หากเป็บุคคลทั่วไปการฝึกฝนจนกลายเป็จอมยุทธ์มิใช่เื่ง่าย
ทว่ากับสตรีเช่นซานซานที่สำเร็จวิชามารมาแล้วหนึ่งชาติการมาอยู่ในร่างของสตรีอ่อนด้อยเช่นชิงหลินในชาตินี้กลับมิใช่อุปสรรคใหญ่
แรกเริ่มนางเพียรฝึกกล้ามเนื้อพื้นฐานควบคู่กับศึกษาสมุนไพร วิ่งขึ้นลงหุบเขา ออกกระบวนท่าทั่วไปยืดหดเส้นเอ็นปรับสมดุลเืลมจนร่างกายแข็งแรงไม่ป่วยง่าย จากนั้นก็เลือกฝึกวิชาหมื่นพิษก่อนอย่างตั้งใจ
หลังจากคลอดลูกยังฟื้นฟูลมปราณได้อย่างประหลาดจากนั้นก็เริ่มฝึกวิชายุทธ์ข้ามขั้น ทดลองพิษด้วยตนเองทุกวัน ใช้พิษกระตุ้นกำลังภายใน
ฝีมือทำลายล้างมหาศาลจึงกลับมาได้เร็วมาก
ในถ้ำใต้แท่นหินได้ยินเสียงน้ำตกดังซู่เย็นฉ่ำไปทั่ว
ลู่หลิ่งถูกผลัดผ้าทายาป้อนเนื้อย่างจนอิ่มหนำแล้วปล่อยให้หลับใหลบนผ้าป่านไปนานแล้วโดยมีอาหู่หมอบอยู่ข้างๆ คอยเลียแก้มเลียมือกล่อมนอนไม่ห่าง
ไฟกองหนึ่งกำลังลุกโชนมอบความอบอุ่นให้ทุกคนในถ้ำแสงเพลิงสีทองสาดส่องเสี้ยวใบหน้าของสตรีทั้งสามยามสนทนา เผยให้เห็นความจริงใจไร้กังขาปราศจากการเสแสร้งใด
“ที่แท้ท่านก็คือพระสนมหลี่กุ้ยเฟย”
ซานซานอุทานอย่างใไปทางสตรีงดงามตรงหน้า
นางจำได้ที่จางเหรินเสี่ยเฟิง และเว่ยลี่เคยเล่าเื่ราวให้ฟังมากมาย ไม่ว่าจะเป็เื่ในแคว้นหรือเื่ในรั้วในวัง
ทุกเื่ที่ทั้งสามคนนั้นเล่าให้ฟังยังทำท่าทางประกอบ ประหนึ่งเล่นงิ้ว เสมือนเป็ผู้ร่วมทุกเหตุการณ์ที่เล่ามาสมจริงยิ่ง
มารดาขององค์รัชทายาทแห่งต้าถังมีนามหลี่ฮุ่ยเยี่ยนหรือก็คือหลี่กุ้ยเฟย
แน่นอนว่าสามัญชนไม่อาจเอ่ยพระนามของราชนิกุลซานซานเพียงคิดในใจอย่างรู้กาลเทศะ นางเอ่ยต่อ
“ในขณะที่รัชทายาททรงเสียสละความสุขส่วนพระองค์ทรงตรากตรำทำเพื่อบ้านเมือง แต่คนชั่วกลับลอบแทงข้างหลังบั่นทอนกำลังด้วยการลอบทำร้ายพระมารดากระนั้นหรือ?”
