ขณะที่เขาเดินผ่านป่าไม้เขียวครึ้มเสียงการต่อสู้ดังแว่วมาจากไม่ไกลนักเอี้ยเสวียนเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้อย่างระมัดระวังและพบกลุ่มผู้เข้าแข่งขันสี่คนกำลังรุมล้อมสัตว์อสูรขนาดใหญ่ที่มีลักษณะคล้ายหมีผสมเสือ—"หมีเสือดาวทมิฬ"สัตว์อสูรระดับสาม
"โอ้!ระวัง!" หนึ่งในผู้เข้าแข่งขันะโ เมื่อหมีเสือดาวทมิฬตวัดกรงเล็บใส่
อีกคนถูกปัดกระเด็นไปกระแทกกับต้นไม้ร่างทรุดลงไม่ได้สติ เหลือเพียงสามคนที่ยังคงต่อสู้แต่ดูเหมือนพวกเขาจะเริ่มเสียเปรียบ
"จัดการมันเร็วเข้า!เราต้องได้ผลึกระดับสามนี่!" ชายในชุดสีเขียวะโ พร้อมกับโจมตีด้วยกระบี่
หมีเสือดาวทมิฬคำรามเสียงดังพุ่งเข้าใส่กลุ่มผู้เข้าแข่งขันอย่างบ้าคลั่งเอี้ยเสวียนสังเกตเห็นว่าร่างของมันมีาแหลายแห่งแต่ดูเหมือนจะโกรธจัดจนไม่สนใจความเ็ป
"มันกำลังจะคลั่ง"เอี้ยเสวียนคิด "อีกไม่นานจะไม่สนใจแม้แต่ความปลอดภัยของตัวเอง...อันตรายมาก"
เขาตัดสินใจว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวแต่ทันใดนั้นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขัน—หญิงสาวในชุดสีขาว—ถูกหมีเสือดาวทมิฬตวัดเข้าที่ลำตัวร่างของเธอกระเด็นไปกระแทกกับโขดหิน เืไหลจากมุมปาก
"พี่หลิน!"ชายชุดเขียวะโด้วยความใ
มองเห็นสถานการณ์เลวร้ายลงเอี้ยเสวียนถอนหายใจเบาๆ "เฮ้อ... คงต้องช่วยสินะ"
เขาพุ่งออกจากที่ซ่อนอย่างรวดเร็วปล่อยพลังปราณออกมาเต็มที่ตามขีดจำกัดที่ถูกกำหนด ร่างกายเปล่งประกายสีฟ้าอ่อนๆ
"ระวัง!"เอี้ยเสวียนะโพร้อมกับพุ่งเข้าใส่หมีเสือดาวทมิฬจากด้านหลัง
หมีเสือดาวทมิฬหันมาพอดีกรงเล็บตวัดเข้าหาเอี้ยเสวียน แต่เขาเบี่ยงตัวหลบได้อย่างเฉียดฉิวและใช้จังหวะนั้นแทงดาบเข้าที่จุดอ่อนตรงลำคอของสัตว์อสูร
เอี้ยเสวียนอาศัยความสามารถในการมองของตนเมื่อเห็นว่าหมีเสือดาวจะเคลื่อนกายไปทางใหน เค้าจะสามารถขยับหลบได้ก่อนสัตว์อสูรคำรามด้วยความเ็ป พยายามปัดเอี้ยเสวียนออกแต่ชายในชุดเขียวฉวยโอกาสนี้โจมตีเข้าที่ขาหลังของมัน
"พวกเราโจมตีที่จุดอ่อนของมันที่หน้าอก!"เอี้ยเสวียนะโบอก
ผู้เข้าแข่งขันที่เหลือพยักหน้าเข้าใจทั้งสามคนพุ่งเข้าโจมตีจากทิศทางต่างๆ พร้อมกัน
"ตาย!"เอี้ยเสวียนะโหลบในขณะที่หมีเสือดาวทมิฬกำลังพุ่งเข้ามาเค้าอาศัยการมองเห็นของเค้าเห็นการเคลื่อนไหวของมันอย่างชัดเจนโดยก้มหัวหลบอุ้งมือที่ฟาดเข้ามาเฉียดผ่านหน้าเค้าไปเพียงเส้นขนก่อนที่ตัวเค้าจะปักดาบสั้นทมิฬลงบนอกของมัน
หมีเสือดาวทมิฬทรุดลงในที่สุดร่างมหึมาสั่นสะท้านก่อนจะสลายเป็ประกายแสง เหลือเพียงผลึกสีฟ้าลอยอยู่กลางอากาศ
ชายชุดเขียวรีบคว้าผลึกด้วยความตื่นเต้น"ผลึกระดับสาม! 10 คะแนน!"
