บทที่ 15 ผู้บุกรุกที่ปรากฏตัวในชุมชน (รีไรต์)
ลั่วฉิงเทียนส่ายหัว ไม่ตายก็ไม่เลิกจริง ๆ ลั่วฉิงเทียนออกจากห้องสตรีม ก้มหน้าลงตั้งใจกินข้าวเย็น มื้อเย็นวันนี้ยังคงเป็เสี่ยวหลงเปากับโจ๊กข้าวฟ่าง
หลังจากกินไปสิบกว่าลูก ลั่วฉิงเทียนก็เดินเข้าไปในห้องออกกำลังกายเพื่อออกกำลังกายต่อ อุณหภูมิข้างนอกสูงถึง 45 องศา แต่อุณหภูมิในห้องของลั่วฉิงเทียนยังคงอยู่ที่ 25 องศา แต่ถึงจะเป็เช่นนั้นเธอก็ไม่กล้าหยุดพัก หญิงสาวทุ่มเทให้กับการฝึกฝนตัวเองอย่างเต็มที่
หลังจากออกกำลังกายไปจนถึงบ่าย ลั่วฉิงเทียนก็ผลักดันตัวเองจนถึงขีดสุดอีกครั้ง บรรลุขีดจำกัดของร่างกาย
เมื่อทะลุขีดจำกัดของวันนี้ ในที่สุดลั่วฉิงเทียนก็หยุด เธอกลับไปที่มิติเพื่อป้อนนมลูกเสือขาวน้อย จากนั้นก็ออกมาอาบน้ำอย่างมีความสุข
ตอนที่อาบน้ำเสร็จ ด้านล่างก็มีเสียงดังโวยวาย ลั่วฉิงเทียนเช็ดผม เดินไปที่หน้าต่างแล้วมองลงไป ก็เห็นรถ SUV สีดำคันหนึ่งจอดอยู่ข้างล่างั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้ และมีชายห้าคนลงมาจากรถ ในมือของชายทุกคนมีปืนอยู่
ทันทีที่พวกเขามาถึง พวกเขาก็จัดการกวาดล้างซอมบี้ที่วนเวียนอยู่ในบริเวณบ้านพักจนหมดสิ้น จากนั้น เธอก็เห็นพวกเขายกโทรโข่งขึ้นมาประกาศว่า
“ถึงผู้รอดชีวิตทุกท่าน พวกเราคือทีมกู้ภัยของรัฐบาล ขณะนี้พวกเราได้กำจัดซอมบี้ทั้งหมดในบริเวณนี้เรียบร้อยแล้ว พวกเราได้จัดตั้งฐานที่มั่นที่ปลอดภัยไว้ทางใต้ หากมีประชาชนท่านใดประสงค์จะเดินทางไปกับพวกเรา โปรดเตรียมสัมภาระให้พร้อม พวกเราจะพาคุณไปเอง!”
เมื่อสิ้นเสียงประกาศ ก็มีผู้คนในบริเวณบ้านพักจำนวนไม่น้อยโผล่ศีรษะออกมา
“พวกคุณเป็ทหารหรือเปล่า”
“ทำไมพวกคุณถึงเพิ่งมา ตอนนี้พวกเราไม่มีอาหารจะกินแล้ว พวกคุณมีอะไรให้กินบ้างไหม”
“ใช่ บ้านฉันไม่มีเสบียงแล้ว ฉันจะลงไปเดี๋ยวนี้!” ผู้คนในบริเวณบ้านพักต่างโผล่ศีรษะออกมามากขึ้นเรื่อย ๆ ทันใดนั้นก็มีคนพูดขึ้นในกลุ่มแชทของบ้านพัก
[ฉันว่าพวกนี้ไม่น่าใช่ทหาร ดูหน้าตาดุดันน่ากลัวจะตาย]
[ใช่ ๆ ฉันก็ว่าอย่างนั้น พวกเขาดูไม่เหมือนทหารเลย!]
[หรือว่าพวกเรารอดูกันก่อนดี]
หลังจากประโยคสนทนานั้นกลุ่มแชทก็เงียบหายไป ในขณะที่ข้างล่างนั้น มีคนจำนวนไม่น้อยเดินลงมาพร้อมกับกระเป๋าใบเล็กใบใหญ่ พวกเขามุ่งหน้าไปยังกลุ่มคนเ่าั้
“พี่ทหารครับ รถที่จะไปรับพวกเราจะมาถึงเมื่อไหร่ พวกเราพร้อมแล้วครับ!”
