หลินอู๋เฉินตื่นขึ้นมาเช้าตรู่ อย่างแรกที่ทำคือสำรวจ'เว็บเทพา'
แม้ตอนนี้เขาจะเป็สมาชิกระดับสามัญหรือก็คือต่ำสุด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าของที่อยู่ในกระทู้ซื้อขาย มีค่ามากมายจริงๆ
ยิ่งมองดูนานเท่าไหร่หลินอู๋เฉินก็เกิดความโลภ อยากซื้อทุกอย่างในกระทู้มาเป็ของตัวเอง เมื่อถึงตอนนั้นเกรงว่าการจะกลายเป็คนร่ำรวยที่สุดในโลกก็ไม่ใช่เื่ยาก
แต่อย่างใดก็ตาม ความะสำคัญกว่า
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวกำลังจะออกไปวิทยาลัยเขาได้พบกับลู่ซินหยี ผู้จัดการป่านหลงวิลล่า
“คุณหลินสวัสดีค่ะ ตื่นเช้าจังนะคะ กำลังจะไปไหนเหรอ” ลู่ซินหยีอยู่ในชุดสูท ผมถูกรวบเป็หางม้า ใบหน้าขาวๆ มีเืฝาด แลดูน่ารักเป็พิเศษ
“กำลังจะไปวิทยาลัยน่ะ” จากนั้นหลินอู๋เฉินโยนกุญแจวิลล่าให้ “เธอสามารถอยู่ในวิลล่าของฉันได้ แต่ไม่อนุญาตให้พาคนที่บ้านเข้ามาเด็ดขาด เข้าใจนะ”
“ไม่มีปัญหาค่ะ” ลู่ซินหยีคิดไปเองว่าเขาคงไม่อยากให้ที่บ้านมาวุ่นวาย โดยเฉพาะในวิลล่ามีของราคาแพง หากเกิดเสียหายขึ้นมาคงเป็เื่ ดังนั้นการไม่ต้องมานั่นแหละดีที่สุด
แต่กลับกันเลย หลินอู๋เฉินเพียงมองว่าหล่อนเป็ผู้หญิงของเขา ส่วนคนอื่นในครอบครัวคือคนแปลกหน้า ไม่มีสิทธิ์มาที่นี่
“ฉันจะกลับมาตอนบ่าย”
“ถ้างั้นฉันจะเตรียมอาหารรอนะคะ”
“ไม่ต้องหรอก ซื้ออาหารมากินเองเปลืองเงินจะตาย ฉันให้บัตรทานอาหารที่โรงแรมการ์เด้นกรีนกับเธอแล้วนี่นา ถ้าหิวก็ไปกินที่นั่นเองแล้วกัน” หลินอู๋เฉินสตาร์ทรถแล้วเหยียบคันเร่ง เ้ากระทิงดุคันสีแดงก็พุ่งไปข้างหน้า
“เห้อ...อุตส่าห์จะทำอาหารให้กินสักหน่อย” ลู่ซินหยีถือถุงเนื้อและผักสดเข้าไปในวิลล่า น้ำเสียงห่อเหี่ยว แต่มันก็แค่ครู่เดียวก่อนที่เธอจะกลับมาอารมณ์ดี
........
