ณ ถ้ำศักดิ์สิทธิ์ในเมืองลู่ผิง แคว้นฉี
“ท่านพ่อเฒ่าเ้าคะ ได้โปรดช่วยให้ข้ากลับคืนร่างเดิมด้วยเถิดข้าไม่อยากเป็สาวงามอีกแล้ว ข้านึกไม่ถึงว่าแม้ข้าจะได้อยู่ในร่างหญิงโฉมงามและได้เป็ถึงพระชายาแต่ข้าก็ไม่เคยได้รับความรักจากองค์ชาย แถมพระองค์ทรงยกข้าให้ชายอื่นอีกข้าไม่เอาแล้ว ข้าอยากกลับมาเป็หมอในชนบทเช่นเดิม ฮือ ฮือ” เหวยเซียงในร่างของฉู่หลินกล่าวทั้งน้ำตา
“พรที่เ้าเคยขอกับที่นี่นั้นกลับคืนไม่ได้หรอกอีกอย่างร่างของเหวยเซียงก็เหลือเพียงโครงกระดูกไปแล้วดวงิญญาของฉู่หลินก็ไปสู่ปรโลกแล้ว เ้าจะสลับร่างคืนได้อย่างไรจงอดทนอยู่ในร่างนี้ต่อไปเถิด หรือไม่เ้าก็ใช้วิธีแปลงโฉมและใช้ชีวิตเป็หมอชนบทตามที่เ้า้าสิ” ท่านพ่อเฒ่าแนะนำ
“ถ้าเช่นนั้น ข้าจะกลับไปที่หมู่บ้าน และทำตามคำแนะนำของท่านข้าเข็ดแล้วจริงๆชีวิตเดิมสุดธรรมดาของข้ายังมีความสุขมากกว่าชีวิตโลดโผนในวังเสียอีก” เหวยเซียงคิดว่านางน่าจะเชื่อคำพูดของพ่อั้แ่แรก
“นี่แหละชีวิตมนุษย์ แต่ไม่ว่าชะตาของแต่ละคนจะเป็อย่างไรก็จงพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่เถิด” ท่านพ่อเฒ่ากล่าว
“ข้าขอตัว ลาก่อนท่านพ่อเฒ่า” เหวยเซียงเดินคอตกออกมาจากถ้ำศักดิ์สิทธิ์
************************************************
และแล้วหมอเหวยเซียงในร่างของฉู่หลินก็เดินทางกลับเข้าไปในหมู่บ้านลู่ผิงโดยการปลอมตัวเป็ท่านป้าหลินเปิดร้านหมอรักษาโรคให้กับชาวบ้านนางตั้งใจว่าจะอุทิศตนรักษาชาวบ้านตามอุดมการณ์ของบิดาผู้ถ่ายทอดวิชาแพทย์
แต่ด้วยเวรกรรมหรือฟ้าลิขิตอย่างไรไม่ทราบ คนในวังหลวงได้มาเกณฑ์บรรดาหมอทั่วทั้งแคว้นเข้าวังอีกนางจำต้องกลับไปในสถานที่ที่นางรู้สึกเ็ปใจอีกครั้ง
ท่านหมอหลินเป็หมอคนที่ 108 ซึ่งเป็คนสุดท้ายพอดีนางรู้สึกแปลกใจที่หมอคนแล้วคนเล่าเดินออกมาจากห้องนอนของผู้ป่วยและทำการส่ายหน้าพอนางเดินเข้าไปดูอาการบ้าง ถึงรู้ว่าผู้ป่วยที่สวมหน้ากากมีอาการบวมและมีผื่นเม็ดใหญ่เต็มไปทั่วร่างกายนั่นเพราะเขาได้รับพิษจำเพาะของตระกูลพระสนมเอกในฮ่องเต้แคว้นฝางนั่นเอง
“เป็อย่างไรบ้างท่านหมอ พี่ชายข้าเป็โรคอะไร” ชายผู้สวมชุดองครักษ์ในวังกล่าว