เื่ราวซับซ้อนวุ่นวายแย่งชิงและแว้งกัดตลบหลังในราชวังสูงส่งไม่ต่างอันใดกับสำนักต่างๆในยุทธภพเลยสักนิด ซานซานล้วนเข้าใจได้ถ่องแท้ และด้วยความที่รู้สึกถูกชะตากับวีรบุรุษผู้เป็เทพแห่งาอย่างรัชทายาทต้าถังนางจึงเอ่ยวาจาได้น่าฟังนัก ทั้งยังอาจหาญกล้าวิเคราะห์เสียทะลุปรุโปร่งไม่มองสีหน้าผู้ใดสักนิด
“เกรงว่าพระสนมคงเป็ที่โปรดปรานด้วยกระมังผู้คนถึงได้อิจฉาคิดโค่นล้ม สะบั้นเพียงหนึ่งแพ้ทั้งกระดานหมากตานี้พระสนมกับองค์รัชทายาทคงค้ำชูกันอยู่อย่างเหนียวแน่นสินะพระชายาในตำหนักบูรพาก็ยังไม่มีสักคน อำนาจหนึ่งยืนนิ่งย่อมยากเย็น ช่างน่าเห็นใจ”
หลังจากที่ได้รับความช่วยเหลือและใช้เวลาพูดคุยกันครึ่งค่อนคืนความคุ้นชินระหว่างกันจึงบังเกิด ความถือสาจึงไม่มี เหล่าจอมยุทธ์ในใต้หล้าล้วนแล้วแต่มีกิริยาเปิดเผยจริงใจเช่นนี้
ความชาญฉลาดของซานซานต้องตาหลี่กุ้ยเฟยไม่น้อยและด้วยได้เห็นฝีมือการต่อสู้อันร้ายกาจ รู้สึกได้ว่าชาตินี้ทั้งชาติคงปลอดภัยไร้กังวล
ยี่ซิน นางกำนัลข้างกายหลี่กุ้ยเฟย จึงเอ่ยปากในที่สุด
“องค์รัชทายาทของพวกเรายิ่งนานวันยิ่งเกรียงไกรบารมีแผ่ไพศาล ไพร่ฟ้ายิ่งนานวันยิ่งสรรเสริญ เกรงว่าคงมีพวกคิดร้ายเกิดขึ้นไม่เว้นวันอันตรายรอบด้านยากหลีกพ้น มิสู้แม่นางซานติดตามพระสนมเข้าวัง สร้างคุณงามความดีอีกสักครา”
ยี่ซินคือคนสนิทของหลี่ฮุ่ยเยี่ยนั้แ่อยู่ตระกูลเดิมก่อนเข้าวังทั้งสองเติบโตมาด้วยกัน รู้ใจกันที่สุด ประโยคที่นางเอ่ยล้วนเป็พระประสงค์ของเ้านายที่ได้นัดหมายกันมาโดยตลอดว่าหาก้ารับคนติดตามที่เป็สตรีล้วนต้องผ่านการทดสอบพื้นฐานนี้ หาได้บังอาจกล่าวคำเกินหน้าที่นางกำนัลคนสนิทไม่ “แม่นางซานเห็นเป็เช่นไรสนใจเข้าวังกับพวกเราหรือไม่?”
ซานซานขมวดคิ้วครุ่นคิด“ก็ไม่เลวนะ เป็นางกำนัลติดตามพระสนม มีเบี้ยหวัด มีที่พัก อืม...”
เห็นท่าทางคิดไม่ตกของซานซานยี่ซินก็ยิ่งคลี่ยิ้มกว้าง ในใจคิดว่าการได้ติดตามเชื้อพระวงศ์มิใช่เื่ง่ายโอกาสเช่นนี้มิได้เกิดขึ้นบ่อยๆ จึงเอ่ยกลั้วหัวเราะ “เ้ามักน้อยเกินไปแล้วความสามารถของเ้าได้เป็ถึงองครักษ์หญิงด้วยซ้ำ”
ซานซานได้ฟังเพียงเลิกคิ้วเอ่ยเสียงเรียบเรื่อย
“แม้ว่าข้าจะเป็ชาวยุทธทว่าระบบเมืองหลวงมิใช่ไม่รู้ การเข้าเป็องครักษ์หญิงในวังหลวงเงินเบี้ยหวัดได้มากกว่านางกำนัลเล็กๆ ก็จริง แต่ต้องผ่านการทดสอบอันหนักหน่วง”
ซึ่งการทดสอบหาใช่ปัญหาสำหรับนางไม่ที่เป็ปัญหาคือประวัติความเป็มาต่างหาก นางมิใคร่ให้ใครล่วงรู้ตัวตนว่ามาจากไหนลูกใครสกุลใดเพราะนั่นอาจนำอันตรายที่มองไม่เห็นไปสู่ครอบครัวหาน ทั้งอาจมีปัญหายิบย่อยอันน่ารำคาญใจ
เพราะที่ผ่านมาระหว่างทางที่ท่องยุทธ์ไปทั่ว นางบังเอิญได้ 'ฆ่าคน' ปะไร!
