ลำแสงสีเงินเย็นเยียบอันบริสุทธิ์ยังคงไหลออกจากแก่นพลังงานสีดำรัตติกาลเข้าสู่ร่างเล็กๆ ของเสี่ยวหู่ไม่ขาดสาย แสงสีทองอันศักดิ์สิทธิ์จากอักษร "หวัง" บนหน้าผากของมันยิ่งสว่างเจิดจ้าขึ้นเรื่อยๆ ไอพลังงานหยินอันบริสุทธิ์และเย็นะเืแผ่ปกคลุมไปทั่วห้องโถงใต้พิภพ น้ำแข็งสีดำขลับเริ่มก่อตัวหนาขึ้นบนพื้นและผนังอย่างรวดเร็ว อุณหภูมิดิ่งต่ำลงจนเฟิงอี้ที่ยืนอยู่ห่างๆ ยังรู้สึกเหมือนเืในกายและไขกระดูกกำลังจะแข็งตัว เขารีบโคจร "ปราณกระบี่" ต้านทานไอเย็น แต่ก็ยังรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงแก่นิญญา
เฟิงอี้เฝ้ามองเสี่ยวหู่ด้วยใจที่เต้นระรัวระคนเป็ห่วงอย่างสุดซึ้ง ร่างเล็กๆ นั้นดูเหมือนจะเปล่งประกายแสงสีเงินจางๆ ออกมาจากภายใน ขนสีขาวบริสุทธิ์ราวกับหิมะดูราวกับจะกลายเป็ผลึกน้ำแข็ง แต่ดวงตาสีฟ้าใสกลับยิ่งสุกสว่างและล้ำลึกกว่าเดิมหลายเท่า มันกำลังดูดซับพลังงานหยินมหาศาลเข้าไป! พลังงานที่อาจจะเปลี่ยนแปลงมันไปตลอดกาล!
แต่แล้ว... การดูดซับพลังงานที่ดูเหมือนจะราบรื่นและเป็ไปตามสัญชาตญาณในตอนแรก ก็เริ่มเกิด ความผิดปกติ ขึ้น!
แก่นพลังงานสีดำรัตติกาลพลันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง! ราวกับกำลังต่อต้านหรือไม่อาจควบคุมได้! ลำแสงสีเงินที่ส่งออกมาเริ่มขาด่และปั่นป่วนรุนแรงขึ้น! ร่างของเสี่ยวหู่เองก็เริ่มสั่นเทาอย่างรุนแรงตามไปด้วย! มันส่งเสียงร้องครางออกมาเบาๆ ด้วยความเ็ปและทรมาน! แสงสีทองศักดิ์สิทธิ์บนหน้าผากเริ่มกะพริบไม่สม่ำเสมอ! หรี่ลงและสว่างวาบสลับกันไป!
"เสี่ยวหู่!" เฟิงอี้ร้องออกมาด้วยความใและหวาดกลัว! เขากำลังจะพุ่งเข้าไปช่วย ดึงมันออกมาจากกระบวนการอันตรายนี้! แต่ไอเย็นะเืที่แผ่ออกมาจากรอบตัวเสี่ยวหู่และแก่นพลังงานนั้น กลับรุนแรงมหาศาลจนผลักร่างเขาให้ถอยกลับมา! ไม่อาจเข้าใกล้ได้!
ดูเหมือนว่า... พลังงานหยินแท้จากแก่นพลังงานานั้นจะ มหาศาลและรุนแรงเกินไป กว่าที่ร่างเล็กๆ และสายเืที่ยังไม่ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์ของเสี่ยวหู่ในตอนนี้จะรองรับได้ทั้งหมด! มันกำลังดูดซับพลังได้เพียงบางส่วน แต่กลับไม่สามารถควบคุมหรือหลอมรวมพลังงานที่ปั่นป่วนนั้นได้อย่างสมบูรณ์! ร่างกายของมันกำลังจะรับไม่ไหว!
แก่นพลังงานสีดำเริ่มหมุนคว้างอย่างบ้าคลั่ง! พลังงานหยินที่ปั่นป่วนและควบคุมไม่ได้รั่วไหลออกมา ปะทะเข้ากับผนังห้องโถงศิลาดำจนเกิดเสียงดังลั่นสนั่นหวั่นไหว! ผนังเริ่มปรากฏรอยร้าว!
เสี่ยวหู่ร้องเสียงหลงด้วยความเ็ปสุดแสน! ร่างกายเล็กๆ ของมันเริ่มถูกปกคลุมด้วย เกล็ดน้ำแข็งสีดำทมิฬ อย่างรวดเร็ว! ดวงตาสีฟ้าใสเริ่มหม่นแสงลง!
‘แย่แล้ว! ถ้าปล่อยให้เป็แบบนี้ต่อไป เสี่ยวหู่ต้องตายแน่! ร่างกายต้องถูกพลังหยินแช่แข็งจนแหลกสลาย!’ เฟิงอี้หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ! หัวใจบีบรัดด้วยความเ็ปและความกลัว! เขากำลังจะพยายามฝืนไอเย็นะเื พุ่งเข้าไปอีกครั้ง! แม้จะต้องเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตหรือถูกแช่แข็งไปพร้อมกันก็ตาม!