“เขาไปที่วังแคว้นฝางมางั้นหรือ” เหวยเซียงที่ปลอมเป็ป้าหลินกล่าว
“เหตุใดถึงรู้” ชายคนนั้นขมวดคิ้วสงสัย
“เขาได้รับพิษตระกูลพระสนมเอกแห่งแคว้นฝางน่ะสิ” เหวยเซียงกล่าวโดยไม่ปกปิด
“มีทางรักษาหรือไม่” ชายคนนั้นอยากรู้
“ข้ามียาถอนพิษพอดี แต่หลังจากกินยาถอนพิษแล้วต้องแช่ตัวในน้ำต้มสมุนไพรอีก 7 วัน” เหวยเซียงกล่าว
“แล้วทำไมเ้าถึงมียาถอนพิษล่ะ” ชายคนนั้นสงสัยอีก
“นางคือพระชายาในองค์ชายหยางต้วน ข้าจำกลิ่นของนางได้” ผู้ป่วยตอบเอง
“ไม่ใช่นะ ท่านเข้าใจผิดแล้ว” เหวยเซียงรีบปฏิเสธอย่างมีพิรุธ
ชายในชุดองครักษ์รีบเข้าจู่โจมจับล็อคตัวท่านหมอหลินไว้ และพยักหน้าให้นางกำนัลช่วยถอดหน้ากากของท่านหมอออกจนพบว่าท่านหมอวัยกลางคนนั้นแท้ที่จริงนางคือฉู่หลินซึ่งเป็พระชายาจริงๆ
“ท่านเป็ใครกันแน่ เหตุใดถึงรู้ว่าเป็ข้า หรือว่าท่านคือ…” เหวยเซียงในร่างของฉู่หลินแปลกใจ
“พระสวามีของเ้าไง” ผู้ป่วยยอมเผยตัว
“องค์ชายหยางต้วนหรือเพคะ!” เหวยเซียงใ
“ใช่เราเอง รู้สึกสะใจล่ะสิที่เห็นเราเป็เช่นนี้” องค์ชายตรัส
“ก็มีบ้างเพคะ ถ้าอยากให้หม่อมฉันรักษา ต้องยอมปล่อยหม่อมฉันไปและเลิกยุ่งเกี่ยวกับหม่อมฉันอีก” เหวยเซียงยื่นคำขาด
“ได้สิ” องค์ชายตรัสสั้นๆ
ฉู่หลินจึงยอมควักขวดยาถอนพิษให้กับองค์ชาย และกล่าวว่า “พระองค์ทรงไม่กลัวหม่อมฉันหลอกหรือเพคะ”
“แล้วแต่เ้า เราเองก็อยากวัดใจเหมือนกัน” องค์ชายทรงเทยาลูกกลอนมาหนึ่งเม็ดแล้วกลืนเข้าไปทันทีจากนั้นก็ยื่นขวดยาคืนให้
“นี่เพคะ ใบสั่งยาสมุนไพรไว้สำหรับต้มแล้วนำไปแช่ตัว งั้นหม่อมฉันไปนะเพคะ”เหวยเซียงกำลังจะเดินจากไป
“ขอบใจมากสำหรับยา แต่ตราบใดที่เ้านั้นยังคงเป็ชายาของเรา เราจะพาเ้ากลับวัง”องค์ชายตรัส
“นี่พระองค์ทรงตระบัดสัตย์งั้นหรือเพคะ” เหวยเซียงไม่เชื่อหูนางไม่คิดว่าชายสูงศักดิ์จะหลอกนาง
“เราทำตามคำพูด คือปล่อยเ้าไปอยู่ในวังไง” องค์ชายตรัสอย่างเอาแต่พระทัย
ฉู่หลินรีบวิ่งหนีทันทีแต่องครักษ์ข้างกายองค์ชายก็รีบโปะยาสลบและอุ้มพระนางไปที่ตำหนักขององค์ชายรองทันที
และแล้วฉู่หลินก็ต้องกลับไปใช้ชีวิตในวังตามเดิม ระหว่างที่นางสลบไม่ได้สตินางได้รำลึกถึงความหลังั้แ่สมัยที่นางยังเป็หมอเหวยเซียง ความว่า…
