1
สายลมพัดผ่าน
สายหมอกเจือจาง
ท้องทะเลแห่งความทรงจำ
คลื่นทะเลม้วนตัวเป็เกลียวคลื่นสาดกระทบเข้าฝั่ง สายลมโชยอ่อนพัดผ่านร่างชายหนุ่มผู้ที่กำลังเหม่อมองท้องทะเลอันแสนไกล พร้อมหวนคิดถึงความทรงจำหอมหวานในอดีตอีกครั้ง
แชะ
เสียงชัตเตอร์รัวไวไปตามจังหวะการโพสท่าของนางแบบอัตโนมัติ บรรยากาศระหว่างการทำงานในสตูดิโอที่แสนวุ่นวาย แต่ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปได้อย่างสวยงาม
หลังจากวันที่แสนเหนื่อยล้าจากการเป็ช่างภาพมืออาชีพ หมอกนอนเอนกายพักร่างที่แสนหนักอึ้งลงบนโซฟาหนังสีดำ พร้อมนิ้วเรียวงามที่กำลังคีบบุหรี่ขึ้นสูบ ควันสีจางไร้รูปร่างลอยคละคลุ้งหมุนวนบนอากาศ
หมอก ชายหนุ่มวัย 24 ปี ผิวขาว รูปร่างสูงบางราวกับนายแบบ เพิ่มดีกรีด้วยรอยสักตามร่างกายยิ่งทำให้เขาดูโดดเด่นเป็ที่สะดุดตาของใครต่อใครมากมาย แต่ด้วยนิสัยที่ค่อนข้างโลกส่วนตัวสูง เขาจึงเป็ผู้ชายที่ดูลึกลับอย่างประหลาด เพราะเหตุผลที่มีความเป็ตัวของตัวเองสูงนี้เอง ทำให้เขาเลือกทำอาชีพเป็ช่างภาพอิสระนั่นเอง
หมอกที่กำลังเพลิดเพลินกับการปลีกตัวเองอยู่ในมุมส่วนตัวเงียบๆ ลมเย็นๆ ภายนอกอาคารสตูดิโอทำให้ต้นไม้สั่นไหวไปตามแรง ทำให้รู้สึกผ่อนคลายในวันที่แสนเหนื่อยเช่นนี้ได้อย่างอัศจรรย์ใจ
หมอกทิ้งกายลงราวกับปลดเปลื้องพันธนาการให้พ้นกาย พร้อมปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับความทรงจำเก่าๆ
" วันนี้งานเสร็จเร็วกว่าที่คิดนะครับ "
เสียงของใครคนนึงดังขึ้นจนทำให้เขาตื่นจากภวังค์
รุ่นน้องที่ทำงานร่วมกันกับหมอกเอ่ยทักขึ้นหลังจากเก็บของเสร็จเรียบร้อยแล้ว
" ปิดจ๊อบได้ง่ายๆ เลยนะครับเนี่ย ไม่ว่าใครที่ร่วมงานกับพี่ ต่างก็ชื่นชมในผลงานของพี่หมอกกันทั้งนั้น สมแล้วที่เป็มืออาชีพนะครับ " รุ่นน้องกล่าวชื่นชม ก่อนจะเสริมต่อ
" แล้วจบงานนี้พี่จะไปไหนต่อหรือปล่าวครับ พอดีว่าพวกผมนัดกันเอาไว้ว่าจะไปกินข้าวด้วยกัน ถ้าไม่รังเกียจพี่หมอกไปด้วยกันมั้ยครับ? "
" พอดีว่าพี่มีนัดแล้วน่ะ ขอโทษทีนะ ไว้คราวหน้าละกัน "
" น่าเสียดายจัง แต่ไม่เป็ไรครับพี่หมอก ไว้คราวหน้าก็ได้ "
รุ่นน้องที่ร่วมงานยิ้มเจื่อนๆ หลังจากโดนเขาปฎิเสธ ก่อนจะเดินคอตกกลับออกไป
