หลังจากออกจากพรรคกิเลนได้2 วัน เพื่อไปทำธุระสำคัญบางอย่าง วันนี้เฉินอี้เทียนก็กลับมาพร้อมกับความอ่อนเพลียเพราะเร่งเดินทางด้วยวิชาตัวเบาทำให้เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจึงอาบน้ำเพื่อจะนอนพักผ่อนให้สบายกายแต่ยังไม่ทันที่จะได้นอนสมใจก็ััได้ถึงการมาของเงา
“ว่ามา” เสียงเข้มเอ่ย
“รายงานท่านประมุขนี่คือรายงานที่ท่านให้ตามสืบเื่ของสตรีในป่าขอรับ”เงาเอ่ยพลางยื่นรายงานให้คนตรงหน้า
“อืม ไปได้แล้วข้าอยากพักผ่อนห้ามใครเข้ามารบกวนเด็ดขาด” เฉินอี้เทียนรับรายงานมาไว้ในมือก่อนจะเอ่ยสั่งกำชับว่าห้ามมิให้ผู้ใดเข้ามารบกวนเขาอีก
“ขอรับ” เงาเอ่ยและสายไปราวสายลม
เฉินอี้เทียนเปิดรายงานทันทีที่เงาออกไปในรายงานมีกระดาษแนบอยู่หนึ่งแผ่นจึงกางออกดูก็ปรากฏภาพวาดของนางในครรลองสายตา ดวงตาสีดำรัตติกาลคมเข้มดุดันแปรเปลี่ยนเป็หวานซึ้งอย่างไม่รู้ตัวนิ้วเรียวค่อยๆ ลูบไล้บนภาพวาดอย่างทะนุถนอม
ดวงตาเข้มมองใบหน้างดงามสวยหวานราวเทพธิดาดวงตาหวานซึ้งแต่ทว่ากลับดูมีเสน่ห์น่าค้นหาอีกทั้งยังเด็ดขาดน่าเกรงขามในเวลาเดียวกันริมฝีปากหยักได้รูปยกยิ้มขึ้นอย่างถูกใจ
เมื่อดูภาพวาดจนพอใจจึงเปิดไล่อ่านเื่ราวของนางในรายงานที่เงาสืบมาอย่างละเอียดก่อนจะสรุปคราวๆ บิดาคือจ้าวหยางหลงประมุขพรรคัทมิฬมีมารดาคือจ้าวโม่ลี่นางได้ให้กำเนิดลูกแฝดชายหญิง 3 คน เป็ชาย 2 หญิง 1 คนแรกคือจ้าวเฟยหลงคนรองคือจ้าวเฟยหยาง คนสุดท้ายคือจ้าวลี่เซียนมีนิสัยอ่อนหวานเก่งกาจทุกด้านชอบช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากแต่บางครั้งโเี้เด็ดขาดจนคนรอบตัวขนานนามให้นางว่า ‘มัจจุราชแสนสวย’สิ่งที่รักหวงแหนและให้ความสำคัญที่สุดคือครอบครัว
“มัจจุราชแสนสวยรึช่างเหมาะกับนางนัก” เฉินอี้เทียนพึมพำ พลางนึกไปถึงวันที่ได้พบเจอนางในป่าความเด็ดขาดโเี้และแววตาเ็านั่นช่างถูกใจเขานัก นางมิเหมือนสตรีนางใดที่เคยพบเจอ
“ลูกพยัคฆ์ย่อมออกลูกมาเป็พยัคฆ์ช่างน่าสนใจนัก” เฉินอี้เทียนเอ่ย พลางขบคิดเื่ของนางอยู่ในใจสักพัก ก่อนจะพับภาพวาดของนางไว้สอดเข้าไปที่ใต้หมอนหนุนเอนกายเข้าสู่ห้วงนิทรา
