บทที่ 3 แปดวิธีจัดเส้นเอ็น
บรรยากาศภายในห้องประชุมแพทย์ตกอยู่ในความเงียบงัน มวลอากาศขรึมขลัง ทุกสายตาต่างจดจ้องไปที่กัวเหวินยวนเพื่อรอคอยคำอธิบายที่จะช่วยไขข้อสงสัยในใจ
ขณะเดียวกัน ภายในห้องสังเกตการณ์ เริ่นไห่เฉียงเผยยิ้มละไมก่อนจะเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นว่า “มีใครมีความคิดเห็นอะไรเกี่ยวกับเื่นี้บ้างไหม? ถ้ามีก็ลองพูดออกมาได้เลย”
ห้องสังเกตการณ์แห่งนี้ถูกออกแบบให้มองเห็นสถานการณ์ภายในห้องประชุมแพทย์ได้อย่างชัดเจน และสามารถได้ยินเสียงสนทนาผ่านระบบขยายเสียงได้ในบางจังหวะ
ทว่า ในทางกลับกัน คนในห้องประชุมจะไม่ได้ยินเสียงจากห้องสังเกตการณ์เลย การที่เริ่นไห่เฉียงตั้งคำถามเช่นนี้จึงเป็เสมือนการทดสอบอย่างไม่เป็ทางการ เพื่อลับคมความคิดให้บุคลากรทางการแพทย์ได้พัฒนาและเติบโตขึ้น
ทุกคนต่างมองหน้ากันด้วยความลังเลใจ เพราะในความเป็จริงแล้ว เวชระเบียนฉบับนี้มีความซับซ้อนเกินกว่าที่คนส่วนใหญ่ในห้องสังเกตการณ์จะประเมินได้ โดยเฉพาะเหล่านักศึกษาแพทย์ฝึกงาน ซึ่งส่วนใหญ่ยังจมอยู่กับตำราทฤษฎีและแทบไม่มีประสบการณ์จริง แม้แต่โรคหวัดหรือไข้ธรรมดาก็อาจจะยังรักษาได้ไม่คล่องแคล่ว แล้วจะให้จัดการกับเคสที่วิกฤตและซับซ้อนขนาดนี้ได้อย่างไร
ความเงียบปกคลุมห้องสังเกตการณ์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่แพทย์เฉพาะทางคนหนึ่งจะตัดสินใจเอ่ยขึ้นโดยมุ่งประเด็นไปที่ปริมาณรากโบตั๋นแดงที่กัวเหวินยวนปรับเปลี่ยน “รากโบตั๋นแดงมีสรรพคุณช่วยลดความร้อน ขจัดเืคั่ง และบรรเทาอาการปวด ซึ่งตรงกับอาการของผู้ป่วย แต่รากโบตั๋นแดงยังมีฤทธิ์ยับยั้งการรวมตัวของเกล็ดเืด้วย หากนำมาใช้ในปริมาณมหาศาลขนาดนี้...”
เมื่อพูดถึงจุดนี้ แพทย์เฉพาะทางคนนั้นก็รีบหุบปากลงทันที เนื่องจากปัจจุบันแพทย์แผนจีนส่วนใหญ่ต่างมีความรู้พื้นฐานทางการแพทย์ตะวันตกร่วมด้วย เช่น การทราบว่ารากโบตั๋นแดงมีฤทธิ์ยับยั้งการรวมตัวของเกล็ดเื ซึ่งเป็คำศัพท์ทางการแพทย์ตะวันตกที่แพทย์แผนจีนดั้งเดิมไม่ได้ใช้ ทุกคนต่างทราบดีว่า เกล็ดเืมีหน้าที่สำคัญในการช่วยให้เืแข็งตัว หากมีปริมาณน้อยเกินไปย่อมเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเืออกภายในอย่างรุนแรง
สิ่งที่แพทย์เฉพาะทาง้าสื่อนั้นชัดเจน ทว่า เขากลับหยุดพูดกลางคันเพราะสูตรยานี้เป็ดุลยพินิจของกัวเหวินยวน แล้วกัวเหวินยวนคือใครกัน? เขาคือผู้มีอำนาจสูงสุด และเป็เสาหลักของโรงพยาบาลแพทย์แผนจีนเจียงโจว การจะตั้งคำถามหรือแสดงความสงสัยในตัวกัวเหวินยวนนั้น แพทย์เฉพาะทางคนนี้ยังไม่มีความกล้าเพียงพอ
