8
หากไม่ยอมตื่นก็อยู่ที่นี่ไปละกัน
วันต่อมา ยามเฉิน[1]
“ตื่นได้แล้ว” หานิเทียนที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้วเอ่ยเรียกฮูหยินในนามของตนซึ่งกำลังนอนหลับสบายอยู่บนเตียง
“งืม…ขออีกห้านาทีนะเ้าคะ” จีลู่ฟางพึมพำออกมาพร้อมกับยิ้มบางๆเตียงของสกุลจีว่านอนสบายแล้วนะ แต่เตียงของที่นี่นอนสบายกว่าอีก
“หากเ้าไม่ตื่นก็อยู่ที่นี่ไปละกัน เพราะข้าจะกลับเข้าเมืองจินหลิงแล้ว!”กล่าวเพียงแค่นั้น หานิเทียนก็ออกไปข้างนอกห้องหอทันทีระหว่างทางบังเอิญเจอกับเว่ยถิงที่กำลังจะเข้าไปดูคุณหนูของตนพอดี
“คารวะคุณชายหานเ้าค่ะ” เว่ยถิงกล่าวพลางทำความเคารพบุรุษตรงหน้าก่อนจะเอ่ยแนะนำตัว
“ข้าชื่อเว่ยถิง เป็สาวใช้ประจำตัวของคุณหนูจี…” ไม่ทันที่จะพูดจบประโยคก็ถูกหานิเทียนตัดบทด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ไปปลุกคุณหนูของเ้าด้วย บอกนางว่าข้าจะนั่งจิบชารออยู่ในเรือนของท่านพ่อข้าให้เวลาหนึ่งเค่อ[2]ครึ่ง หากนางไม่มาขึ้นรถม้าข้าจะสั่งให้คนขับออกรถกลับเข้าไปในเมืองจินหลิงทันทีโดยไม่มีการรั้งรอเพราะแค่นี้ก็สายมากแล้ว!”
“จะ...เ้าค่ะ!” เว่ยถิงรับคำด้วยน้ำเสียงละล่ำละลักแล้วรีบตรงเข้าไปหาจีลู่ฟางทันที เมื่อพบร่างของคุณหนูซึ่งอยู่ในอาภรณ์แต่งงานสีแดงเทอะทะที่ไม่มีแม้แต่ร่องรอยการถอดนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผู้เป็สาวใช้จึงเอ่ยว่า
“คุณหนูเ้าคะ! ตื่นได้แล้วเ้าค่ะ!” ขณะเดียวกันอีกใจก็เผลอนึกวิจารณ์ถึงรสนิยมของคุณชายใหญ่ตระกูลหานนี่เขาเป็พวกสนใจแต่ท่อนล่างหรืออย่างไร ยังดีที่ถอดผ้าคลุมหน้าออกให้ มิเช่นนั้นคุณหนูของนางคงขาดอากาศหายใจตายแน่นอน…
โธ่…คุณหนูของเว่ยถิง แล้วใจคอคุณชายผู้นั้นจะไม่ให้คุณหนูได้พักเลยหรือเ้าคะพลางนึกเคืองแทนผู้เป็นาย
เห็นคุณหนูลู่ฟางของข้าหลับเป็ตายขนาดนี้ยังจะให้ข้ามาปลุกอีก
“คุณหนูเ้าคะ!”
“คุณหนูเ้าคะ!!”
“คุณหนูเ้าคะ!!!” หลังจากไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองเว่ยถิงจึงเอ่ยเรียกจีลู่ฟางด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นและดังขึ้นทั้งยังตรงเข้าไปเขย่าตัวอีกฝ่าย เพราะตอนนี้เวลาก็เริ่มเดินถอยหลังลงไปทุกทีและดูจากท่าทางขึงขังเมื่อครู่แล้ว หากคุณหนูยังชักช้าต้องถูกทิ้งไว้ที่นี่แน่ๆ
ในเมื่อคุณหนูแต่งเข้ามาเป็ฮูหยินของคุณชายใหญ่เช่นนั้นก็ต้องไปอยู่กับคุณชายใหญ่สิ!!
“หืม?” จีลู่ฟางพึมพำออกมาอย่างคนสะลึมสะลือพลางยกสองแขนขึ้นบิดี้เีแล้วลุกขึ้นมาด้วยท่าทางงัวเงีย
“อะไรหรือเว่ยถิง?”
“คุณชายหานบอกว่าให้เวลาคุณหนูหนึ่งเค่อครึ่งเ้าค่ะ! หากคุณหนูยังแต่งตัวไม่เสร็จเขาจะทิ้งคุณหนูไว้ที่นี่!! เอ่อ…มาถึงตอนนี้ก็น่าจะเหลือหนึ่งเค่อแล้วเ้าค่ะ”
“หะ…หา!!?” จีลู่ฟางรีบลุกจากเตียงแล้วไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์ทันทีในใจก็ก่นด่าหานิเทียนไปด้วย
บุรุษใจร้ายใจดำ!