พรรคัทมิฬ
หลังจากที่บุตรทั้งสามออกเดินทางไปได้เพียง1 วัน ก็มีเงามารายงานว่าตอนนี้มีคนตามสืบเื่ของคุณหนูจ้าวลี่เซียนจ้าวหยางหลงผู้เป็บิดาเมื่อรับฟังรายงานถึงกับนั่งไม่ติดใบหน้าดำคล้ำถมึนทึงเขาอยากรู้เหลือเกินว่ามันผู้ใดกล้าล้วงคอพยัคฆ์เช่นเขา
“พวกมันเป็ใคร”เสียงเข้มดุเอ่ยถาม
“เรียนท่านประมุขพวกมันเป็คนของประมุขเฉินอี้เทียนแห่งพรรคกิเลนแคว้นหลิวขอรับ”เงาที่เข้ามารายงานแทบจะประคองสติไม่อยู่ เมื่อท่านประมุขที่หวงบุตรียิ่งกว่าจงอางหวงไข่แผ่พลังปราณออกมาจนบรรยากาศรอบตัวเย็นลงเรื่อยๆ
“หน๊อย!!...ปัง!!...โครม!!...เ้าัสี่ขามันกล้าดียังไงมาวุ่นวายกับบุตรีข้า”เสียงสบถตามมาด้วยเสียงตุบโต๊ะและเสียงหักพังดังขึ้นทันที
“ท่านประมุขจะให้ทำเช่นไรต่อขอรับ”เงาทำใจกล้าเอ่ยถามเขาอยากจะออกไปจากที่นี่แล้วเพราะทนแรงกดดันของบิดาที่หวงบุตรีไม่ไหว
“ยังไม่ต้องทำอะไรส่งคนไปเพิ่มจับตาดูมันไว้และไปแจ้งกับบุตรชายทั้งสองของข้าให้ดูแลนางดีๆ”
“ขอรับ”เงารีบรับคำและหายออกไปทันที
“มี่หมินเข้ามา”เสียงเข้มเอ่ยเรียกใครบางคน
“ขอรับท่านประมุข”
“จงไปที่แคว้นหลิวสืบประวัติเฉินอี้เทียนมาให้ข้าอย่างละเอียดและคอยติดตามมันรายงานข้าทุก 2 วันส่งเงาฝีมือดีไปเพิ่มอีก 10 คน หากมันกล้าเข้าใกล้บุตรีข้าเมื่อใดให้ลงมือได้ทันที”
“ขอรับ”
จ้าวหยางหลงรู้สึกอยากจะไปถล่มพรรคกิเลนยิ่งนักแต่ก็ไม่สามารถทำอันใดได้ในยามนี้เพราะอีกฝ่ายเพียงตามสืบเื่ของบุตรีมิได้พาตนเองเข้ามาวุ่นวายกับนางและมั่นใจในฝืมือของเงาว่ามีความสามารถพอที่จะกันบุรุษผู้นี้ออกห่างจากบุตรีของเขาได้ หากแต่วันใดเกิดพลาดพลั้งให้อีกฝ่ายทั้งยังกล้าเสนอหน้าเข้ามาวุ่นวายกับบุตรีสุดหวงของเขาเมื่อใดเมื่อนั้นเขาจะบุกไปถล่มพรรคกิเลนให้สิ้นซาก
แคว้นหลิว
หลังจากที่สลับเปลี่ยนม้านั่งระหว่างจ้าวเฟยหลงและจ้าวลี่เซียนก่อนที่จะถึงเมืองหลวงแล้วเวลานี้รถม้าที่ควบคุมโดยจ้าวเฟยหยางได้จอดเทียบกับประตูจวนคหบดีซือ ซือหนิงอ้ายลงมาจากหลังม้าด้วยความช่วยเหลือของจ้าวเฟยหลงท่ามกลางสายตางุนงงของสองพี่น้องที่ทอดมองพี่ชายที่เหมือนจะแปลกไป
