เข็มเงินของกู้ชิงเฉิงเป็นที่เลื่องลือไปทั่วใต้หล้าดังนั้นหมอประจำจวนรุ่ยอ๋องจึงเชื่อมั่นในตัวของกู้ชิงเฉิงเขาเพียงยืนรออยู่หน้าประตูอย่างไม่เร่งร้อน
เกอจวิ้นไม่ได้เข้าร่วมในความวุ่นวายนี้หากแต่จับจ้องการเคลื่อนไหวของอวี๋ชิงฮวาตลอดเวลาเมื่อเห็นเหล่าที่ปรึกษาข้างกายอวี๋ชิงฮวาจากไป เขาก็แอบสะกดรอยตามไปทันทีเขารู้ดีว่าคนพวกนี้จะไม่ยอมรามือง่ายๆเพราะเขารู้จักพวกขุนนางในราชสำนักเป็นอย่างดี
ที่ปรึกษาผู้นั้นเรียกนักฆ่าสองคนมาและสั่งให้พวกเขาเข้าไปลอบสังหารรุ่ยอ๋อง โดยมีข้อจำกัดด้านเวลาพวกนักฆ่าจะต้องลงมือขณะที่กู้ชิงเฉิงกำลังรักษาเท่านั้น มิเช่นนั้นเหตุการณ์ครั้งนี้จะโบ้ยความผิดไปที่อันหยวนถังไม่ได้
เพราะก่อนหน้านี้กู้ตงหลิงเคยพ่ายแพ้อย่างหนักดังนั้นอวี๋ชิงฮวาจึงไม่กล้าประมาท เขาไม่เพียงนำเหล่าองครักษ์จำนวนมากมาด้วยหากแต่ยังพานักฆ่าและองครักษ์เงามาอีกเพียบ เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติการ
อันหยวนถังในตอนนี้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วใต้หล้าและยังได้รับการสนับสนุนจากเหล่าชาวบ้านอีกด้วยการจะโค่นล้มอันหยวนถังจึงไม่ใช่เรื่องง่ายดายนัก
ทว่าทางนี้มีเกอจวิ้นคอยจับตาดูอยู่ทุกการเคลื่อนไหวของนักฆ่าทั้งสองจึงอยู่ในสายตาของเขาเมื่อที่ปรึกษาของอวี๋ชิงฮวาจากไปเกอจวิ้นก็ลงมือจัดการนักฆ่าทั้งสองโดยไร้ซึ่งสุ้มเสียงใดๆ
ผู้คนรู้จักเกอจวิ้นเพียงว่าเป็นบุรุษผู้สุภาพอ่อนโยนสง่างามราวกับหยก มีมารยาทสมเป็นบัณฑิต ทั้งยังมาจากเมืองหลวงมีตำแหน่งเป็นเซี่ยนจู่ที่นี่ แม้ว่าถูกลดตำแหน่งมาก็ตาม
ทว่าไม่มีใครล่วงรู้ว่าเขามีเล่ห์เหลี่ยมร้ายกาจและฝีมือยอดเยี่ยมเพียงใดการสังหารนักฆ่าสองคนนั้นเป็นเพียงเรื่องง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือแต่เขากลับซ่อนเร้นฝีมือมาโดยตลอด
ครั้งล่าสุดที่หลิวผิงก่อความวุ่นวายเขากลับนั่งอยู่บนรถเข็น เพียงเพราะไม่อยากให้ผู้คนล่วงรู้เบื้องลึกของเขาขีดจำกัดของเขานั้นแม้แต่กู้ชิงเฉิงก็ยังไม่ล่วงรู้
