้งรวด ดูเหมือนว่าการที่คนในตระกูลได้รับความช่วยเหลือจากเหลียนจง ระบบจะช่วยคำนวณความสำเร็จและมอบรางวัลให้กับจินด้วย



            ชายชุดขาวพยักหน้าอย่างเข้าใจ ความจริงแล้วการที่เหลียนจงเดินทางมาคุ้มครองสมาชิกตระกูลพีไรซ์ ก็เกิดมาจากการที่เขาให้คาลอสและเคฟลินไปส่งสาส์นให้กับเยว่ซินถึงสำนักจันทรานิรันดร์ นั่นจึงหมายความว่าการที่สมาชิกตระกูลพีไรซ์ยังอยู่รอดปลอดภัย ก็มาจากการกระทำของจินในทางอ้อม นับเป็นความสำเร็จได้เช่นเดียวกัน



            ร่างของชายชุดขาวพุ่งทะยานออกจากอาคารเดิม ตรงมาเรื่อยๆ จนมาถึงหน้าอาคารขนาดกลางแห่งหนึ่ง ด้านนอกประดับประดาด้วยรูปปั้นมังกรนอนหลับตาอยู่ในอาการสงบ ตัวอาคารสร้างจากไม้ผสมโลหะสีทอง ดูอลังการแต่ก็แฝงความเรียบง่ายเอาไว้ผิดกับคฤหาสน์ของเหล่าผู้อาวุโสที่ตกแต่งอย่างตระการตาเสียยิ่งกว่า



            ร่างในชุดขาวปิดหน้าต่างระบบลงไป รอให้มันประมวลผลทุกอย่างให้เสร็จเรียบร้อยแล้วค่อยกลับมาดูอีกครั้ง จากนั้นจึงผลักประตูเปิดออกอย่างแรง ด้านในมืดทึบ แท่นพิธีมากมายวางเรียงรายอยู่ตามทาง ตั้งไว้บนฐานที่ก่อด้วยอิฐสีขาว



            เท้ายาวก้าวข้ามธรณีประตู สาดสายตามองไปถ้วนทั่ว คิดในใจว่างานนี้คงจะเหนื่อยน่าดู



            ศาลบรรพชนของตระกูลหวงหลงมีความแตกต่างจากตระกูลพีไรซ์มากพอสมควร ตระกูลพีไรซ์ในปัจจุบันเป็นตระกูลย่อยที่แยกตัวออกมาจากตระกูลพิไร ทำให้ไม่ได้มีประวัติความเป็นมายาวนานเหมือนตระกูลหวงหลง พวกตระกูลพีไรซ์รุ่นหลังสร้างศาลบรรพชนไว้เพียงจดบันทึกชื่อของบุคคลที่เกิดเติบโตและตายภายในตระกูลเท่านั้น



            แต่ตระกูลหวงหลงใช้ศาลบรรพชนเป็นเหมือนสถานที่เก็บอัฐิ รวมถึงเป็นที่บูชาบรรพบุรุษของตระกูลด้วย นั่นจึงจะเห็นได้ชัดเจนว่ามีภาชนะดินเผาวางเอาไว้ตามจุดต่างๆ พร้อมกับป้ายชื่อแสดงถึงตัวตนของเจ้าของเถ้ากระดูก



            จินขมวดคิ้วเล็กน้อยยามเมื่อเห็นสิ่งเหล่านี้... หากอัฐิเหล่านี้ยังคงอยู่ มันย่อมตีตราชัดเจนว่าสถานที่แห่งนี้เป็นที่เก็บเถ้ากระดูกของคนตระกูลหวงหลง หาใช่สถานที่ของตระกูลพีไรซ์ไม่ หากต้องการทำให้มันกลายเป็นศาลบรรพชนของตระกูลพีไรซ์โดยแท้จริง จำเป็นต้องนำสิ่งของแปดเปื้อนเหล่านี้ออกไปทั้งหมด ไม่เช่นนั้นระบบอาจจะไม่ยอมรับสถานที่แห่งนี้



