ตอน 10 คืนสู่์ชั้นฟ้า
ตงฟางไม่สามารถยื่อชีวิตของอี้เทียนได้ นางรู้สึกเสียใจมาก
อี้เทียนค่อยๆเอามือจับใบหน้าของนางเบาๆ
"ตงฟาง...ไม่ว่าจะกี่ภพข้าขอเคียงคู่เ้าตลอดไป"
สิ้นเสียงพูด มือของอี้เทียนก็อ่อนแรง... ในที่สุดอี้เทียนก็สิ้นใจน้ำตาหยดสุดท้ายของอี้เทียนไหลลงดิน
"ไม่!!! ไม่นะ!!! ม่ายยยย"
งูขาวตรงฟางไม่สามารถทำใจยอมรับการตายครั้งนี้ของเขาได้นางมิสามารถทนรับมือกับความเ็ปที่สูญเสียคนรักไปได้
โทสะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จิตมารค่อยๆครอบคลุม...ด้านมืดของนางได้เผยตัวขึ้นและแล้วเื่ทั้งหมดก็กลับพลิกผันราวกับปฏิหารเมื่อ งูขาวตงฟางผู้ไร้ฤทธิ์ใช้พลังของความชั่วร้าย ความสิ้นหวัง ความพิโรธ โทสะที่ขุ่นเคืองหลอมรวมกลายเป็พลังที่แข็งแกร่ง
"เอื่ออออออ ย๊าาา อ๊ากกกก"
สายตาของนางดูเคร่งขรึมดุดัน ดวงตาสีเืได้ปรากฏขึ้นั์ตาของนางแดงก่ำดูน่าหวาดกลัวพลังด้านมืดมหาศาลพุ่งเข้าสู่ร่างกายของนางทั่วทุกทิศ น้ำเสียงของนางที่เปล่งออกมาเป็น้ำเสียงที่มิคุ้นเคย
"เป็เพราะา... เป็เพราะความอยากกระหาย...ความโลภ... ความไม่รู้จักพอ... ของพวกมนุษย์หน้าโง่"
"เพราะเหตุนี้ จึงทำให้ข้าได้สูญเสียคนรัก"
นางทำเสียงเคร่งขรึม...ไถ่ถามเทพเซียนบน์
"เพราะจุดจบความรักของปีศาจกับมนุษย์จะเป็อย่างนี้ใช่หรือไม่...พวกท่านถึงได้ตั้งกฎบ้าบอให้ปีศาจและมนุษย์รักกันไม่ได้"
"ฮ่าๆๆ...งั้นพวกท่านจำเอาไว้ให้ดี...ไม่ว่าจะคนหรือปีศาจหากมีใจตรงกันก็สมควรที่จะได้อยู่ด้วยกันสมปรารถนาอย่างมีความสุขไม่ใช่หรือ"
"ข้าขอสาปให้พวกท่านเทพเซียน...หากมีรักก็ขอให้อย่าได้สมหวังในรัก ขอให้พวกท่านต้องผิดหวัง ปวดใจในรักจนกว่าคำสาปของข้าจะถูกถอน"
"พวกท่านช่างเล่นตลกกับโชคชะตาของข้าเสียเหลือเกิน"
"เอาล่ะ ข้าตัดพ้อกับพวกท่านมากพอแล้ว....ถึงเวลาที่ข้าจะทำให้พวกมันรู้ว่ามิควรทำร้ายคนของข้า"
งูขาวตงฟางผงาดขึ้นเป็ร่างใหม่ผมสีขาวเงินของนางได้ปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคนร่างกายของนางดูแข็งแกร่งพลังเต็มเปี่ยมราวกับว่าก่อนหน้านี้นางไม่ได้รับาเ็ใดๆทั้งสิ้น
ตันหยาง ภูติแครอท ที่ยืนมองอยู่นั้นก็ต้องใกับเหตุการณ์ที่อยู่เบื้องหน้า
"นี่งูขาวตงฟาง...นางได้กลายร่างเป็นางพญางูขาวแล้วหรือนี่ปาฏิหาริย์รักช่างน่าอัศจรรย์เสียจริง "
"แต่หากคืนปล่อยให้นางครอบงำพลังอันชั่วร้ายนั่น...นี่ไม่เป็ผลดีแน่หากข้ายื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ"
"เกรงว่าจะต้องโดนโทษจาก์"
ภูติแครอททอดถอนหายใจอีกครั้ง
