ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 41 ระเบิด

            “แปลงกาย!”

            เสิ่นเสวียนมองงูหน้าผีที่แปลงกายอย่างกะทันหันพลันกล่าวด้วยความตกใจ

            ตอนนี้มันดูเหมือนงูตัวหนึ่งที่ไม่ได้เป็นอันตรายทว่าหากมันแปลงกายแล้ว นั่นต่างหากคือฝันร้าย

            หลังจากแปลงกายแล้วมันจะกลายเป็นหน้าผีนี่คือที่มาของชื่อเรียกและเป็นจุดเริ่มต้นของความน่ากลัว

            หากอยู่ในช่วงเวลาปกติแล้วอีกฝ่ายแปลงกายเสิ่นเสวียนคงหนีไปในทันที แต่ตอนนี้เขาหนีไม่ได้

            เสี่ยวเหยียนต้องสู้กับมันเพื่อปกป้องตัวเขาตอนนี้ยังช่วยเสี่ยวเหยียนออกมาไม่ได้ หากเขาหนีไปเสี่ยวเหยียนต้องตายแน่ๆ

            “กรร!”

            ทันใดนั้นงูหน้าผีเงยหน้าขึ้นร้องคำรามเสียงของมันหนักแน่นมีพลัง ทำให้ป่ารอบๆ สั่นสะเทือน และยังทำให้สัตว์อื่นๆ ในป่าหนีกระเจิงออกไปด้วย

            หางงูที่โดนตัดขาดไปแล้วกำลังดิ้นไปมาอยู่ที่พื้นเสิ่นเสวียนเห็นดังนั้นจึงกระโจนเข้าไปฟันกระบี่เพลิงใส่หางงูรัวๆ จนขาดออกเป็นหลายชิ้นจากนั้นเขาใช้ยาน้ำสกัดจากหลินจือโมราละเลงลงไป แต่ก็โดนอีกฝ่ายดูดเข้าไปหมด

            เขากระโดดลอยตัวสูงขึ้นไปหลายจั้งจนถึงระดับเดียวกับปากของงูหน้าผี

            “เสี่ยวเหยียน!”

            เสิ่นเสวียนตะโกนเรียกเสี่ยวเหยียนเสียงดังเสี่ยวเหยียนหันมองเสิ่นเสวียนในทันที

            ขณะที่อีกฝ่ายกำลังมองเสิ่นเสวียนพวกเขาทั้งสองพลันหายไปจากตรงนั้นพร้อมกัน

            งูหน้าผีที่โดนทรมานอยู่เมื่อครู่พอเจ้าตัวเล็กน่ารำคาญในปากหายไป ความเจ็บปวดภายในปากจึงลดลงไปไม่น้อย

            งูหน้าผียังคงชูคออยู่ตรงนั้นร่างกายแปรเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ปีกคู่หนึ่งงอกออกมาที่กลางหลัง ปากงูขนาดใหญ่เริ่มเปลี่ยนไปกลายเป็นหน้ามนุษย์เพียงแต่ว่าใบหน้านี้น่ารังเกียจมาก มีจุดดำๆ กระจายไปทั่ว

            ร่างกายยาวสิบจั้งโดนเสิ่นเสวียนตัดขาดไปประมาณหนึ่งจั้งส่วนที่เหลือของร่างกายหดขนาดลงและเปลี่ยนไป สี่ขางอกยาวออกมาจากข้างลำตัว มันนอนหมอบอยู่กับพื้นให้ความรู้สึกเหมือนเป็นจระเข้ตัวหนึ่ง

            ร่างจระเข้หัวมนุษย์หน้าผีนี่คือร่างแปลงของงูหน้าผี

            มันนอนหมอบอยู่บนพื้น ร่างกายยาวประมาณเจ็ดจั้งบนร่างมีลวดลายสีดำขาว ไอพลังน่ากลัวแผ่ซ่านออกมาจากร่าง แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของมัน

            งูหน้าผีแปลงกายสำเร็จแล้วมันใช้ดวงตาใหญ่โตของมันกวาดมองไปรอบๆ เพื่อตามหาเสิ่นเสวียนและเสี่ยวเหยียน หลังจากสังเกตเห็นสถานที่ที่พวกเขาหายตัวไปมันก็อ้าปากกว้างกระโจนเข้าใส่ที่แห่งนั้นทันที

            ในขณะที่มันอ้าปากกว้าง มิติรอบๆพลันถูกแหวกออก เผยให้เห็นมิติสีดำด้านใน

            “แย่แล้ว!ฉีกกระชากมิติ!”