เมื่อมาถึงวิทยาลัยหลินอู๋เฉินก็พบกับรูมเมทสามคน
“ลูกพี่เมื่อคืนนี้ไปไหนมา รู้ไหมว่าเ้าฮวนฮวนมันชนะเราอีกแล้ว แถมยังเยาะเย้ยจนฉันโกรธ!” เกาหยุนเซียวเข้ามาหา พร้อมกับเล่าเื่เมื่อคืนที่เล่นเกมเจอคู่แข่งตัวฉกาจ
ฮวนฮวนที่พูดถึงเป็เกมเมอร์สายลุย เขาเล่นเกมแนวตีป้อมด้วยฮีโร่ประเภทบุกเดี่ยวไม่สนใจปาร์ตี้ในทีม แต่ถึงอย่างนั้นก็มักจะได้รับชัยชนะทุกครั้ง โดยการใช้ความสามารถตัวเองแทนที่จะพึ่งพาทีม เรียกได้ว่าเป็เกมเมอร์มากฝีมือ
“ฉันออกไปกินข้าวที่โรงแรมการ์เด้นกรีนมา กลับถึงวิลล่าก็เลยนอนหลับ โทษทีว่ะที่ไม่ได้เล่นด้วย” หลินอู๋เฉินตอบขณะเลือกหาที่นั่ง
“กินข้าวที่โรงแรมการ์เด้นกรีน! โหลูกพี่สุดยอดเกินไปแล้ว” เย่หานน้ำลายสอ ต่อมอาหารเริ่มกลับมาทำงานแม้เช้านี้จะกินโจ๊กผักไปแล้วหนึ่งชาม
“ลูกพี่เจ๋งสุดๆ ฉันเองก็อยากกินอาหารที่นั่นนะ แต่เงินพาร์ทไทม์ที่ได้เนี่ยสิแค่เติมเกมยังยากเลย แล้วจะไปพอจ่ายค่าอาหารดีๆ ได้ยังไง” ฉุนเซียวถอนหายใจ นี่สินะความต่างระหว่างคนร่ำรวยรุ่นที่สองกับคนธรรมดา
“อยากกินเหรอ...ได้สิ เดี๋ยวฉันจะพาไปกินเอง” หลินอู๋เฉินมองทุกคนเป็'มด'แต่กระนั้นเพื่อนสนิทสามคนก็ไม่ได้แย่
พวกเขาเป็คนดีและไม่เคยดูถูกใคร ดังนั้นหลินอู๋เฉินจึงไม่ใจร้ายถึงกับนิ่งดูดายอยู่วงนอก
“ลูกพี่พูดแล้วนะ!” เย่หานทวนคำตอบ เมื่อเห็นว่าหลินอู๋เฉินพยักหน้าเขาก็พูดว่า “พี่น้องจะยืนเซ่ออยู่ทำไม รีบคารวะลูกพี่สิ!”
“คารวะลูกพี่!”
หลินอู๋เฉินถึงกับใ ไม่คิดเลยว่าพวกขี้แพ้สามคนจะกล้าทำจริงๆ แถมตอนนี้ยังอยู่ในห้องเรียนและอาจารย์มู่ก็เดินเข้ามาแล้ว
ตลอดคาบเรียนมู่เจาเจาส่งสายตาดุร้ายมาที่ด้านหลังชั้น
ดูเหมือนหล่อนจะมุ่งเป้าไปที่หลินอู๋เฉิน สำหรับเหตุผลว่าทำไมถึงเป็แบบนี้เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน
หลังจบการสอนหนึ่งชั่วโมง อาจารย์มู่เดินมาที่โต๊ะของหลินอู๋เฉิน
ในสภาพดังกล่าวเย่หานสามคนถึงกับต้องรีบถอยหลังไปไกล กลัวอาจารย์คนสวยเกินกว่าจะเผชิญหน้า
ไหนล่ะคำว่าพี่น้อง พอเกิดเื่แบบนี้ก็ดันหนีไปซะหมด ทิ้งให้เขาเผชิญหน้าคนเดียว
“อาจารย์มู่ มีอะไรกับฉันเหรอ หรือว่าคิดถึงใบหน้าอันหล่อเหลาของฉันถึงได้ทำหน้าดุแบบนี้?” หลินอู๋เฉินหยอกล้อ ซึ่งนั่นทำให้เธอขบฟันกรอด
“เมื่อวานไปไหน ทำไมไม่ไปหาอาจารย์ตอนเที่ยง ไม่สิทำไมตอนบ่ายถึงไม่กลับมาเรียน เธอโดดเรียนงั้นเหรอ!” มู่เจาเจาขึ้นเสียง
“พอดีฉันซื้อวิลล่า ก็เลยต้องไปจัดการให้เรียบร้อย ขอโทษด้วยแล้วกัน” หลินอู๋เฉินมีท่าทางเอ้อระเหย
“ซื้อวิลล่า...อยู่กับใครเหรอ?”