จะว่าไป…เมื่อวานข้ากับเขาก็ไม่ได้มีอะไรเกินเลยกันสินะ…
หึใช่!นอกจากไม่มีแล้วเขายังว่าข้าเป็คนไม่มีค่าอีกต่างหาก!
“อรุณสวัสดิ์ลูกสะใภ้ที่รัก” เม่ยไป๋หลันเอ่ยยิ้มๆเมื่อเห็นร่างโงนเงนในอาภรณ์สีม่วงอ่อนของจีลู่ฟางเดินเข้ามา พลางพยักพเยิดมาทางหานิเทียนให้เข้าไปประคองฮูหยินของตนร่างสูงจึงวางจอกชาในมือลง ก่อนจะเดินไปหาจีลู่ฟางแล้วใช้มือข้างหนึ่งโอบเอวอีกข้างจับจูงนางมานั่งร่วมโต๊ะกับเขาและผู้เป็มารดา
นี่เรียกว่าโอบหรือแตะมิทราบ!?
ด้วยความหมั่นไส้นางจึงแสร้งปล่อยตัวให้ล้มลงไปกับพื้นแล้วก็เป็ดังคาด หานิเทียนรีบคว้าตัวนางไว้ทันที
“ระวังหน่อยสิ” เขาเอ็ดผู้เป็ฮูหยินของตนเบาๆจีลู่ฟางไม่ตอบแต่ส่งยิ้มบางๆ ให้อีกฝ่าย ก่อนจะหันมาพูดกับเม่ยไป๋หลันพร้อมกับพยายามจะย่อตัวทำความเคารพ
“คารวะท่านแม่…สามเ้าค่ะ”
ส่วนป้าที่ชื่อชุนฮวาก็แม่รองสินะ…
“อย่าได้มากพิธีเลยฟางเอ๋อร์ แค่เ้ายอมรับข้าคนนี้เป็มารดาเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว” เม่ยไป๋หลันรีบห้ามปรามลูกสะใภ้เพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะหน้ามืดจนเป็ลมล้มพับบนพื้น
น้ำเสียงของแม่สามที่ฟังดูใจดีและเรียกขานนางอย่างสนิทสนมทำให้จีลู่ฟางรู้สึกละอายใจเล็กน้อยที่ต้องเล่นละครแสร้งป่วยเช่นนี้
“เ้าค่ะ” ร่างบางเอ่ยรับคำด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“พ่อกับแม่และแม่รองดีใจเหลือเกินที่ในที่สุดเ้าก็เป็ฝั่งเป็ฝาเสียทีเหลือก็แต่ิซานคนเดียวเท่านั้นที่ยังไร้คู่” เม่ยไป๋หลันหันมากล่าวกับบุตรชายคนโตด้วยความดีใจแม้เมื่อวานจะพูดไปแล้ว แต่วันนี้ขอพูดอีกละกันให้ทุกคนรู้กันไปเลยว่านางดีใจขนาดไหน!
“หากท่านพ่อท่านแม่ดีใจ ลูกก็ดีใจขอรับ” หานิเทียนตอบผู้เป็มารดาพร้อมกับยิ้มน้อยๆจากนั้นก็พูดต่อ
“ส่วนเนื้อคู่ของน้องรอง พอถึงเวลาเดี๋ยวก็มาเองแหละขอรับ”
“นั่นสิเนอะ” เม่ยไป๋หลันพึมพำ แล้วพูดต่อ
“นี่สายมากแล้วพวกเ้ารีบไปลาท่านพ่อกับแม่รองและเร่งเดินทางกลับเข้าเมืองจินหลิงเถิด”
“ขอรับ / เ้าค่ะ” หานิเทียนกับจีลู่ฟางรับคำพร้อมกันแล้วร่างบางก็ปล่อยให้บุรุษข้างกายประคองนางเดินออกไป
“เดินทางปลอดภัยและมีหลานให้พวกเราอุ้มไวๆ นะ” เม่ยไป๋หลันเอ่ยไล่หลังบุตรชายคนโตกับลูกสะใภ้คนแรกของตระกูล…
“คารวะท่านพ่อกับแม่รองขอรับ” หานิเทียนเอ่ยกับหานหลี่หลุนและกังชุนฮวาที่กำลังนั่งชมดอกไม้อยู่ในสวนด้วยกัน
“คารวะท่านพ่อกับแม่รองเ้าค่ะ” จีลู่ฟางพูดตามผู้เป็สามี
“อรุณสวัสดิ์จ้ะิเทียน ฟางเอ๋อร์” กังชุนฮวาเอ่ยตอบทั้งสองคนด้วยรอยยิ้ม
“ขอรับ / เ้าค่ะท่านแม่รอง”
“อรุณสวัสดิ์ลูกๆ ทั้งสองคน เมื่อคืนเป็อย่างไรบ้าง? หลับสบายกันหรือไม่!?” หานหลี่หลุนถามด้วยความสงสัยแต่ในประโยคที่เอ่ยออกไปก็มีความนัยแฝงอยู่ด้วย