หมอกไม่ได้สนใจต่อท่าทีนั้นแม้แต่น้อย หลังจากที่รุ่นน้องเดินหายลับไป หมอกกลับเข้ามาสู่ภวังค์แห่งความคิดของตัวเองอีกครั้ง
แสงไฟหลากสีสัน เสียงเพลงดังเร้าใจปลุกเร้าอารมณ์ของหนุ่มสาวโชว์ลีลาตามจังหวะดนตรี ยิ่งบวกกับฤทธิ์ของแอลกอฮอลล์ และลีลาทวงท่าของเหล่าหญิงสาวด้วยแล้ว ยิ่งทำให้บนฟลอร์เต้นรำดูร้อนแรงยิ่งกว่าเดิม
แกร๊ง
หมอกและเพื่อนๆ พากันชนแก้วและดื่มสังสรรค์ด้วยกันในผับแห่งนึง
" ชน!!! "
" ดูแม่สาวน้อยคนนั้นสิวะ ลีลาโคตรเร้าใจเลย "
เพื่อนในกลุ่มเอ่ยทักขึ้นทันที เมื่อสายตาเห็นหญิงสาวที่กำลังส่ายสะโพกอยู่ที่โต๊ะข้างๆ เธอสวยสะดุดตา แถมหุ่นเซ็กซี่นั่น ยิ่งทำให้พ่อหนุ่มคาสโนว่าแทบจะอดใจไม่ไหวที่จะขอเชยชมแม่สาวน้อยให้ได้สักครั้ง
" เฮ้ย เฮ้ย เฮ้ย มึงนี่ไม่เข็ดนะเว้ย เดี๋ยวพวกกูจะเอาหลักฐานนี่ไปฟ้องแบมคอยดู "
" กูก็แค่ชมน้องเขาเฉยๆ ป่าววะ ไม่ได้คิดอะไร พวกมึงเห็นกูเป็คนยังไง "
" คราวที่แล้วมึงก็ไม่คิดอะไร สุดท้ายแบมจับได้จนต้องเดือดร้อนพวกกูเนี่ย "
" ซวยคนเดียวไม่พอ เสือกพาพวกกูซวยด้วย มึงนี่เลวจริงๆ "
" พวกมึงเป็เพื่อนกูป่าววะ "
เพื่อนๆ ต่างพากันหัวเราะเฮฮากันในวงเหล้าตามประสาผู้ชาย
" มึงควรเอาแบบอย่างไอ้เอ็มมันเว้ย ไม่เคยออกนอกลู่นอกทาง เสมอต้นเสมอปลาย ดูแลใส่ใจเมียตลอด ล่าสุดนี่ซื้อตั๋วเครื่องบินพาไปญี่ปุ่นนะ แถมให้บัตรเครดิตรูดได้ตามใจ "
" โอ้โห แม่งใจปล้ำว่ะเพื่อน "
" แล้วมันก็หนีมานั่งดื่มเหล้านี่ไง "
คำพูดหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานตามประสาเพื่อนสนิทยังคงดำเนินต่อไปในกลุ่ม หมอกและเพื่อน ๆ กลุ่มนี้รู้จักกันมาั้แ่สมัยเรียนมัธยมปลาย จึงทำให้พูดคุยหยอกล้อกันได้อย่างเมามัน
ขณะที่ทุกคนกำลังดื่มและพูดคุยกันอย่างเพลิดเพลินกันอยู่นั้น ขณะเดียวกันก็ได้มีหญิงสาวคนนึงมีท่าทีที่สนใจหมอกอย่างเห็นได้ชัด มันคงจะไม่มีปัญหาอะไรหากเพียงแต่สาวเ้าคนนี้ คือคนเดียวกับที่เพื่อนในกลุ่มเพิ่งแซวไปเมื่อสักครู่นั่นเอง
เธอส่งสายตาเย้ายวน ก่อนเดินตรงมาหาเป้าหมายด้วยท่าทางราวกับนางพญาที่เจอเหยื่อถูกใจ
เธอเดินตรงเข้ามาหาหมอกพร้อมส่งยิ้มหวานเป็การเชื้อเชิญชายหนุ่มเป็นัย ๆ
" สวัสดีค่ะหนุ่ม ๆ มานั่งกันแบบนี้เนี่ย แอบหนีใครมารึปล่าวคะ? "
หญิงสาวเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงหวานซึ้ง พร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจ ที่เรียกได้ว่ากระชากใจหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้พบเห็นเลยทีเดียว
" หนีใครมาล่ะจ๊ะ พวกพี่นี่โสดๆ กันทั้งนั้น "
" ใช่ ๆ โสดสนิท ไม่มีพันธะผูกพันธ์ใดๆ ทั้งสิ้นด้วยนะจ๊ะ "
" งั้นหรอคะ แล้ว...พี่คนนี้โสดด้วยรึปล่าวคะ? "
หญิงสาวเสสายตามองมาทางหมอก พร้อมนิ้วมือเรียวเล็กค่อย ๆ ไล่ไปตามขาของชายหนุ่ม เพื่อส่งสัญญาณให้ได้รับรู้ ทั้งคู่ส่งสายตาให้แก่กัน ทำให้เพื่อน ๆ ต่างรู้กันได้ในทันทีว่าอดสาวเ้าอย่างแน่นอน
ริมฝีปากบดขยี้รับรสััอันร้อนแรง มือที่สะละวนไปตามเรือนร่างของหญิงสาว ก่อนจะค่อยๆ ปลดพันธนการออกให้พ้นกาย ชายหนุ่มซุกไซร้ใบหน้าไปตามซอกคอไล่ลงไปจนสุดเนิน์ ความเสียวซ่านทำให้หญิงสาวส่งเสียงครางกระเซ่าในลำคอเบาๆ ร่างกายของคนทั้งสองเบียดเสียดแนบชิดแลกไออุ่นกัน ก่อนจะสุขสมผ่านค่ำคืนแสนอภิรมย์นี้ไปด้วยกันของค่ำคืนนี้
หลังเสร็จสิ้นภารกิจ หญิงสาวได้นอนหลับไปบนเตียงอย่างเหนื่อยอ่อน แต่หมอกไม่ได้รู้สึกอยากจะหลับตาในค่ำคืนนี้เลยแม้แต่น้อย เพราะมีความคิดมากมายในหัวที่ยังรบกวนจิตใจ
เขาเอื้อมมือไปหยิบบุหรี่บนโต๊ะข้างหัวเตียง ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาสูบในทันที เขาเหม่อมองออกไปยังนอกหน้าต่าง พลันหวนคิดถึงความทรงจำในอดีตที่ผ่านมาอีกครั้ง
ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปี ก่อน ครั้งที่หมอกยังคงเป็นักเรียนมัธยมต้น วันนั้นดูเหมือนจะเป็วันธรรมดาที่ไม่ได้มีความพิเศษอะไร ห้องเรียนที่แสนวุ่นวาย เด็กนักเรียนต่างพากันส่งเสียงเจื้อยแจ้วดังไปทั่วห้อง จนครูประจำชั้นต้องถือไม้เรียวมาเคาะเตือนเด็กๆ ให้เบาเสียง
" เอ้า เบาๆ กันหน่อย กลับไปนั่งที่ตัวเองแล้วเงียบกันได้แล้ว เร็วๆ เลยไอ้เ้าพวกนี้นี่ เอะอะโวยวายกันจริงๆ เล๊ย ฉันละปวดหัวกับพวกเธอเหลือเกิน "
ครูประจำชั้นบ่นอุบอิบกับพฤติกรรมลูกศิษย์ของตัวเองอย่างเอือมระอา ก่อนจะเริ่มบทสนทนาที่จริงจังในวันนี้
" เอาล่ะ วันนี้ก่อนเข้าเรียน ครูมีเื่นึงที่อยากจะแจ้งให้ทุกคนทราบก่อน วันนี้ที่ห้องเราจะมีเพื่อนย้ายมาใหม่คนนึงนะ อย่างที่รู้ๆ กันว่าเป็่กลางเทอม จึงเป็เื่ที่ค่อนข้างลำบากในการปรับตัวสำหรับเด็กใหม่ เพราะฉะนั้นครูอยากให้ทุกๆ คนช่วยกันดูแลและแนะนำสิ่งต่างๆ กับเพื่อนด้วยนะ "