“ผมด้วยครับ ผมด้วย!” ทันใดนั้น ก็มีคนกลุ่มหนึ่งวิ่งมาจากชั้นล่าง
ผู้นำกลุ่มถือปืนในมือ เพ่งมองไปที่คนกลุ่มนั้นโดยไม่เอ่ยคำใด ก่อนจะหยิบโทรโข่งขึ้นมาประกาศว่า
“ยังมีใคร้าไปที่ฐานทัพกับพวกเราอีกหรือไม่ นี่เป็รถช่วยเหลือเที่ยวสุดท้ายแล้ว!” สิ้นสุดคำพูด ผู้คนในบริเวณนั้นก็เริ่มกระวนกระวาย
ในระหว่างนั้น ลั่วฉิงเทียนกำลังมองลงไปที่ผู้คนมากมายเบื้องล่างอย่างเ็า ชาติที่แล้ว ฐานทัพที่ปลอดภัยที่สุดถูกสร้างขึ้นใกล้กับย่านนี้ แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ใช่กลุ่มคนที่อ้างตนว่าเป็ทหารด้านล่างนี้น่ะ…
เห็นได้ชัดว่าคนกลุ่มนี้มีพิรุธ หลังจากะโเรียกอยู่พักหนึ่ง เมื่อเห็นว่าไม่มีใครลงมา ชายคนนั้นก็ยกปืนขึ้นเล็งไปที่คนกลุ่มนั้นทันที ก่อนลั่นไก...
ปัง ปัง ปัง! เสียงปืนดังสนั่นสี่นัดห้านัดติดต่อกัน ชั่วพริบตา คนกลุ่มนั้นที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็ล้มลงกองกับพื้นโดยไม่ทันรู้ตัว ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นอยู่ในสายตาของผู้รอดชีวิตที่ซ่อนตัวอยู่ในบ้านทุกคน ในกลุ่มแชทต่างพากันส่งข้อความแสดงความคิดเห็น
[พวกมันไม่ใช่ทหารแน่ ๆ พวกมันเป็โจร!]
[แล้วเราจะทำยังไงดี ดูเหมือนพวกมัน้ายึดที่นี่! เราควรทำยังไง]
[โอ้ พระเ้า พวกมันกำลังมุ่งหน้าไปที่ตึกหนึ่งแล้ว]
[ทำยังไงดี ฉันรู้สึกว่าที่พักของเรากำลังตกอยู่ในอันตราย!]
ข้อความมากมายพรั่งพรูเข้ามาในกลุ่มแชทอีกครั้ง ทันใดนั้น จากบริเวณตึกหนึ่งก็ดังเสียงร้องไห้ เสียงอ้อนวอนขอชีวิต และเสียงปืนดังขึ้นเป็ระยะ
เสียงปืนดังตามมาด้วยเสียงร้องอ้อนวอน เสียงอธิษฐาน และเสียงหัวเราะเยาะหยันของผู้ชาย ทุกคนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะยื่นมือเข้าไปยุ่ง
ลั่วฉิงเทียนหาวเบา ๆ โดยไม่สนใจ เธอหยิบอาหารจานหนึ่งกับข้าวหนึ่งชามออกมาจากมิติแล้วเริ่มกินอย่างง่าย ๆ ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ อาคารหนึ่งก็เงียบลง ในเวลานี้เอง บุคคลที่ชื่อว่าหยางกวงในกลุ่มก็ส่งข้อความออกมา
[เพื่อนบ้านที่รักทุกคน ผมเป็คนที่อาศัยอยู่ในอาคารหนึ่ง ตอนนี้พี่เฉียงบอกว่า ถ้าพวกเรายอมส่งอาหารทั้งหมดให้เขาดูแล และส่งผู้หญิงสองคนให้เขาเล่นทุกวัน เขาก็จะปกป้องพวกเราให้มีชีวิตรอดในยุคแห่งวันสิ้นโลกนี้]
เมื่อข้อความนี้ถูกส่งออกมา ทุกคนในละแวกบ้านต่างตกตะลึง ความเงียบเข้าปกคลุมแชทกลุ่มอยู่พักหนึ่งก่อนฉูเสี่ยวจะพิมพ์ตอบโต้กับหยางกวง
[สารเลว คุณพิมพ์เื่แบบนี้ได้ยังไง]