            ชายชุดขาวมองดูภาชนะดินเผาจำนวนมากพร้อมกับถอนหายใจ ตอนนี้เวลาของเขามีเหลือไม่ถึงสิบห้านาที...หากต้องมาคอยขนภาชนะพวกนี้ออกไปด้านนอกอาจจะเสียเวลามากเกินไป



            หรือจะทำลายทิ้งแล้วค่อยสร้างขึ้นมาใหม่? ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัว แต่ก็ต้องสลัดทิ้งไปอย่างรวดเร็ว การสร้างศาลบรรพชนขึ้นมาใหม่แล้วให้ได้มาตรฐานมากพอที่ระบบจะยอมรับอาจจะใช้เวลามากกว่านำเถ้ากระดูกพวกนี้ออกไปเสียด้วยซ้ำ



            จินทำอะไรไม่ได้นอกเสียจากต้องค่อยๆ ขนมันออกไปก่อน



            โกเลมหินแฝดถูกเรียกออกมาจากคลังของระบบ พวกมันได้รับคำสั่งให้ยืนอยู่ที่หน้าประตู รอให้จินส่งป้ายชื่อรวมถึงขวดใส่อัฐิมา จากนั้นหน้าที่ของมันคือปาทุกสิ่งทิ้งไปให้สุดแรง เอาให้ไกลจากอาคารหลังนี้



            จินค่อยๆ ทยอยขนขวดเถ้ากระดูกออกมาให้ได้มากที่สุด ถึงแม้จะเอาออกไปหมดไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ต้องทำให้มันเหลือน้อยที่สุด เพื่อที่จะสร้างความบริสุทธิ์ให้กับศาลบรรพชนของตระกูลพีไรซ์



            เวลาค่อยๆ ผ่านไป เหลืออีกไม่กี่นาทีที่กายเทียมจะหมดเวลาใช้งาน



            “ท่านบรรพบุรุษ ข้าทำลายป้ายชื่อตระกูลหวงหลงทั้งหมดที่เจอรวมถึงเขียนชื่อตระกูลของพวกเราลงไปแทนเรียบร้อยแล้ว ส่วนนี่คือสิ่งของที่ท่านให้ข้าเตรียมมา” คาลอสพุ่งตัวมาหยุดที่ด้านข้างของโกเลมหินทั้งสองตัว ก่อนจะตะโกนบอกจินที่อยู่ด้านในอาคาร



            “ดี! ทำลายป้ายที่ด้านหน้าอาคารนี้ด้วย แล้วขนของเข้ามา!” ชายที่อยู่ด้านในตะโกนกลับออกมา เขาขนขวดบรรจุอัฐิของบรรพบุรุษตระกูลหวงหลงออกมาได้เยอะแล้ว หากมีคาลอสมาช่วยเสริมทัพก็คงจะดีไม่น้อย



            คาลอสทำตามคำสั่ง ทำลายป้ายหน้าศาลบรรพชน พร้อมทั้งเขียนข้อความใหม่ว่า 'ศาลบรรพชนตระกูลพีไรซ์' จากนั้นจึงขนของเข้าไปด้านใน เป็นของจำพวกถังสีและป้ายเปล่าที่ตระกูลหวงหลงได้จัดทำเก็บเอาไว้



            จินพยักหน้าอย่างพึงพอใจพร้อมทั้งบอกให้คาลอสมาทำหน้าที่แทนตนเอง ขนขวดบรรจุอัฐิที่อยู่รอบห้องไปให้โกเลมหินที่อยู่ด้านนอก



            “วางไว้ตรงนั้นแหละ เดี๋ยวข้าจัดการต่อเอง เจ้าไปจัดการเก็บกวาดแทนข้าที” จินจัดแจงมอบหน้าที่ใหม่ให้อีกฝ่าย ก่อนจะเดินไปหยิบถังสีขึ้นมา ค่อยๆ ละเลงสีเป็นตัวอักษร ไล่เขียนรายชื่อสมาชิกตระกูลตามที่เคยเห็นภายในศาลบรรพชนเก่าจากเมืองปากัส แม้จะจำไม่ได้ทั้งหมด แต่เขาก็สามารถเขียนออกมาได้เกินครึ่ง