เอี้ยเสวียนไม่ได้สนใจผลึกเขารีบเข้าไปดูอาการของหญิงสาวชุดขาวที่าเ็
"เธอเป็อย่างไรบ้าง?"เขาถาม พร้อมกับตรวจดูาแ
"ไม่เป็ไร...แค่ฟกช้ำ..." หญิงสาวตอบเบาๆ พยายามลุกขึ้นนั่ง
ชายชุดเขียวเดินเข้ามามองเอี้ยเสวียนด้วยความระแวง "ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ แต่เ้าเป็ใคร? มาจากสำนักไหน?"
"เอี้ยเสวียนจากตระกูลเอี้ย" เอี้ยเสวียนตอบสั้นๆ "ข้าเพียงช่วยเหลือผู้ที่ตกอยู่ในอันตรายเท่านั้น"
ชายชุดเขียวใเล็กน้อย"เอี้ย... เสวียน? ท่านเป็บุตรชายของจอมยุทธเอี้ยเทียนหลง?"
เอี้ยเสวียนพยักหน้าไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม เขาหยิบยาสมุนไพรออกจากถุงที่เอว มอบให้หญิงสาว
"นี่คือ 'โอสถฟื้นพลังเืั' ช่วยรักษาาแภายในได้"เขาอธิบาย "รีบทาน จะได้ฟื้นตัวเร็วขึ้น"
"ขอบคุณมาก"หญิงสาวรับยามาด้วยความซาบซึ้ง
ชายชุดเขียวยิ้มอย่างเป็มิตรขึ้น"ข้าชื่อเฉินหลิง นี่น้องสาวข้า เฉินหลิน และนั่น"เขาชี้ไปที่ชายอีกคนที่กำลังช่วยเพื่อนที่หมดสติ "คือเหยาเสวียและตงไป๋เราทั้งสี่มาจากสำนักพิรุณเขียว"
"สำนักพิรุณเขียว..."เอี้ยเสวียนทวนคำ "สำนักเล็กทางตะวันตกเฉียงใต้..."
เฉินหลิงพยักหน้า "ใช่แล้วไม่น่าเชื่อว่าท่านจะรู้จัก"
"ข้าอ่านเื่ราวของสำนักต่างๆมามาก" เอี้ยเสวียนตอบ
เฉินหลิงมองผลึกสีฟ้าในมือแล้วยื่นให้เอี้ยเสวียน "ท่านควรได้รับส่วนแบ่งนี้ หากไม่มีท่านพวกเราคงเอาชนะหมีเสือดาวทมิฬไม่ได้"
เอี้ยเสวียนส่ายหน้า "ไม่ต้องพวกท่านทำให้มันาเ็มากแล้ว ข้าเพียงช่วยจบมันเท่านั้น"
"แต่—"เฉินหลิงเอ่ย
"เก็บไว้เถอะ"เอี้ยเสวียนยืนยัน "ข้าต้องไปแล้ว ขอให้โชคดี"
เขาหันหลังจะเดินจากไปแต่เฉินหลินเรียกไว้ "ท่านเอี้ย! รอก่อน"
เอี้ยเสวียนหันกลับมาเห็นเฉินหลินยื่นยันต์แผ่นเล็กๆ ให้
"นี่คือ 'ยันต์ผสานวายุ' ของข้ามันช่วยเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนไหว ข้าอยากมอบให้ท่านเป็การตอบแทน"
เอี้ยเสวียนลังเลเล็กน้อยแต่เห็นสายตาจริงใจของเฉินหลิน เขาจึงรับไว้
"ขอบคุณข้าจะใช้มันอย่างคุ้มค่า" เขากล่าว พร้อมเก็บยันต์ไว้ในแหวนมิติของตนเอง
เฉินหลิงก้าวเข้ามา"ท่านกำลังมุ่งหน้าไปทางไหน? หากไม่รังเกียจ เราอาจเดินทางด้วยกัน"
เอี้ยเสวียนคิดชั่วครู่การมีพันธมิตรอาจมีประโยชน์ แต่เขา้าอิสระในการสำรวจและวางกลยุทธ์ของตัวเอง
"ข้ากำลังมุ่งหน้าไปยังทะเลสาบทางทิศตะวันออก"เอี้ยเสวียนตอบ "แต่ข้าชอบเดินทางคนเดียว"
เฉินหลิงพยักหน้าด้วยความเข้าใจ"เข้าใจแล้ว... แต่หากท่าน้าความช่วยเหลือ พวกเราจะอยู่แถวนี้สักสองวัน เพื่อรอให้ตงไป๋ฟื้นตัว"
"ขอบคุณ"เอี้ยเสวียนพยักหน้า
เขาหันไปมองเฉินหลินอีกครั้งสังเกตเห็นว่าเธอกำลังรับประทานโอสถฟื้นพลังเืัสีหน้าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"ระวังตัวให้ดี”เฉินหลินเตือน "มีข่าวลือว่าบางคนอาจไม่เล่นตามกฎ"
เอี้ยเสวียนขมวดคิ้ว"ท่านหมายถึง?"