************************************************
ณ เมืองลู่ผิง แห่งแคว้นฉี
“เ้าเป็หมอนะเหวยเซียง เหตุใดเ้าถึงไปสมัครไปเป็นางกำนัล” บิดากล่าว
“ข้าอยากเป็ขุนนางหญิงในวังเ้าค่ะ ถึงข้าจะขี้เหร่ไม่มีใครเหลียวมองจนไม่ได้แต่งงาน แต่ถึงยังไงข้าจะต้องเป็ใหญ่เป็โตให้จงได้”เหวยเซียงกล่าวอย่างมุ่งมั่น
“เ้าทะเยอทะยานมากเกินไป รู้มั้ยว่าชีวิตในวังนั้นวุ่นวายมากแค่ไหนมีแต่การแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันทั้งสิ้น ยังไงเ้าก็ไม่มีวันมีความสุขได้หรอกอยู่ที่นี่เสียเถิดนะ ความสงบต่างหากที่ทำให้พวกเราพบกับความสุข” บิดาเตือน
“ข้าตัดสินใจดีแล้วเ้าค่ะ” เหวยเซียงไม่ฟัง
“ที่เ้าอยากไปเพราะเ้าอยากลืมฮั่นเชียงให้ได้ใช่หรือไม่” บิดามองออกว่าลูกสาวแอบหลงรักเพื่อนสนิทของตัวเอง
เหวยเซียงเม้มปากที่บิดาพูดแทงใจดำ แต่นางก็กล่าวว่า “ก็มีส่วนเ้าค่ะ แต่สิ่งที่สำคัญคือหากข้ามียศถาบรรดาศักดิ์ข้าจะได้เป็หน้าเป็ตาให้กับวงศ์ตระกูลพวกเราได้ไงเ้าคะ”
“เอาเถอะ ข้าเตือนอะไรเ้า เ้าก็ไม่ยอมฟังขอให้เ้ามีความสุขสมหวังก็แล้วกัน” บิดาหมดคำจะพูด
“ขอบคุณเ้าค่ะ ท่านพ่อ” เหวยเซียงกล่าว
เหวยเซียงยิ้มอย่างมีความหวังและอยากลืมอดีตที่นางต้องอกหักซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหตุเพราะนางไม่ใช่หญิงงาม และนางก็ไม่กล้าที่จะไปบอกรักใครก่อนเนื่องจากไม่มั่นใจในรูปลักษณ์ของตัวเอง
************************************************
ในคืนก่อนที่นางจะได้เข้าวังแคว้นฉีนางได้รำลึกถึงชายคนแรกที่นางแอบหลงรักชายคนนั้นเป็บัณฑิตที่กำลังจะไปสมัครสอบจอหงวนในขณะที่นางกำลังจะไปสมัครสอบเป็หมอหลวง เขามีนามว่าเหลียงกู่ ซึ่งเป็คนหน้าตาดีโดดเด่นท่ามกลางบัณฑิตด้วยกัน ใครเห็นใครก็ชอบ
เหวยเซียงคิดในใจว่า “ทำไมเขาหล่อปานนี้นะ”แต่นางก็ต้องเก็บอารมณ์ไว้ ทำตัวให้น่าเคร่งขรึมมากที่สุดสักพักชายคนดังกล่าวก็หันมามองและกำลังจะเดินมาทางนี้ นางคิดในใจอีกว่า “หรือว่าเขาแอบชอบข้า”
ใจของเหวยเซียงเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆเมื่อเขากำลังจะเข้ามาใกล้
