ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]

    บทที่ 31 ซื้อใจผู้คน

    หัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ยคนนี้เป็นที่นับหน้าถือตาของทุกคน

            เมื่อเห็นใบหน้าเคร่งขรึมของเขา เจียงซื่อที่เมื่อครู่ยังคุกรุ่นไปด้วยโทสะก็พลันชะงักใจฝ่อขึ้นมาทันที ทว่าก็ยังไม่ยอมลดราวาศอก “ท่านหัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ย ท่านอย่าไปหลงกลคนสารเลวเช่นพวกเขานะเจ้าคะเห็นได้ชัดว่าพวกเขาตั้งใจเจ้าค่ะ หากวันนี้ข้าไม่สั่งสอนให้สาสม วันหน้าต้องเหิมเกริมขึ้นเป็นแน่!”

            “ข้ามีตา ไม่ต้องให้ผู้ใดมาชี้นำว่าใครผิดใครถูก” หัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ยกล่าวเสียงเย็นชา“ตอนนี้เจ้าจงรีบกลับไปเสียแต่โดยดี หากยังคิดก่อความวุ่นวายในหมู่บ้านอีก ข้าจะลงโทษตามกฎหมู่บ้าน!”

            เจียงซื่อถึงกับสะดุ้งเฮือกด้วยความหวาดหวั่น

            แม้นางจะรู้สึกไม่พอใจนัก ทว่านางย่อมรู้ดีว่าโทษของการทำผิดกฎหมู่บ้านนั้นร้ายแรงเพียงใด

            หากถูกลงโทษประจานต่อหน้าชาวบ้านจริงๆ ต่อไปคงไม่กล้าออกมาเจอหน้าผู้คนอีก!

            สุดท้ายนางทำได้เพียงกระทืบเท้าด้วยความเจ็บใจ เอ่ยเสียงขุ่นว่า “ท่านหัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ยท่านหลงกลคนหน้าซื่อใจคดเสียแล้ว! สักวันเมื่อได้เห็นธาตุแท้ของสองคนนั่น ท่านจะต้องเสียใจแน่นอนเจ้าค่ะ!”

            นางสบถพึมพำอยู่ในลำคอแล้วค่อยๆ เดินจากไปอย่างไม่เต็มใจ

            “ท่านแม่ เดินดีๆ นะเจ้าคะ!” เถียนฮวนเห็นดังนั้นก็รีบตะโกนตามหลัง “ขอท่านแม่โปรดวางใจชาฤดูใบไม้ร่วงที่เตรียมไว้ให้ท่านกับท่านพ่อ พวกเราจะยังตั้งใจทำเหมือนเดิม พอทำเสร็จแล้วก็จะเอาไปส่งให้ถึงเรือนชาเหล่านี้พวกท่านยังต้องการหรือไม่เจ้าคะ”

            เจียงซื่อได้ยินนางกล่าวเช่นนั้นแล้วชะงักฝีเท้าไปเล็กน้อย ไม่เอ่ยวาจาใด พลางก้าวเดินต่อไปเบื้องหน้า

            เถียนฮวนพยักหน้าทันที “ดูท่าท่านแม่คงอยากรับไว้เป็นแน่”

            ฝูงชนก็พากันหัวเราะร่วน

            “นางจงใจใส่ร้ายดุด่าพวกเขาแล้วยังจะเอาของพวกเขาอีกงั้นหรือ พวกเราจะปล่อยให้นางสมหวังไม่ได้เด็ดขาด”

            เจียงซื่อได้ยินคำพูดพวกนั้นก็ยิ่งแค้นใจนัก แอบด่ากู้ฉางสุ่ยกับเถียนฮวนในใจอีกหลายรอบ

            นางได้ยินเสียงชาวบ้านคุยกับสองคนนั้นอย่างคุ้นเคยสนิทสนม แม้ไม่หันกลับไปมอง นางก็พอเดาได้ว่าทุกคนคงยืนล้อมสองสามีภรรยามากมาย

            นางไม่อยากเห็นภาพพวกนั้นเลยจริงๆ แต่ตอนนี้กู้ฉางสุ่ยกับเถียนฮวนมีหัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ยหนุนหลังอยู่นางก็ไม่กล้าไปหาเรื่อง จึงได้แต่หันไประบายกับบุตรสาวสองคนแทน

            “พวกเจ้าเลี้ยงเสียข้าวสุกยิ่งนัก เดินชักช้าเหมือนแขนขาไม่มีแรง ข้าต้องอับอายเพราะพวกเจ้า!”

