EP : 71 อยู่ในช่วงที่กำลังเศร้า
“ฮวาเอ๋อร์ตื่นได้แล้ว” ซิวเหวยหลงที่ตื่นขึ้นมาก่อนก็เอ่ยปลุกอีกคนที่นอนหลับอยู่ เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็ดึกมากแล้ว
แถมเมื่อคืนเขาก็ไม่ได้กลับไปทำงานต่อด้วย เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะหนีเขาไป จึงต้องมานอนพร้อมกับนาง
“ปวดหัว” ริมฝีปากบางพึมพำก่อนจะปรือตาขึ้นมาก่อนจะเจอกับใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังมองเธออยู่
“สงสัยเป็นเพราะเมื่อคืนเจ้าร้องไห้หนัก” ซิวเหวยหลงกล่าวพลางเอื้อมมือไปทาบที่หน้าผากของซีเหลียนฮวา
ก่อนจะพึมพำจากนั้นก็มีแสงสว่างเล็กๆ เกิดขึ้นที่หน้าผากหน้าตรงที่ฝ่ามือของเขาทาบ
“ดีขึ้นหรือยัง” ซิวเหวยหลงถาม เมื่อเห็นซีเหลียนฮวาพยักหน้ารับ เขาก็อุ้มอีกฝ่ายขึ้นเพราะต้องรีบไปอาบน้ำแล้วจะพาซีเหลียนฮวาไปทานอาหารที่ห้องทำงานของเขา
“ทานเยอะๆ สิ” ซิวเหวยหลงบอกคนตัวเล็กที่วันนี้ทานอาหารน้อยผิดปกติ หรือนางเป็นอะไร เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็เอื้อมมือไปคว้ามือของนางมาก่อนจะตรวจดูแต่ก็ไม่พบสิ่งใดผิดปกติ
“ข้าอิ่มแล้ว ท่านทานเถิด” ซีเหลียนฮวาพูดบอกเบาๆ ในใจรู้สึกผิดที่ปิดบังเขา เมื่อคืนพวกเธอไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีกนอกจากกลับมาก็นอนด้วยกัน มันทำให้เธอรู้สึกอึดอัด
“เจ้าทานน้อยเช่นนี้ข้าคงทานอาหารไม่ลงหรอก” ซิวเหวยหลงบอกพลางโบกมือไปมาร่างบางก็ลอยมานั่งที่ตักของเขา นางก้มหน้าหลบเขาทันที
นั้นทำให้เขารู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ สีหน้าของนางยังไม่ดีขึ้น สีหน้าของนางเหมือนอึดอัดกับอะไรสักอย่าง
“เจ้าไม่สบายใจเรื่องไหนก็พูดออกมาสิ” ซิวเหวยหลงกล่าวบอก พลางมองอีกคนที่หดคอมองดูแล้วชวนให้น่าสงสาร
“ข้าไม่ได้จะโกรธเรื่องที่เจ้าไม่บอกความจริงข้าหรอกนะ สบายใจได้” ซิวเหวยหลงบอกเขาพอจะเดาได้ว่ามันต้องเกี่ยวกับเรื่องเมื่อคืนเป็นแน่
“แต่ข้า…” ซีเหลียนฮวาพูดเบาๆ ก่อนจะเงียบลงไป
“คงเป็นสวรรค์ที่เห็นใจข้าเลยส่งเจ้ามาแทนนาง” ซิวเหวยหลงปลอบพลางลูบหัวของซีเหลียนฮวาไปด้วยเบาๆ
“ท่านไม่โกรธที่ข้ามาแทนนางใช่หรือไม่” ซีเหลียนฮวาถามเสียงเบาแต่ก็ไม่อาจรอดพ้นหูของซิวเหวยหลงไปได้
“มีเจ้าทำให้ชีวิตของข้ามีสีสันขึ้น” ซิวเหวยหลงบอกพลางนึกถึงเรื่องราวของเราสองคนที่ผ่านมา
“ต่อไปนี้ข้าจะไม่ทำให้ท่านเดือดร้อนอีก ข้าจะเชื่อฟังท่าน” ซีเหลียนฮวาบอกเสียงคล้ายจะร้องไห้ตลอดเวลา
“งั้นตอนนี้เจ้าต้องทานพวกนี้ก่อน” ซิวเหวยหลงบอกเมื่อได้ยินเสียงคล้ายจะร้องไห้ของซีเหลียนฮวา
“ข้าก็อยากจะทานมันนะ แต่ว่าข้าทานไม่ลงจริงๆ สงสัยเป็นเพราะข้าอยู่ในช่วงกำลังเศร้าก็เลยทานได้น้อย แต่ถ้าข้าอารมณ์ดีข้าอาจจะทานได้เยอะขึ้น” ซีเหลียนฮวาบอกเสียงเบา เธอยังคงก้มหน้ามองมือของตัวเองที่กุมเอาไว้อยู่บนตักของตัวเอง