เมื่อจัดการนักฆ่าทั้งสองเรียบร้อยเกอจวิ้นจึงคลายความกังวลลงได้บ้าง เพราะโม่อวี้เฉินอยู่ที่นี่เขาจึงไม่อยากจะอยู่ต่อ เขาทักทายหูเอ้อร์ไม่กี่คำ จากนั้นจึงจากไป
อย่างไรเสียเมื่อมีโม่อวี้เฉินอยู่ อวี๋ชิงฮวาคงไม่กล้าจะคิดทำสิ่งใดได้อีก
กู้ชิงเฉิงเริ่มแรกได้ลงเข็มให้รุ่ยอ๋องแล้วและเขาเองก็กินยาอายุวัฒนะไปแล้ว เวลานี้นางจึงได้ตรวจดูบาดแผลทั่วร่างทีละจุดและตรวจอวัยวะภายในทีละส่วน
ร่างกายนี้นับว่าอยู่ในสภาพร่อแร่เต็มทีหากประมาทเพียงนิดก็จะสิ้นใจตายได้ทุกเมื่อเกรงว่าคงไม่มีหมอคนใดอยากรับคนไข้เช่นนี้เป็นแน่
“ท่านอ๋องมีบาดแผลเก่าและใหม่ทั่วร่างอีกทั้งไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีมาโดยตลอด ต้องดูแลสุขภาพให้ดีจึงจะถูก”กู้ชิงเฉิงถอนเข็มออกแล้วเริ่มเขียนใบสั่งยา
“แม้ข้าจะไปรบในสภาพเช่นนี้ แต่ก็ยังสามารถเข่นฆ่าข้าศึกได้มากมาย” ท่านรุ่ยอ๋องกล่าวอย่างไม่พอใจ พลางปรายตามองกู้ชิงเฉิง “ข้ายังนึกว่าเจ้าจะแตกต่างจากพวกหมอเหล่านั้น ที่แท้ก็ไม่ต่างกันนัก”เขาไม่ชอบฟังคำพูดเช่นนี้ที่สุด
กู้ชิงเฉิงนั้นเข้าใจความคิดของท่านรุ่ยอ๋องได้เป็นอย่างดีเพราะเขาคือเทพสงครามแห่งแคว้นต้าฉิน เขาเป็นแม่ทัพผู้ไม่เคยพ่ายแพ้เขามีอำนาจรองจากฮ่องเต้และอยู่เหนือคนนับหมื่นเขาใช้ชีวิตภายใต้รัศมีแห่งความรุ่งโรจน์มาโดยตลอดสิ่งที่เขาได้ยินล้วนเป็นคำสรรเสริญเยินยอ
ในยามนี้กู้ชิงเฉิงกลับกล่าวว่าเขาไร้ความสามารถแน่นอนว่าเขาจึงไม่พอใจและรู้สึกโกรธเคืองเป็นอย่างมาก
“ด้วยความปรีชาสามารถของท่านอ๋อง ย่อมสามารถเข่นฆ่าข้าศึกได้มากมายเพคะ”กู้ชิงเฉิงพยักหน้า “ทว่าท่านอ๋องไม่ควรจำกัดความทะเยอทะยานไว้เพียงเท่านี้ด้วยความสามารถของท่านอ๋อง ย่อมสามารถพิชิตชนเผ่าเป่ยหมานได้ทำให้แคว้นต้าฉินสงบสุข ไม่มีผู้ใดกล้ารุกรานอีกต่อไป”
คำกล่าวนี้ทำให้ท่านรุ่ยอ๋องรู้สึกไม่สบายใจแต่ก็ไม่อาจระเบิดโทสะได้ เขามีความทะเยอทะยานเช่นนั้นจริงทว่าเขากลับล้มป่วยมานาน
แม้สองปีก่อนจะบั่นทอนขวัญกำลังใจของชนเผ่าเป่ยหมานทำให้พวกนั้นไม่กล้าลงมือในชั่วขณะนี้ แต่หากรุ่ยอ๋องมีอันเป็นไปชนเผ่าเป่ยหมานย่อมจะหวนกลับมาอีกครั้งอย่างแน่นอน นี่คือสิ่งที่รุ่ยอ๋องกังวลเขารู้สึกจนปัญญายิ่งนัก เพราะในตอนนี้แม้แต่ม้าศึกเขาก็ยังไม่อาจขี่ได้
