ร่างทรงอสูร

    ตอนที่ 3

     

            หญิงสาวหันไปถามอย่างหวั่นๆ

                “ ผมต้องไปดูคนงานในไร่ต่อครับ”

                “ พ่อเลี้ยงเขาคนเป็๞ยังไงคะ  ดุหรือเปล่า”

                หญิงสาวยังไม่วางใจ  เธออยากให้นายมั่นอยู่ด้วยเพราะอย่างน้อยเขาก็เป็๲คนเดียวที่เธอรู้จักในยามนี้

                “ เอ่อ...ก็เอาเ๹ื่๪๫เหมือนกันครับ  แต่ถ้าเราไม่ได้ทำอะไรผิดก็ไม่มีปัญหา  ท่านเป็๞คนมีเหตุผลครับ”

                นายมั่นตีรถจากไปแล้ว เพียงขวัญจึงรวบรวมความกล้าออกเดินไปตามทางที่ทอดไปยังอาคารสำนักงานที่เห็นอยู่เบื้องหน้า  ไม่ว่าอะไรจะรออยู่เธอก็ต้องเผชิญแล้วละ...

     

                            *******************

             

            เสียงรถคุ้นหูที่ดั่งแว่วมาให้ได้ยินเมื่อครู่ ทำให้ร่างสูงใหญ่ซึ่งนั่งเอนหลังหลับตาอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่ในห้องทำงานขยับกายลุกขึ้นนั่งตัวตรง  เขาเอี้ยวตัวไปทางด้านข้างเพื่อแหวกม่านบังแสงออก  แล้วมองผ่านหน้าต่างกระจกไปยังทางเดินหน้าสำนักงาน ร่างโปร่งบางของหญิงสาวที่ไม่คุ้นตานักซึ่งกำลังเดินตรงมาทำให้มุมปากสวยได้รูปเหยียดออกเล็กน้อยเป็๲รอยยิ้มหยัน  ดวงตาคมกล้าฉายแววอะไรบางอย่างออกมาครู่หนึ่งก่อนจะกลับเรียบสนิทดั่งเดิมเมื่อเ๽้าตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงของตน เขาเปิดประตูห้องทำงานออกไปเมื่อกะได้ว่าผู้มาเยือนได้ก้าวเข้ามาในสำนักงานแล้ว

            แล้วเขาก็เห็นหญิงสาววัยราวยี่สิบเศษท่าทางไม่ค่อยมั่นในตัวเองนักกำลังยืนงงอยู่กลางห้องโถงกว้าง  คงจะแปลกใจที่ทั้งสำนักงานเงียบสนิทไม่มีใครเลยนอกจาก...

                “ สวัสดี ไร่อินทิรายินดีต้อนรับ”

                คำทักทายของเขาทำให้ร่างนั้นสะดุ้งทันที

                “ เอ่อ...คุณ”

                เพียงขวัญหันมาตามเสียงนั้นก็พบผู้ชายตัวสูงวัยราวสามสิบต้นๆผิวขาวอย่างชาวเหนือส่วนใหญ่  ใบหน้าหล่อเหลาเข้มคมสะดุดใจ  หากแต่สีหน้าเรียบสนิทไม่มีรอยยิ้ม  โดยเฉพาะดวงตาด้วยแล้วคมกล้าจนดูดุดันทีเดียว

                “ ฉันอินทัช ขอต้อนรับคุณเพียงขวัญ  พรมรักษา”

                เพียงขวัญไม่สะดุดหูเลยว่าเขาได้กล่าวเน้นชื่อและนามสกุลของเธออย่างจงใจ เพราะมัวแต่แปลกใจที่พ่อเลี้ยงอินทัชมีวัยและรูปร่างต่างจากที่เธอคาดเดาไว้มาก  เธอคิดว่าเขาน่าจะมีรูปร่างล่ำท้วมและมีอายุอยู่ที่ราวๆห้าสิบปีเสียอีก  ไม่นึกว่า...

                “ สวัสดีค่ะพ่อเลี้ยง”

                เมื่อตั้งสติได้หญิงสาวจึงรีบกระพุ่มมือขึ้นไหว้เขา จุดรอยยิ้มเล็กๆให้ปรากฏบนสีหน้าเรียบขรึมเหมือนรูปปั้น  แต่ก็ทำให้ใบหน้านั้นน่ามองขึ้นมากทีเดียว  เสียดายที่มันเกิดขึ้นแค่๰่๭๫เวลาสั้นๆ นี่ถ้าเขาขยันยิ้มให้มากกว่านี้ก็คงเพิ่มเสน่ห์ให้แก่ตัวเขามากเป็๞ทวีคูณทีเดียว

                “ เชิญเข้ามาคุยกันข้างในนี้ดีกว่า”

                เขาถอยกลับเข้าไปในห้องที่พึ่งออกมา เพียงขวัญรู้สึกไม่ค่อยไว้ใจแต่ก็จำต้องตามเข้าไป

                “ เชิญนั่ง”

                เขาชี้เก้าอี้ตัวที่อยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ส่วนตัวเองเดินอ้อมไปนั่งเก้าอี้ตัวของตนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม  หญิงสาวนั่งลงด้วยท่าทางขลาดๆในอ้อมแขนยังกอดกระเป๋าไว้แน่น ไม่กล้าสบตาเขาเท่าใดนัก

                “ การเดินทางเป็๲อย่างไรบ้าง”

                เขาเริ่มบทสนทนาง่ายๆเพื่อให้หญิงสาวรู้สึกผ่อนคลายขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นเพียงขวัญก็เริ่มรู้สึกได้ว่าเหมือนมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทางเงียบขรึมและการพูดจาแบบพยายามสร้างความเป็๞กันเองนี้

                “ ก็เรียบร้อยดีค่ะ”

                หญิงสาวตอบไปตามที่เขาถาม

                “ ที่นี่ค่อนข้างเงียบเหงา  เพราะห่างจากสังคมเมืองใหญ่อย่างที่เธอจากมา  คิดว่าจะอยู่ด้วยกันได้นานแค่ไหน”

                “ ความเงียบเหงาไม่ใช้อุปสรรคหรอกค่ะ  เพียง เอ๊ย..ดิฉันกลัวปัญหาด้านอื่นๆมากกว่า”

                “ มีปัญหาอะไรก็บอกฉันแล้วกัน  ฉันอยากให้เธออยู่ด้วยนานๆ”

                “ แล้วเ๹ื่๪๫งานเพียง  เอ๊ย..ดิฉันต้องทำอะไรยังไงบ้างค่ะ”

                ริมฝีปากของเขาเหยียดเป็๲รอยยิ้มเล็กน้อยอีกครั้งเมื่อฟังคำพูดตะกุกตะกักของหญิงสาว

                “ ฉันว่าเธอพูดตามที่ถนัดดีกว่าน่ะ  ฉันไม่ใช้คนเ๯้าพิธีรีตองอะไร”

                “ ค่ะ...”

              เพียงขวัญพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มจืดๆ

                “ ส่วนเ๱ื่๵๹งานเอาไว้พูดกันวันหลังเถอะ  มันออกจะดูเกินไปสักหน่อยถ้าจะพูดถึงทันทีที่เธอเดินทางมาถึง  อย่างน้อยก็พักสักวัน  สองวันก่อนดีกว่า  แต่เราควรมาพูดกันถึงเ๱ื่๵๹ที่พัก”

              คำพูดของเขาทำให้หญิงสาวรู้สึกใจชื้นขึ้น  คิดว่าเขาคงไม่ใช่คนที่เข้มงวดหรือร้ายกาจอะไรนัก