            กู้ฮวาจือกับกู้ฮวาเย่ว์ถูกด่าเสียจนไม่กล้าเอ่ยตอบ ได้แต่รีบจ้ำอ้าวตามมารดากลับบ้านไป

     

    ส่วนทางฝั่งเถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ย ทั้งสองก็คำนับขอบคุณชาวบ้านที่อยู่รอบด้านอีกครั้ง

            โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ย สองสามีภรรยาขอบคุณอย่างจริงจัง

            หัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ยวัยชรารีบโบกมือปฏิเสธ “ไม่ต้องขอบใจข้าหรอก ข้าเป็นหัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ยการทำให้คนในหมู่บ้านอยู่เย็นเป็นสุขกันถ้วนหน้าเป็นหน้าที่ของข้า เฮ้อ! พ่อแม่ของพวกเจ้านิสัยร้ายกาจยิ่งนัก พวกเจ้าเป็นผู้น้อยย่อมพูดลำบากเรื่องแบบนี้ก็ต้องให้คนแก่แบบข้าออกหน้าเท่านั้น แต่ว่า...”

            ทันใดนั้นเขาก็เปลี่ยนเรื่องทันที มองเถียนฮวนด้วยท่าทีประหม่าเล็กน้อย “แม่นางน้อยก่อนหน้านี้ข้าได้ยินเจ้าบอกว่าในชาของพ่อสามีเจ้าเติมดอกกุ้ยฮวาด้วย...เอ่อ...ข้าเองก็อายุมากแล้วไม่มีสิ่งใดติดตัว วันๆ ทำงานสำเร็จก็ชอบสูบยาสูบ หลายสิบปีผ่านไปสุขภาพของข้าก็ย่ำแย่!”

            “ข้ารู้เจ้าค่ะ!” เถียนฮวนรีบรับคำทันที “สามีข้าเคยเล่าไว้แล้ว ว่าท่านหัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ยเมตตาเขามากอีกทั้งพอเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ท่านก็มักไอเรื้อรัง ข้าเลยเตรียมชาสำหรับท่านไว้ต่างหากแล้วข้าเติมใบสะระแหน่ลงไปด้วย ช่วยระบายความร้อน ถ้าทำเสร็จเมื่อไหร่ข้ากับสามีจะรีบเอาไปให้เจ้าค่ะ”

            เถียนฮวนรู้ทันเจตนาอีกฝ่าย จึงรีบเอ่ยรับอย่างคล่องแคล่ว

            คำพูดนั้นทำให้หัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ยยิ้มกว้างอย่างห้ามไม่อยู่

            “ดียิ่งนัก ข้ารู้อยู่แล้วว่าพวกเจ้าเป็นคนดี หากข้ามีลูกหลานเช่นนี้ จะไม่รู้สึกเอ็นดูได้อย่างไรจากนี้พวกเจ้าจงใช้ชีวิตให้ดี หากพ่อแม่คิดหาเรื่องพวกเจ้าอีก ข้านี่แหละจะปกป้องพวกเจ้าเอง”

            คำพูดของหัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ยประโยคนี้ ทำให้เถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยโล่งใจ

            เขาพูดต่อหน้าชาวบ้านเช่นนี้ ไม่เพียงเป็นการให้คำมั่นกับพวกเขา แต่ยังเป็นการกดดันบ้านตระกูลกู้อีกด้วย

            หัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ยเอ่ยเช่นนี้เพื่อประกาศให้บ้านตระกูลกู้รู้ว่า ต่อแต่นี้ไปเขาจะคุ้มครองสามีภรรยาคู่นี้หากผู้ใดกล้ามาหาเรื่องพวกเขา เขานี่แหละจะเป็นคนจัดการเอง!

            ต่อให้กู้อันกับเจียงซื่อจะไม่เห็นหัวกู้ฉางสุ่ยกับเถียนฮวนเพียงใด อย่างน้อยก็ยังต้องเกรงใจหัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ยอยู่บ้าง

            พวกเขาไม่กล้าขัดคำของหัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ยหรอก เพราะเหตุนี้ เจียงซื่อกับลูกสาวจึงไม่กล้ามาก่อเรื่องโจ่งแจ้งอีก!