กู้ชิงเฉิงไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดมากความเพียงกล่าวพอให้รุ่ยอ๋องครุ่นคิดจนกระจ่างแจ้ง ที่นางทำเช่นนี้ไม่ใช่เพราะสถานะของรุ่ยอ๋อง หากแต่เป็นเพราะนางรับผิดชอบต่อผู้ป่วยเสมอมาและไม่ปรารถนาให้พวกเขาเล่นตลกกับชีวิตของตน
เมื่อชิงหลิวเดินเข้ามาโดยมีสาวใช้คนหนึ่งติดตามมาด้วย แม้นางจะยังอายุน้อย แต่กลับเฉลียวฉลาดนางเข้ามารับใบสั่งยาจากกู้ชิงเฉิง นางเพียงเหลือบมองผ่านๆ แล้วเก็บเอาไว้พลางเอ่ยว่า “ขอบคุณท่านหมอกู้ยิ่งนักตอนนี้รุ่ยอ๋องปลอดภัยแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ”
“ตอนนี้ปลอดภัยเพียงชั่วคราวเท่านั้น” ระหว่างที่กู้ชิงเฉิงลงเข็มนางแอบเก็บเลือดของรุ่ยอ๋องไว้ นางตั้งใจหาจังหวะตรวจสอบให้ดีเสียก่อนเพราะสถานการณ์ของรุ่ยอ๋องผู้นี้ดูไม่ปกติเอาเสียเลย
รุ่ยอ๋องผู้นี้ออกศึกมาหลายปีบาดเจ็บซ้ำซ้อน สภาพแวดล้อมเลวร้าย อากาศหนาวเหน็บสิ่งเหล่านี้ไม่น่าจะทำให้เทพสงครามผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้แก่ชราลงอย่างรวดเร็วเช่นนี้แม้อายุของเขาจะยังไม่มาก แต่ร่างกายกลับเสื่อมโทรมอย่างมาก จากการจับชีพจรของเขากู้ชิงเฉิงไม่สามารถตรวจพบความผิดปกติใดๆ ได้เลยนางจึงต้องตรวจเลือดของเขาเท่านั้น
กู้จิ่งเซวียนและเสี่ยวโต่วจื่อได้วิ่งออกไปเล่นสนุกแล้วเป็นธรรมดาของเด็กน้อยผู้ไร้กังวล พวกเขาไม่คิดถึงความขัดแย้งและความแค้นเคือง
เมื่อกู้ชิงเฉิงเดินออกไปคนของอวี๋ชิงฮวาก็ถอนกำลังออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงอวี๋ชิงฮวาที่ยังคงอยู่เขาต้องรอดูอาการของรุ่ยอ๋อง
เขาคือผู้ที่เกลี้ยกล่อมคนจากจวนอ๋องให้นำรุ่ยอ๋องที่กำลังจะสิ้นใจมาที่อันหยวนถังแม้ก่อนหน้านี้จะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น แต่เมื่อรุ่ยอ๋องฟื้นคืนสติแล้วเขาก็ต้องแสดงความดีความชอบเสียหน่อยแท้จริงแล้วการกระทำของเขาก็เป็นเพียงการปกปิดเจตนาอันไม่บริสุทธิ์ของตนเองเท่านั้น
