Puppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ)

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 103

            เลือดสูบฉีดไปทั่วทั้งร่างกายจนทำให้ชวีเสี่ยวปอรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาทันที

     

            เขามองดูชื่อของตัวเองที่ขยับสั่นไหวไปตามการขยับเขยื้อนบนร่างกายของเซี่ยเจิงที่อยู่ในสนามแล้วก็เห็นเซี่ยเจิงชู้ตลูกบาสลงห่วงไปจากนั้นจึงได้ยินเสียงร้องเชียร์ดังสนั่นขึ้นมาจากทุกทิศรอบด้าน

     

            ชวีเสี่ยวปอรู้ว่าตัวเขาเองควรจะตื่นเต้นดีใจแต่หัวใจของเขากลับถูกโอบล้อมไปด้วยความตื้นตันใจเขาอยากที่จะร้องตะโกนขึ้นมาพร้อมกับคนอื่นๆทว่ากลับเปล่งเสียงไม่ออกเลยแม่แต่น้อย

     

            ไม่ว่าโลกใบนี้จะสับสนวุ่นวายหรือครึกครื้นมีสีสันมากเท่าไหร่ในดวงตาของฉันกลับมีแค่นายเพียงคนเดียว

     

            เซอร์ไพรส์ที่เซี่ยเจิงมอบให้เขา เป็นการพยายามบอกกับเขาว่า : “ฉันกับนายเราอยู่ด้วยกันเสมอ”

     

            และมันยากที่จะใช้คำว่า “ซาบซึ้ง” มาอธิบายความรู้สึกในตอนนี้ของเขาเองได้

     

            จนกระทั่งเมื่อเจียงอี้หยางที่นั่งอยู่ข้างๆเขาเห็นถึงความผิดปกติในจุดนี้จึงผลักชวีเสี่ยวปอไปอย่างแรงเพื่อให้เขาดูเสื้อบาสเกตบอลของเซี่ยเจิงแต่ผลปรากฏว่าทันทีที่หันมามองชวีเสี่ยวปอเขาคนนี้ก็ดวงตาแดงก่ำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

     

            “พี่ปอ? ” เมื่อเจียงอี้หยางเห็นก็เข้าใจอะไรๆขึ้นมาได้ในทันที พร้อมทั้งถามออกไปอย่างระมัดระวังว่า : “นายยังไหวไหม? ”

     

            “ไหว” สายตาของชวีเสี่ยวปอมองไล่ตามเซี่งเจิงที่อยู่ในสนามส่วนมือก็ยุ่งอยู่การแกะห่อพลาสติกใหญ่ที่อยู่บนตักของตัวเอง ชวีเสี่ยวปอหยิบออกมาส่งหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านข้างพร้อมเอ่ยขึ้นว่า : “อะ ส่งต่อไปทางนั้นหน่อยช่วยกันคนละไม้คนละมือ”

     

            “ได้เลยๆ ” หญิงสาวทั้งสองคนรีบพยักหน้าพลางรับเอาไปทันทีแต่หนึ่งในนั้นอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมาว่า : “ชวีเสี่ยวปอทำไมเซี่ยเจิงถึงได้ใส่เสื้อบาสของนายอะ? ”

     

            “เธอจะไปยุ่งกับเขาทำไมเนี่ย! เกี่ยวอะไรกับเธอด้วย”หญิงสาวอีกคนกระทุ้งศอกใส่เธอไปทีหนึ่งรู้สึกว่าเธอค่อนข้างที่จะละลาบละล้วงเกินไปหน่อย

     

            “ของของฉันก็คือของของเขานั่นแหละ” ชวีเสี่ยวปอพูดขึ้นเสียงเบาพร้อมทั้งค่อยๆ คลี่ป้ายแนวนอนออกมาทีละน้อย พลางมองดูตัวอักษรสีแดงสดที่อยู่บนนั้นและพูดเน้นออกมาทุกคำว่า “ของของฉันก็คือของของเขา”

     

     

