บทที่3 ซาลาเปาฟักทอง
ปลายยามเหม่า(05.00-06.59น.) ดาวที่ลุกขึ้นมาพิงหัวเตียงลูบไล้กำไลหยกในมือไปมา ทำไมกำไลของแม่ถึงติดตัวเธอมาโลกยังนี้ได้ แต่พวกเสื้อผ้าและเครื่องประดับอื่นกลับไม่ได้ติดตัวมาด้วย
ยิ่งน่าแปลกตรงที่กำไล กลับมีขนาดเล็กลงพอดีกันกับขนาดข้อมือเธอ แม้จะอยู่ในร่างเด็ก ไหนจะรอยร้าวที่เธอเห็นก่อนหน้า มันหายไปเสมือนเป็กำไลอันใหม่ แต่ที่ทำให้เธอมั่นใจว่าเป็กำไลอันเดิมของแม่ คือ ตัวอักษรคำว่า ชิง ที่สลักอยู่บนตัวหยก แม่เล่าว่าเป็กำไลที่คุณยายได้มาจากซินแสชื่อดังท่านหนึ่ง มันเป็กำไลศักดิ์สิทธิช่วยปัดเป่าภยันตรายให้แก่ผู้สวมใส่ แม่จึงมอบมันไว้ให้กับเธอเป็ของขวัญวันเกิดตอนอายุครบ15ปี
ขณะที่ในหัวเธอกำลังคบคิดถึงเื่ราวที่เกิดขึ้นมากมาย ในเมื่อยังหาคำตอบให้ตนเองไม่ได้ ว่าทำไมเธอถึงเข้ามาอยู่โลกแห่งนี้ คงได้แต่ทำตัวตามน้ำ ปรับตัวใช้ชีวิตเข้ากับผู้คนในโลกภพนี้ให้มากที่สุด หากไม่มีวี่แววว่าจะได้กลับไปโลกเก่า คงต้องทำมาหากิน หาเงินไว้เลี้ยงตัวเองยามแก่เฒ่าให้มากหน่อย
‘มุ่งมั่นเป็เถ้าแก่เนี้ยดีไหมนะ ค้าขายน่าจะเข้าทางเรามากที่สุด’
ดาวคิดอยู่ในใจ
แต่เมื่อหันมองสภาพความเป็อยู่ของครอบครัวผู้มีพระคุณ บ้านไม้เก่า มีรอยแตก แยกเป็รู ตามฝาผนังบ้าน หลังคาที่ดูเหมือนจะมีรอยรั่วหลายจุด ยังดีที่ตอนนี่ไม่มีฝน ตกลงมา
ยิ่งพอเห็นสภาพข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องแล้ว เห็นทีต้องปรับปรุงความเป็อยู่ของคนในบ้านนี้เสียก่อนเป็สิ่งแรก
จ๊อกๆๆๆๆๆเสียงท้องของเธอร้องประท้วง ั้แ่ฟื้นมานอกจากยารสขมฝาดและน้ำข้าวต้ม ก็ไม่มีสิ่งอื่นตกถึงท้องอีกเลย
เธอรีบลุกจากเตียงเพื่อเดินออกไปนอกห้อง เมื่อเปิดประตูแล้วเดินลัดเลาะออกมา พบทางเดินเล็กๆ ทอดผ่านไปยังเรือนครัว เธอจึงเดินตรงเข้าไปภายในนั้น พบหญิงสาวเ้าของบ้านกำลังก้มหน้าก้มตาทำอาหารอยู่ที่หน้าเตา
“เอออออ...ให้ข้าช่วยทำอาหารด้วยได้ไหมเ้าคะ ข้าอยากช่วย”
“อ้าว แม่หนูเ้าหายดีแล้วรึ ข้ากำลังต้มยาให้เ้าอยู่พอดี ส่วนอาหารเช้าข้าทำเสร็จหมดแล้ว ไว้รอยกไปกินพร้อมกัน ที่เหลือก็แค่เตรียมเสบียงไว้ให้สามีกับบุตรชายข้า เพื่อนำติดตัวไปตอนหาของป่าเท่านั้น นี่ข้าก็นวดแป้งเพื่อเตรียมทำหมั่นโถวให้พวกเขาอยู่”
เธอมองสำรวจรอบห้องครัว ตรวจดูวัตถุดิบสำหรับทำอาหาร พบฟักทองขนาดใหญ่ 1ลูกและผักอีกหลายชนิดบางชนิดเธอก็ไม่รู้จักคาดว่าคงเป็ผักป่า
“ฟักทองลูกนี้ใช้ได้ไหมเ้าคะ ข้าอยากนำมันมาทำซาลาเปา”
“ซาลาเปารึ ชื่อแปลกจริง เ้านำฟักทองมาใช้ได้เลย ในสวนกลังบ้านยังมีอีกมาก หากไม่พอจะให้อาจิวไปตัดมาให้”
