บทที่ 126
จุดเริ่มต้นแห่งความบาดหมาง
พลังเวทย์ทั้งสองถูกปลดปล่อยออกมา สนามพลังที่ถูกสร้างขึ้นกดดันปะทะกันจนเกิดการสะท้านเสี้ยววินาทีนึง หลังจากนั้นพลังแรงกดดันที่ถูกสร้างขึ้นจากฮันเตอร์ระดับ a ทั้ง 2 ถูกผลักดันกลับไป
ความรุนแรงของพลังที่ถูกสะท้อนกลับ มันทำให้ฮันเตอร์ระดับ a ทั้ง 2 พากันกระเด็นถอยไปหลาย ร่างกายที่กระเด็นออกไปเท้าทั้งสองข้างเหยียบลงที่พื้น
ดวงตาของพวกมันนั้นเบิกกว้างขึ้น สัมผัสได้ถึงพลังที่สะท้านเข้ามาถึงร่างกาย แน่นอนว่าพวกมันเป็นฮันเตอร์ ระดับเอย่อมสัมผัสได้อยู่แล้วถึงพลังที่ตอบโต้กลับมา
ร่างกายของพวกมันนั้นสั่นสะท้าน พลังที่น่าสะพรึงกลัวแทรกเข้ามาภายในร่างกายของพวกมัน ในขณะเดียวกันพวกมันเองก็นิ่งสนิท
เช่นเดียวกับสิงห์ที่นั่งอยู่ คนผู้นี้ที่เป็นฮันเตอร์ระดับเอสดวงตาเบิกกว้างขึ้นอย่างตะลึงลาน แน่นอนว่ามันนั้นสัมผัสได้
ดวงตาของมันมองไปยังอัศวินชุดเกราะสีดำที่ยืนอยู่ด้านหน้าของมัน มันกล่าวกับตนเองในใจ ‘ ไม่ผิดแน่ แรงกดดันระดับนี้สนามพลังที่ถูกสร้างขึ้นมา ’
‘ คนผู้นี้อยู่ในระดับ S อย่างแน่นอน ’ หลังจากที่สัมผัสได้ถึงพลังที่ตอบโต้กลับมา มันทำให้สิงห์ที่เป็นฮันเตอร์ที่อยู่ในระดับเอส
ตระหนักรู้ได้ในทันทีถึงพลังของผู้ที่อยู่ด้านหน้า เขาที่เป็นฮันเตอร์ที่อยู่ในระดับเอส มั่นใจในประสาทสัมผัสของตนเองเป็นอย่างมาก ว่าชายที่อยู่ด้านหน้าอยู่ในระดับเดียวกับเขาอย่างแน่นอน
ไม่สิควรจะพูดว่าคนที่อยู่ด้านหน้าในตอนนี้ อยู่ในระดับที่สูงกว่าซะด้วยซ้ำ แต่หลังจากที่รู้ถึงพลังของผู้ที่อยู่ด้านหน้า
มันเองก็มีความคิดมากมายปรากฏขึ้นภายใน ‘ ในเมื่อมีความสามารถระดับนี้ ทำไมถึงติดตามความสามารถของตนเอง ’
‘ ภายในข้อมูลของทางสมาคมบอกว่าอยู่ในระดับ a เท่านั้น หรือว่าไม่อยากเป็นที่สนใจบางทีเรื่องนี้มันอาจจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังมากกว่านี้ก็ได้ ’
‘ แถมคนที่เป็นนายหน้าคนนี้ดูไม่ธรรมดาด้วย ท่าทางแล้วก็สีหน้าก่อนหน้านี้มีการปะทะกันของสนามพลัง ตอนที่มีพลังถูกปลดปล่อยออกมามากขนาดนั้น ’
‘ ถึงแม้ว่าจะสู้วินาทีแต่ว่าถ้าเกิดเป็นคนธรรมดาทั่วไป ร่างกายได้แบกรับพลังพวกนั้นเอาไว้ก็คงจะคลื่นไส้จนอ้วกออกมา ’
