ปาล์ม
ิัอันบอบบางของเขารับััได้ถึงไอของความเย็นที่กำลังกระจายอยู่รอบตัวซึ่ง เป็ความเย็นที่เกินจากการทำงานของเครื่องปรับอากาศที่แขวนอยู่ที่ผนังของห้องอุณหภูมิถูกปรับให้ลดลงต่ำจนได้ที่เหมาะแก่การนอนหลับ เปลือกตาทั้งคู่ของเขายังคงปิดสนิทเขากำลังอยู่ในภวังค์ของห้วงนิทรา หลับอยู่ภายใต้ผ้านวมหนาเพื่อให้ความอบอุ่น
แสงไฟภายในห้องยังคงสว่าง มีทั้งไฟจากเพดานห้องและโคมไฟจากหัวเตียง
ปาล์ม ยังคงนอนขดตัวนิ่งอยู่ในห้องของเขา โดยมีการขยับตัวไปมาบางเวลาดูเหมือนว่าเขาคงจะหลับไม่สนิทนัก สังเกตได้ถึงการหายใจที่ติดขัดไม่สม่ำเสมอ อีกทั้งมีอาการเกร็งที่ใบหน้าจนคิ้วย่นเข้าหากันเหมือนกระดาษที่ถูกขยำจนยู่ยี่
เขากำลังฝันร้ายอยู่
จริงสิ.. เขามักจะฝันร้ายเสมอมาั้แ่เด็ก ความหวาดกลัวเกิดขึ้นแม้นยามหลับ
ความฝันเกิดขึ้นแล้วจางหายไปชั่วข้ามคืน เหลือไว้เพียงความทรมาณทางใจ
แต่เขาเองก็ไม่เคยปริปากบอกเื่นี้กับใคร แม้แต่พ่อและแม่ของเขาเอง
มีคนเคยบอกว่า ความฝันเกิดจากจิตใต้สำนึกของคน...ถ้าเช่นนั้นแล้วจิตใต้สำนึกของปาล์มก็คงจะไม่ค่อยดีนัก
ห้องนอนขนาดกว้างปานกลางปูพื้นด้วยไม้ขัดเงา มีห้องน้ำปูกระเบื้องเพื่ออำนวยความสะดวกบ่งบอกได้ว่าเ้าของห้องเป็ผู้ที่ค่อนข้างมีฐานะพอสมควร มีด้วยตู้เสื้อผ้าที่ทจากไม้ประตุสามารถเลื่อนได้อีกชั้นวางหนังสือขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ด้านข้างซึ่งทีหนังสือนับร้อยเล่มหลากหลายแนวแตกต่างกัน มีทั้งภาษาไทยและหนังภาษาต่างประเทศ รวมถึงหนังสือจำพวกสารานุกรมความรู้ต่างๆ
เขาเป็นักอ่านตัวยงคนหนึ่งเลยทีเดียว
ขณะที่ด้านข้างอีกฝั่งริมหน้าต่างจะมีโต๊ะอ่านหนังสือบนโต๊ะมีคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คสีดำแบรนด์ดังตั้งอยู่หนึ่งเครื่อง พร้อมกับหูฟัง
ข้าวของในห้องถูกวางทิ้งขว้างกระจัดกระจาย เช่นเดียวกันกับหน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะที่ยังเปิดค้างอยู่สองแสงไฟสีนวลตารวมถึงจอทีวีจอั์ที่ตั้งอยู่ทางด้านปลายเท้าของปาล์มที่ถูกเปิดค้างไว้ตลอดทั้งคืนเช่นกัน
เสียงจากทีวีดังขึ้นเป็ระยะโดยมีเสียงคนสองคนพูดคุยสลับกับเสียงดนตรีประกอบ แต่ก็ยังคงไม่ดังพอที่จะทำให้เ้าของห้องห้องตื่นขึ้นมาได้บางครั้งปาล์มก็รู้สึกได้ว่ามีเสียงดนตรีเบาๆแทรกผ่านเข้าไปในสองของเขาขณะหลับ จนให้ให้ร่างกายที่้าพักผ่อนถูกรบกวนโดยคลื่นเสียงอยู่ตลอดเวลา
“แต่เขาเก็ยังนอนหลับต่อไป นับว่าเป็ความเคยชินของเขาที่เขาทำมามาอย่างยาวนาน”
ภาพในทีวีแสดงถึงการสนทนาพูดคุยระหว่างพิธีกรชายและแขกรับเชิญที่เป็ชายวัยกลางคนดูเหมือนว่าทั้งคู่กำลังสนทนาเกี่ยวกับประเด็นหนึ่งกันอย่างออกรสออกชาติ