"เพียงระวังตัวไว้ก็พอ"เฉินหลิน ลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวว่า “ข้าได้ยินข่าวลือมาว่ามีศัตรูของท่านหลายคนกำลังวางแผนร่วมมือกันที่จะขจัดท่านออกจากการแข่งขัน”เฉินหลิน ไม่ได้อธิบายมากไปกว่านั้น เขาโค้งกายเล็กน้อยและจากไป
เอี้ยเสวียนสีหน้าเคร่งเครียดทำหน้าครุ่นคิดพร้อมคิดในจำ “ให้เกียรติข้าขนาดนี้ไม่รู้ว่ามีใครร่วมบ้าง...อย่างไรก็ต้องระวังไว้สักหน่อย”
บรรยากาศของป่าที่ต้นไม้เริ่มห่างขึ้นและพื้นดินชื้นแฉะยิ่งเพิ่มความรู้สึกอึดอัดเสียงใบไม้แห้งกรอบใต้ฝ่าเท้าดังสะท้อนก้องในความเงียบสงัดเอี้ยเสวียนรู้ดีว่าหมีเสือดาวทมิฬระดับ 3 ไม่ใช่ภัยเดียวที่ต้องระวัง เมื่อมีหมีเสือดาวทมิฬแสดงว่าผึ้งไร้เงารังใหญ่กำลังซ่อนตัวอยู่ใกล้ ๆ
เขาหยุดลงที่โคนต้นไม้ใหญ่ที่มีรากยื่นออกมาเป็โพรงกว้างพอจะใช้เป็ที่พักชั่วคราวได้เอี้ยเสวียนเริ่มเก็บกิ่งไม้ใบไม้แห้งเพื่อสร้างที่นอนและก่อกองไฟเล็ก ๆเพื่อไล่ความชื้นและความหนาวเย็นในยามค่ำคืน
แต่ก่อนจะพัก เขาเริ่มวางกับดักรอบ ๆที่พักอย่างละเอียด รอบ ๆโพรงมีการฝังกับดักเชือกที่ซ่อนอยู่ใต้ใบไม้แห้งและกิ่งไม้แห้งเมื่อสัตว์อสูรเผลอเหยียบกับดักจะถูกดึงขึ้นหรือพันธนาการไว้ชั่วคราวอีกทั้งยังมีการตั้งกับดักล่อด้วยกลิ่นเนื้อเน่าเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของศัตรูออกไปจากที่พักหลัก
ระหว่างที่เขากำลังตรวจสอบกับดักครั้งสุดท้ายเสียงคำรามต่ำ ๆ ดังมาจากพุ่มไม้ใกล้ ๆ เอี้ยเสวียนหยุดหายใจ มองไปรอบ ๆอย่างระมัดระวัง หมีเสือดาวทมิฬตัวหนึ่งโผล่ออกมามันมีขนาดใหญ่และดวงตาเปล่งประกายความดุดัน เอี้ยเสวียนค่อย ๆ ถอยหลังไปยังที่ซ่อนพร้อมกับใช้หินขว้างไปยังกับดักที่ตั้งไว้
กับดักทำงานทันทีเชือกดึงแน่นรัดขาเ้าหมีเสียงคำรามดังขึ้นอีกครั้งก่อนที่มันจะดิ้นรนและพยายามหลุดแต่กับดักที่วางไว้อย่างชาญฉลาดช่วยชะลอความรุนแรงของมันได้เอี้ยเสวียนใช้โอกาสนี้รวบรวมผลึกจากหมีและรีบกลับเข้าที่พัก