" ได้คร้าบบ "
เด็กนักเรียนในห้องต่างพากันตอบรับ หลังจากนั้นครูประจำชั้นจึงได้เชื้อเชิญนักเรียนคนใหม่เข้ามาในห้องเรียนอย่างไม่รอช้า
เด็กหนุ่มผิวขาว หน้าตาเรียบร้อยและดูเป็มิตร เขาส่งรอยยิ้มกว้างพร้อมดวงตาหยีๆ ผ่านกรอบแว่นใส ก่อนจะโค้งตัวเล็กน้อยตามมรรยาท ท่าทางที่ดูเขินอายของเขานั้นช่างดูแตกต่างกับเ้าพวกลิงทะโมนในห้องเรียนเสียเหลือเกิน
" สวัสดีครับ ผมชื่อวายุ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ " เด็กหนุ่มแนะนำตัวพร้อมส่งรอยยิ้มไมตรี
" เอาล่ะ เธอไปนั่งโต๊ะข้างๆ เหมันต์ละกันนะ "
ครูประจำชั้นชี้มายังโต๊ะที่ว่างข้างๆ หมอก ทั้งสองคนส่งยิ้มทักทายให้แก่กัน ก่อนที่ครูจะเริ่มบทเรียนต่อไปอย่างรวดเร็ว
ที่นี่เป็โรงเรียนชายล้วน ทำให้บรรยากาศภายในห้องเรียนค่อนข้างที่จะครึกครื้นและเป็กันเองกับเด็กใหม่อย่างมาก นั่นจึงทำให้เขาปรับตัวได้อย่างง่ายดาย และเริ่มที่จะสนิทกับกลุ่มหมอกมากขึ้นเรื่อยๆ
" ทำไมนายถึงย้ายมากลางเทอมแบบนี้ล่ะวินด์? "
เพื่อนคนนึงเอ่ยถามด้วยความสงสัยใคร่รู้ ระหว่างที่นั่งรับประทานอาหารกลางวันกันอยู่ในโรงอาหารอยู่นั้น
" พ่อฉันเป็ปลัดอำเภอน่ะ เลยได้ย้ายไปทำงานหลายจังหวัดบ่อยๆ " วินด์อธิบาย
" โห งี้นายต้องย้ายตามพ่อแบบนี้ตลอดเลยสิ "
" อื้ม นี่ก็ครั้งที่ห้าแล้วล่ะ "
" อย่างนี้ก็ได้รู้จักสาวๆ เยอะแน่เลยสิ มีแนะนำให้ฉันได้รู้จักสักคนมั้ยเนี่ย "
" ไม่มีหรอก ขอโทษนะ "
" น่าเสียดายชะมัดเลย ได้ย้ายไปหลายๆ ที่ ได้เจอสาวเยอะๆ ถ้าเป็ฉันนะจะตามจีบให้ครบทุกโรงเรียนเลย เชื่อสิ "
" โชคดีของสาวๆ ที่ไม่ต้องเจอคนแบบนายนะเนี่ย " เพื่อนคนนึงแซวขึ้นมา
" ฉันมันเป็คนยังไงวะ ห๊ะ!! "
วงสนทนาเริ่มคึกคักไปด้วยเสียงหัวเราะและการหยอกล้อในหมู่เพื่อนสนิท วินด์ที่เห็นบรรยากาศแบบนี้อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ แต่ว่าบนใบหน้าที่กำลังยิ้มแย้มนั้น กลับแฝงไปด้วยความกังวลจนหมอกสังเกตุได้
" นายจะอยู่ที่นี่นานเท่าไหร่ล่ะ? "
หมอกเอ่ยถามขึ้น ขณะที่พวกเขาพากันเดินเล่นที่ริมทะเลหลังเลิกเรียนในตอนเย็น
ซึ่งทางกลับบ้านของคนทั้งคู่อยู่ทางเดียวกัน และระหว่างทางจะผ่านทะเล ทำให้ทั้งสองคนมักจะแวะมาเที่ยวเล่นอยู่ที่นี่กันเป็ประจำ