หลังจากใคร่ครวญลึกซึ้งจึงโบกมือปฏิเสธ“ช่างเถิด...พวกท่านจ่ายเงินรางวัลที่ช่วยเหลือกันก็พอ ข้าไม่เข้าวังหรอก”
ยี่ซินจับกระแสความคิดที่อีกฝ่ายแสดงออกว่าไม่ชอบเื่ยิบย่อยอันน่ารำคาญจึงรีบกล่าวอย่างเอาใจ หวังหยั่งเชิง
“เอาอย่างนี้ดีหรือไม่?เ้าช่วยเหลือพระสนมซึ่งเป็ถึงพระมารดาขององค์รัชทายาทสามารถใช้เส้นสายตรงนี้โดยไม่ต้องเข้ารับการทดสอบเพราะอำนาจรับคนเป็สิทธิ์ของพระองค์อยู่แล้วแค่เ้าเข้าทางองค์รัชทายาทเท่านั้น”
ยี่ซินขยับเข้าใกล้ซานซานเล็กน้อยพลางกระซิบอย่างกระตือรือร้นว่า “ไม่แน่ว่าเ้าอาจเข้าตารัชทายาทในสักวันมีสตรีนับหมื่นพัน้าเข้าใกล้พระองค์ทว่าแม้แต่ชายผ้าก็ยังไม่เคยมีใครได้สมใจปรารถนา ข้าคิดว่าเ้าอาจจะได้เป็ถึงคนสนิทของรัชทายาทด้วยซ้ำสนใจหรือไม่เล่า?”
การสนทนาของสองสตรีมิใช่ว่าเ้านายอย่างหลี่ฮุ่ยเยี่ยนจะไม่ได้ยินทว่านางยังคงปราศจากวาจาแม้ครึ่งคำ เพียงเงียบฟังบ่าวคนสนิทด้วยกิริยาเรียบนิ่ง รอว่าสตรีตรงหน้าจักตอบเยี่ยงไร
เห็นซานซานเพียงเลิกคิ้วสีหน้าราบเรียบ ไร้คลื่นสั่นไหว แค่นเสียงเฮอะเบาๆแล้วกล่าวว่า
“พี่ซินกล้าหลอกล่อข้าด้วยบุรุษรูปงามสูงส่งเชียวรึ?”
ประโยคดุดันของซานซานยี่ซินหาได้รู้สึกเสียหน้าไม่ เพราะยิ่งสนทนายิ่งรู้สึกว่าอีกฝ่ายเปิดเผยจริงใจนางจึงคลี่ยิ้มกว้างกล่าวอีกว่า “ไม่ว่าใครที่ได้เจอองค์รัชทายาทย่อมคลั่งไคล้หลงใหลถึงขั้นเพ้อฝันทั้งนั้นอย่าบอกนะว่าเ้าไม่ชื่นชอบพระองค์เหมือนสตรีอื่น ข้าไม่เชื่อหรอก”
ซานซานได้ฟังถึงกับหลุดหัวเราะเสียงใส“แน่นอนว่าข้าไม่ใช่ข้อละเว้น ข้าทั้งชื่นชมและเลื่อมใสพระองค์เชียวล่ะแต่หากข้าเข้าหาพระองค์จริง เกรงว่าต่อให้เปลื้องผ้าตรงหน้าก็คงมิได้ผลกระมังข้าเป็สตรีที่ถูกสามีทิ้งเชียวนะ บุตรสาวก็มีแล้วทั้งคน”
หญิงสาวเอ่ยได้อย่างเป็ธรรมชาติเพราะก่อนหน้าถูกถามอย่างตรงไปตรงมาจากยี่ซินว่าทำไมจึงอยู่กับบุตรสาวแค่สองคนในถ้ำเช่นนี้ สามีไปไหน เหตุใดไม่อยู่ด้วยกัน และคำถามอีกมากมายร้อยพันเกี่ยวกับสามีประหนึ่งสอบถามเพื่อคัดเลือกเป็สนมเข้าวัง
แน่นอนว่าซานซานไม่อาจทำตัวเป็สตรีบริสุทธิ์ผุดผ่องทั้งยังด่ากราดสาดความชั่วช้าของสามีอย่างเหย่หนิวให้ฟังอย่างละเอียดและเปิดเผยมากๆด้วย