“อาจารย์ถามทำไมเหรอ”
“หึ! ฉันก็แค่อยากรู้”
“งั้นก็ดี ฉันจะได้ไม่ต้องตอบ”
“เดี๋ยวเถอะ!” มู่เจาเจาเลิกคิ้วสูง
“อาจารย์ยืนขวางทางอยู่นะ ตอนนี้ฉันมีเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ถ้าเข้าห้องสายขึ้นมาจะเป็ยังไง อาจารย์จะรับผิดชอบไหมครับ” หลินอู๋เฉินยืนขึ้นพร้อมกับหนังสือในมือ
มู่เจาเจายังไม่หลบ “ตอนเที่ยงไปที่ห้องพักอาจารย์ ซื้อข้าวกล่องมากินด้วย”
“ไม่ไป”
“ทำไม!”
“เพราะฉันมีนัดเล่นเปียโนน่ะสิ ถ้าหากอยากเจอก็ให้ไปที่อาคารดนตรีชั้นสองตอนเที่ยงนะ ฉันจะเล่นเปียโนที่นั่น” หลินอู๋เฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม ถึงเขาจะไม่รู้ว่าทำไมมู่เจาเจาถึง้าพูดคุยส่วนตัว แต่พอมองย้อนกลับไปเมื่อวานก็เดาได้ไม่ยาก ดูเหมือนจะเกี่ยวกับผลงานหน้าชั้นเรียน
“เปียโน...เขาเล่นได้ด้วยเหรอ?” มู่เจาเจามองแผ่นหลังของคนที่เดินจากไป คิ้วยิ่งขมวดขึ้นกว่าเดิม
เมื่อวานหล่อนได้เห็นความสามารถของหลินอู๋เฉินแล้วว่าเป็ยังไง ดังนั้นจึงได้เรียกนักศึกษาที่รู้เกี่ยวกับเขามาสอบถาม
ปรากฏว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาทำตัวค้อมต่ำ ไม่เหมือนกับลูกหลานคนรวยรุ่นที่สอง
กระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้เปิดเผยตัวเองพร้อมกับขับรถ Lamborghini
“หลินอู๋เฉินนะหลินอู๋เฉิน เธอแกล้งหลบหน้าฉันได้ไม่นานหรอก!” มู่เจาเจาไม่รู้ความคิดของหลินอู๋เฉิน หล่อนแค่คิดว่าเขากำลังหลบหน้า ส่วนเื่เล่นเปียโนก็คงเป็แค่ข้ออ้าง
.......
หลินอู๋เฉินยิ้มมุมปาก
ทุกการกระทำของเขาไม่ใช่ว่า้าสร้างศัตรู โดยเฉพาะผู้หญิง เขาแค่ต้องแสดงให้เธอเห็นว่าเก่งและเหนือกว่าเท่านั้นเอง ดังนั้นการเดินตาม'มด'ง่ายๆ มันไม่ใช่สิ่งที่'เทพ'สมควรทำ
ถึงตอนนี้จะเป็แค่มนุษย์ธรรมดา แต่ด้วยเว็บหลินอู๋เฉินมองว่าตัวเองได้กลายเป็เทพแล้วครึ่งหนึ่ง ดังนั้นทุกคนจึงไม่ต่างจาก'มด'ตัวเล็ก
ก่อนจะถึงเที่ยงวันยังมีคาบเรียนคณิตศาสตร์
ความจริงหลินอู๋เฉินค่อนข้างเกลียดวิชานี้ แต่อย่างใดก็ตามสถานการณ์ได้เปลี่ยนไปเพราะเขาซื้อทักษะคณิตศาสตร์ระดับสูง
เมื่อเข้ามาในห้อง หาที่นั่งในมุมเงียบๆ เหลือบมองนาฬิกา ไม่นานก็พบเป้าหมาย หนึ่งในอาจารย์สาวคนสวยแห่งวิทยาลัยชุนเหลียน เฟิงโหรว