“ไว้ข้าทำงานตรงนี้เสร็จจะพาเจ้าไปร้านของหวานของที่นี่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นของหวานที่อร่อยที่สุดในเผ่าปีศาจเลยล่ะ” ซิวเหวยหลงบอกเห็นนางทานได้น้อยเขารู้สึกไม่สบายใจเลย
“เจ้าค่ะ” ซีเหลียนฮวารับคำเบาๆ โดยมองซิวเหวยหลงที่โบกมือไปมาอาหารมากมายก็หายไป
“ช่วยทำงานหน่อยสิ” ซิวเหวยหลงบอกเพราะไม่อยากให้นางคิดมาก สู้ใช้นางมาทำงานช่วยเขาดีกว่าจะได้มีสมาธิกับการทำงานไม่ต้องคิดเรื่องพวกนั้นให้ปวดหัว
“เจ้าค่ะ” ซีเหลียนฮวารับคำเบาๆ ก่อนจะนั่งตรวจเอาสารช่วยซิวเหวยหลงโดยที่ยังนั่งบนตักของเขาอยู่จะบอกว่าเธอชอบมากที่ได้นั่งบนตักของเขา ที่จริงก็แอบคิดว่าเธออาจจะไม่ได้นั่งตักของเขาอีกแล้วเมื่อเขารู้ความจริงแล้ว
“จริงสิ ข้าให้พ่อบ้านฉางไปสืบหาคนที่ตามเจ้ามาแล้วนะ ดูเหมือนจะเป็นคนจากสำนักเมฆาสวรรค์” ซิวเหวยหลงกล่าวขึ้นเมื่อเช้าตรู่พ่อบ้านฉางก็ได้ส่งสารมาบอกเขา พร้อมกับบอกว่าเจ้าสำนักเมฆาสวรรค์อยากจะเจอกับซีเหลียนฮวาสักครั้ง ซึ่งเขากำลังคิดอยู่ว่าจะพานางไปที่สำนักเมฆาสวรรค์ดีหรือไม่
“เจ้าค่ะ” ซีเหลียนฮวาตอบรับเบาๆ ตอนนี้รู้สึกว่าสมองของเธอทำงานได้ช้ามาก
“เจ้าอยากไปเที่ยวสำนักเมฆาสวรรค์สักครั้งหรือไม่” ซิวเหวยหลงถามเมื่อเห็นท่าทีของคนตัวเล็กที่เหมือนจะไม่ตอบสนองกับสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่
“ไปทำไมหรือเจ้าคะ หรือว่าท่านอยากให้ข้าไปอยู่ที่นั่น” ซีเหลียนฮวาเงยหน้าไปถามพลางมองซิวเหวยหลงอย่างขอคำตอบ เพราะเมื่อครู่เธอฟังเขาไม่ค่อยชัดเท่าไร เพราะกำลังเหม่ออยู่
“ไปเที่ยวฮวาเอ๋อร์ ข้าไม่ปล่อยเจ้าไว้ที่นั่นหรอก” ซิวเหวยหลงบอกพลางกระชับวงแขนที่ใช้โอบเอวของซีเหลียนฮวาแน่น ก่อนจะคลายออกเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่านางตั้งครรภ์อยู่
“สำนักเมฆสวรรค์มีอะไรให้เที่ยวหรือเจ้าคะ” ซีเหลียนฮวาเอ่ยถามเพราะคิดว่าถ้าขึ้นชื่อว่าสำนักก็ต้องเป็นแหล่งที่มีผู้ฝึกวรยุทธ์อยู่ที่นั่น ไม่น่าจะมีอะไรน่าเที่ยว
“ว่ากันว่าที่สำนักมีน้ำตกสวรรค์เจ็ดชั้นที่ตกลงมาจากสวรรค์ใครได้ดื่มน้ำในสระก็จะหายป่วยไม่ว่าจะเจ็บป่วยอะไรมากหรือบาดเจ็บเจียนตายก็ตาม แถมยังเอามาหลอมโอสถแล้วเลื่อนขั้นได้เจ็ดขั้นด้วย” ซิวเหวยหลงบอกพลางสังเกตสีหน้าของซีเหลียนฮวาไปด้วยว่านางมีท่าทีตื่นเต้นอะไรหรือไม่ แต่แล้วเขาก็ต้องผิดหวังเมื่อนางทำเพียงแค่พยักหน้ารับเท่านั้น
“เจ้าไม่อยากได้มันหรีอ” ซิวเหวยหลงถามพลางมองหน้าอีกฝ่ายไปด้วย นี่เขาหาเรื่องชวนนางคุยอยู่นะ นางไม่เห็นใจเขาที่เป็นคนพูดน้อยหน่อยหรือ
“ของมีค่าเช่นนั้นไม่มีใครเขาให้ฟรีๆ หรอกเจ้าค่ะ” ซีเหลียนฮวาบอกพลางหันไปมองเอกสารต่อ
“เพียงเจ้าเอ่ยปากขอกับเจ้าสำนักเจ้าก็ได้มันแล้ว” ซิวเหวยหลงบอกเพราะดูแล้วเจ้าสำนักเมฆาสวรรค์ที่อยากเจอซีเหลียนฮวาจะต้องยอมให้แน่หากนางเอ่ยปากขอ
“ข้าจะลองดูเจ้าค่ะ” ซีเหลียนฮวาบอกพลางนั่งช่วยเขาทำงานต่อไปโดยมีซิวเหวยหลงที่อยู่ก็ชวนเธอคุยตลอดในการทำงาน