‘ หรือไม่บางคนโดนพลังมันเข้าไปก็อาจจะล้มหมดสติลงไปเลยก็ได้ แต่ว่าคนๆนี้นั่งเฉยแถมยังแสดงใบหน้าเรียบเฉย ’
‘ ยังแสดงท่าทางปกติโดยที่ไม่ได้มีอะไรผิดปกติ เจ้าพวกนี้มันน่าประหลาดเกินไปแล้ว มีบางอย่างที่มากกว่าที่พวกเรานั้นมองเห็น ’
‘ อันตรายเกินไป ’ สิงห์หลังจากที่พบเจอแล้วพูดคุยกันได้เพียงแค่ไม่กี่ประโยค มันทำให้สัญชาตญาณของคนพวกนี้นั้นตื่นขึ้นมา
มันรู้ได้ในทันทีว่าคนที่อยู่ด้านหน้าและพวกบริษัทฮันเตอร์รับจ้างนั้นอันตรายเกินไป ถึงแม้ว่าพวกมันนั้นจะเป็นคนจากกิลดวงดาวทมิฬ
แต่สิงห์เป็นพวกที่ใช้ความคิด แถมตัวของเขายังประเมินผลได้ผลเสียมากมายอยู่ตลอดเวลา ในตอนนี้หลังจากการชั่งน้ำหนักดูแล้วจึงคิดได้ว่าชายที่อยู่ด้านหน้าของเขา มันอันตรายต่อพวกเขา
พวกฮันเตอร์ระดับ a ทั้ง 2 ที่อยู่ด้านหลัง หลังจากที่พวกมันนั้นตั้งสติได้ หลุดออกมาจากห้วงภวังค์ที่ร่างกายนั้นโดนพลังของอีกฝ่ายกดทับเอาไว้
ใบหน้าของมันแดงก่ำขึ้นมา แน่นอนว่าพวกมันนั้นแสดงท่าทางที่ไม่พึงพอใจอย่างชัดเจน แถมยังรวบรวมพลังขึ้นพร้อมกับตั้งใจจะเข้าสู่สภาวะการต่อสู้
ภพมองเห็นท่าทางของพวกมันแบบนั้น เขาเองก็ไม่แปลกใจเพราะดวงดาวทมิฬนั้นถือว่าเป็นกิลด์ใหญ่ที่สุด พวกมันเองที่อยู่ภายในสังกัดนี้ย่อมทนงตนเป็นธรรมดา
สิงห์ที่นั่งอยู่เห็นลูกน้องของตนเองที่อยู่ด้านหลังแสดงท่าทางพร้อมต่อสู้ เขาหันกลับไปมองพร้อมกับพูดด้วยเสียงเคร่งขรึม “ หยุด!!!”
แม้จะรู้สึกไม่พึงพอใจแต่ผู้ติดตามทั้งสองของมัน เมื่อหัวหน้านั้นสั่งออกมาแบบนี้ พวกมันก็ไม่สามารถทำอะไรได้ได้แต่ก้มหน้าแล้วก็เก็บพลังของตนเองกลับไป
สถานการณ์บริเวณรอบๆเบาบางลง ความกดดันจากสนามพลังที่พร้อมจะเข้าปะทะกันทุกเมื่อ ก่อนหน้านี้มันเองก็จางหายไป
ภพที่นั่งอยู่ยกกาแฟที่อยู่ด้านหน้าดื่มจนหมด ก่อนที่เขาจะวางแก้วกาแฟลงลุกขึ้นแล้วพูดออกมา “ ขอบคุณที่เลี้ยงกาแฟ ”
“ แล้วก็ทุกอย่างก็เป็นไปตามนั้น ผมไม่ได้ตั้งใจจะร่วมมือกับกิลด์ โดยเฉพาะกิลด์ดวงดาวทมิฬ เหตุผลก็อย่างที่ให้ไปเพราะว่าไม่ชอบวิธีการ ”
“ อีกอย่างนะไม่จำเป็นต้องใช้คำข่มขู่ ถ้าเกิดว่าอยากจะทำอะไรก็ลงมือเลย ” ภพพูดจบมุมปากนั้นปรากฏรอยยิ้มอย่างท้าทาย
ก่อนที่จะถอยออกมาจากจุดนั้นเมื่อเดินออกไปจากร้านกาแฟ สิงห์ที่เป็นคู่สนทนานั่งนิ่งสนิท ใบหน้าของเขาไม่ได้แสดงความโกรธออกมา แม้ว่าจะสัมผัสถึงคำท้าทายของผู้ที่อยู่ด้านหน้าได้