“ขอบพระคุณท่านทั้งสามที่ช่วยเหลือข้าไว้”ซือหนิงอ้ายเอ่ย
“ไม่เป็ไร เ้าจัดการธุระเถิด”
“ข้าขอถามได้หรือไม่ ว่าเ้าพักอยู่ที่ใดข้าจะได้มีโอกาสตอบแทนบุญคุณในครั้งนี้”
“ยังไม่รู้เหมือนกัน”จ้าวลี่เซียนยังคงตอบ
“เ้ามาเที่ยวรึ”
“ใช่”
“แล้วจะอยู่ที่แคว้นหลิวนานหรือไม่”ซือหนิงอ้ายเอ่ยถาม
“ก็น่าจะสักพักใหญ่ๆ”
“เช่นนั้นเ้ารอข้าอยู่ที่นี่สักครู่นะเ้าคะ”
“อืม”หลังจากที่จ้าวลี่เซียนตอบรับซือหนิงอ้ายก็วิ่งเข้าเรือนไปก่อนจะกลับมาอีกครั้งพร้อมกับกระดาษในมือยื่นส่งให้สตรีที่ช่วยชีวิตนางไว้
“หากเ้าไม่รังเกียจโรงเตี๊ยมเล็กๆอย่าง โรงเตี๊ยมเปี่ยมสุขก็สามารถพักที่นี่ได้ข้ารับรองว่าถึงแม้จะเล็กแต่ห้องพักสะอาดสะอ้านนักหากไปถึงยื่นกระดาษให้กับเถ้าแก่เขาจะจัดการทุกอย่างให้เ้า”
“โรงเตี๊ยมของเ้ารึ”
“มิใช่หรอกนี่เป็โรงเตี๊ยมของท่านตาข้าเอง”
“ขอบใจเ้ามากอ้ายเอ๋อร์”
“ไม่เป็ไรเลยข้ายินดีตอบแทนพระคุณของเ้า” ซือหนิงอ้ายยิ้มอย่างจริงใจแต่ดวงตายังคงมีแววเศร้าหมอง
“ข้าไปละ ว่างๆข้าจะมาเยี่ยมเ้าใหม่” จ้าวลี่เซียนเอ่ยกับสตรีตรงหน้า
“เ้าสัญญาแล้วนะ”ซือหนิงอ้ายเอ่ยอย่างตื่นเต้น
“ข้าสัญญามีอะไรให้ช่วยเหลือก็ไปหาข้าได้นะ”
“อืม” ซือหนิงอ้ายพยักหน้ารับ
“ข้าไปละ”
“ขอบคุณเซียนเอ๋อร์และคุณชายทั้งสองอีกครั้งเ้าค่ะ” ซือหนิงอ้ายเอ่ยขอบคุณคนทั้งสามอีกครั้ง
“จ้าวเฟยหลง”
“หือ?”ซือหนิงอ้ายเอียงคอมอง ทั้งจ้าวลี่เซียนและจ้าวเฟยหยางหันขวับไปจ้องหน้าพี่ใหญ่อย่างพร้อมเพรียงกัน
“นามของข้าคือจ้าวเฟยหลงจงจำไว้ให้ขึ้นใจ”
“เอ่อ...เ้าค่ะคุณชายจ้าว”
“เซียนเอ๋อร์ หยางเอ๋อร์ไปกันได้แล้ว”จ้าวเฟยหลงเอ่ยกับน้องทั้งสองทั้งที่สายตายังจดจ้องไปที่ร่างบางก่อนจะมองเข้าไปภายในจวนและะโขึ้นหลังม้าควบตามน้องๆ ออกไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปาก
ซือหนิงอ้ายที่มองตามรถม้าของสามคนพี่น้องออกจนลับตาพร้อมกับพวงแก้มที่ร้อนผ่าวเมื่อนึกถึงบุรุษหน้าตาหล่อเหลาน่าเกรงขามที่ทำให้ใจนางสั่นไหวอย่างรุนแรง