ไม่ว่าจะเป็หลอกให้รักแล้วก็จากไปร้างเยื่อใย ไร้ไมตรี ทิ้งลูกทิ้งเมียไม่ไยดี เห็นแก่ตัว ชั่วช้า และต่างๆ นานาอีกมากมาย
หลี่กุ้ยเฟยและยี่ซินไม่มีใครล่วงรู้เื่ราวตื้นลึกหนาบางของบุรุษที่ชื่อเหย่หนิวผู้นั้นพวกนางพากันนึกเห็นใจซานซานจนน้ำตาไหลไปรอบหนึ่ง
กระทั่งซานซานเ้าของเื่ราวยังต้องเป็ฝ่ายปลอบใจทั้งสองอยู่เป็นาน
ยี่ซินคลี่ยิ้มเต็มวงหน้าเย้าอีกประโยคว่า “เ้าช่างไร้ใจ”
ซานซานตอบรับอย่างอารมณ์ดี“ผิดแล้วๆ ข้ามีหลายใจต่างหากเล่า สามีเก่าไม่ดี ข้าก็กำลังจะหาสามีใหม่เพียงแต่ยังหาที่ถูกใจไม่เจอเท่านั้น ด้วยเหตุผลนี้ อย่าว่าแต่องค์รัชทายาทเลยเกรงว่าชายใดก็คงไม่คิดเข้าใกล้ข้าให้ต้องแปดเปื้อนแล้ว”
ถ้อยวาจานี้เรียกเสียงหัวเราะให้บังเกิดได้ไม่ยากทั้งยี่ซินและซานซานสนทนาต่อคำกันได้ถูกคอยิ่ง
และนี่คือการผ่านบททดสอบขั้นพื้นฐานเรียบร้อย…
เมื่อได้เห็นท่าทางเปิดเผยจริงใจมิได้เสแสร้งแม้เพียงนิด ไม่ปรากฏความมักใหญ่ใฝ่สูงอันใดให้เห็น ทั้งแววตายังปราศจากความหลงใหลได้ปลื้มเช่นชู้สาวต่อบุตรชายของตนหลี่กุ้ยเฟยจึงรู้สึกพึงพอใจไม่น้อย ท้ายที่สุดพระนางก็เอ่ยปากเสียงนุ่ม
“หากเ้าไม่รังเกียจ ในฐานะผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตกัน ข้า้าตอบแทนเ้าไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง”
เสียงนี้ทำเอาซานซานกับยี่ซินต้องหยุดหัวเราะเพื่อรับฟัง
หลี่กุ้ยเฟยนิ่งเงียบชั่วครู่ปรายตามองไปทางลู่หลิ่ง
แม่นางน้อยปล่อยผมสยายยามหลับฝันพวงแก้มที่เคยนวลเนียนอมชมพูระเรื่อบัดนี้มีรอยแดงเพราะถูกคนร้ายตีหลายทีริมฝีปากจิ้มลิ้มสีแดงจัดที่ยกยิ้มได้น่ารักยิ่งนัก มีรอยแตกเืซึมผิวขาวผ่องอวบอิ่มมีรอยช้ำ วงหน้ามีดวงตาที่กลมโตบริสุทธิ์สดใสกำลังถูกเปลือกตาปิดทับเอาไว้ขนตายาวดำขลับงามงอนวูบไหวเบาๆ ตามแสงไฟ นางนอนขดตัวจนกลายเป็ก้อนแป้งกลมๆ ทนความหนาวอยู่ข้างเสือดาวหิมะ
ตัวเล็กปานนั้นแต่กลับกล้าหาญคิดปกป้องผู้ใหญ่
หลี่กุ้ยเฟยอดมิได้ที่จักยกยิ้มอ่อนโยนวาดไปถึงดวงตา ในใจนึกเอ็นดูลู่หลิ่งอย่างที่สุด ยิ่งมองก็ยิ่งหวนคิดถึงบุตรชายของตนเมื่อครั้งเยาว์วัยโครงหน้าวงคิ้วของเด็กน้อยไร้เดียงสาผู้นี้พาให้บังเกิดความรู้สึกผูกพันสายหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