“อาจารย์มีความคิดเห็นอย่างไรบ้างเกี่ยวกับสภาวะโลกร้อนของเราที่เป็อยู่อย่างเช่นทุกวันนี้ครับ”
พิธีกรยิงคำถามขึ้นมาทันที ด้วยสีหน้ามีแววจริงจัง
“น่ากลัวครับ” เขาเว้นระยะ “ตอนนี้เราคงจะต้องยอมรับว่าสิ่งนี้น่ากลัวจริงๆครับ”อีกฝ่ายยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย
“ปัญหานี้นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นทุกขณะ”เขานิ่งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนอธิบายต่อ
“ตอนนี้สภาพอากาศของโลกเราวิปริตถึงขีดสุดแล้ว คุณจะเห็นได้จากการเกิดพายุหิมะฝนตกหนัก ภาวะน้ำท่วม รวมไปจนถึงสภาพอากาศที่หนาวเย็นจนทำให้คนตายไปเกือบพัน....ผมต้องขอบอกก่อนว่า นี่เป็แค่การเริ่มต้นนะคุณ”
เขาทำเสียงคล้ายกับจะทำให้คู่สนทนาเกิดอาการตื่นตระหนกตาม
“นี่ยังไม่รวมถึงการเกิดคลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งจีนอินเดีย บังคลาเทศ และประเทศอื่นๆอีกนะ มนุษย์จะตายเพิ่มมากขึ้นเพราะเป็โรคลมแดดและการขาดน้ำอย่างแน่นอน”
“คุณจำเื่ที่เกิดขึ้นที่อเมริกาได้รึเปล่า”พิธีกรนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้าเป็เชิงเข้าใจ
“เมื่อตอนที่โดนพายุเฮอริเคนถล่ม ...เชื่อผมเถอะต่อไปคงจะต้องเจอหนักกว่านี้อย่างแน่นอน”
“ซึ่งสาเหตุของความหายนะพวกนี้สาเหตุก็มาจากมนุษย์ทั้งนั้น”
เสียพูดคุยยังคงดังก้องอยู่ในหัวของปาล์มแต่เขาก็ไม่สามารถจับใจความของมันได้ มีแต่เพียงประโยคเดียวที่ดูเหมือนจะชัดเจนที่สุด
สาเหตุก็มาจากมนุษย์ทั้งนั้น
สาเหตุก็มาจากมนุษย์ทั้งนั้น..........................
กริ๊งกริ๊ง..................................................กริ๊ง...................
นาฬิกาปลุกทรงกลมขนาดจิ๋วสีดำที่วางคว่ำหน้าอยู่บนหัวเตียงดังขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด คล้ายกับว่ามันกำลังโกรธเ้าพวกมนุษย์ี้เีที่นอนขี้เซา
เสียงแหลมยาวของมันดังแทรกเข้าไปในโสตประสาทของปาล์มที่กำลังนอนเพลินอยู่ จนทำให้เขาต้องสะดุ้งทันที เด็กชายเริ่มมีอาการหงุดหงิดซึ่งเป็อาการที่มีความสะลึมสะลือผสมอยู่ คล้ายกับว่ามีคนเอาหินหนักๆมาทุ่มใส่หัวของเขา
แล้วสติที่กำลังกระเจิงอยู่ก็ค่อยๆกลับคืนมาทีละน้อย
“พอได้แล้ว พอได้แล้ว อะไรกันเนี่ย....รู้แล้วน่า”
เขาบ่นอย่างเอื่อยเฉื่อยกับตัวเอง ในขณะที่พยายามที่จะเปิดเปลือกตาให้ลืมขึ้นมาอย่างสุดกำลังมือหนึ่งก็พยายามควานหาเ้าต้นตอของความน่ารำคาญ
มือของเขากวาดไปมาอย่างสะปะสะปะผ่านข้าวของที่กระจัดกระจายอยู่บนเตียง
อือ....อือ....อือ....