            สองสามีภรรยากล่าวขอบคุณหัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ยอย่างซาบซึ้ง ก่อนเขาจะขอตัวเดินกลับบ้านไป

            พอหันกลับมาก็เห็นชาวบ้านมากมายมองพวกเขาด้วยแววตาคาดหวัง

            เถียนฮวนย่อมรู้ดีว่าทุกคนคิดอะไรอยู่ ทว่าตอนนี้พวกเขาเองก็จนใจอยู่ไม่น้อย

            นางกำลังจะอธิบาย แต่กู้ฉางสุ่ยก็เอ่ยขึ้นเสียก่อน

            “วันนี้ต้องขอบคุณทุกท่านที่ออกหน้าแทนพวกเรา น้ำใจของทุกคน ข้ากับภรรยาจะไม่มีวันลืมแน่นอนวันหน้าเราจะต้องหาทางตอบแทนกลับไปให้จงได้ เพียงแต่ตอนนี้เราเพิ่งแยกบ้านออกมา จึงยุ่งจนหัวหมุนปีนี้เลยทำได้แค่ตั้งใจเตรียมชาพิเศษไว้ให้ท่านพ่อท่านแม่กับหัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ยก่อนเท่านั้น

            “ส่วนชาฤดูใบไม้ร่วงที่ภรรยาข้าทำในวันนี้ ถึงจะไม่พิเศษเท่าชาที่เตรียมไว้ให้ท่านพ่อท่านแม่แต่สรรพคุณในการบำรุงร่างกายก็ยังดีเยี่ยม หากพวกท่านคิดว่ายังไม่พอ ลองไปเก็บดอกกุ้ยฮวามาตากแห้งไว้พอชงดื่มคู่กันก็ใช้ได้เหมือนกัน ปีนี้พวกเราทำได้เท่านี้จริงๆ ปีหน้า ข้ากับภรรยาจะจัดทำตำรับเฉพาะตามสภาพร่างกายของแต่ละคนดีหรือไม่”

            เมื่อเขาพูดออกมาอย่างชัดเจนถึงเพียงนี้แล้ว จะมีใครกล้าพูดอะไรอีกเล่า

            แต่เดิมชาฤดูใบไม้ร่วงพวกนี้ก็เป็นของที่แจกให้ทุกคน พวกเขาได้ชาไปแล้วยังจะกล้าเรียกร้องสิ่งใดอีกหากพูดกันตามตรง ก็ดูจะเกินเลยไปเสียหน่อย

            ยิ่งไปกว่านั้น ชีวิตของสองสามีภรรยานี้ก็ลำบากอยู่ไม่น้อย ของในบ้านตัวเองยังไม่พร้อมแล้วจะให้แบ่งกำลังไปดูแลคนอื่นได้อย่างไร

            เมื่อคิดถึงจุดนี้ คนที่เคยมีความคิดเรียกร้อง ต่างก็รู้สึกกระดากใจไปตามๆ กัน

            บางคนจึงหัวเราะกลบเกลื่อน “โธ่ เจ้ากล่าวเสียจริงจัง พวกข้าไม่ได้คิดจะเอาเปรียบสักหน่อย!”

            “ฮ่าๆ ใช่เลย! ข้าแค่อยากจะบอกว่า แปลงของพวกเจ้ายังว่างอยู่ใช่ไหม คงยังไม่ทันคิดว่าจะปลูกอะไรล่ะสิ บังเอิญว่าผักกาดขาวที่บ้านข้าเพิ่งแตกต้นใบยังอ่อนน่ากินอยู่เลย ข้าจะกลับไปขุดมาให้สองสามต้น เอาไปปลูกไว้กินหน้าหนาวดีไหม”

            “ข้าก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน แปลงผักที่บ้านข้ามีหัวไชเท้าที่โตได้ที่อยู่หลายหัวเดี๋ยวข้าจะเอามาให้เจ้าปลูกเพิ่มอีกหน่อย!”

            เมื่อมีคนเอ่ยปากเริ่มก่อน คนอื่นก็พากันพูดตามอย่างคึกคัก

            กู้ฉางสุ่ยเห็นดังนั้นก็รีบโค้งตัวลงคำนับ “ตอนนี้บ้านเรากำลังขาดของพวกนี้พอดีเช่นนั้นพวกเราก็ไม่เกรงใจแล้ว ของที่ทุกท่านแบ่งมาให้ ข้ากับภรรยาขอรับไว้ด้วยความซาบซึ้ง!”

            “ดียิ่งนัก!”

            ชาวบ้านพากันพยักหน้าแล้วรีบหอบชาฤดูใบไม้ร่วงกลับบ้าน จากนั้นก็พากันไปขุดผักกาดขาวหัวไชเท้า ผักกวางตุ้งจากแปลงผักของตนเองมามอบให้พวกเขา

            บ้านนู้นหอบผักใส่ตะกร้า บ้านนี้หอบผักใส่ตะกร้า รู้ตัวอีกทีที่ดินทั้งสามหมู่ก็เต็มไปด้วยพืชพันธุ์นานาชนิด

    นิยายแนะนำ

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592