วันนี้ก็เช่นกันที่หมอกและวินด์มานั่งรับลมทะเลในตอนเย็นพร้อมบอกเล่าเื่ราวในแต่ละวันสู่กันฟังตามปกติ
" ไม่รู้สิ อาจจะอีกสักหกเดือน หนึ่งปี หรือสองปี เื่นี้ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่อย่างเดียวเลย "
" ลำบากเหมือนกันนะ "
" อืม เพราะงั้นตลอดเวลาฉันถึงไม่มีเพื่อนสนิทเลยไงล่ะ เพราะว่าต้องย้ายโรงเรียนบ่อยๆ ทำให้พอจะเริ่มสนิทกับใครก็ต้องจากกันไป แย่ชะมัด "
" พวกผู้ใหญ่ก็เป็แบบนี้หล่ะ คิดถึงแต่ตัวเอง มองแต่เื่ของตัวเองโดยที่ไม่ได้สนใจความรู้สึกของคนอื่นเลย อ้างว่าทำเพื่อครอบครัว แต่สุดท้ายก็แค่เห็นแก่ตัวของตัวเองเท่านั้น "
" อืม นั่นสินะ แต่ว่า มันก็ทำให้ฉันได้มาอยู่ที่นี่นี่นา ฉันชอบที่นี่นะ ถ้าเป็ไปได้ ฉันอยากใช้ชีวิตที่นี่จริงๆ นะ "
วินด์ส่งยิ้มบาง แต่หมอกยังคงรับรู้ถึงความกังวลใจที่อยู่ข้างในภายในจิตใจลึกๆ ของวินด์ได้เป็อย่างดี
เพราะว่าเขารู้ดีว่าไม่ช้าไม่นาน ตัวเองอาจจะต้องย้ายที่อยู่ตามครอบครัว และนั่นอาจทำให้เขาไม่สามารถที่จะใช้ชีวิตอย่างที่ใฝ่ฝันเอาไว้ได้
เสียงคลื่นทะเลที่ซัดสาดกระทบเข้ามายังชายฝั่ง ราวกับเป็การกระซิบให้กำลังใจเพื่อที่จะลุกขึ้นสู้ต่อ แม้ว่าอนาคตอาจเป็สิ่งที่ไม่แน่นอน ไม่มีอะไรที่จะการันตีได้ดั่งใจหวัง แต่่เวลา ณ ปัจจุบันนี้ต่างหาก คือ่เวลาที่ดีที่สุดที่ควรเก็บรักษาให้ดีมากกว่าการกังวลกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นในอนาคต
จู่ๆ หมอกลุกขึ้นยืนทันทีหลังจากที่ทั้งคู่ตกอยู่ในภวังค์แห่งความคิดกันมาสักพักใหญ่
" ไปเล่นน้ำกันเหอะ "
หมอกเอ่ยชวนคนตรงหน้า แต่วินด์ที่ยังคงงุนงงกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วนั้น วินด์มองหน้าหมอกตาปริบๆ ขณะที่ภายในหัวกำลังประมวลข้อมูลเพื่อตามให้ทัน
" มาเหอะน่า เร็ว!! "
" เฮ้ย เดี๋ยวก่อน!! "
หมอกไม่สนใจเสียงคำทัดทานของวินด์แม้แต่น้อย เขาลากวินด์เดินตรงไปในทะเลทันที อันที่จริงต้องเรียกว่าถูลู่ถูกังเสียมากกว่า
ทั้งคู่พากันเล่นน้ำทะเลกันอย่างสนุกสนาน จนลืมเื่ทุกข์ใจกันไปจนหมดสิ้น สายสัมพันธ์ของทั้งสองเริ่มมีมากขึ้นจนกลายเป็ความผูกพันธ์ที่ไม่ทันรู้ตัว
เสียงหัวเราะและภาพแห่งความสุขยังคงย้ำเตือนอยู่ในความทรงจำของหมอกไม่เสื่อมคลาย