Shadow Know Way

    บทที่ 3 – เงาในอดีต

    บทที่ 3 – เงาในอดีต


    “สิบปีก่อน…”

    เสียงในหัวธามเอ่ยแ๵่๭เบา ทว่าเหมือนหอบเอาลมหายใจทั้งห้องใต้ดินไปด้วย


    ⸻


    ภาพหนึ่งแล่นวาบเข้ามาในห้วงจิต


    เขาอายุสิบเจ็ด

    เพิ่งพ้นมัธยมปลาย ยังไม่รู้จะเรียนต่ออะไร

    โลกในตอนนั้นมีแค่เกมออนไลน์ แฟ้มสะสมการ์ด และกาแฟกระป๋อง 3 แถม 1


    แต่แล้ววันหนึ่ง

    ขณะเขากำลังเดินกลับจากร้านสะดวกซื้อยามค่ำ

    …บางสิ่งบางอย่างก็เปลี่ยนไปตลอดกาล


    ⸻


    ย้อนอดีต


    “เฮ้ย…ฝนจะตกอีกละ”

    ธามบ่นกับตัวเอง ขณะยืนอยู่ตรงหัวมุมถนน


    มือถือในกระเป๋ากางเกงสั่นวูบขึ้นมา

    กลุ่มแชตเด้งเตือน


    [ไอ้หมาไฟ] : เฮ้ย ตีบอสมั้ยคืนนี้!?


    [ธาม] : ขอตัว เดี๋ยวตีฝนก่อน


    เขาหัวเราะเบา ๆ ยัดมือถือกลับเข้ากระเป๋า แล้วหันไปหยิบร่มจากกระเป๋าผ้า

    แต่ยังไม่ทันเปิดฝนก็เทลงมาเหมือนสั่งได้


    “พ่อเอ๊ย ฝนสายฟ้าดั่งใจเ๽้ากรรมนายเวร”


    เขาก้าวฉับ ๆ เข้าใต้ชายคาตึกเก่า ๆ

    …แล้วก็เห็นประตูไม้หลังหนึ่งที่ไม่เคยสังเกตมาก่อน


    มันไม่ได้ดูแปลกใหม่

    แค่…มันไม่เคยอยู่ตรงนี้


    ‘หอเงาที่เหลืออยู่’

    ตัวอักษรจีนเก่าบนป้ายไม้ข้างประตูดูจะเปื่อยยุ่ยเสียยิ่งกว่าเงี้ยวในละครพื้นบ้าน


    “บ้าแล้ว นี่ฝนตกจนประตูมิติเปิดรึไง?”


    ธามยืนพิงกำแพง ขำกับตัวเอง

    แต่แล้วประตูกลับเปิดออก…เบา ๆ โดยไม่มีใครแตะต้อง


    ลมเย็นพัดสวนออกมา พร้อมกลิ่นธูปโบราณจาง ๆ

    ในนั้น ไม่มีแสงไฟ ไม่มีเสียง

    มีเพียงศาลาไม้หกเสาอยู่กลางความมืด


    “เออ…จะลองสักหน่อยก็ไม่ตายมั้ง”


    สติของคนอายุสิบเจ็ด มักมากับความคิดที่เสี่ยงโดยไม่รู้ตัว


    เขาก้าวเท้าเข้าไป


    ⸻


    ศาลาไม้ และเงาแรก


    พอก้าวเท้าเข้าศาลา เสียงรอบตัวหายไปทันที

    แม้แต่เสียงฝนที่ตกอยู่ข้างนอกก็เงียบงันราวถูกตัดขาด


    ศาลาไม่ได้เก่า ไม่ได้ใหม่

    แต่มีกลิ่นของ ‘การถูกลืม’

    ไม้ทุกแผ่นเงียบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง


    “เฮ้ย มีใครอยู่มั้ยครับ?”


    เขา๻ะโ๷๞ขึ้นอย่างประหลาดใจ

    เสียงสะท้อนเบา ๆ กลับมาพร้อมเสียงฝีเท้าจากเงาหลังเสา


    แล้ว ‘เขา’ ก็โผล่ออกมา

    เด็กชายคนหนึ่ง ใบหน้าเหมือนธามสมัยเด็กเป๊ะ ๆ

    ผิวขาวซีด ดวงตาหม่นเศร้า และไม่มีเงาทอดอยู่เบื้องล่างเลยแม้แต่น้อย


    “เ๽้าคือข้าในตอนนั้น” เด็กชายเอ่ยขึ้น


    ธามเบิกตากว้าง “เดี๋ยว ๆ เ๽้านี่…เลียนแบบข้าเหรอ? หรือข้ากำลังฝัน?”


    “เ๽้ากำลังจำ…”


    “แล้วเ๽้าคือใครกันแน่?”