แต่ทันใดนั้น! ราวกับมีกลไกบางอย่างทำงาน! แก่นพลังงานสีดำก็พลันหยุดสั่นะเืกะทันหัน! ลำแสงสีเงินหดหายกลับเข้าไปภายในแก่นอย่างรวดเร็ว! แสงสีทองศักดิ์สิทธิ์บนหน้าผากเสี่ยวหู่ดับวูบลง! เกล็ดน้ำแข็งสีดำทมิฬที่เริ่มเกาะบนร่างเล็กๆ ของมันค่อยๆ สลายหายไป! เสี่ยวหู่ทรุดตัวลงบนแท่นบูชาหินสีดำ หอบหายใจอย่างหนักหน่วง ดูอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด แต่มันก็ยังคงจ้องมองไปยังแก่นพลังงานนั้นด้วยแววตาที่ไม่ยอมแพ้และแฝงความปรารถนาบางอย่าง!
เฟิงอี้ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกที่สุดในชีวิต! เขารีบวิ่งเข้าไปประคองร่างเล็กๆ และตรวจดูอาการของเสี่ยวหู่ทันที "เสี่ยวหู่! เ้าเป็อย่างไรบ้าง!? เจ็บตรงไหนหรือไม่!?" น้ำเสียงเต็มไปด้วยความห่วงใยและโล่งใจ
"เมี้ยว..." เสี่ยวหู่ร้องตอบเสียงแ่เบา มันซบหน้ากับฝ่ามือของเฟิงอี้อย่างออดอ้อนและอ่อนแรง แม้จะดูอ่อนเพลียอย่างหนัก แต่ดวงตาของมันกลับดูมีพลัง ลึกล้ำ และแฝงกลิ่นอายโบราณบางอย่างขึ้นอย่างประหลาด ไอเย็นจางๆ ที่บริสุทธิ์กว่าเดิมยังคงแผ่ออกมาจากร่างของมันอย่างต่อเนื่อง แสดงว่ามันได้รับพลังงานหยินแท้เข้าไปส่วนหนึ่งแล้วจริงๆ
เฟิงอี้ััได้ถึงพลังงานที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนของเสี่ยวหู่ มันดูแข็งแกร่งและมีพลังลึกลับเพิ่มขึ้นอย่างก้าวะโ แต่ก็ดูเหมือนจะยังไม่เสถียรนัก เขาอุ้มมันขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนอย่างนุ่มนวล ลูบขนปลอบโยนเบาๆ "ไม่เป็ไรแล้วนะ... ปลอดภัยแล้ว พักผ่อนก่อนเถอะนะ"
ขณะที่เสี่ยวหู่ซุกตัวพักผ่อนในอ้อมแขนอันอบอุ่นของเขา เฟิงอี้ก็หันไปสำรวจห้องโถงลับใต้พิภพแห่งนี้อย่างละเอียดอีกครั้งด้วยความสงสัย นอกเหนือจากแท่นบูชาและแก่นพลังงานหยินาอันน่าสะพรึงกลัวแล้ว ผนังศิลาดำสนิทรอบห้องยังเต็มไปด้วย ภาพสลักและอักขระโบราณ จำนวนมาก ที่ดูเก่าแก่และลึกลับยิ่งกว่ารอยจารึกที่เขาเคยเห็นในวังเมฆาเยือกแข็งส่วนอื่นๆ เสียอีก
ภาพสลักเ่าั้ดูเหมือนจะเล่าเื่ราวบางอย่างที่สำคัญยิ่ง... ภาพของหุบเขาเหมันต์แห่งนี้ในยุคาอันไกลโพ้น... ภาพของมหันตภัยน้ำแข็งสีดำทมิฬที่เข้าปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง... ภาพของ สัตว์เทพในตำนานสี่ตน ที่มีรูปร่างแตกต่างกันไป (ัฟ้า, วิหคเพลิง, เต่าดำ, และพยัคฆ์ขาว?) กำลังร่วมมือกันต่อสู้กับภัยพิบัติอันน่าสะพรึงกลัวนั้น... และภาพของ "วังเมฆาเยือกแข็ง" ที่ถูกสร้างขึ้น... ดูเหมือนจะไม่ใช่เพื่ออยู่อาศัย แต่เพื่อ "ผนึก" หรือ "รักษาสมดุล" พลังงานอันมหาศาลบางอย่างที่อยู่ใต้พิภพนี้ไว้...