            การแข่งขันระหว่างโรงเรียนมัธยมที่สี่และโรงเรียนหนานซานเล่นกันค่อนข้างที่จะสูสีแต่จากการสังเกตการณ์ของชวีเสี่ยวปอแล้วโรงเรียนหนานซานประเมินคู่แข่งต่ำเกินไปอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาคิดไม่ถึงว่าปีนี้โรงเรียนมัธยมที่สี่จะเก่งกาจมากถึงเพียงนี้ทั้งชวีเสี่ยวปอยังเห็นโค้ชของโรงเรียนหนานซานที่ยืนอยู่ข้างสนามตะโกนออกมาอย่างโมโหอยู่หลายครั้งแต่การกระทำเช่นนี้ก็ไม่สามารถหยุดการเสียคะแนนอย่างต่อเนื่องของโรงเรียนหนานซานเอาไว้ได้เลยและการเสียคะแนนถี่เช่นนี้ก็ทำให้กำลังใจของทั้งทีมหนานซานแย่ลงตามไปด้วยจนกระทั่งถึงควอเตอร์ที่สี่ คะแนนของทั้งสองฝ่ายกลับตีตื้นขึ้นมาเสมอกัน

     

            “ต้องรอดูช่วงต่อเวลาสุดท้ายแล้วละ” ชวีเสี่ยวปอกำหมัดแน่นฝ่ามือของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจนเหนอะหนะไปทั้งมือ

     

            “ฉันรู้สึกเหมือนว่า...” เสียงพูดของเจียงอี้หยางฟังดูสั่นขึ้นมาเล็กน้อยแม้จะไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงเสียงสั่นขึ้นมาก็ตาม

     

            “พยุงฉันหน่อย” ชวีเสี่ยวปอมองเขาไปทีหนึ่ง “นายยังประคองฉันไหวไหม?”

     

            “นายจะยืนเหรอ? ” เจียงอี้หยางยืนมือออกไปรองใต้ข้อศอกของชวีเสี่ยวปอแล้วประคองทั้งตัวเขาให้ลุกขึ้นยืนในทันที

     

            ทันใดนั้นชวีเสี่ยวปอก็กางป้ายเชียร์ สูดลมหายใจเข้าไปหนึ่งครั้งแล้วจึงตะโกนออกไปด้วยเสียงที่สามารถทำให้คนทั้งสนามได้ยินว่า :

     

            “โรงเรียนมัธยมที่สี่สู้ๆ ! เซี่ยเจิงเก่งที่สุด! ”

     

            เป็นไปตามคาด

     

            เสียงตะโกนของชวีเสี่ยวปอราวกับเป็นสายนำไฟฟ้าเมื่อถูกจุดติดขึ้นมาก็ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของทั้งสนามในขณะนั้นป้ายเชียร์ที่เขียนไว้ว่า “โรงเรียนมัธยมที่สี่สู้ๆ ” ก็ค่อยๆถูกยกขึ้นมาทีละอันสองอันภายใต้การนำของเขา สีแดงสดถูกเรียงต่อกันจนกลายเป็นคลื่นยักษ์และเสียงกรีดร้องที่ผสมปนเปกันไปมั่วเมื่อครู่ก็กลายเป็นเสียงตะโกนที่พร้อมเพรียงกัน

     

            “โรงเรียนมัธยมที่สี่สู้ๆ !”

     

            “โรงเรียนมัธยมที่สี่สู้ๆ !”

     

            ไม่มีใครสนใจประโยคที่สองของชวีเสี่ยวปอว่าเขาตะโกนออกมาว่าอะไรยิ่งไปกว่านั้นหลายคนก็ไม่รู้ด้วยว่าเซี่ยเจิงเป็นใครแต่คำพูดนั้นกลับเป็นความในใจของชวีเสี่ยวปอ เขาคิดยังไงก็ตะโกนออกไปเช่นนั้นเขาต้องการให้เซี่ยเจิงเห็นและได้ยินมัน

     

            ระหว่างพวกเขาสองคน มีเสียงสะท้อนกลับมาหากันเสมอ

     