แต่ว่าในตอนนี้คนพวกนี้ควบคุมสติอารมณ์ของตนเอง คิดไตร่ตรองเกี่ยวกับเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน
ตัวของมันรู้ดีสถานการณ์ในตอนนี้ไม่สามารถประเมินได้ด้วยเรื่องอะไรที่ผิวเผิน ทั้งปริศนาเกี่ยวกับเรื่องพลังทั้งเกี่ยวกับเรื่องความสามารถที่ปิดบังเอา
หรือแม้กระทั่งตัวตนที่หน้าแปลกประหลาด คนที่ฉลาดอย่างสิงห์ ย่อมรู้ถึงสถานการณ์ในตอนนี้
ผิดจากพวกฮันเตอร์ที่ติดตามทั้ง 2 ที่อยู่บริเวณด้านหลัง พวกมันแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง พร้อมกับถามหัวหน้าของมันที่กำลังนั่งอยู่ “ เราจัดการเลยดีหรือเปล่าครับ ”
“ ผมคิดว่าในตอนนี้ถ้าเกิดว่าเอาเรื่องนี้ไปบอกกับมาสเตอร์ มาสเตอร์เองก็คงจะบอกให้จัดการคนคนนี้อย่างแน่นอน ”
สิงห์ที่กำลังนั่งอยู่เงียบนิ่งไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เขานั่งอยู่สักพักนึงก่อนที่จะค่อยๆลุกขึ้น “ กลับเถอะ ”
“ แล้วเรื่องของคนๆนั้นล่ะครับหัวหน้า ” ลูกน้องของมันที่อยู่ด้านหลังยังคงคะยั้นคะยอเกี่ยวกับเรื่องนี้
“ ยังก่อนอย่าเพิ่งรายงานมาสเตอร์เกี่ยวกับเรื่องนี้ ตัวของฉันขอสึกข้อมูลบางอย่างให้แน่ใจซะก่อน พวกเราจะลงมือกับพวกมันอย่างรีบร้อนไม่ได้ ”
“ คำท้าทายที่พูดออกมาก่อนหน้านี้แสดงว่าอีกฝ่ายคงเตรียมการรับเหมาไปแล้ว ถ้าเกิดว่าพวกเรารีบเร่งอะไร มันอาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเรานั้นตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก ” สิงห์ตอบกลับลูกน้องของมันที่อยู่ด้านหลัง
หลังจากนั้นก็เดินหน้าต่อ แต่ว่าผู้ติดตามของมันทั้งสองหลังจากที่ได้ฟังคำพูดนั้น ใบหน้าของพวกมันยังคงแสดงความขุ่นเคือง แถมยังเสื้อแดงเจตนาอย่างชัดเจนว่าไม่ชื่นชอบกับการตัดสินใจในครั้งนี้
หลังจากนั้น
ณ คอนโดของภพ
ภายในห้องนั่งเล่นภพกำลังนั่งมองข่าวภายในทีวีพร้อมกับยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก คิงที่กำลังนั่งอยู่ข้างๆเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัย “ นายท่านใบหน้าแบบนั้น.. ”
“ อีกไม่นานพวกนั้นก็ติดกลับแล้ว ” หลังจากพูดจบมุมปากก็ยกยิ้มมากขึ้นกว่าเดิมแสดงถึงความยินดีในแผนการของตนเอง
จบบท