ในวงการแพทย์ ลำดับชั้นมีความเข้มงวดอย่างยิ่ง มีการจัดเรียงอำนาจจากล่างขึ้นบนอย่างชัดเจน เมื่อนักศึกษาแพทย์ฝึกงานพบแพทย์ประจำบ้านต้องเรียกว่าอาจารย์ ส่วนแพทย์ประจำบ้านเมื่อพบแพทย์เฉพาะทางก็ต้องแสดงความเคารพอย่างสูง
สำหรับตำแหน่งของกัวเหวินยวนนั้น เขาอยู่เหนือกว่าหัวหน้าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญขึ้นไปอีกหลายระดับ จนไม่สามารถใช้ตำแหน่งทางวิชาชีพปกติมาเทียบเคียงได้อีกต่อไป
หากจะเปรียบให้เห็นภาพ กัวเหวินยวนก็เปรียบเสมือนผู้เล่นระดับ 'าา' ส่วนแพทย์เฉพาะทางเป็เพียงระดับ 'ทองคำ' เท่านั้น การที่ระดับทองคำจะลุกขึ้นตั้งคำถามกับระดับาา หากเื่นี้แพร่ออกไปคนอื่นจะคิดเห็นอย่างไร?
เมื่อแพทย์เฉพาะทางคนนั้นเงียบเสียงลง ห้องสังเกตการณ์ก็กลับคืนสู่ความสงัดอีกครั้ง
เริ่นไห่เฉียงกวาดสายตามองไปรอบห้อง “ยังมีใครมีความคิดเห็นอื่นอีกไหม? พูดออกมาได้เต็มที่เลยนะ เพราะเคสนี้พวกเธอไม่ต้องเป็คนลงมือรักษาเอง ถึงจะวิเคราะห์ผิดพลาดไปก็ไม่เป็ไร”
“ผมขออนุญาตลองพูดสักหน่อยได้ไหมครับ?” ฟางหานลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางนอบน้อมปนเขินอายเล็กน้อย ท่ามกลางแพทย์เฉพาะทางผู้เชี่ยวชาญมากมาย การที่นักศึกษาแพทย์ฝึกงานอย่างเขาจะเสนอความคิดเห็นย่อมเป็ที่ถูกจับตามอง แต่หากไม่ยอมเอ่ยปากตอนนี้ โอกาสทองในการพิสูจน์ความสามารถคงหลุดลอยไปอย่างน่าเสียดาย ในใจของเขาเริ่มสื่อสารกับระบบทันที
'แลกเปลี่ยนการวิเคราะห์เวชระเบียนขั้นกลางชั่วคราว'
“พูดมาได้เลย” เริ่นไห่เฉียงส่งยิ้มให้ฟางหานอย่างเป็กันเอง เขาจำชายหนุ่มคนนี้ได้ และรู้สึกประทับใจในตัวอีกฝ่ายไม่น้อย
“ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาตแสดงความเห็นตามที่เข้าใจนะครับ หากมีสิ่งใดไม่ถูกต้อง ขอความกรุณาอาจารย์ทุกท่านช่วยชี้แนะด้วยครับ...” ฟางหานเอ่ยอย่างถ่อมตัวก่อนจะเริ่มวิเคราะห์
“จากสถานการณ์ที่รองหัวหน้าแผนกฉินเว่ยหัวได้อธิบายไว้ สามารถสรุปได้ว่า อาการของผู้ป่วยเกิดจากพิษร้อนเข้าจู่โจมร่างกาย ทำให้การไหลเวียนของเืลมติดขัด และมีความร้อนชื้นสะสมจนแผ่กระจายออกมาสู่ภายนอก จึงส่งผลให้ิัของผู้ป่วยกลายเป็สีเหลืองเข้ม ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มโรคดีซ่านเฉียบพลัน ดังนั้นแนวทางการรักษาควรมุ่งเน้นไปที่การกระตุ้นเื ขจัดเืคั่ง ระบายความชื้น และขจัดพิษร้อนเป็หลักครับ