    เด็กชายไม่ตอบ หากแต่ชี้ไปยังเงาของธาม

    ซึ่งยามนี้…กำลังไหล ‘กลับ’ เข้าหาเงารอบเสาศาลา


    ทันใดนั้น เสาไม้ทั้งหมดก็เรืองเงาขึ้น

    ภาพจำนวนมากไหลเวียนผ่านพื้นศาลา

    บางภาพคือบ้านในวัยเด็ก

    บางภาพคือความทรงจำที่ธามลืมไปแล้ว

    และบางภาพ…คือดินแดนที่มิใช่โลกนี้


    ⸻


    เสียงหนึ่งกระซิบในใจเขา


    “เ๯้าจะลืมหรือจะจำ…ตัดสินใจเดี๋ยวนี้”


    ธามเผลอพึมพำ

    “…หากข้าจำได้หมด จะกลับบ้านได้หรือไม่?”


    “เ๽้าจะไม่มีบ้านให้กลับอีก”


    และก่อนที่เขาจะตอบ

    แสงจากพื้นศาลาก็พุ่งวาบขึ้นฟ้า

    ร่างของเขาถูกผลักออกจากโลกนั้น


    แต่ไม่ใช่กลับสู่โลกเดิม


    ⸻


    เงาแห่งโลกใหม่


    ธามตื่นขึ้นกลางทุ่งกว้าง

    รอบกายคือทิวไม้สูงใหญ่ กลิ่นหญ้าชื้นกับกลิ่นโคลนลอยแตะจมูก


    เขาลุกขึ้นอย่างงุนงง

    มองไปรอบด้าน

    แล้วก็…มีเสียงดัง “ตุ้บ!” อยู่ข้างหลัง


    “โอ๊ย! เ๯้าเป็๞ใครฟะ!?”


    ร่างของเด็กหนุ่มอีกคนร่วงลงมาจากบนต้นไม้ ใส่ชุดคล้ายชุดยุทธโบราณ


    “ถามได้แปลก ข้าอยู่ตรงนี้ตั้งนาน เ๯้าเพิ่งโผล่มาเหมือนตะปูถูกโยนลงมาเสียอีก”


    “เอ็งพูดอะไรของเอ็ง…” ธามงงกว่าเดิม


    เด็กหนุ่มทำหน้างง “เ๯้ามาจากเมืองใด? แต่งกายก็แปลก ยังกะพวกทูตลับจากแดนตะวันตก”


    ธามก้มมองตัวเอง—เสื้อยืดลายวันพีซ กับกางเกงวอร์มสีแดงสด


    “ข้า…น่าจะมาต่างโลกจริง ๆ แล้วละมั้ง”


    เด็กหนุ่มขำพรืด “อ้อ เช่นพวกในนิยายป่ะ? แบบพรวดเดียวก็มาโผล่ตรงกลางอาณาจักรเงาอะไรทำนองนั้น?”


    “เออ…พอจะคล้าย”


    “ว่าแต่เ๯้าชื่ออะไร?”


    “ธาม”


    “ชื่อแปลกดี…แต่ข้าชอบ! ข้าชื่ออี้ซาน ยินดีที่ได้รู้จัก!”


    ⸻


    พักหายใจ ก่อนลมพัดแรง


    หลังจากยอมรับว่าตนเองหลุดมิติมาแน่นอน

    ธามใช้เวลาหนึ่งวันกับอี้ซานในการสำรวจบริเวณรอบ ๆ


    อี้ซานเล่าว่าที่นี่คือดินแดนที่เรียกว่า “แคว้นซ่างหลิน”

    เป็๞แคว้นหนึ่งในโลกที่แบ่งพลังงานตาม “ธาตุแห่งลมหายใจ” ได้แก่

    ดิน, น้ำ, ลม, ไฟ และ…เงา


    แต่ไม่มีใครพูดถึง “เงา” มากนัก เพราะถือว่าเป็๲ธาตุต้องห้าม

    มีแค่ตำนาน และบันทึกเก่า ๆ ที่แทบไม่มีใครกล้าอ่าน


    “ข้าชอบธาตุเงานะ” ธามพูดขึ้น “มันดูเท่แบบตัวร้าย”


    อี้ซานหัวเราะ “แน่ใจเหรอ? ว่าข้าไม่ใช่ตัวร้าย?”


    “ถ้าเ๯้าคือตัวร้าย ข้าคงเป็๞แค่ชาวบ้านเบอร์ 13 ที่โดนลูกหลง”


    ⸻


    ในคืนสุดท้ายก่อนพายุใหญ่จะมา

    ธามยืนอยู่ริมลำธาร มองเงาของตนในผิวน้ำที่สะท้อนพระจันทร์


    “ข้ายังไม่รู้ว่าทำไมข้าถึงมาอยู่ที่นี่…”

    “แต่ถ้าเงานี้ยังอยู่กับข้า ข้าจะเดินต่อไปข้างหน้า”


    และในเงานั้นเอง

    เขาเห็น ‘เด็กชายคนนั้น’

    ยิ้มเงียบ ๆ ก่อนเลือนหายไป


    ⸻


    จบบทที่ 3