[ทำไมจะไม่ได้ ในเวลาแบบนี้การมีชีวิตรอดอยู่ได้ต่างหากที่เรียกว่าคน]
[นี่คุณไม่กลัวหรือไงว่า ถ้าหน่วยกู้ภัยจริง ๆ มาถึง พวกคุณจะโดนจับกันหมด คิดว่าประเทศชาติไม่มีแล้วรึไง]
สักพัก ชายที่ชื่อหยางกวงก็ส่งข้อความเสียงมา
[ประเทศชาติหรอ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ลองแจ้งตำรวจดูสิ ฉันไม่เชื่อหรอกว่า พวกที่นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ที่นี่จะไม่มีใครโทรแจ้งตำรวจ คงโทรไม่ติดกันแล้วล่ะสิ! ไม่ต้องไปรอความช่วยเหลืออะไรหรอก บอกตรงนี้เลยนะ ตอนนี้ประเทศชาติตัวเองยังเอาตัวไม่รอด ใครจะไปสนใจพวกแก ทำตัวว่าง่ายก็รีบลงมาซะ ดีกว่าให้พวกฉันจับได้แล้วจะหนาว จะตายแบบไหนก็ไม่รู้!]
หลังจากนั้น ทุกคนในกลุ่มแชทก็เงียบกริบ ทุกคนรู้ดีว่า เสียงในข้อความเสียงนั่นคือเสียงของหัวหน้าโจรที่อยู่ข้างล่าง อย่างที่เขาพูด ั้แ่เกิดเื่ราวซอมบี้ขึ้น ทุกคนในเขตที่พักอาศัยต่างก็โทรแจ้งตำรวจ ทั้ง 110 และ 119 โทรไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ไม่มีใครรับสายเลย จริง ๆ แล้วต้องบอกว่าต่อสายไม่ติดเลยต่างหาก
ทุกคนในเขตที่พักอาศัยต่างหวาดผวา มีคนเริ่มโผล่หน้าต่างออกมาะโขอความช่วยเหลือตอนนั้นเอง ก็มีข้อความขึ้นมาอีกครั้ง
[ทุกคนคะ พวกมันมีกันแค่ห้าคน พวกเรายอมเป็ปลาให้มันเชือด เป็เนื้อบนเขียงให้มันหั่นเล่นจริง ๆ หรือคะ ตอนนี้ไฟฟ้าเราก็ยังมี สัญญาณโทรศัพท์ก็ยังไม่ถูกตัด แสดงว่าประเทศชาติยังอยู่ พวกเรายังไม่ถูกทอดทิ้ง ฉันเชื่อว่า พวกเราจะต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างแน่นอน]
ข้อความของคนคนนี้เพิ่งส่งออกไปได้ไม่นาน หยากวงก็เริ่มส่งข้อความเสียงด่าทอในกลุ่มแชท
บางทีอาจเป็เพราะข้อความนี้ได้ผล สุดท้ายแล้วก็ไม่มีใครในหมู่บ้านออกไป แถมที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ ข้างนอกไม่รู้ว่าเพราะอะไร มีกลุ่มซอมบี้คลั่งวิ่งเข้ามาในหมู่บ้าน แล้วก็ตรงไปที่ตึกหนึ่ง
ไม่นานในตึกก็มีเสียงกรีดร้องดังขึ้น ่เวลานี้มีคนในกลุ่มพิมพ์ว่า
[ทำไมอยู่ ๆ ซอมบี้ถึงบุกเข้ามา]
[นั่นเป็เพราะพวกเขายิงปืนเมื่อกี้ ทำให้ซอมบี้ข้างนอกสนใจ แล้วดูเืของคนที่ตายอย่างน่าอนาถบนพื้นสิ ไหลเยอะขนาดนั้น กลิ่นคาวเืขนาดนี้ต้องล่อซอมบี้มาแน่!]
พวกเขาก็เพิ่งถึงบางอ้อ ทีละคนต่างก็รู้สึกโชคดีที่ไม่ได้ลงไปเพราะความกลัวเมื่อกี้ ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่
ที่ชั้นสามของตึกหนึ่ง จู่ ๆ ก็มีชายคนหนึ่งปีนออกมาจากหน้าต่าง