ตำรับยาเสี่ยวไฉหูมีสรรพคุณช่วยขจัดพิษร้อน ซึ่งตรงกับสภาวะพิษร้อนของผู้ป่วย ส่วนตำรับยาอินเฉินเฮาช่วยระบายความชื้นและลดความร้อนซึ่งตรงกับความชื้นร้อนที่สะสมอยู่... ขณะที่รากโบตั๋นแดงจะช่วยระบายความร้อน ขจัดเืคั่ง และบรรเทาอาการปวด ซึ่งจะเข้าไปแก้ภาวะเืคั่งของผู้ป่วยได้โดยตรงครับ”
ทันทีที่ฟางหานเริ่มอธิบาย ทุกคนในห้องต่างตกตะลึงจนตาค้าง นี่คือการพูด 'ตามที่เข้าใจ' จริง ๆ เหรอ? เพียงแค่ความเห็นเบื้องต้นยังเชี่ยวชาญและลึกซึ้งถึงเพียงนี้ หากเขาตั้งใจวิเคราะห์อย่างจริงจังคนอื่นจะมีที่ยืนได้อย่างไร
ฟางหานไม่ได้สนใจสายตาที่จ้องมองมา เขาพูดต่อไปว่า “ส่วนประเด็นที่ว่า รากโบตั๋นแดงมีฤทธิ์ยับยั้งการรวมตัวของเกล็ดเื จนอาจเสี่ยงต่อการเกิดเืออกภายในอย่างกว้างขวางหรือไม่นั้น...”
ทุกคนในห้องสังเกตการณ์ต่างนิ่งเงียบรอฟังคำตอบจากปากของเขา
ฟางหานกวาดสายตามองรอบห้องแล้วกล่าวต่อ “ความเป็ไปได้ย่อมมีอยู่จริงครับ แต่การพิจารณาโรคต้องมองจากภาพรวมเป็สำคัญ ในขณะนี้อาการของผู้ป่วยอยู่ในขั้นวิกฤต โรคดำเนินไปอย่างฉับพลันและเป็อันตรายถึงชีวิต การใช้ยาของแพทย์จึงเปรียบเสมือนการเคลื่อนทัพของแม่ทัพ ซึ่งความรวดเร็วและเด็ดขาดคือหัวใจสำคัญ หากใช้ยาในปริมาณปกติแล้วไม่ได้ผลทันท่วงที ก็มีโอกาสสูงที่จะพลาดโอกาสทองในการรักษาไป อีกทั้งในบันทึกการรักษาของแพทย์แผนจีนสมัยใหม่ ก็เคยมีการใช้รากโบตั๋นแดงในปริมาณมากมาแล้วเช่นกัน อาจารย์แพทย์ระดับประเทศอย่างหวังเหล่าและวังหยุนเฉิง ต่างก็มีแิว่า ต้องใช้รากโบตั๋นแดงในปริมาณมาก เพื่อขจัดเืคั่งและสยบพิษร้อนในกรณีวิกฤตครับ”
ในขณะนั้นเอง ภายในห้องประชุมแพทย์ กัวเหวินยวนก็ค่อย ๆ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวาน “การรักษาคนไข้ก็เหมือนการใช้ทหาร แก่นแท้คือความรวดเร็ว หากพลาดโอกาสไป อาจทำให้ทุกอย่างพังทลายได้ ตอนนี้อาการของผู้ป่วยเร่งด่วนถึงขีดสุด ความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อยย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขอให้เ้าหน้าที่อธิบายเื่นี้ให้ญาติผู้ป่วยเข้าใจ และเซ็นยินยอมด้วย”
“โอ้โห...”
เสียงอุทานด้วยความทึ่งดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน หลายคนจ้องมองฟางหานด้วยความรู้สึกอัศจรรย์ใจ ทันทีที่ฟางหานพูดจบ กัวเหวินยวนในห้องประชุมก็เอ่ยคำพูดที่มีเนื้อหาคล้ายคลึงกับสิ่งที่ฟางหานเพิ่งพูดออกมาเกือบทุกประการ
หลายคนเบิกตากว้างด้วยความสงสัยว่าเป็ไปได้อย่างไร แพทย์เฉพาะทางบางคนถึงกับจ้องมองไปที่อกเสื้อของฟางหาน แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า ไร้ป้ายชื่อ เป็เอกลักษณ์ของนักศึกษาแพทย์ฝึกงานจริง ๆ แต่นี่คือความสามารถของนักศึกษาฝึกงานแน่เหรอ?