เฟิงอี้พยายามเพ่งอ่านอักขระโบราณที่สลักอยู่ข้างภาพสลักเ่าั้อย่างตั้งใจ แม้จะเข้าใจได้เพียงบางส่วนเนื่องจากความซับซ้อนและการผุกร่อนไปตามกาลเวลา แต่เขาก็พอจะจับใจความสำคัญบางอย่างได้ มันกล่าวถึงวัฏจักรของ "ภัยพิบัติเหมันต์" ที่จะหวนคืนกลับมาทุกๆ พันปี และความสำคัญของ "สัตว์เทพสี่ทิศ" ที่เคยปกป้องดินแดนแห่งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "พยัคฆ์หยินแท้" (真阴白虎 - Zhēn Yīn Bái Hǔ) ซึ่งเป็หนึ่งในสี่สัตว์เทพศักดิ์สิทธิ์ตามตำนาน ที่มีพลังในการควบคุมและดูดกลืนพลังงานหยินอันหนาวเหน็บและทำลายล้างได้
และแล้ว... เขาก็สะดุดตากับจารึกส่วนหนึ่งที่ดูเหมือนจะอธิบายถึง ความสามารถพิเศษ อันน่าสะพรึงกลัวของพยัคฆ์หยินแท้โดยเฉพาะ:
"...หยินแท้กลืนกินไอสัจจะ สามารถสลายได้ซึ่งพลังลวง บ่อนทำลายได้ซึ่งผนึกมายา กัดกินได้แม้กระทั่งกระแสพลังงานแห่งมหาค่ายกลโบราณ..."
‘กลืนพลังลวง... สลายผนึกมายา... กัดกินพลังงานค่ายกล...’ เฟิงอี้ทวนคำเ่าั้ในใจ สันหลังเย็นวาบ เขามองไปยังเสี่ยวหู่ที่หลับตาพักผ่อนอยู่ในอ้อมแขน... หรือว่านี่คือ... พลังที่แท้จริงของมัน? พลังที่ซ่อนอยู่ในสายเืโบราณ?
พลังที่สามารถทำลายได้แม้กระทั่งผนึกหรือค่ายกลที่ผู้ฝึกตนทั่วโลกใช้เป็เครื่องป้องกันหรือกักขังงั้นหรือ? ถ้าเป็เช่นนั้นจริง... มันก็คือ ตัวตนที่อันตรายอย่างยิ่งยวด ต่อผู้ฝึกตน สำนัก และมหาอำนาจต่างๆ ที่พึ่งพาพลังเหล่านี้ในการดำรงอยู่! มันคือตัวตนที่สามารถทำลายรากฐานของโลกใบนี้ได้!
บัดนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้ว... ว่าทำไมสตรีชุดฟ้าถึงสนใจในตัวเสี่ยวหู่มากนัก... และทำไมสถานที่แห่งนี้ถึงให้ความสำคัญกับ "สายเืพิเศษ" จนถึงขั้นต้องมีการทดสอบ... และทำไมหัวหน้าหน่วยตรวจการถึงได้เรียกเสี่ยวหู่ว่าเป็ "อสูรต้องห้าม" หรือ "ภัยอัปมงคล"!
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ครุ่นคิดหรือทำความเข้าใจกับความจริงอันน่าตกตะลึงนี้ไปมากกว่านั้น...
"ดูเหมือน... พวกเ้าจะค้นพบความลับที่น่าสนใจของสถานที่แห่งนี้เข้าแล้วสินะ"
เสียงใสดุจระฆังแก้วแต่เ็าจนแทบแช่แข็งจิติญญา ดังขึ้นจากปากทางเข้าห้องโถงลับ! สตรีในอาภรณ์สีฟ้าอ่อนยืนอยู่ที่นั่นั้แ่เมื่อใดไม่มีใครทราบ นางมองมายังเฟิงอี้ เสี่ยวหู่ที่สะดุ้งตื่น และรอยจารึกบนผนังด้วยแววตาที่ลุ่มลึกและอ่านไม่ออก
"ใช่แล้ว..." นางกล่าวต่อ เดินเข้ามาในห้องโถงอย่างเชื่องช้าและสง่างาม ท่ามกลางไอเย็นะเื "ภัยพิบัติเหมันต์กำลังจะหวนคืนมาอีกครั้ง และ 'พยัคฆ์หยินแท้' ตัวน้อยนี่... คือกุญแจสำคัญเพียงหนึ่งเดียวที่จะนำพาพวกเรารอดพ้นจากมันไปได้... หรือในทางกลับกัน... ก็อาจจะเป็ชนวนเหตุให้ทุกสิ่งทุกอย่างในหุบเขาแห่งนี้พินาศดับสลายเร็วยิ่งขึ้นก็ได้... ขึ้นอยู่กับว่าใครจะเป็ผู้ควบคุมมัน"
นางหยุดยืนอยู่หน้าเฟิงอี้ ดวงตาสีฟ้าเข้มจ้องมองลึกลงไปในดวงตาของเขา "ข้ามี ข้อเสนอใหม่ ให้เ้า... ข้อเสนอที่จะผูกมัดชะตากรรมของเ้า ของมัน และของวังเมฆาเยือกแข็งแห่งนี้ไว้ด้วยกันอย่างไม่อาจแยกจาก... เ้า... พร้อมที่จะรับฟังหรือไม่?" น้ำเสียงของนางแฝงไว้ด้วยพลังกดดันและความคาดหวังบางอย่าง
*** จบตอนที่ 26 ***