"งั้นข้าคงจะทำได้เพียงแค่ชี้แนะนางเท่านั้นนางจะเลือกเส้นทางใดก็คงสุดแล้วแต่ใจของนาง"
นางพญางูขาวตงฟางไม่รอช้า เร่งระบายความแค้น ระบายโทสะของตนใส่เหล่าทหาร กองทัพนับแสนนับล้านคน ไม่ว่าทหารจะมีจำนวนมากเพียงใดนางก็ใช้พลังเวทย์ปลิดชีพทหารตายราบเป็หน้ากลองราวกับว่าฆ่าฝูงมดตัวเล็กๆเท่านั้นเองเมื่อนางเห็นการนองเืของเหล่าทหารทั้งหลายนางก็รู้สึกสะใจมากลอยขึ้นอยู่เหนือท้องฟ้าท่ามกลางซากศพในสนามรบ
"ฮ่าๆๆสะใจข้านัก....ผู้ใดที่เป็ต้นตอที่ทำให้ชิงอี้เทียนของข้าสิ้นพวกนั้นก็ต้องชดใช้ด้วยชีวิต"
"ไม่ว่าพวกเ้าจะมากี่ล้านกี่แสนคน....ก็ไม่สามารถต้านทานพลังของข้าได้"
"บัดนี้มหาเทพเฟิ่งอู่หยวนก็ไม่สามารถกำราบข้าได้แล้ว"
" แม้ว่าเมื่อพันปีก่อนท่านจะเคยผนึกพลังของข้าเอาไว้ใต้ก้นบึ้งของปราณ.....บัดนี้ก็ไม่มีประโยชน์อีกต่อไป"
พญางูขาวตงฟางค่อยๆลงมารับร่างไร้ิญญาของอี้เทียนที่อยู่ในสนามรบ พาร่างของเขาหายวับไปกับตา
สถานที่...ที่ตงฟางพาอี้เทียนไป...เป็หุบเขานักพรต
"อี้เทียน...สถานที่แห่งนี้เป็สถานที่ที่เ้าได้พบข้าในร่างมนุษย์เป็ครั้งแรก"
"วังหลวงไม่ได้มีความหมายกับข้าอีกต่อไปแล้วหากที่นั่นไม่มีเ้า"
"ที่แห่งนี้ขอให้ได้เป็ที่ที่เราได้อยู่ด้วยกันชั่วชีวิตเถอะ"
ตงฟางใช้พลังเวทย์ทำความสะอาดร่างกายที่ไร้ิญญาของอี้เทียนตกแต่งเสื้อผ้าอาภรณ์ดูสะอาดตา เก็บร่างของเขาไว้ในแท่นบรรทมแก้วเป็อย่างดี นางหวังว่าวันหนึ่งจะสามารถหาวิธีชุบชีวิตชิงอี้เทียน...ชายที่ตนรักให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง....จึงได้เฝ้าทะนุถนอมร่างกายที่ไร้ิญญาของเขาเอาไว้เป็อย่างดี....
เป็เวลาหลายร้อยปีที่ตงฟางบำเพ็ญเพียรตบะอยู่ที่หุบเขานักพรตหาวิธีชุบชีวิตอี้เทียน กระทั่งนางล่วงรู้มาว่า
สะเก็ดละอองแท่นศิลาเทพสามารถดูดดึงพลังิญญาของอี้เทียนให้คืนเข้าร่างได้เป้าหมายของนางจึงเป็หนึ่งในผู้ที่้าบุกแดน์
"สะเก็ดละอองแท่นศิลาเทพอย่างนั้นหรือ....ไม่ใช่ว่าข้าหมดหนทางชุบชีวิตอี้เทียนแล้วหรือนี่"
"ท่านศิลาเทพ เป็ตัวข้าเองที่ทำให้มันพังทลายลง"
"เช่นนั้นข้าต้องรอให้เทพผู้มากด้วยฤทธิ์...ซ่อมแซมก่อสร้างแท่นศิลาเทพขึ้นมาเสียใหม่"
"จึงจะเป็โอกาสอันดีที่ข้าจะขึ้นไปเอาสะเก็ดละอองแท่นศิลาเทพมาให้ได้"
"ถึงคราวนั้น...ข้าก็คงจะได้ต่อกรกับมหาเทพอู่หยวน"
"แค้นของข้าก็คงจะได้ชำระเสียที ....แต่ข้าไม่มีบริวารหากข้าไป... ผู้ใดจะคอยดูแลร่างของอี้หยวน "
"ตันหยาง เ้าภูติแครอทก็ออกท่องพิภพอย่างเสรีั้แ่อี้เทียนสิ้น"
" พลังของข้าตอนนี้แม้จะแก่กล้าแต่ก็ยากที่จะต่อกรกับมหาเทพอู่หยวน..."