            เซี่ยเจิงที่อยู่ในสนามยกมือขึ้นมาให้ผู้ชมที่อยู่ทางด้านนี้

     

            ซือจวิ้นวิ่งหอบหายใจมาชนเข้าที่ไหล่ของเซี่ยเจิงพร้อมทั้งชี้ไปทางด้านหลังของเขา “เขาจะเห็นไหม? ”

     

            “เห็นสิ” เซี่ยเจิงหรี่ตามองไปทางอัฒจันทร์เมื่อครู่นี้เขาได้ยินชวีเสี่ยวปอตะโกนเรียกชื่อเขาอย่างชัดเจนอาจจะเป็นเพราะบรรยากาศในสนามถูกจุดประกายขึ้นมาเซี่ยเจิงจึงรู้สึกว่าการเกิดสิ่งนี้ขึ้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญเขาโบกมือไปทางตำแหน่งที่นั่งด้านนั้น และแน่นอนว่าชวีเสี่ยวปอลุกขึ้นมายืดแขนโบกไม้โบกมือให้เขาเช่นกัน

     

            “ให้ตายเถอะ...” ซือจวิ้นถูกเขาทั้งสองคนทำให้หงุดหงิดขึ้นมาแล้วในขณะนั้นเขาจึงกลอกตาขึ้นมายกใหญ่ : “คนเยอะขนาดนี้นายเห็นเขาได้ไงเนี่ย”

     

            เซี่ยเจิงไม่ได้พูดอะไรออกมาเพราะเขาได้ยินโค้ชหลัวที่ยืนอยู่ด้านข้างตะโกนขึ้นมาเสียงดังว่า“พยายามทำคะแนนหน่อย !” ด้วยเสียงนกหวีดที่ดังขึ้นเกมการแข่งขันช่วงทดเวลาจึงเริ่มขึ้นแล้ว

     

            โรงเรียนหนานซานเข้าสู่โหมดบ้าคลั่งในโค้งสุดท้าย

     

            ทั้งสองฝ่ายดูเหมือนว่าจะถือเอาเวลาห้านาทีนี้เป็นโอกาสครั้งสุดท้ายอีกฝ่ายมีผู้เล่นคนหนึ่งที่ตัวสูงเกือบสองเมตร อีกทั้งยังเล่นได้ดีมากเลยทีเดียวในสถานการณ์ที่เขาได้บอลมาครองเช่นนี้จึงทำให้คนที่เหลือหมดโอกาสไปโดยปริยายแต่การเคลื่อนไหวของเขาก็ไม่ได้คล่องตัวและไหลลื่นเท่าไหร่นักหากจะเอาชนะจำเป็นต้อง...

     

            ในตอนนี้นี่แหละ !

     

            เซี่ยเจิงก้าวเข้าไปประชิดด้านหลังเขาและในตอนนี้ก็มีคนให้ความร่วมมือเขาเป็นอย่างดีเพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งกำลังทำท่าหลอกสกัดบอล อีกฝ่ายจึงเดาะบอลโยกหลบซ้ายขวาและในจังหวะนั้นก็เปิดช่องว่างให้เซี่ยเจิงพอดิบพอดี

     

            เซี่ยเจิงชิงบอลมาได้อย่างคล่องแคล่ว หันหลังกลับมาแล้วชู้ตลงไปได้อย่างสวยงาม

     

            ณ ขณะที่ลูกบาสลงห่วงไป ช่วงทดเวลาก็จบลงเป็นที่เรียบร้อย

     

     

            “ให้ตายเถอะ————————————”

     

            “อ๊ายยย ชนะแล้ว ชนะแล้วๆ พวกเราชนะแล้ว !”