ทันใดนั้นเองชายคนนั้นก็เอ่ยปาก “ขอโทษนะแม่นางข้าชื่อเหลียงกู่ อะนี่”
“ข้าชื่อเหวยเซียง และนี่คืออะไร” เหวยเซียงมองไปก็เห็นเขายื่นหวีมาให้
“ข้าซื้อหวีมาสองอันกะจะนำไปฝากท่านแม่ของข้า งั้นข้าให้เ้าอันนึง”เหลียงกู่กล่าว
“ให้ข้าทำไม ข้าไม่เข้าใจ” เหวยเซียงแอบคิดเข้าข้างตัวเองว่าชายผู้นี้อาจมีใจให้กับนาง
“รับไปเถอะแม่นาง ข้าขอตัว” เหลียงกู่เลี่ยงที่จะตอบ
เหวยเซียงรับมาเก็บไว้กับตัวและกล่าวว่า “ขอบคุณมาก ข้าขอตัวก่อน” เหวยเซียงคิดในใจว่า “แอบชอบข้า แต่คงอายสินะ”
************************************************
หลังจากนั้นเหวยเซียงก็เดินไปที่สำนักแพทย์
“แม่นางมาทำอะไรที่นี่” เ้าหน้าที่วัยกลางคนทัก
“ข้ามาสมัครเป็หมอหลวงเ้าค่ะ” เหวยเซียงกล่าว
“ที่นี่รับแต่ผู้ชายเท่านั้น” เ้าหน้าที่ตอบห้วนๆ
“แต่ประกาศไม่ได้ระบุไว้นี่เ้าคะ” เหวยเซียงแย้ง
“ถึงไม่ระบุ แต่ทุกคนก็รู้กันดีอยู่แล้วว่า ที่นี่รับแต่ผู้ชายแม่นางกลับไปเสียเถิด” เ้าหน้าที่กล่าว
“งั้นข้าขอลา” เหวยเซียงแอบรู้สึกผิดหวังที่สำนักแพทย์ดูถูกความสามารถของผู้หญิงแม้จะมาเสียเที่ยว แต่นางก็แอบรู้สึกดีใจที่ได้มาพบชายในฝัน
เหวยเซียงเดินออกไปจากสำนักแพทย์ ก็เห็นบัณฑิตคนที่มอบหวีให้นางกำลังเดินคุยกับเพื่อนของเขาและกำลังเดินผ่านมาทางนี้ คาดว่าน่าจะสมัครสอบเป็จอหงวนเสร็จแล้วนางอายเลยรีบหลบไปอยู่หลังพุ่มไม้ และชายทั้งสองก็มาหยุดคุยตรงพุ่มไม้พอดี
“555ข้าแอบเห็นเ้ามอบอะไรให้ผู้หญิงคนนั้นด้วย นี่เ้าชอบนางงั้นหรือ”เพื่อนหนุ่มแอบแซว
“เปล่า ข้ามีคนรักอยู่แล้ว” เหลียงกู่กล่าว
“อ้าว แล้วเ้าให้ความหวังนางทำไม” เพื่อนหนุ่มไม่เข้าใจ
“ข้าไม่ได้ตั้งใจอย่างนั้น ข้าเห็นผมของนางยุ่งมากข้าแค่หวังว่าถ้านางเห็นคนมอบหวีให้ นางก็น่าจะนึกออกว่าทรงผมของนางผิดปกติข้าไม่กล้าบอกนางตรงๆต่างหาก” เหลียงกู่กล่าว
“ข้าว่านางไม่เข้าใจเ้าหรอก ข้าเห็นว่าผมนางก็ยุ่งเหมือนเดิมต่อไปเ้าอย่าทำแบบนี้อีก นางอาจเข้าใจว่าเ้าชอบนางได้นะ” เพื่อนหนุ่มเตือน
“หวังว่านางจะไม่คิดอย่างนั้นนะ และต่อไปข้าจะระวังมากกว่านี้” เหลียงกู่กล่าว