พระนางผินหน้าไปทางซานซานแล้วเอ่ยต่อ
“บุตรสาวของเ้าน่ารักน่าชังปานนั้นทั้งเฉลียวฉลาดและหาญกล้า มีน้ำใจมีบุญคุณยิ่งใหญ่ยากจะลืม วันนี้นางมีโอกาสได้ช่วยเหลือข้าภายภาคหน้าไม่แน่ว่าอาจกลายเป็คนสำคัญของแว่นแคว้น สร้างคุณงามความดีสร้างความชอบให้แก่แผ่นดิน มีความชอบมากมายให้มารดาได้ภาคภูมิใจ นางควรได้รับการเลี้ยงดูในเรือนหรู พรั่งพร้อมด้วยเสื้อผ้าแพรพรรณชั้นดีอาหารเลิศรส ร่ำเรียนศาสตร์ศิลป์ทุกแขนง ข้าทาสบริวารรับใช้รายล้อมหากเ้าพร้อมติดตาม ข้ายินดีมอบสิ่งมีค่าที่สุดให้บุตรของเ้า”
เมื่อประโยคนี้ถูกกล่าวจบซานซานพลันตาเบิกโต
ตัดสินใจได้ทันที
ชายแดนทางใต้หน้าด่านเทียนเหมิน
ศึกปราบปรามชนเผ่ารุกรานสิ้นสุดลงแล้วผลกำชัยตกเป็ของฝ่ายจ้าวเหว่ยดังคาดทว่าชนเผ่าพวกนี้ทั้งป่าเถื่อนต่ำช้าและเ้าเล่ห์เพทุบายเหนือชั้น ต้องเหน็ดเหนื่อยซ้อนแผนหลายขั้นกว่าจะชนะศึกได้ทั้งยังต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและหยดเืมากมาย ทหาราเ็สาหัสนับไม่ถ้วนกระทั่งองค์รัชทายาทยังต้องนอนรักษาตัวในเรือนพักของจวนเ้าเมืองถึงสามวัน
ห้องพักหรูหรา เครื่องเรือนประณีตครบครัน ผ้าม่านถูกรวบผูกไว้สองฝั่งข้างเตียงบนเตียงหนานุ่มบุรุษหนุ่มหยัดกายลุกขึ้นนั่งแผ่นหลังเหยียดตรงคงความสง่างามน่าเกรงขาม สีหน้าเ็า สายตาล้ำลึกดุจก้นทะเลสาบแม้กรำศึกหนักติดต่อกันหลายวัน แต่กระนั้นความหล่อเหลากลับมิได้ลดทอนลงเลย
จ้าวเหว่ยปรายสายตามองเ้าของมือนุ่มนิ่มที่กำลังเอื้อมขึ้นมาแตะบนเรือนกายเปล่าเปลือยท่อนบนของเขาได้ยินเสียงแว่วหวานกล่าวแ่เบาให้รู้สึกรัญจวนใจ
“รัชทายาททรงนอนลงเถิดเพคะหม่อมฉันจะปรนนิบัติให้อย่างดี จะไม่หนีไปไหนทั้งนั้นเพคะ”
เ้าของวาจาน่าฟังนี้ทำท่าทางเอียงอายขบกลีบปากล่างจนแดงก่ำ ลมหายใจสะดุดเป็บางครั้ง คล้ายตื่นเต้นยินดีอย่างยิ่ง นางเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงยั่วยวนความหมายลึกซึ้ง “ขอพระองค์ทรงเมตตาหม่อมฉันด้วยเพคะเพราะนี่คือครั้งแรก” ยิ่งเอ่ยใบหน้างดงามนวลผ่องยิ่งแดงปลั่งดั่งผลอิงเถา
“เ้าเป็ใคร?”