ถ้าหากถามว่าหล่อนต่างจากมู่เจาเจาที่ร้อนแรงยังไง เฟิงโหรวคงเหมือนูเาน้ำแข็งเ็า ไร้ก้นบึ้ง เป็ที่หวาดกลัวของนักศึกษาและอาจารย์
แน่นอนว่าหลินอู๋เฉินชื่นชมในความงาม แต่ในขณะเดียวกันสิ่งที่มุ่งหวังที่สุดก็คือเบี้องหลังของหล่อน
“สวัสดี นายคนรวยรุ่นที่สอง” ระหว่างมองเฟิงโหรว ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามานั่งข้างๆ ตัวอ้วนและหน้าตาอัปลักษณ์
“โอ้...รู้จักฉันด้วย?” หลินอู๋เฉินขมวดคิ้ว เ้าอ้วนนี่น่ารังเกียจชะมัด ทำไมต้องเข้ามานั่งด้วย
“แน่นอน ตอนนี้นายเป็คนดังจะตาย มีใครบ้างที่ไม่รู้จักนาย ฉันชื่อหวงซือเถา เป็คนร่ำรวยรุ่นที่สองเหมือนกับนาย” หวงซือเถาแนะนำตัว
หลินอู๋เฉินเพียงส่งเสียง'อืม'ในลำคอ ก่อนจะหันไปจดจ่อกับเทพธิดาหน้าห้องเรียน
หวงซือเถาคิ้วกระตุก ไม่คิดเลยว่าจะถูกเมิน แต่อย่างใดก็ดีเขาหน้าด้านหน้าทน ถึงกับโพล่งขึ้นว่า “นายชอบอาจารย์เฟิงสินะ งั้นเอางี้ไหม ถ้าหากนายทำให้อาจารย์สนใจนายได้ ฉันจะให้เงินหนึ่งหมื่นหยวน!”
“นายโง่หรือเปล่า เงินหนึ่งหมื่นหยวนงั้นเหรอ?” หลินอู๋เฉินกัดปากตัวเอง หากไม่เป็เพราะศักดิ์ศรีคำว่าคนรวยรุ่นที่สองค้ำคอ เขาคงตอบตงลงไปแล้ว
หวงซือเถาตบต้นขาตัวเอง “ขอโทษที ฉันลืมไปว่านายคือคนรวยรุ่นที่สอง ดังนั้นจะขาดเงินได้ยังไงล่ะ”
“ช่างเื่เงินเถอะ ของแบบนั้นฉันไม่ได้สนใจ เพียงแต่ว่าหลังจากนี้นายจะต้องเรียกฉันว่าลูกพี่ ฉันสั่งอะไรนายก็ต้องทำตาม!” หลินอู๋เฉินยังขาดมือขาดเท้าใช้งาน แถมเ้าหมอนี่ยังดูหน้าโง่ เหมาะกับตำแหน่งสุนัข
“ได้สิ ถ้าหากนายทำให้อาจารย์เฟิงพอใจ ต่อให้ฉันต้องเรียกนายว่าท่านปู่ก็ไม่มีปัญหา!” หวงซือเถาตบหน้าอกตัวเอง ท่าทางมั่นใจเต็มเปี่ยม
ไม่ว่าอย่างไรในความคิดเขาหลินอู๋เฉินก็ต้องแพ้
“นี่ตรงนั้นน่ะ คุยอะไรกันอยู่ ไหนลองออกมาแก้โจทย์ข้อนี้สิ!” เฟิงโหรวใช้เสียงเย็นเยียบ หันมองชายหนุ่มสองคนด้วยความรู้สึกที่ไม่พอใจ
“นายจงใจทำเสียงดังสินะ” หลินอู๋เฉินมองดูเ้าอ้วนที่กำลังหัวเราะอยู่ เขาก็เข้าใจได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น แต่อย่างใดก็ตามใบหน้ายังคงประดับด้วยรอยยิ้มอันสูงส่ง