“พวกเราไปกันเถอะ” เพื่อนหนุ่มชวนกลับ
เหวยเซียงรู้สึกอกหักขึ้นมาทันที และรีบจัดทรงผมของตัวเองเหตุเพราะนางเดินทางมาไกล และวันนี้เป็วันสุดท้ายที่รับสมัครสอบหมอหลวงพอถึงเมืองหลวงก็รีบไปที่สำนักแพทย์เพื่อสมัครทันที เลยไม่ได้จัดสภาพตัวเองให้เรียบร้อยก่อนเข้าไปสมัครนางคิดในใจว่า “ทำไมไม่พูดตรงๆนะ นี่ถ้าข้าไม่ได้แอบฟังข้าคงฝันหวานถึงเ้าไปแล้ว เหลียงกู่”
************************************************
และในคืนเดียวกันเหวยเซียงก็ได้รำลึกถึงชายคนที่สอง ชายคนนี้มีนามว่าหวังจื่อ เขาเป็บุตรชายหัวหน้าหมู่บ้าน นางไม่ได้รู้จักเขาเป็การส่วนตัวได้แต่รู้สึกแอบปลื้มในความหล่อรูปงามของเขาเหมือนๆกับสาวคนอื่นๆในหมู่บ้าน
เหวยเซียงมักจะเฝ้ามองชายผู้นี้อยู่ห่างๆและแอบชื่นชมในความสง่างามของเขาอยู่ในใจ จนกระทั่งวันหนึ่งเหวยเซียงได้ไปสมัครเป็นางกำนัล
“ข้าขอคารวะท่านกงกงเ้าค่ะ” เหวยเซียงก้มหน้าคารวะ
“ข้าจะพาเ้าไปพบกงกงมู่เหรินก็แล้วกัน”
“เอ่อ ท่านหวังจื่อ ทำไมเป็ท่าน” เหวยเซียงแหงนหน้ามามองก็ใ
“นี่เ้ารู้จักข้าด้วยงั้นหรือ” กงกงหวังจื่อแปลกใจ
“ก็ไม่เชิงเ้าค่ะ” เหวยเซียงรู้ดีว่าหวังจื่อไม่รู้จักนาง
“ข้าเพิ่งเข้ามาเป็กงกงได้ไม่นานนัก” กงกงหวังจื่อกล่าว
“เ้าค่ะ” เหวยเซียงรู้สึกอกหักอีกครั้งและแอบเสียดายในความรูปงามของกงกงหวังจื่อ
************************************************
และคนสุดท้ายที่เหวยเซียงรำลึกถึงก็คือ ฮั่นเชียงเขาเป็เพื่อนของนางมาั้แ่เด็กๆแล้ว แต่เพราะสนิทกันมากเลยไม่เคยคิดอะไรเกินเลยจนกระทั่งเมื่อถึงวันที่นางจำต้องจากหมู่บ้านและเข้าวังเพื่อเป็นางกำนัลนางกำลังจะไปร่ำลาเพื่อนสนิท แต่ทว่านางก็ไม่ได้ลา ทำไมน่ะหรือก็เพราะนางได้ไปเห็นว่าฮั่นเชียงกำลังจูงมือหญิงงามคนหนึ่งไปไหนสักที่และภาพนั้นมันทำให้เหวยเซียงรู้ใจของตัวเองเพราะอันที่จริงแล้วนางแอบหลงรักเพื่อนสนิทของตัวเอง แต่มันก็สายเกินไปแล้วเพราะเหวยเซียงกำลังจะจากหมู่บ้านแห่งนี้ไป
ผลสุดท้ายเหวยเซียงก็ตัดสินใจเลือกความก้าวหน้าในหน้าที่การงานนางคิดในใจว่า “ข้าต้องเป็หมอหลวงหญิงคนแรกให้จงได้ คอยดู”