จ้าวเหว่ยถามเสียงขรึมหรี่ตาลงมองฝ่ามือที่บังอาจมาแตะต้องตัวเขา
เ้าของฝ่ามือเห็นสายตาปานมีดคมจับจ้องประหนึ่งกำลังกรีดเฉือนข้อมือตนจึงชะงักค้างนิ่งงัน ค่อยๆ ดึงมือกลับแล้วถอยหลังมายืนสำรวมอยู่ห่างจากเตียงนอนราวห้าก้าว กล่าวพึมพำว่า “หม่อมฉันจิ่วเมยบุตรสาวคนเล็กของเ้าเมืองจิ่วได้รับมอบหมายให้มาดูแลองค์รัชทายาทจนกว่าจะหายดีเพคะ”
จ้าวเหว่ยโบกมือให้อีกฝ่ายหยุดพล่ามพลางเอ่ยเสียงต่ำ
“ข้าหายดีแล้วกลับไปเรียนบิดาเ้าตามนั้น ไม่ต้องมาให้ข้าเห็นหน้าอีก”
แม่นางจิ่วเมยได้ฟังพลันแข็งค้างไปทั้งร่างความหวังที่จะได้ติดตามเข้าวังพังทลายไปสิ้น
“แต่...แต่ท่านพ่อบอกว่าหากหม่อมฉันดูแลพระองค์จนหายดี หม่อมฉันจะได้...” นางละล่ำละลักทวงความดีความชอบ
จ้าวเหว่ยลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูงเขาตัวโตมากกว่าเมื่อห้าปีก่อนมากนักเส้นเสียงที่เคยแหบพร่าเพราะลำคอถูกทำลายก็หายดีเป็ปลิดทิ้งเมื่อเปล่งวาจายามอารมณ์ดีจึงทุ้มต่ำน่าฟังทว่าหากอารมณ์ไม่ดีกลับทรงอำนาจปานฟ้าถล่ม
“ไสหัวไป!”
จิ่วเมยสะดุ้งเฮือกรีบรวบกระโปรงพร้อมวิ่ง มิทันได้ใส่ใจต่อจริตมารยาพลันนั้นอู๋เจี๋ยก็พุ่งพรวดเข้าประตูห้องมา กระแทกเข้ากับสาวงามจนล้มคว่ำ
หมดกัน!
“โอ๊ะ!”อู๋เจี๋ยถามอย่างใสซื่อหน้าตาย “แม่นางไยลงไปนอนแผ่น่าเกลียดเช่นนั้น”
บุตรสาวของท่านเ้าเมืองยามนี้ไม่มีเหลือสภาพสตรีชั้นสูงเลยแม้แต่น้อย นางล้มคะมำกระโปรงเปิดในท่วงท่าน่าอายต่อหน้าบุรุษถึงสองคนโอกาสที่จะได้เข้าวังหมดสิ้นแน่แล้ว
นางตะเกียกตะกายลุกขึ้นปิดหน้าร้องไห้วิ่งจากไปทันที
อู๋เจี๋ยยังคงยืนงงแต่ปากกลับบ่นพึมพำ “เป็ถึงคุณหนูสูงส่ง ช่างทำตัวไม่เหมาะสมเอาเสียเลยต่อหน้าบุรุษแท้ๆ”
จ้าวเหว่ยหาได้สนใจใครไม่เขาเดินไปหยิบชุดมาสวมด้วยตนเอง ไม่รอคนสนิทมาปรนนิบัติ ปากออกคำสั่งว่า
“เ้าส่งข่าวผลการศึกแทนข้าแจ้งเสด็จพ่อว่าข้าาเ็ หากหายดีแล้วจะเดินทางกลับไปถวายรายงานต่อพระพักตร์”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นอู๋เจี๋ยก็เข้าใจได้ไม่ยาก แต่หากไม่ห้าม อีกฝ่ายย่อมออกไปทั้งๆที่าแยังไม่หายดี