นักศึกษาคนไหนจะมีความรู้เฉียบคมขนาดนี้ หรือว่าเขาเป็ลูกศิษย์ลับ ๆ ของยอดฝีมือระดับชาติท่านใดกันแน่? ั้แ่เมื่อไหร่กัน ที่นักศึกษาแพทย์ฝึกงานเก่งกาจได้ถึงเพียงนี้?
สำหรับนักศึกษาแพทย์ฝึกงานคนอื่น ๆ ที่ร่วมสังเกตการณ์ ความรู้สึกในใจของพวกเขายิ่งซับซ้อนมากขึ้น ฟางหานโดดเด่นเกินไป ในการปรึกษาเคสที่มีแต่ผู้เชี่ยวชาญเขา กลับมีความคิดเห็นที่ถูกต้องแม่นยำ และได้รับการยืนยันโดยคำอธิบายของกัวเหวินยวน ทุกคนทราบดีว่า แม้ตอนนี้แพทย์ในห้องประชุมจะไม่ไม่ได้ยินเสียงของฟางหาน แต่ในห้องสังเกตการณ์มีการบันทึกทั้งภาพและเสียงเอาไว้ทั้งหมด
ในเวลานี้ ฟางหานรู้สึกยินดีเป็อย่างมาก เมื่อระบบแจ้งเตือนขึ้นว่า
[ได้รับแต้มความชอบ...+162]
แต้มที่เพิ่มขึ้นถึง 162 แต้ม ถือเป็รางวัลที่คุ้มค่ามหาศาล ฟางหานเริ่มจับจุดได้แล้วว่า แต้มความชอบจะนับตามจำนวนคน โดยแต่ละคนจะให้แต้มได้เพียงครั้งเดียวต่อเหตุการณ์ ทว่า หากมีผู้ที่มีตำแหน่งทางวิชาชีพสูงกว่าอยู่ด้วย แต้มที่ได้รับก็จะทวีคูณขึ้น การได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญจึงเปรียบเสมือนการล่ามอนสเตอร์ระดับสูง ที่ให้ค่าประสบการณ์มากกว่าปกติ วันนี้ในห้องสังเกตการณ์มีแพทย์เฉพาะทางอยู่หลายคน สำหรับนักศึกษาฝึกงานอย่างฟางหานแล้ว พวกเขาคือแหล่งแต้มชั้นดี
ขณะที่ฟางหานกำลังดื่มด่ำกับความสำเร็จ เสียงจากระบบก็ดังขึ้นในห้วงความคิดอีกครั้ง
[ติ๊ง...ได้รับการยอมรับจากบุคลากรการแพทย์ระดับสูงเป็ครั้งแรก มอบรางวัลทักษะพื้นฐานแพทย์แผนจีนถาวร 'แปดวิธีจัดเส้นเอ็น' (ขั้นสูง)]
“แปดวิธีจัดเส้นเอ็น? แบบถาวร? แถมยังเป็ขั้นสูงอีกด้วย?”