แล้วเสียงนาฬิกาก็หยุดลง เขามองตัวเลขบนหน้าปัดบอกเวลาหกโมงเช้า กับสิบนาที ซึ่งเลยเวลาที่เข้าตั้งไว้ราวสิบนาที ปาล์มค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างอ่อนเพลียหนึ่งค่ำคืนผ่านไปอย่างไร้ค่าสำหรับเขา เวลาเป็เพียงสิ่งลวงแทบไม่มีความหมายกับคนอย่างเขา ชีวิตวัยรุ่นตอนต้นของเด็กอายุสิบแปด ถูกใช้ไปโดยเปล่าประโยชน์ในแต่ละวัน
ไลน์แชทพูดคุยกับเพื่อนที่ถูกเปิดค้างอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ยังคงเลื่อนขึ้นลงอย่างช้าๆดูเหมือนว่ายังมีเพื่อนของเขาบางคนยังไม่นอนเช่นกัน เขาค่อยๆสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างเหนื่อยหน่าย..พลันรู้สึกคอแห้งขึ้นมา
มีคำพูดเก๋ๆที่มีคนเคยบอกว่า แสงวันใหม่มักจะนำความหวังใหม่มาสู่ผู้คนเสมอ
แต่ไม่ใช่สำหรับเด็กหนุ่มคนนี้อย่างแน่นอน เพราะชีวิตของเขาไม่เคยมีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่นิดเดียว
เขาพยายามนึกทบทวนถึงความฝันเมื่อคืน ฝันร้ายที่เขามักจะเจอบ่อยๆเ
“จำไม่ได้เลยแฮะ” เขาบอกกับตัวเอง
เขาไม่เคยจำความฝันของตัวเองได้เลยแม้แต่ครั้งเดียวเป็เวลานานมาแล้วเขารู้แต่เพียงว่าในเวลาที่เขาหลับไป เขามักจะตื่นขึ้นมาพร้อมกับความเหนื่อยล้าและความหวาดกลัวและมักจะเหม่อลอยทุกครั้งก่อนลุกขึ้นจากที่นอน
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางนิ่งอยู่บนโต๊ะขึ้นมาดูพลางใช้ปลายนิ้วััเลื่อนหน้าจอขึ้นลงอย่างคล่องแคล่วเพื่อตรวจดูความเลื่อนไหวของบรรดาเพื่อนๆในเฟสบุ๊คและเชคข้อความจากไลน์ พลันสายตาของเขาก็สะดุดเข้ากับรูปของเด็กสาวคนหนึ่งซึ่งมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ภาพที่เห็นทำเอาเขาถึงกับหยุดนิ่งทันที
“อะไรกันฟะ....” เขาอุทานตัวเองเบาๆ น้ำเสียงเรียบๆแต่แอบแฝงด้วยความไม่พอใจ
ภาพที่เขาเห็นก็คือเด็กสาวคนหนึ่ง หน้าตาน่ารักสดใสผมยาวดำสลวย แววตายั่วยวน
เธอสวมเสื้อยืดสีขาวรัดรูป กางเกงขาสั้นเหนือเข่าเล็กน้อย เผยให้เห็นผิวกายสีขาวอมชมพู โดยมีฉากหลังเป็ท้องฟ้าสีครามตัดกับผืนทะเลสีฟ้ากว้างสุดลูกตา
“นี่ใส่สั้นขนาดนี้เลยเหรอ .....เจน...”
เขาหลุดปากพึมพำออกมาอย่างไม่ค่อยจะสบายใจเมื่อภาพที่เห็นกระทบกับความรู้สึกภายในใจอย่างแรง สายตามองไปยังข้อความที่เธอโพสด้านล่างภาพ
แค่อยากอยู่กับตัวเอง...เพราะรู้สึกเบื่อคนบางคน
ประโยคนี้เจนหมายถึงเขาอย่างไม่ต้องสงสัย และแน่นอนว่ารูปที่เซกซี่แบบนี้นี้จะต้องได้ยอดไลค์และการคอมเมนท์อย่างล้นหลามอยากเพื่อนๆ
แค่เพียงประโยคสั้นๆกลับทำให้เขารู้สึกถึงการตัดพ้ออย่างหนัก ความรู้สึกเจ็บแปลบพลันผุดขึ้นกลางใจกลางหน้าอกของเขา แววตาของเขาดูเศร้าลง ปาล์มพยายามจะทำใจให้ชินกับเื่ราวแบบนี้ ซึ่งอันที่จริงเขาก็แทบจะเจอเื่ห่วยๆแบบนี้มาหลายครั้ง ...หลายครั้งซะจนเขาแทบไม่อยากที่จะหาเหตุผลใดๆ
ผ้าม่านหน้าต่างสีเขียวถูกเลิกออกอย่างช้าๆ ทำให้เห็นทิวทัศน์และบรรยากาศตามท้องถนนบริเวณนอกบ้าน
ความมืดคลุมท้องฟ้าอยู่ค่อยๆจางหายไปกำลังจะถูกแทนที่ด้วยความสว่างของรุ่งอรุณวันใหม่สิ่งที่เขาััได้ในตอนนี้คล้ายกับภาพวาดที่ลงสีไว้อย่างเบลอๆ ปาล์มค่อยๆปรับประสาทสายตาให้ชินกับภาพเบื้องหน้าเพียงแค่ไม่นานเขาก็มองเห็นได้ชัดจน ผู้คนตามท้องถนนทยอยเดินออกมา
แต่ในใจลึกๆของเขากลับพะวงเื่ของเจนอย่างบอกไม่ถูก สายตาของเขาหยุดอยู่ที่รูปที่เธอโพสไว้อีกครั้ง ความคิดภายในหัวยังคงวนเวียนไปมาคล้ายกับภาพที่ทับซ้อน พลันความทรงจำเก่าๆเกี่ยวกับสาวน้อยคนนี้ก็ผุดขึ้นมาในหัวอย่างชัดแจ้ง .....ความคิดของคนช่างน่าประหลาดนัก มันเป็สิ่งที่เราควบคุมไม่ได้เลยมันมักจะเกิดขึ้นเองแล้วคอยทำร้ายเราอยู่ร่ำไป
เขาจำได้......
ใช่แล้ว......เขาจำได้ดี
วันแรกที่เขาพบกับเด็กสาวที่ชื่อ .....เจน
คืนนั้น... ภายในรถไฟฟ้ายังคงเงียบสนิทแม้ว่าจะมีผู้โดยสารนั่งอยู่บ้างบางตา เวลาเกือบจะเที่ยงคืนแล้วรถไฟเที่ยวนี้คงจะเป็เที่ยวสุดท้ายเพราะปาล์มสังเกตเห็นผู้โดยสารบางตาเต็มที สีหน้าของแต่ละคนดูเหน็ดเหนื่อยจากการตรำงานมาทั้งวันเขาได้เพียงแต่ยืนมองอย่างเงียบๆ และอีกเพียงสองสถานีก็จะถึงบ้านของปาล์มแล้ววันนั้นกลับบ้านดึกเพราะไปดูการแสดงดนตรีของวงที่เขาชื่นชอบวงหนึ่ง
เขาได้ยินเสียประกาศเตือนจากเ้าหน้าที่ผ่านทางลำโพงเมื่อรถไปฟ้ากำลังจะเทียบชานชาลาภายในไม่กี่นาที...
พลันสายตาของปาล์มก็สะดุดเข้ากับสาวน้อยคนหนึ่งที่ก้าวมายืนอยู่ที่หน้าปากประตู ....เธอคือ เจน เพียงแค่เสียววินาทีที่เขาพบเจนเป็ครั้งแรก...ทุกอย่างราวกับจะหยุดนิ่งทันที เขาลืมการหายใจ มีพียงดวงตาที่ตั้งใจมองเธอ...เธอทำให้เขายืนตัวแข็งอยู่เช่นนั้นอย่างตะลึง
เธอยืนนิ่งเพื่อรอประตูเปิดอยู่ในชุดนักเรียนเสื้อเชิ้ตสีขาว ผูกเนคไทสีดำสวมกระโปรงสั้นเหนือเข่าเล็กน้อย ในมือถือกระเป๋าหนังสีดำ..ปาล์มตกหลุมรัก เจน ทันทีเมื่อแรกพบ
และความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เริ่มต้นนับั้แ่วันนั้นเป็ต้นมา
จวบจน เวลาผ่านไปหลายเดือน
แต่ทว่า...
ในตอนนี้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่กำลังจะจบลง
“ไม่เคยที่จะสนใจกันเลยใช่ป่ะ !!”
คำพูดที่เจนมักจะตวาดใส่เขาด้วยความโมโหเมื่อเธอรู้สึกว่าไม่ได้รับการใส่ใจจากเขาอย่างเพียงพอ
“เราก็เป็ตัวของเราแบบนี้แหล่ะ...ถ้ารับไม่ได้ก็เลิกกันเลยดิ”
คำพูดที่มักง่ายบางคำก็มักจะหลุดออกมาจากปากของปาล์มเช่นกัน