            เสิ่นเสวียนและเสี่ยวเหยียนซ่อนตัวอยู่ภายในมิติของผังเมืองซานเหอเดิมทีเขาอยากจะใช้วิธีนี้หลบหลีกเพลิงโทสะของอีกฝ่าย คิดไม่ถึงว่ามันจะมีพลังฉีกกระชากมิติด้วย

            งูหน้าผีใช้ปากใหญ่ของมันฉีกกระชากมิติออกแล้วกลืนมิตินั้นเข้าไปทั้งหมดอย่างรวดเร็ว

            ทว่าเสิ่นเสวียนที่ซ่อนตัวอยู่ภายในมิติกลับรู้สึกถึงความปั่นป่วนเท่านั้นไอพลังมิติภายนอกเปลี่ยนแปลงไปไม่หยุด ความเย็นยะเยือกเสียดแทงถึงกระดูกทะลักเข้ามาจากด้านนอกทำให้ภายในมิติเย็นลงอย่างรวดเร็ว

            “โดนกลืนเข้าไปแล้วหรือ”

            เสิ่นเสวียนรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงนี้ก็ยิ้มแห้งๆออกมา เขาเพิ่งจะมาถึงที่นี่ไม่กี่วัน กลับโดนงูตัวหนึ่งกลืนเข้าไปเสียแล้ว น่าขายหน้าจริงๆ

            ยังโชคดีที่มีมิติป้องกันตัวอยู่แม้อีกฝ่ายกลืนเขาเข้าไปแล้วแต่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี บวกเข้ากับพลังขั้นปี้กู่ของเขาแล้วทำให้เขามีชีวิตอยู่ในนั้นได้นานพอสมควร แต่กับเสี่ยวเหยียนกลับไม่เป็นเช่นนั้น น้ำแข็งกับไฟเป็นธาตุคู่ตรงข้ามกันแม้จะมีหลินจือโมราและรากจักรพรรดิก็มิอาจทนอยู่ได้นานนัก

             

            ที่ป่าด้านนอกตัวงู

            หลังจากงูหน้าผีฉีกกระชากมิติกลืนเข้าไปแล้วเหมือนมันจะยังไม่พอใจ มันยังคงตามหาไปรอบๆ แต่เมื่อมั่นใจแล้วว่าไม่มีคนอื่น มันก็หยุดนิ่งลง

            มันปีนเข้าไปในถ้ำ เดินวนเวียนอยู่ในนั้นหนึ่งรอบเมื่อไม่เจออะไรมันก็ออกมาอีกครั้ง และเห็นหางงูที่โดนตัดขาดของตนเองเข้าพอดี

            ที่หางของมันเต็มไปด้วยยาน้ำสกัดจากหลินจือโมรา

            เมื่อเห็นดังนั้นมันก็ทำตาโตด้วยความดีใจกระโจนไปที่หางนั้นทันที แล้วอ้าปากกว้างกลืนหางที่โดนสับเหล่านั้นลงท้องไปทั้งหมด

            สรรพคุณของหลินจือโมราทำให้สัตว์วิเศษเหล่านี้บ้าคลั่งขึ้นมาได้ก่อนหน้านี้มันเกิดอยู่ในบ่อลาวาจึงไม่มีสัตว์วิเศษใดได้ครอบครอง แต่ตอนนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นแล้ว

             

            ภายในท้องงู เสิ่นเสวียนกำลังหาวิธีที่จะหนีออกไปทันใดนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงไอพลังที่คุ้นเคย นั่นคือยาน้ำสกัดจากหลินจือโมราที่ตนหลอมรวมไว้ก่อนหน้านี้

            “เจ้างูละโมบ!เจ้ากินทุกอย่างจริงๆ!”

            เมื่อสัมผัสได้ถึงยาน้ำสกัดเหล่านี้เสิ่นเสวียนก็ยิ้มออกมาทันทีเขากำลังกังวลว่าจะหาทางออกไม่ได้ ทว่าอีกฝ่ายกลับกล้ากลืนสิ่งนี้เข้ามาจริงๆ

            ก่อนหน้านี้เขาวางแผนเอาไว้แล้วที่เขาเอายาน้ำสกัดจากหลินจือโมราละเลงลงไปบนหางงู เพราะหลินจือโมรามีธาตุไฟซึ่งเป็นขั้วตรงข้ามกับงูหน้าผีพอดี

            แม้งูหน้าผีจะต้านทานพลังรุนแรงจากยาน้ำสกัดเหล่านี้ได้แต่ถ้าเสิ่นเสวียนเติมไฟเข้าไปอีกเล่าจะเป็นอย่างไร

            “เสี่ยวเหยียนเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”

            เสิ่นเสวียนหันไปถามเสี่ยวเหยียน

            “จี๊ด จี๊ด”

