ตอนที่8 โสมร้อยปี
ฟู่เยี่ยนกำลังคิดว่าจะไปที่นั่นได้อย่างไรเพราะต้นไม้ต้นนั้นไม่ได้อยู่ในเส้นทางที่พวกเธอวางแผนจะไปเลย
แต่แล้วเธอก็เกิดความคิดหนึ่งขึ้นฟู่เยี่ยนจึงต้องแกล้งทำเป็อยากเข้าห้องน้ำ ฟู่ซินจึงวางกระบุงไว้ที่เดิมแล้วเดินตามฟู่เยี่ยนไปสองพี่น้องเดินห่างออกไปจากผู้เป็พ่อราว 50 เมตรแต่ฟู่เยี่ยนกลับมีท่าทีว่าจะเดินเข้าไปต่อ
“เสี่ยวฮั่วไม่เดินไปด้านหน้าแล้ว ตรงนี้ก็ได้ เห็นไหมว่าด้านนั้นมีต้นไม้อยู่ด้วยเธอก็ทำธุระของตัวเองหลังต้นไม้ต้นนั้นได้ เดี๋ยวพี่จะหันหลังให้”
ฟู่เยี่ยนแสร้งทำเป็ไม่ได้ยินแล้วเดินไปข้างหน้าอีกประมาณ10 เมตร ในตอนนี้เองที่ไอสีเขียวนั้นปรากฏต่อหน้าต่อตาเธอแล้วฟู่เยี่ยนถอนวัชพืชที่ปกคลุมออกไป และแล้วก็มีพืชต้นหนึ่งปรากฏต่อหน้าเธอ
แวบแรกที่เห็นมันแม้ว่าฟู่เยี่ยนจะไม่ค่อยแน่ใจว่ามันคือต้นอะไร แต่เธอก็ดีใจมากเพราะไอสีเขียวของพืชต้นนี้เป็สีเขียวแก่ออกเข้มจนเกือบจะเป็สีดำมันเข้มข้นยิ่งกว่าต้นจินอิ๋นฮวาเมื่อกี้นี้เป็สิบเท่า !
ฟู่เยี่ยนแสร้งทำเป็ทำธุระส่วนตัวอย่างรวดเร็วแล้ววิ่งกลับไปหาพ่อของเธอ
“พี่เมื่อกี้หนูเห็นต้นอะไรก็ไม่รู้ ใบของมันใหญ่มาก มีผลสีแดงกลม ๆ เล็ก ๆขึ้นบนยอดของมัน มันสวยมากเลยนะ แถมยังมีกลิ่นหอมอีกด้วย ! ” ระหว่างที่เดินหน้าต่อนั้นฟู่เยี่ยนก็แสร้งทำเป็พูดคุยกับพี่ชายของเธออย่างสบาย ๆ
และคำพูดนี้ของเธอก็ดึงความสนใจของฟู่ต้าหย่งได้สำเร็จเขาถามลูกสาวอย่างตื่นเต้นว่า “เสี่ยวฮั่ว หญ้านั่นอยู่ที่ไหน รีบพาพ่อไปเร็วเข้า !”
ฟู่เยี่ยนแกล้งทำเป็ไม่เข้าใจแล้วพาฟู่ต้าหย่งมายังบริเวณที่พืชต้นนั้นอยู่
แต่พอเห็นพืชที่ว่าฟู่ต้าหย่งก็ะโด้วยความตกตะลึง “ยอดไปเลย ! ”
ฟู่ต้าหย่งรีบคลายด้ายสีแดงที่ผูกกับกระบุงของฟู่ซินออกมาจากนั้นก็ผูกกิ่งของต้นโสมกับกิ่งไม้แล้ววาดกรอบสี่เหลี่ยมขนาดหนึ่งตารางเมตรรอบต้นโสมวาดเสร็จเขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ดูจากใบที่เป็สีเขียวแก่และผลสีแดงเล็ก ๆที่ขึ้นเป็กระจุกอยู่้า เห็นได้ชัดว่านี่เป็โสมูเาที่อายุเยอะแล้ว !
สมัยเด็กฟู่ต้าหย่งเคยเห็นคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านขุดโสมูเามาได้เขาจึงได้เรียนรู้วิธีดูโสมมาจากสมัยนั้น โสมมีอายุยืนยาวโสมป่าสามารถอยู่ได้หลายร้อยปีดังที่เราทราบกันดีว่าอายุขัยของต้นโสมสามารถสะท้อนให้เห็นผ่านรูปใบและหัวกกได้
และใบของโสมต้นนี้เป็ใบซ้อนถึง8 ใบ ! ส่วนอายุจริงของโสมต้นนี้นั้น ต้องรอขุดออกมาก่อนจึงจะประมาณอายุของมันได้ฟู่ต้าหย่งยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นเต้นจนมือไม้สั่นไปหมด
อีกสองคนก็ใเช่นกันเพราะพวกเขาไม่เคยเห็นโสมูเามาก่อนแต่เคยได้ยินคนพูดกันว่าพืชพวกนี้มีมูลค่าขนาดไหน !
ที่ฟู่ต้าหย่งวาดกรอบสีเหลี่ยมขนาดหนึ่งตารางเมตรรอบต้นโสมนั้นเพราะมีความเชื่อที่ว่าก่อนขุดโสมต้องวาดกรอบกั้นโสมไว้ไม่ให้มันหนีการขุมโสมมีธรรมเนียมหลายอย่างที่ต้องคำนึงแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการจับมันไว้ให้ดีเพราะว่ากันว่าโสมที่อายุเยอะจะมีจิติญญาอยู่ด้วย
หลังจากปรับอารมณ์แล้วฟู่ต้าหย่งก็เตรียมขุดโสมตอนนี้ในมือของเขาไม่มีเขากวางที่เป็เครื่องมือใช้ในการขุดโสมดังนั้นเขาจึงต้องใช้กิ่งมามาขุดแทน ฟู่ต้าหย่งรวบรวมสมาธิขณะเริ่มขุดโสมโดยเขาเริ่มขุดจากขอบนอกเข้ามาตรงกลาง
ขั้นตอนนี้เปรียบเสมือนยามผู้ศรัทธาที่ก้าวเท้าเดินทีละก้าวไปสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเขาปรารถนาหลังจากใช้เวลาขุดนานกว่าครึ่งชั่วโมงในที่สุดรูปลักษณ์ของหัวโสมที่สมบูรณ์ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
ฟู่ต้าหย่งบรรจงหยิบขึ้นมาเขย่าเบาๆ ให้ดินร่วง เพราะเขาจะทำให้มันเสียหายแม้แต่รากเดียวไม่ได้ฟู่ต้าหย่งเห็นโสมป่าแล้วก็รู้สึกตื่นตะลึง คราวนี้พวกเขารวยแล้ว ! !
โสมต้นนี้มีขนาดเท่าแขนเด็กในตอนนี้หลี่หงอี้ได้ไปหาเปลือกไม้และตะไคร่น้ำมา ขณะที่เตรียมจะห่อโสมนั้นเขาก็ให้เด็ก ๆ ได้ดูมันก่อน
ฟู่เยี่ยนได้แอบนำเมล็ดโสมเข้าไปเก็บไว้ในมิติั้แ่ตอนที่พ่อของเธอขุดหัวโสมขึ้นมาแล้วตอนนี้เธอพอใจแล้ว ดังนั้นสาวน้อยจึงกะพริบตาแล้วโน้มตัวเข้าไปถามด้วยความอยากรู้“พ่อคะ มันอายุกี่ปีแล้วคะ ? ”
ฟู่ต้าหย่งพูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“สมัยเด็กพ่อเคยได้ยินผู้เฒ่าผู้แก่พูดว่าจำนวนใบของต้นโสมจะแตกต่างกันไปในแต่ละปีจนกว่าต้นโสมจะมีอายุ6 ปี ในแต่ละปี ต้นโสมจะมีใบซ้อนเพียงก้านเดียวที่มีใบซ้อนกันเป็ใบเล็ก ๆ แค่ 3ใบเท่านั้น”
พออายุโสมได้2 ปี ใบซ้อนแต่ละก้านจะมีใบเล็ก 5 ใบ พออายุได้ 3 ปี จะเริ่มแตกเป็ใบซ้อน 5ใบจำนวน 2 ก้าน ต้นโสมต้องใช้เวลา 3 ปีจึงจะผลิดอกและออกผล พออายุ 4 ปีจะมีใบซ้อน3 ก้าน อายุ 5 ปีมีใบซ้อน 4 ก้าน อายุ 6 ปีมีใบซ้อน 5-6 ก้าน”
“และเมื่อต้นโสมมีอายุ6 ปีขึ้นไป จำนวนใบจะไม่เพิ่มขึ้นแล้ว ต่อให้เป็โสมอายุร้อยปีแต่ละปีก็จะมีใบซ้อนแค่ 5-6 ก้านเท่านั้นเมื่อครู่พ่อเพิ่งดูใบและกกหัวของโสมต้นนี้ พ่อเองก็คาดคะเนอย่างแม่นยำไม่ได้แต่น่าจะมีอายุอย่างน้อยหลักร้อยปี ซึ่งเป็สมบัติล้ำค่าของจริง”
ฟู่ต้าหย่งห่อโสมป่าอย่างระมัดระวังหลังจากที่อธิบายให้ลูกๆ ของเขาฟังจบ
หลี่หงอี้เหมือนมีอะไรจะพูดแต่ก็ไม่กล้าพูดั้แ่ตอนเห็นต้นโสมแล้วตอนนี้เขาพยายามใจกล้าและเอ่ยถามออกมาว่า “ต้าหย่ง เราเป็พี่น้องกันเวลาฉันมีอะไรก็จะพูดออกมาตามตรง นายวางแผนจะทำอย่างไรกับโสมนี้งั้นหรือ ? ”
ฟู่ต้าหย่งมองดูน้องชายคนสนิทของเขาเขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติกับหลี่หงอี้ แต่เขาก็ยังส่ายหัวบ่งบอกว่าเขายังไม่ได้คิดเื่นี้
“ต้าหย่งเราไม่ใช่คนนอก ดังนั้นฉันจึงไม่ขอปิดบัง ฉันมีผู้นำเก่าคนหนึ่งเขาและภรรยาเข้าร่วมาต่อต้านญี่ปุ่นทั้งคู่พวกเขาถูกยิงเข้าที่ร่างกายระหว่างการสู้รบครั้งใหญ่ทำให้พวกเขาเจ็บป่วยเรื้อรังมาจนถึงตอนนี้”
“ตอนฉันกลับมาครั้งนี้คนในครอบครัวของพวกเขากำลังตามหาโสมอายุเยอะพวกเขารู้ว่าบ้านของพวกเรามีูเาที่เคยมีคนขุดโสมได้ลูกชายของเขาจึงได้ฝากฝังให้ฉันมาหาซื้อโสมกลับไปให้หลายวันมานี้ฉันลองไปตามหาดูที่ร้านยาในเทศมณฑลมาแล้วแต่จนถึงตอนนี้ก็ยังหาซื้อไม่ได้”
“หากนายยังไม่ได้นำโสมต้นนี้ไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นเช่นนั้นก็พอจะขายให้กับผู้นำเก่าของฉันก่อนได้ไหม นายไม่ต้องกังวลเราจะให้ราคาที่ยุติธรรมกับนายแน่นอน” หลี่หงอี้พูดจบก็ราวกับยกูเาออกจากอก
ถึงอย่างไรโสมูเาก็เป็ของที่หาได้ยากยิ่งโสมูเาต้นใหญ่ยิ่งหาได้ยากเข้าไปใหญ่แต่สิ่งสำคัญในตอนนี้คือต้องช่วยชีวิตคนก่อน!
ฟู่ต้าหย่งได้ยินดังนั้นก็ก้มหน้าคิดหนักแต่เมื่อฟู่เยี่ยนได้ยิน ดวงตาของสาวน้อยกลับเป็ประกายเพราะเธอมีมิติวิเศษอยู่ในมือแล้ว และเธอก็เก็บเมล็ดจากกกหัวของต้นโสมมาแล้วด้วยพอถึงตอนนั้นเธอก็จะมีโสมป่าคุณภาพดีและอายุเก่าแก่ตามต้นเดิมของมัน
แต่เธอไม่เข้าใจถึงการทำเพื่อคนอื่นของหลี่หงอี้
ฟู่เยี่ยนรวบรวมสมาธิแล้วมองไปยังใบหน้าของหลี่หงอี้เขาคนนี้มีใบหน้าที่เที่ยงตรงและสง่าผ่าเผย มีแสงสีม่วงเรืองรองอยู่รอบตัวดูเหมือนว่าเขาจะได้เลื่อนตำแหน่งในไม่ช้าหลังจากกลับไปในครั้งนี้ฟู่เยี่ยนมองอย่างระมัดระวังอีกครั้ง เธอพบว่าในแสงสีม่วงยังมีแสงสีทองอ่อน ๆปรากฏขึ้นอย่างเลือนรางอีกด้วย
ดูเหมือนว่าอาหลี่จะได้รับความช่วยเหลือจากคนมียศฐาบรรดาศักดิ์แต่เห็นได้ชัดว่าความคิดของคนผู้นั้นยังคงคลุมเครือ ยังไม่แน่ใจดังนั้นโชคสีแดงจึงเปล่งแสงไม่ชัดเจนในขณะนี้
โสมูเาเป็ของตายมันคงจะคุ้มค่ากว่าหากสามารถแลกมาซึ่งอนาคตที่สดใสของพี่ใหญ่ได้ฟู่เยี่ยนเหลือบมองฟู่ซินพลางตัดสินใจอย่างแน่วแน่
หลังจากที่ฟู่เยี่ยนตรวจดูโหงวเฮ้งบนใบหน้าของหลี่หงอี้เสร็จเธอก็พอใจมาก จึงตัดสินใจได้ในทันที
ฟู่ต้าหย่งมองไปยังหลี่หงอี้แล้วสลับไปมองฟู่เยี่ยน จากนั้นเขาถึงได้เอ่ยถามเธอว่า “เสี่ยวฮั่วลูกเป็คนพบโสมูเาต้นนี้ มันคือของลูกพ่ออยากจะถามลูกว่าลูกยินดีจะนำโสมนี้ให้คุณปู่ท่านนั้นไหม ? ”
ถึงอย่างไรฟู่เยี่ยนก็ยังเป็เด็กอยู่เธอก้มหน้าลงเหมือนไม่มีความสุข แต่สักพักก็เงยหน้าขึ้นพูดกับหลี่หงอี้ว่า “อาหลี่หนูไม่ขายโสมต้นนี้ หนูจะมอบมันให้คุณปู่ท่านนั้นแต่สิ่งที่หนู้าแลกเปลี่ยนคือให้พี่ชายคนโตของหนูได้รับตำแหน่งในกองทัพ”