คืนที่ป่าเต็มไปด้วยเสียงหวีดหวิวของผึ้งไร้เงาที่บินวนรอบๆ รังใหญ่ใกล้ ๆ เอี้ยเสวียนรู้ว่าเขาต้องเร่งมือเตรียมอาหารและเสบียงให้เพียงพอเพราะภัยคุกคามไม่ได้มีแค่สัตว์อสูรแต่ยังมีศัตรูที่อาจไม่เล่นตามกฎซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของป่า
ในใจของเขาความตึงเครียดยิ่งทวีขึ้นเมื่อรู้ว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเอาชีวิตรอดจากธรรมชาติแต่ยังเป็การต่อสู้กับศัตรูที่วางแผนจะล้มเขาอย่างเงียบ ๆเอี้ยเสวียนจึงตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่ปล่อยให้ใครหรืออะไรขัดขวางเป้าหมายของเขาได้ง่ายๆ ความเฉลียวฉลาดและความระมัดระวังจะเป็อาวุธสำคัญในคืนที่มืดมิดนี้.
หลังจากการวางกับดักเสร็จสิ้นเอี้ยเสวียนนั่งสมาธิใต้โพรงต้นไม้เพื่อฟื้นฟูพลังปราณที่ใช้ไปกับการต่อสู้กับหมีเสือดาวทมิฬ สายลมเย็นพัดผ่านเข้ามาทำให้เปลวไฟขนาดเล็กกระพือไหว แต่เขาไม่ได้สนใจจิตใจของเขาจดจ่ออยู่กับการหมุนเวียนพลังภายใน
เสียงแ่เบาดังมาจากทางซ้ายเอี้ยเสวียนลืมตาขึ้นทันที สายตาคมกริบของเขาสแกนไปยังต้นกำเนิดเสียงแม้จะเป็เพียงเสียงกิ่งไม้หักเบาๆ แต่ด้วยประสาทััที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดีเขารู้ทันทีว่านั่นไม่ใช่สิ่งธรรมชาติ
"ออกมาเถอะ"เอี้ยเสวียนเอ่ยเสียงเรียบ "การแอบซุ่มนั้นไม่ใช่วิธีที่สง่างามนัก"
เงาร่างหนึ่งเคลื่อนออกมาจากพุ่มไม้เป็ชายหนุ่มในชุดสีดำ บนใบหน้ามีรอยแผลเป็พาดผ่านจากคิ้วซ้ายลงมาถึงแก้ม
"ไม่เลวนัก"ชายแปลกหน้ากล่าว "ประสาทััไวจริงๆ"
เอี้ยเสวียนไม่แสดงอาการใเขายังคงนั่งอยู่ที่เดิม มือขวาวางพาดบนสายดาบอย่างไม่เป็พิธีรีตอง"ท่าน้าอะไร? ที่พักของข้าคงไม่สะดวกสบายพอสำหรับแขกกลางดึก"
ชายแปลกหน้าหัวเราะเบาๆ"ข้าชื่อหยางเสวี่ย จากสำนักเหวินฟ้า... และข้าไม่ได้มาเพื่อขอที่พัก"เขาชูแผ่นหยกสีเขียวอ่อนขึ้นมา "ข้ามาเพื่อแผ่นหยกเก็บผลึกของท่าน"
เอี้ยเสวียนเลิกคิ้วเล็กน้อย"น่าสนใจ... ท่านคิดว่าการมาขโมยของคนอื่นกลางดึกเป็เื่น่าภาคภูมิใจหรือ?"