            เวลาผ่านไปจนถึงช่วงนาทีสุดท้าย ในที่สุดจินก็ละมือจากงานตรงหน้า ก่อนจะเรียกคาลอสกลับมา



            “พอได้แล้ว เท่านี้น่าจะเพียงพอ” จินกล่าวกับคาลอส อีกฝ่ายก็หยุดมือทันที หันหน้ามามองที่บรรพบุรุษของตน



            เนื่องจากศาลบรรพชนแห่งนี้ยังไม่ได้มีความบริสุทธิ์มากเพียงพอ และจินก็ไม่รู้ว่าระบบจะให้ผ่านหรือไม่ เขาจึงกรีดเลือดออกจากข้อมือของตนเอง แล้วพรมลงไปทั่วพื้น ตรงที่ยืนอยู่ ใช้พลังผลักดันหยดเลือดให้ไหลทะลักออกมามากขึ้นอีกจนใบหน้าเริ่มซีดเซียว อาการที่ดีขึ้นหลังจากได้รับโอสถรักษากลับมาแย่ลงอีกครั้ง



            ที่เขาทำเช่นนี้ก็เพื่อใช้เลือดของตนเองที่มีฐานะเป็นบรรพบุรุษ มาเพิ่มความเข้ากันได้ระหว่างสายเลือดตระกูลพีไรซ์กับสถานที่แห่งนี้ อย่างน้อยก็ต้องมีความเข้มข้นที่เหนือกว่า



            “ขอตั้งสถานที่แห่งนี้เป็นเขตตระกูลแห่งใหม่!” ชายชุดขาวกัดฟันแน่น พ่นเสียงออกมาลอดไรฟัน ในขณะที่เลือดยังไหลออกจากข้อมือลงไปเรื่อยๆ



            แสงประหลาดพุ่งไปทั่วตระกูลหวงหลง เพียงชั่วพริบตาเดียวก็ดับลง และดูเหมือนจะมีเพียงจินคนเดียวเท่านั้นที่เห็น เนื่องจากคาลอสที่อยู่ใกล้ๆ ไม่ได้มีปฏิกิริยาใดๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้นเลย



            [ระบบกำลังประเมินพื้นที่...]



            [คุณสมบัติของพื้นที่ : สูง



            ความเข้ากันได้กับผู้ใช้ : ปานกลาง



            สามารถตั้งได้เป็นเขตตระกูลได้...โปรดยืนยัน...]



            จินกดตกลงโดยไม่ต้องคิด เวลาของเขาใกล้จะหมดเต็มที



            [ตั้งพื้นที่ตระกูลใหม่เป็นผลสำเร็จ ผู้ใช้จะไม่ได้รับโทษจากการพังทลายของตระกูล ปัจจุบันตระกูลพีไรซ์อยู่ในระดับที่สอง มีฟังก์ชันสองอย่างคือ เพิ่มความเร็วในการฝึกฝนพลังเมื่ออยู่ในเขตตระกูลสองเท่า และเพิ่มค่ายกลป้องกัน (ระดับต่ำ) รอบเขตของตระกูล]



            หลังจากเสียงประกาศจากระบบจบลง ม่านพลังก็ครอบคลุมทั่วทั้งขอบเขตของคฤหาสน์ แม้เนื้อที่ของที่นี่จะใหญ่กว่าที่เดิมมาก แต่ค่ายกลป้องกันก็ยังขยายออกจนคลุมทั่วบริเวณ



            ชายชุดขาวใบหน้าซีดเซียวมองสิ่งนั้นด้วยความพึงพอใจก่อนจะค่อยๆ ทิ้งร่างลงกับพื้น