“อาจิว …ใครรึเ้าคะ”
“ตายจริง ข้าก็ลืมไปเสียสนิท ทั้งข้าและเ้ายังไม่ได้แนะนำตัวให้รู้จักชื่อกันเลย
ในบ้านหลังนี้มีกันทั้งหมด6คน ข้าลู่ฟาง ชายที่เ้าเจอเมื่อวาน นั่นคือสามีข้า ลู่คง ส่วนเด็กชายอีกคนที่เ้าเจอ ชื่อลู่จิว เขาเป็บุตรชายคนเล็กของข้า วัย5หนาว
ส่วนบุตรชายคนโตของข้า ลู่เหวิน เขาเป็คนแรกที่พบเ้าที่โขดหิน ข้ายังมีลู่ฉีเป็บุตรชายคนรองอีกคน ตอนนี้เขาไม่อยู่บ้านเพราะออกเดินทางไปเก็บสมุนไพรกับท่านปู่ ลู่เสียน ั้แ่เมื่อวานคงกลับมาเย็นวันนี้ แล้วเ้าล่ะ พอจะนึกจำชื่อตนเองได้หรือไม่”
“ชิง เ้าค่ะ ข้าพอจะจำได้แค่นี้”
เธอหยิบยืมชื่อที่สลักไว้ในกำไลหยกมาใช้เป็ชื่อตน
“ไม่เป็ไร เมื่ออยู่ไปเรื่อย ๆ เ้าอาจเริ่มจำอะไรได้มากขึ้นก็เป็ได้ ส่วนเื่แซ่ ในเมื่อเ้ามาอาศัยในตระกูลลู่ ให้ใช้แซ่ลู่ไปก่อน เวลาเ้าเจอชาวบ้านถาม เพียงตอบพวกเขาไปว่า เป็หลานสาวของตระกูลลู่ มาจากเมืองทางตอนเหนือ พวกชาวบ้านคงไม่กล้าซักไซ้อะไรเพิ่มหรอก เ้าเรียกข้าว่าท่านป้าก็ได้ เราจะได้ดูเป็ครอบครัวเดียวกันไม่ห่างเหิน บอกตามตรงข้าถูกชะตาเ้าั้แ่แรกเห็น คงเพราะทำให้นึกถึงบุตรสาวของข้า ถ้านางยังอยู่คงอายุเท่ากันกับเ้า ดูแล้วเ้าเองน่าจะไม่เกิน10หนาว”
ขณะที่ดาว หรือนามใหม่ในโลกภพนี้ คือลู่ชิง กำลังพูดคุยกับท่านป้าลู่ฟางอย่างสนุกสนานเพลิดเพลิน เธอได้หั่นฟักทองเป็ชิ้นและนำไปนึ่งจนสุกเรียบร้อยแล้ว
ลู่ชิงขอให้ท่านป้าช่วยเตรียมแป้งหมั่นโถว ซึ่งนางจะใช้มันเป็ตัวแป้งซาลาเปาฟักทอง นางหันมาขูดเนื้อฟักทองนึ่งและนำมันมาบดให้ละเอียด แบ่งส่วนหนึ่งไปผสมกับแป้งหมั่นโถวของท่านป้า อีกส่วนนางตั้งใจจะนำมาทำเป็ไส้
ตัวไส้นางนำเนื้อฟักทองบดไปกวนในกระทะด้วยไฟอ่อน เติมเกลือเล็กน้อย ตอนนึ่ง นางลองชิมดูแล้วเนื้อฟังทอง มีรสหวานมาก จึงไม่ต้องเติมน้ำตาลเพิ่ม กวนจนไส้จนเริ่มเหนียวได้ที่ ยกลงพักไส้ไว้ก่อน
จากนั้นนำแป้งที่ผสมเนื้อฟักทองจนได้แป้งสีเหลืองสวย มาแบ่งให้ได้ขนาดเท่าๆกัน นางนับดูได้ทั้งหมด50ลูก นำแป้งที่แบ่งไว้มารีดเป็แผ่นกลม โดยใช้มือค่อยๆตบแผ่นแป้งให้ขยายออก นำไส้ฟักทองกวนใส่ลงไป ห่อให้แน่น
ลู่ชิง จับจีบบนแป้งบางลูก บางลูกปั้นเป็ก้อนกลมธรรมดา บางลูกก็ปั้นเป็ออกมาเป็รูปกระต่าย นาางนึกสนุกอยากทำตามคลิปสอนทำอาหารในโลกเดิม จึงนำเปลือกข้าวโพดมาฉีกเป็เส้น มาวางเป็ช่องไฟ สลับให้เท่าๆกันจำนวน4เส้น จากนั้นวางแป้งที่ไส้แล้วลงไป จับเปลือกข้าวโพดแต่ละด้านเข้าหากัน แล้วหมัดหลวมๆ ทำจนครบ4เส้น หลังนึ่งจะได้ซาลาเปาหน้าตาเหมือนฟักทองลูกจิ๋วนั่นเอง
.........................................