"เรียกว่า 'ยุทธวิธี' ดีกว่า" หยางเสวี่ยยิ้มกว้างเผยให้เห็นฟันขาวสะอาด "เอาเป็ว่า มอบแผ่นหยกให้ข้า แล้วท่านจะปลอดภัย"
เอี้ยเสวียนค่อยๆ ลุกขึ้นยืนกระชับเสื้อคลุมของตน "ขอโทษที...แต่ข้าไม่เคยชินกับการให้ของขวัญคนแปลกหน้า" เขายักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ"โดยเฉพาะคนที่แอบมาเยี่ยมกลางดึก"
"ข้าเกรงว่าท่านจะไม่มีทางเลือก"หยางเสวี่ยพูด พร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อย
ทันใดนั้นเงาร่างสามคนก็ปรากฏขึ้นล้อมรอบเอี้ยเสวียนแต่ละคนถือดาบที่เปล่งประกายเย็นะเืใต้แสงจันทร์
เอี้ยเสวียนพูดเสียงเรียบ"ท่านนำพวกพ้องมาด้วยน่าประทับใจที่ต้องใช้คนถึงสี่คนเพื่อจัดการกับข้าคนเดียว"
"อย่าได้ทะนงตนไป"หยางเสวี่ยตอบ "ไม่ว่ากับใครข้อชอบใช้วิธีที่แน่นอนสิงโตจับกระต่ายก็ต้องใช้พลังทั้งหมด ไม่อย่างงั้นเหยื่ออาจจะรอดไปได้"
เอี้ยเสวียนถอนหายใจเบาๆ มองไปรอบๆอย่างไม่เร่งรีบ "แล้วไม่กลัวกฎของการแข่งขันหรือ? การรวมกลุ่มเกินสามคนและโจมตีผู้เข้าแข่งขันอื่นโดยไม่มีเหตุผลอาจทำให้ถูกตัดสิทธิ์ได้นะ"
"มีใครเห็นหรือ?"หยางเสวี่ยแสร้งมองไปรอบๆ "ข้าไม่เห็นมีใครนอกจากพวกเรา"
เอี้ยเสวียนยิ้มบางๆ"ข้าแค่เตือน...ท่านว่าพลังที่ถูกกำหนดขีดจำกัดในการแข่งขันนี้จะเพียงพอให้ท่านเอาชนะข้าหรือ?"
"เราไม่จำเป็ต้องเอาชนะ"หนึ่งในผู้โจมตีเอ่ยขึ้น หญิงสาวในชุดสีแดงสด"เพียงแค่ให้ท่านหมดสติไปชั่วคราว เราก็จะได้แผ่นหยกแล้ว"
"โอ้...จริงสินะ" เอี้ยเสวียนพยักหน้าราวกับเพิ่งเข้าใจ"งั้นมาเริ่มกันเลยดีกว่า ข้าก็อยากกลับไปนอนเร็วๆ"
ทันทีที่พูดจบเอี้ยเสวียนยกมือขึ้นเล็กน้อย โดยที่ไม่มีใครสังเกตุเชือกเล็กๆที่ซ่อนไว้ได้กระตุ้นให้กับดักที่เขาวางไว้ก่อนหน้าทำงานทันทีตาข่ายพุ่งขึ้นมาจากพื้น พันธนาการชายสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง
"อะไรกัน!?"หนึ่งในนั้นร้องลั่น
ไม่รอให้พวกเขาตั้งตัวเอี้ยเสวียนเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว พุ่งเข้าใส่หญิงชุดแดงชายหนุ่มเพียงแค่กะพริบตา ร่างของเขาก็อยู่เื้ัหญิงสาวแล้ว
"แค่ทำให้สลบ?ขอบคุณสำหรับคำแนะนำเกินไป”เขากระซิบข้างหูเธอ
หญิงสาวหันกลับมาด้วยความใแต่ช้าเกินไป เอี้ยเสวียนใช้ด้ามดาบกระแทกเข้าที่ท้ายทอยของเธออย่างแม่นยำเธอล้มลงไปกองกับพื้น
"สี่ลดเหลือหนึ่ง"เอี้ยเสวียนเอ่ย หันไปเผชิญหน้ากับหยางเสวี่ย "ยัง้าแผ่นหยกอยู่หรือไม่?"