"ไม่ได้การ ข้าต้องรีบเสียแล้วเดี๋ยวจะไม่ทันการ"
ตงฟางจึงพยายาม บำเพ็ญเพียร อย่างหนักเพื่อสะสมพลังปราณให้แข็งแกร่งหวังต่อกรกับอู่หยวน
เพื่อจุดประสงค์หลักคือบุกทำลายแท่นศิลาเทพชิงสะเก็ดละอองศิลาเทพมาชุบชีวิตชายที่ตนรักจุดประสงค์ที่ 2 คือเพื่อสะสางแค้นที่มีต่ออู่หยวนเมื่อพันปีก่อน
ในขณะเดียวกัน อู่หยวนใช้พลังไปมากกับการซ่อมแซมสร้างแท่นศิลาเทพขึ้นมาใหม่...เหล่าเทพเซียนน้อยใหญ่บน์ต่างมาร่วมมือกันผนึกกำลังประสานเป็หนึ่งเดียวร่วมก่อสร้างแท่นศิลาเทพนี้กับอู่หยวน
ทันทีที่แท่นศิลาเทพก่อร่างสร้างตนขึ้นมาใหม่เริ่มเป็รูปร่าง....ท้องฟ้าคำรามแปรปรวนไปทั่วทั้ง3 พิภพ ตงฟางที่เข้าสมาธิญาณอยู่ยังโลกมนุษย์ก็ััได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของทั้งสามโลก นางตื่นขึ้นจากยานสมาธิ
"หรือว่าสัญญาณนี้จะเป็สัญญาณการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของแดน์"
"ข้าจำได้ว่าปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อครั้งตอนที่ข้าทำลายศิลาเทพบัดนี้เหล่าเซียนคงจะกำลังสร้างศิลาเทพขึ้นมาใหม่สินะ ฮ่าๆๆ "
"ช่างเหมาะ...ทันเวลาเสียจริงไม่เสียทีที่หลายปีมานี้ข้าพยายามฝึกวิชาอย่างยากลำบาก จนสำเร็จวิชาขั้นสุดยอดคงจะถึงเวลาแล้วจริงๆ ที่ข้าจะต่อกรกับอู่หยวน"
ณแดน์
"คารวะท่านมหาเทพเฟิ่งอู่หยวน "
เหล่าเทพเซียนทั้งหลายต่างโห่ร้องแซ่ซ้องก้องกังวานต้อนรับการกลับมาของมหาเทพอู่หยวน
"ข้าขอแสดงความยินดีกับท่านมหาเทพอู่หยวนที่ได้ผ่านด่านเคราะห์ครั้งนี้เป็ที่เรียบร้อย....พลังเวทย์ของท่านแกร่งกล้าเกินเทียมทาน"
"บัดนี้เื่อันน่ายินดีก็ได้บังเกิดขึ้นแล้วอย่าหาว่าข้ารีบร้อนเลย "
"หนึ่งวันในเมือง์ เปรียบดังเหมือนหลาย 10ปีในแดนมนุษย์ "
"บัดนี้แดน์ได้เกิดเื่โกลาหลขึ้นแล้ว....รอท่านผู้มากด้วยฤทธิ์มาจัดการแก้ไข....ท่านมาได้ทันเวลาพอดี"
"เกิดเื่อันใดขึ้นหรือท่านเทียนจวิน "
"ท่านจำปีศาจงูนางนั้นที่ท่านเคยกำราบนางเมื่อ 1,000ปีก่อนได้หรือไม่"
"ด้วยความเมตตาของท่านที่มีให้นางส่งนางไปคอยบำเพ็ญตบะเป็ผู้เฝ้าระวังป้องกันภัย 10 ทิศใต้แท่นบัวของพระพุทธองค์"
"เมื่อนางมีญาณบารมีแกร่งกล้า....สามารถกลายร่างเซียนได้....ถูกเลื่อนขั้นเป็สัตว์เทพงูขาวนางเกิดการลำพองตน แอบเที่ยวเล่นท่องไปตามพิภพเมือง์ชั้นต่างๆ....กระทั่งความซุกซนของนางได้เข้าไปยังเขตหวงห้ามแห่งแดน์....ทำแท่นศิลาเทพแตกกระจายเป็เสี่ยงๆ..."
"บัดนี้สมดุลของแดน์ได้ถูกทำลายลงแล้วทั้งมารทั้งปีศาจ ต่างรอจังหวะที่เหมาะสมเข้าบุกยึดแดน์"
"แล้วนางถูกทำโทษด้วยวิธีการใด"
"เรียนท่านมหาเทพ....นางถูกสายฟ้าฟาดบนแท่นสังหารเซียน"
"ด้วยคุณงามความดีของนางที่เฝ้าระวังภัยให้พระพุทธองค์...อนุภาคลำแสงแห่งบารมีนั้นจึงได้โอบล้อมร่างของนางตกลงไปยังแดนมนุษย์แต่ถึงกระนั้น นางก็คงไร้ฤทธิ์เดชเพราะผู้ที่ตกจากแท่นสังหารเซียน....ยากนักที่จะรอดชีวิต...หากรอดก็คงอาการสาหัส"