ฟางหานรู้สึกใและตื่นเต้นอย่างยิ่ง เขาไม่คาดคิดว่าระบบจะมีรางวัลพิเศษเช่นนี้ด้วย ไม่ว่าจะเป็ทักษะพื้นฐานแพทย์แผนจีน หรือเทคโนโลยีเหมาะสมทางการแพทย์แผนจีน ล้วนเป็รากฐานการรักษาดั้งเดิมที่ประกอบด้วยการฝังเข็ม การรมยา ศาสตร์การนวด (ทักษะมือ) การรักษาภายนอก การรับประทานยา และการปรุงยา
การฝังเข็มและการรมยามีความละเอียดอ่อนมาก แม้แต่ยอดฝีมือระดับประเทศก็ใช่ว่าจะเชี่ยวชาญถึงขั้นปรมาจารย์ได้ทุกคน ส่วนศาสตร์การนวดเป็ทักษะพื้นฐานที่นักศึกษาแพทย์แผนจีนแทบทุกคน ต้องรู้ติดตัวอย่างน้อยหนึ่งหรือสองท่า
ทว่า ผู้ที่เข้าใจแก่นแท้ย่อมทราบดีว่า แพทย์แผนจีนไม่ได้มีเพียงสูตรยา แต่ยังมีวิธีการรักษาที่สำคัญยิ่งด้วย สูตรยาเปรียบเสมือนตำรา แต่หากวิธีการใช้ไม่เหมาะสม ผลลัพธ์ย่อมผิดเพี้ยนไป บางครั้งแม้สูตรยาจะถูกต้อง แต่หากใช้วิธีการรักษาผิดพลาด ก็ไม่สามารถเยียวยาผู้ป่วยให้หายขาดได้
วิธีการรักษาของแพทย์แผนจีนครอบคลุมทั้งการฝังเข็ม การนวด การครอบแก้ว การกัวซา การใช้ยาภายนอก ไปจนถึงการปรุงยา และแปดวิธีจัดเส้นเอ็นก็เป็หนึ่งในทักษะการนวด หรือหมวดหมู่ทักษะการใช้มือที่ทรงประสิทธิภาพยิ่ง
เมื่อการแจ้งเตือนสิ้นสุดลง ฟางหานรู้สึกราวกับมีกระแสความรู้มหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่สมองและร่างกาย พละกำลังและความคล่องแคล่วถูกถ่ายทอดไปยังมือทั้งสองข้างของเขาอย่างชัดเจน เขาขยับมือทดลองทำท่าทางต่าง ๆ ทั้งท่ากด ท่าคลึง ท่าผลัก ท่ากลิ้ง ท่าสับ ท่าทุบ ท่าหมุน ท่าเขย่า ทุกท่วงท่าลื่นไหลแม่นยำราวกับเขาได้ผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชนนับครั้งไม่ถ้วน
แพทย์แผนจีนคือศาสตร์ที่ต้องอาศัยประสบการณ์ยาวนาน การวินิจฉัยหรือทักษะมือนั้นไม่อาจเกิดขึ้นได้ในชั่วข้ามคืน เช่น การฝังเข็มต่อให้มีพร์เพียงใด หากขาดการฝึกปรือที่เพียงพอก็ไม่มีทางเข้าถึงระดับผู้เชี่ยวชาญได้
ในระดับหนึ่ง แพทย์แผนจีนจึง้าความชำนาญจากการปฏิบัติซ้ำ ๆ
ทว่า ในชั่วพริบตาเมื่อครู่นี้ ฟางหานกลับรู้สึกเหมือนตนเองมีประสบการณ์ของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการนวดมาหลายสิบปี ซึ่งจำกัดอยู่เพียงในทักษะแปดวิธีจัดเส้นเอ็นเท่านั้น
ในห้องประชุมแพทย์ ผู้ร่วมประชุมเริ่มทยอยเดินออกไปหมดแล้ว ส่วนแพทย์เฉพาะทางและแพทย์ประจำบ้านในห้องสังเกตการณ์ ก็ลุกขึ้นเดินออกไปเช่นกัน
เริ่นไห่เฉียงเหลือบมองนาฬิกาข้อมือแล้วเอ่ยขึ้นว่า “เวลาล่วงเลยมาพอสมควรแล้ว ทุกคนไปพักทานอาหารกลางวันกันเถอะ ่บ่ายเราจะไปทำความคุ้นเคยกับแต่ละแผนก โดยเริ่มจากแผนกฝังเข็มและนวดทุยหนาก่อน จากนั้นจึงค่อยไปที่แผนกฟื้นฟูสุขภาพ พวกเธอจะมีเวลาสามวันในการทำความคุ้นเคยกับระบบงานของแผนกต่าง ๆ ก่อนจะเริ่มดำเนินการหมุนเวียนแผนกอย่างเป็ทางการ”
“แผนกฝังเข็มและนวดทุยหนาเหรอ?” ฟางหานรำพึงกับตนเองด้วยความตื่นเต้น เขาแทบรอไม่ไหวที่จะได้ทดสอบทักษะแปดวิธีจัดเส้นเอ็นที่เพิ่งได้รับมาในสถานการณ์จริงดูสักครั้ง