หยางเสวี่ยไม่รอช้าเขาชักดาบออกมาและพุ่งเข้าใส่เอี้ยเสวียนทันทีคมดาบพุ่งเข้าหาลำคอเอี้ยเสวียนอย่างรวดเร็วแต่ชายหนุ่มเพียงเอียงคอหลบอย่างง่ายดาย ราวกับเห็นการเคลื่อนไหวนั้นล่วงหน้า
"ช้าไป"เอี้ยเสวียนกล่าว พร้อมกับหลบอีกแทงของหยางเสวี่ย "นี่ก็ยังช้าไป”
“ช้าไป...มีแรงแค่นี้หรือใหนเล่าท่าไม้ตายรีบๆแสดงออกมา”หลิงเทียนพูดพลางหลบกระบวนท่าของหยางเสวี่ยไปพร้อมทั้งตำหนิการเคลื่อนไหวของหยางเสวี่ยไปเรื่อยๆ
ในใจของหยางเสวี่ยนที่ใช้กระบวนท่า”ดาบฝ่าวายุ”วิชาตกทอดของตระกูลออกมาจนหมดสิ้นถึงกับตกตะลึงกับการเคลื่อนไหวของเอี้ยเสวียนที่ราวกับรู้ล่วงหน้าว่าตนจะใช้ท่วงท่าอะไรออกไปในใจคิดว่าตนเตะโดนแผ่นเหล็กเข้าแล้ว
ขณะนั้นเองเอี้ยเสวียนที่เคลื่อนไหวอยู่ได้ถอยห่างออกไปพร้อมทั้งพูดว่า “เอาละเล่นกันแค่นี้พอแล้วมอบแผ่นหยกของเ้ามาแล้วข้าจะปล่อยเ้าไป”
หยางเสวียนหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัดก่อนที่จะะโออกไปว่า“ฝันไปเถอะชนะข้าให้ได้ก่อนเถอะ...เ้าหนูสกปรกรู้จักแต่วิธีหลบไปหลบมากล้าสู้กับข้าตรงๆหรือเปล่า”
เอี้ยเสวียนยิ้มบางๆ"ได้ไม่เห็นดลงศพไม่หลั่งน้ำตาสินะ...ตามคำขอข้าจะสู้กับเ้า"ทันใดนั้นเอง”ดาบสั้นทมิฬ” ก็ปรากฎอยู่ในมือของเอี้ยเสวียน พร้อมทั้งลงมือโจมตีไปที่หยางเสวียนแต่สิ่งที่ทำให้หยางเสวียนตกตะลึงยิ่งกว่าคือกระบวนท่าที่เอี้ยเสวียนใช้กับเป็กระบวนท่า”ดาบฝ่าวายุ”ของตนเองทำให้หยางเสวียนถึงกับทำตาดตและอ้าปากค้างคางแทบจะตกไปถึงพื้น
“เ้าๆๆๆๆไปเรียนท่าดาบนี้มาจากใหน”หยางเสวียนระล่ำระลักถาม
“เห็นเ้าใช้เมื่อกี้ก็เลยลองๆดู เป็ไงพอใช้ได้มั้ย”เอี้ยเสวียนยิ้มตอบ
“บัดซบใช้ได้มั้ย? นี่ถ้าคนอื่นเห็นคงคิดว่าเ้าเป็ลูกหลานตระกูลหยางแล้ว..ผู้าุโบางคนยังใช้กระบวนท่านี้ไม่ได้เหมือนเ้าเลย”หยางเสวียนคิดในใจเขาล้วงเข้าไปในแขนเสื้อ ดึงแผ่นหยกผนึกอสูรออกมาแล้วยื่นให้เอี้ยเสวียนด้วยท่าทางที่ห่อเหี่ยว “เ้าชนะเอาไปข้ายอมแพ้” หยางเสวียนพูดก่อนที่จะพาเพื่อนร่วมทีมเดินจากไป
เอี้ยเสวียนหลังจากที่ได้รับแผ่นหยกมาก็ถ่ายทอดพลังเข้าไปแล้วพบว่าในนั้นมีคะแนนอยู่มากกว่า200 คะแนน “เยอะขนาดนี้เชี่ยว..แสดงว่าการปล้นเป็หนทางไปสู่ความร่ำรวยที่แท้จริง”เอี้ยเสวียนคิดในใจ ก่อนที่จะะโบอกกลุ่มของ หยางเสวียนว่า”ขอบใจนะ โอกาสหน้าเชิญใหม่นะยินดีต้อนรับ”
ทันทีที่ได้ยินเสียงจากเอี้ยเสวียนหยางเสวียนถึงกับสะดุดล้มก่อนที่จะรีบเดินหนีไปด้วยกลัวว่าตัวเองจะหมดสติไปจากคำพูดของเอี้ยเสวียน