เหอะๆหลับสบายมากเ้าค่ะ นอนอย่างเดียวจริงๆ มิได้ทำอะไรกันเลย จีลู่ฟางคิดในใจแต่แสร้งทำเป็ยิ้มเอียงอายออกไป ฝ่ายหานิเทียนก็ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ขอรับท่านพ่อ ข้านอนหลับสบายมาก” ก่อนที่ร่างสูงจะพูดต่อว่า
“พอดีข้าจะกลับเข้าไปในเมืองจินหลิงแล้ว จึงใคร่พานางมาลาแม่รองกับท่านพ่อขอรับ”
“อ๋อ แล้วพวกเ้าไปบอกลาไป๋หลันหรือยัง!?” กังชุนฮวาเอ่ยถาม
“แน่นอนขอรับ” กังชุนฮวากับหานหลี่หลุนพยักหน้ารับเบาๆแล้วเริ่มอวยพร
“ก็เดินทางปลอดภัย กลับถึงเมืองจินหลิงโดยสวัสดิภาพนะลูก”
“ิเทียน เ้าก็ดูแลฟางเอ๋อร์ดีๆ ล่ะ”
“ขอรับ” ร่างสูงรับคำจากนั้นผู้เป็มารดารองก็หันมาพูดกับฮูหยินของบุตรชายนอกสายเื
“ฟางเอ๋อร์เ้าก็หมั่นบำรุงร่างกายเข้าไว้นะ”
“เ้าค่ะท่านแม่รอง” จีลู่ฟางเอ่ยพลางฉีกยิ้มประดุจนางฟ้า
“เช่นนั้นพวกเราขอตัวก่อนนะขอรับ” หานิเทียนตัดบทหลังจากเห็นว่าเริ่มสายมากแล้วก่อนจะพาร่างโงนเงนของผู้เป็ฮูหยินเดินออกมาโดยมีเสียงของหานหลี่หลุนเอ่ยไล่หลังว่า
“มีหลานให้พ่อกับแม่ๆ อุ้มไวๆ นะลูก”
มีหลานให้อุ้มไวๆอีกแล้ว
ให้ตายเถิดนี่เป็คำพูดติดปากของผู้ใหญ่ทุกคนในภพนี้เลยหรืออย่างไรกัน!?
ไม่สิ!ภพนั้นก็เป็!!
จีลู่ฟางนึกวิจารณ์อยู่ในใจขณะที่ผู้เป็สามีประคองร่างนางขึ้นไปนั่งบนรถม้า ส่วนเว่ยถิงให้ไปนั่งกับบ่าวชายที่ขับรถเมื่อเข้ามาข้างใน หานิเทียนก็ส่งสายตาให้จีลู่ฟางขยับไปนั่งติดหน้าต่างก่อนที่ตนเองจะนั่งลงข้างๆ โดยเว้นระยะห่างพอสมควร
นี่สามีภรรยาหรือคนแปลกหน้า?นั่งกันซะห่างเชียว!
ร่างบางลอบมองอีกฝ่ายด้วยความหมั่นไส้ก่อนจะหันหน้ามาครุ่นคิดสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจบอกตามตรงว่าจนมาถึงตอนนี้ขนมผิงก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีบ้านที่บุรุษซึ่งมีภรรยาหลายคนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบปกติต้องมีตบตีไม่ก็จ้องจะเล่นงานกันมิใช่หรือ ทว่าท่าทางของเม่ยไป๋หลันตอนกล่าวถึงสามีของตนกับภริยาอีกคนมีแต่ความสุขปราศจากความหึงหวงหรือริษยาใดๆ
กังชุนฮวาก็เช่นกันมีการเป็ห่วงความรู้สึกของเม่ยไป๋หลันด้วย
หรือตระกูลนี้จะแปลกกว่าตระกูลอื่น…
อืม…มีความเป็ไปได้ จริงๆ ก็แปลกมาั้แ่สามีทางนิตินัยของนางแล้วล่ะ!
ประหลาดั้แ่ท่าทางยันน้ำเสียงคนอะไรจะทำตัวหน้าตายได้ตลอดเวลาเช่นนี้!!!
จะว่าไป…ขอทดสอบอะไรบางอย่างหน่อยละกัน อีกอย่างก็ยังรู้สึกง่วงอยู่เลย…
เมื่อคิดได้ดังนั้นจีลู่ฟางก็ยกมือปิดปากแล้วหาวออกมา ก่อนจะเอนหัวลงไปพิงขอบหน้าต่าง พร้อมกับค่อยๆปิดเปลือกตาคู่สวยลง…
[1]ยามเฉิน=่เวลา07.00 - 08.59 น.โดยประมาณ
[2]เค่อ=หน่วยบอกเวลาของจีนโบราณโดย 1 เค่อมีค่าประมาณ 15นาที