องครักษ์หนุ่มจึงเดินขึ้นหน้าเข้ามายืนใกล้ๆนายเหนือหัว สีหน้าเ็ปยามเอ่ยปากขอร้อง
“องค์ชายพระองค์จะทรงตามหาแม่นางชิงหลินอีกหรือพ่ะย่ะค่ะ ห้าปีแล้ว องค์ชาย...มันยาวนานถึงห้าปีแล้ว นางสะบั้นสัมพันธ์ด้วยการทำลายของแทนใจการกระทำรุนแรงปานนั้น ยามนี้ย่อมมีสามีใหม่ไปแล้วแน่นอน พระองค์เลิกตามหานางเถิดไม่มีนางก็ยังมีสตรีงดงามสูงส่งรอองค์ชายสานไมตรีไม่รู้เท่าไหร่”
ประโยคเหล่านี้อู๋เจี๋ยพูดออกมานับครั้งไม่ถ้วนเพื่อมิให้เ้านายต้องเหน็ดเหนื่อยเกินไป เขาคุกเข่าเบื้องหน้าจ้าวเหว่ยเสียงดังพลั่กส่งความห่วงใยผ่านม่านน้ำตา
“องค์ชาย...กระหม่อมไม่อาจทนเห็นพระองค์ต้องทนลำบากเช่นนี้เลยผู้อื่นแต่งงานมีชายาสูงศักดิ์เสพสมสุขสำราญบริหารอำนาจอยู่ในวังหรูหรามีเพียงองค์ชายที่เป็ถึงรัชทายาทต้องรบทัพจับศึก ดูแลสารทุกข์สุกดิบทั่วแคว้นไม่ยอมแต่งชายา”
เื่กระจายอำนาจก็ดีรวบอำนาจก็ใช่ ดึงขุนนางตระกูลใหญ่เข้าพวกเพื่อหนุนหลังด้วยสตรีงดงามเย้ายวนหลากหลายวิธีการอู๋เจี๋ยพล่ามไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ทว่ากลับไม่เคยเข้าหูของจ้าวเหว่ยเลยสักครา
องครักษ์หนุ่มโขกศีรษะอ้อนวอนเสียงเครือ
“องค์ชายทรงเลิกตามหานางเถิดพ่ะย่ะค่ะ อย่างไรเสียนางก็ไม่มีทางกลับมาแล้ว นางไม่มีวันกลับมาหาท่านแล้ว...”
เมื่อประโยคนี้หลุดปากออกมาจ้าวเหว่ยพลันหลี่ตา
“เ้าหมายความว่าอย่างไร?”
อู๋เจี๋ยถึงกับชะงักงันที่พลั้งเผลอนิ่งค้างอยู่ในท่าคุกเข่าศีรษะจรดพื้น นึกหวาดหวั่นกับความจริงที่ปิดบังสุดท้ายเขาก็ได้แต่ทำใจเพียงลำพัง กระทั่งตัดสินใจแน่วแน่ว่าควรบอกความจริงกับนายเหนือหัวสักที
ทว่า...ระหว่างคุกที่ชายแดนกับคุกในวังหลวงเขาขอเลือกสถานที่ถูกลงทัณฑ์ก่อนได้ไหมเล่า?
จ้าวเหว่ยเห็นอู๋เจี๋ยยังคงหมอบอยู่กับพื้นคล้ายแกล้งตายจึงเอ่ยเสียงเยียบเย็น“องครักษ์อู๋...”
น้ำเสียงห่างเหินเยี่ยงนี้บ่งบอกได้ดีว่าเ้านายเริ่มสงสัยและเคลือบแคลงอู๋เจี๋ยจึงกลั้นใจบอกออกไป “กระหม่อมจะช่วยตามหาแม่นางชิงหลินจนสุดความสามารถพ่ะย่ะค่ะ”
นี่คือความนัยว่าอู๋เจี๋ยเลือกการถูกลงทัณฑ์ที่คุกหลวงเพราะว่าเขาจะบอกความจริงทั้งหมดหลังจากกลับวังหลวงต้าถัง