บนโต๊ะอาหารวันนี้ ทุกคนในบ้าน ต่างก็พากันจับจ้อง เ้าก้อนสีเหลืองหน้าตาแปลกประหลาด ที่ลู่ชิงผู้เป็สมาชิกใหม่ของบ้านทำขึ้น บางลูกเป็ก้อนกลม บางลูกหน้าตาคล้ายกระต่าย บางลูกคล้ายฟักทองขนาดเล็กจิ๋ว ครั้นเมื่อทุกคนได้ลิ้มลองกลับพบว่า เนื้อแป้งมีความหอมนุ่ม ตัวไส้เนื้อเนียนหวานกำลังพอดี และมีกลิ่นหอมของฟักทองอบอวนไปทั่วทั้งปาก มันอร่อยมาก พอมีไส้เพิ่มเข้ามา ทำให้กินได้ง่ายขึ้น ต่างจากหมั่นโถวตามปกติที่พวกเขากินยิ่งนัก
“พี่สาวข้าชอบหมั่นโถวมีไส้แบบนี้มาก ข้าอยากกินทุกวันเลยได้หรือไม่ แต่เ้ากระต่ายตัวนี้ มันน่ารักมาก จนข้าไม่กล้ากิน ข้าสงสารมัน”
ทุกคนต่างหัวเราะ เอ็นดูเด็กชายตัวน้อยของบ้านที่แอบสงสารเ้าซาลาเปากระต่าย
“ได้สิ ไว้ข้าจะทำไส้แบบอื่นให้เ้ากินด้วย ไส้มันเทศ ไส้ผัก ไส้ถั่ว ไส้เผือก หรือจะไส้หมูสับก็อร่อยมากเลยนะ พี่สาวจะทำให้เ้ากินครบทุกไส้เลย”
ลู่ชิงส่งยิ้ม ให้เด็กชายตัวน้อยตรงหน้า รู้สึกเอ็นดู ถ้าหากนางจับมาขุนให้อ้วนกว่านี้ คงน่ากอดน่าฟัดอย่างมากแน่
“รสมือของเ้าดีมาก ปกติหากกินแค่หมั่นโถวเพียงอย่างเดียวออกจะรู้สึกฝืดคออยู่บ้าง แต่เ้าซาลาเปานี่ กินได้อย่างไหลลื่น ยิ่งกินคู่กับน้ำชายิ่งเข้ากันได้ดี ท่านพ่อต้องชอบมากแน่ น้องหญิง เ้าแบ่งไว้ให้ท่านพ่อกับอาฉีเถอะ ไม่ต้องให้ข้าพกไปมากถึงเพียงนี้หรอก”
ลู่คงมองซาลาเปาในห่อผ้าที่ภรรยายื่นให้
“ข้าแบ่งไว้เรียบร้อยแล้วเ้าค่ะ ชิงเอ๋อร์นางทำไว้มากทีเดียว วันนี้ท่านพี่แค่ไปหาผักป่าและพืชสมุนไพรใช่ไหมเ้าคะ”
“ใช่ ข้าว่าจะไปหาผักป่า และเก็บสมุนไพรที่ใช้แก้ปวดลดไข้เพิ่มสักหน่อย ที่มีอยู่คงพอใช่แค่เพียงในครอบครัว คงไม่พอนำไปแจกจ่ายช่วยเหลือชาวบ้านได้ หากฤดูหนาวครานี้เป็เหมือนกับปีก่อน คงมีชาวบ้านเจ็บป่วยล้มตายกันมาก ท่านพ่อเองคงคิดถึงเื่นี้ จึงชวนอาฉีออกไปหาสมุนไพรมาเก็บสะสมไว้ ข้าเองก็คิดจะช่วยท่านพ่ออีกแรง”
“ข้าขอตามไปด้วยคน นะเ้าคะท่านลุง”