     

            “โรงเรียนมัธยมที่สี่โคตรเก่งเลย !!! ”

     

            เสียงโห่ร้องอย่างดีใจดังขึ้นราวกับจะทำให้เพดานของสนามกีฬาแยกออกจากกันส่วนในสนามเพื่อนร่วมทีมก็ยืนล้อมเซี่ยเจิงเอาไว้ ทุกคนตรงนั้นล้วนกอดกันเกลียวชวีเสี่ยวปอยังไม่ทันที่จะได้ดูอย่างพอใจเลย ทันใดนั้นตัวของเขาก็เอนไปด้านข้างเพราะถูกเจียงอี้หยางดึงเขาไปกอดเอาไว้แน่นด้วยเช่นกัน :

     

            “ปอเอ๋อร์! พวกเราชนะแล้ว! ”

     

     

            คุณครูเริ่มจัดระเบียบเหล่านักเรียนให้ทยอยเดินออกจากสนามแล้วเนื่องจากชวีเสี่ยวปอนั่งรถวีลแชร์จึงไม่ค่อยสะดวกอีกทั้งขี้เกียจไปเบียดกับพวกเขา ดังนั้นจึงมายืนต่อแถวกับเจียงอี้หยางอยู่ทางด้านหลังสุดอันที่จริงเขาอยากจะไปหาเซี่ยเจิงที่ห้องพักรับรองเป็นอย่างมากแต่เนื่องจากเจียงอี้หยางอยู่ด้วย ชวีเสี่ยวปอจึงไม่อยากจะพูดออกมาสักเท่าไหร่

     

            “คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ” เจียงอี้หยางยังไม่หายตื่นเต้นจากการแข่งขันเมื่อครู่แต่เพียงครู่เดียวก็คิดทอดถอนใจขึ้นมา : “หนานซานแพ้ติดต่อกันสองปีแบบนี้ชื่อเสียงของพวกเขาที่ว่าเป็นเซียนแข่งบาสลีกมอปลายก็คงจะเป็นเรื่องขี้โม้แล้วละ”

     

            “เซียนแข่งบาสลีกมอปลาย? ” ชวีเสี่ยวปอเกือบจะพุ่งหัวเราะออกมา“ชื่อนี้พวกเขาตั้งกันเองหรือว่าคนอื่นตั้งให้อะ”

     

            “ตั้งกันเองละมั้ง” เจียงอี้หยางพูดขึ้น“นายก็รู้ว่าเมื่อก่อนหนานซานอวดเก่งแค่ไหนแต่จะว่าไปครั้งนี้เซี่ยเจิงก็เก่งมากจริงๆ สามแต้มสุดท้ายนี่แบบที่สุดเลย !”

     

            “สุดยอดมากจริงๆ” ชวีเสี่ยวอยากพูดเพียงแค่ว่า “สุดยอดมากจริงๆ”ซะที่ไหนกัน เขารู้สึกว่าแฟนของตัวเองโคตรเก่ง ยอดเยี่ยมที่สุดอันที่จริงในขณะที่ทั้งสนามตะโกนร้องขึ้นมาอย่างดีใจชวีเสี่ยวปอได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้องพร้อมทั้งตะโกนเรียกชื่อเซี่ยเจิงดังลั่นแต่ชวีเสี่ยวปอไม่รู้สึกหึงเลยสักนิด เขากลับอยากหัวเราะมากกว่าหัวเราะอย่างโอ้อวด : ตะโกนไปเถอะตะโกนร้องให้ดังกว่านี้ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะเซี่ยเจิงเป็นของฉันเรียบร้อยแล้ว !

     

            “อีกเดี๋ยวไปกินเลี้ยงกันด้วยใช่ไหม? ครูโหยวไปไหนแล้วล่ะ?หรือว่าพอจบแล้วก็กลับโรงเรียนกันหมดเลย? ” ชวีเสี่ยวปอถามออกมาเป็นชุดแต่เจียงอี้หยางที่เมื่อครู่ยังพูดไม่หยุดจู่ๆ เงียบเสียงไปซะแล้วชวีเสี่ยวปอจึงหันไปมองเขาอย่างสงสัยแต่ก็เจอเข้ากับเซี่ยเจิงที่ยังเช็ดเหงื่อออกไม่หมด อีกทั้งใบหน้ายังแดงก่ำ :

     

            “ให้ตายเถอะ! นายมาตั้งแต่เมื่อไหร่! ”

     

    คล้ายกับเรื่องPuppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ) ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405