“ท่านมาทำอะไรที่นี่” กู้ชิงเฉิงเก็บเข็มเงินและกล่องยาเข้าที่กำชับศิษย์สองสามคนที่ดูแลด้านเตียงคนไข้แล้วจึงหันกายออกมาพอดีกับที่อวี๋ชิงฮวาเข้ามา นางจึงกล่าวอย่างไม่ไว้หน้าเขาว่า “ที่นี่ไม่ต้อนรับท่าน”
“ข้าจะทำอะไร ก็ไม่ถึงคราวให้เจ้ามาตัดสิน!” อวี๋ชิงฮวาส่งเสียงฮึดฮัดเย็นชา
เขาไม่เห็นกู้ชิงเฉิงอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อยสำหรับเขาแล้ว ไม่ว่าหมอของอันหยวนถังจะมีความสามารถเพียงใดก็เป็นเพียงหมอบ้านนอกเท่านั้น ยังไงนางก็ไม่สามารถต่อต้านราชสำนักได้
หากองค์รัชทายาทไม่ได้มาด้วยกันเพียงแค่คำพูดของเขาก็สามารถทำให้อันหยวนถังหายไปจากโลกนี้ได้แล้วแต่เขาก็คิดว่าคงอีกไม่นานเกินรอ อย่างน้อยกู้ชิงเฉิงก็คงอยู่ได้ไม่นานแล้ว
“จับตาดูให้ดี อย่าให้ใครเข้ามาเด็ดขาด รุ่ยอ๋องต้องการพักผ่อนให้เพียงพอ”กู้ชิงเฉิงกล่าวกับชิงหลิวก่อนจากไปคำพูดนี้นับเป็นการพุ่งเป้าไปที่อวี๋ชิงฮวาอย่างชัดเจน
คนจากจวนอ๋องต่างเข้าใจเจตนาของอวี๋ชิงฮวาดีจึงไม่มีใครแสดงสีหน้าเป็นมิตรกับเขาเลย
แม้แต่รุ่ยอ๋องยังแค่นเสียงเย็นชาในลำคอว่า“เจ้าคงมาดูว่าข้าตายแล้วหรือยังกระมัง?”
“รุ่ยอ๋องโปรดทรงพระเมตตา กระหม่อมไม่บังอาจ” อวี๋ชิงฮวาใจเต้นตุบๆเขารีบคุกเข่าลงครึ่งหนึ่งพลางกล่าวว่า “กระหม่อมหวังดีต่อรุ่ยอ๋องพ่ะย่ะค่ะกระหม่อมได้ยินว่าฝีมือของหมอที่อันหยวนถังเป็นที่เลื่องลือยิ่งนัก”
“หากข้าตายที่นี่ อันหยวนถังก็คงจะไม่มีอยู่บนโลกนี้แล้วกระมัง” ด้วยฤทธิ์ของยาอายุวัฒนะ รุ่ยอ๋องจึงยังมีเรี่ยวแรงอยู่บ้างเขามองอวี๋ชิงฮวาด้วยสายตาเย็นชา ไม่ได้ไว้หน้าแม้แต่น้อย
อวี๋ชิงฮวาซ่อนความโกรธไว้ในใจเขาก้มหน้าลง พลางกล่าวว่า “กระหม่อมใจร้อนไปหน่อยพ่ะย่ะค่ะเพียงแต่ได้ยินว่ารุ่ยอ๋องไม่สามารถฟื้นคืนสติได้ กระหม่อมจึงร้อนใจนัก”
“ข้าไม่เห็นรู้เลยว่าเจ้าเป็นห่วงความปลอดภัยของข้าถึงเพียงนี้” น้ำเสียงของรุ่ยอ๋องยังคงเย็นชา “เจ้าคงใช้ข้าเป็นเครื่องมือเพื่อทำลายอันหยวนถังสินะ”เขารับรู้ทุกสิ่งอย่างกระจ่างแจ้ง
“กระหม่อม...” อวี๋ชิงฮวาถึงกับเหงื่อตก
รุ่ยอ๋องผู้นี้ฟื้นคืนสติมาแล้วทั้งเฉลียวฉลาดถึงเพียงนี้ เขาย่อมหวาดกลัวเป็นธรรมดา เพราะเขาทำผิดย่อมมีจิตใจที่หวาดระแวงราวกับขโมย