            เสี่ยวเหยียนผงกหัวเล็กน้อยบอกให้รู้ว่ามันไม่เป็นไร

            “ดี อีกเดี๋ยวข้าจะแหวกมิติออกแล้วเจ้าก็พ่นเปลวเพลิงออกไปเลยนะ”

            “จี๊ด จี๊ด”

            หลังจากทั้งสองวางแผนกันเรียบร้อยแล้วเสิ่นเสวียนจึงโคจรยาน้ำสกัดภายในมิติไปอย่างช้าๆ เขาต้องการกระตุ้นยาเหล่านี้ทำให้พลังธาตุไฟปะทุออกมา

            แม้ยาน้ำสกัดจะมีมูลค่าสูงมากแต่ถ้าสามารถสังหารงูหน้าผีตัวนี้ได้ ผลประโยชน์ที่ได้รับคงไม่ได้ด้อยกว่าเท่าไรนัก

             

            ที่ป่าด้านนอกตัวงู

            หลังจากที่งูหน้าผีกลืนหางของตนเองเข้าไปแล้วแม้จะรับมือกับยาน้ำสกัดจากหลินจือโมราได้ค่อนข้างยากลำบาก แต่ร่างกายที่แข็งแกร่งของมันก็สามารถต้านทานพลังรุนแรงได้ทีละน้อย

            ใบหน้าที่เหมือนกับผีนั้นยิ้มออกมาน้อยๆดูน่าขนลุกยิ่งนัก

            ทว่าในขณะที่มันกำลังเพลิดเพลินไปกับฤทธิ์ของยาน้ำสกัดจากหลินจือโมราหน้าผีของมันพลันแข็งทื่อขึ้นมา

            ตูม!

            ร่างใหญ่โตของมันขยายออกในพริบตาหน้าผีฉายความหวาดกลัวออกมาทันที

            ภายในท้องงู เสิ่นเสวียนเตรียมยาน้ำสกัดหนึ่งในสามส่วนที่สกัดเรียบร้อยแล้วออกมาหลังจากแหวกมิติออกได้แล้ว เสี่ยวเหยียนจึงพ่นเปลวเพลิงเข้าใส่ยาน้ำสกัดจากหลินจือโมราอย่างแม่นยำ

            ตูม!

            ยาน้ำสกัดสัมผัสกับเปลวเพลิงที่ร้อนแรงรวมทั้งก่อนหน้านี้มียาน้ำสกัดบางส่วนหลอมรวมเข้ากับร่างของงูหน้าผีแล้ว ทำให้มันระเบิดออกในพริบตา

            เสียงอู้อี้ภายในร่างของงูหน้าผีทำให้ร่างขยายใหญ่ของมันกระเด็นสูงขึ้นไปบนท้องฟ้าโชคดีที่มันมีเนื้อหยาบหนา พลังป้องกันแข็งแกร่งอย่างที่สุด ร่างของมันจึงไม่ได้ระเบิดออกเป็นชิ้นๆจากนั้นร่างอันใหญ่โตของมันก็ร่วงหล่นลงกระแทกพื้นก่อให้เกิดหลุมลึก

            ร่างงูดิ้นพล่านอยู่ภายในหลุมใบหน้าผีของมันเดี๋ยวก็แสดงสีหน้าเจ็บปวด เดี๋ยวก็แสดงออกมาว่าหวาดกลัว หรือกระทั่งขณะที่ดิ้นรนด้วยความเจ็บปวดยังมีเสียงวิญญาณโหยหวนดังออกมาด้วย

            เสียงร้องโหยหวนของงูหน้าผีดังก้องไปทั่วป่า

            เสียงร้องดังยาวนานถึงหนึ่งเค่อกว่าร่างใหญ่โตนั้นจะหยุดดิ้นนอนนิ่งอยู่ภายในหลุม และไอพลังของมันก็หยุดนิ่งลงในเวลานั้นเช่นกัน

             

            ภายในท้องงู

            เสิ่นเสวียนและเสี่ยวเหยียนยังคงซ่อนตัวอยู่ภายในมิติพวกเขาได้ยินเสียงร้องโหยหวนตั้งแต่แรกเริ่มถึงช่วงท้าย กระทั่งทุกอย่างหยุดนิ่งลงทั้งสองถึงได้หันมองหน้ากัน

            “ดูเหมือนเจ้านั่นจะตายแล้ว”

            เสิ่นเสวียนกล่าวกับเสี่ยวเหยียนเบาๆ

            เสี่ยวเหยียนพยักหน้าให้อย่างเห็นด้วย

            “ออกไปดูกันไหม”

            “จี๊ด จี๊ด”

            ทั้งสองตกลงกันเรียบร้อยแล้วเสิ่นเสวียนก็ค่อยๆ แหวกมิติออก        

    คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน