บทที่ 25 ได้กลับมาเต็มกระเป๋า
ฉู่อวิ๋นเข้าไปใกล้ลูกตะกร้อขนเล็กๆหย่อนตัวลงนั่งยองๆ และมองดูพื้น เขาเห็น้าดินคล้ายมีสิ่งเคลือบไว้สะอาดหมดจด เมื่อััก็รับรู้ถึงความเย็น ราวกับว่าความร้อนทั้งหมดถูกดูดออกไป
“ดินตรงนี้แปลกมาก มีสิ่งใดแปลกปลอมอยู่ข้างใต้หรือ?”
ฉู่อวิ๋นวางเ้าลูกตะกร้อขนเล็กๆไว้ข้างๆ เขา และเริ่มลงมือขุดดิน
หลังจากที่ขุดดินจนหมดก็เห็นผลไม้สีแดงสองผลเชื่อมติดกันใต้ดิน ลึกประมาณครึ่งหมี่
เมื่อผลไม้ัักับอากาศคลื่นความร้อนก็แผ่ออกมากระทบใบหน้า
“นี่คือ... ผลคู่หยวนหยาง[1]!”
ฉู่อวิ๋นเคยอ่านเจอในหนังสือว่าผลหยวนหยางเป็ยาที่หายากมากเพราะเติบโตได้เฉพาะในสถานที่ที่มีพลังิญญาเข้มข้นเท่านั้นคล้ายกับดอกปี้หลิงที่จะดูดซับความร้อนจากรอบตัวมาเลี้ยงดูตัวเอง
ผลหยวนหยางใต้ดินนี้เห็นได้ชัดว่าอาศัยความสามารถของดอกปี้หลิงในการควบแน่นพลังิญญาดูดซับและเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ได้รับสารอาหารมากเกินไปและกลายเป็ผลไม้แฝด
ฉู่อวิ๋นหัวเราะมองไปที่เกราะอากาศรอบตัวและพูดกับตัวเอง "นี่ข้านับว่าโชคดีหรือโชคร้ายกัน?"
การจะได้เห็นดอกปี้หลิงกับผลหยวนหยางเจริญเติบโตใกล้ๆกัน เป็เื่ยากเกินจะยาก
“จิ๊ดจิ๊ด!”
เมื่อเ้าก้อนขนตัวน้อยเห็นผลคู่หยวนหยางดวงตาโตของมันก็สว่างสดใสมันะโลงไปเด็ดผลไม้ไว้ในปากแล้วจ้องมองฉู่อวิ๋นด้วยแววตาน่าสงสาร
“เ้าตัวโลภมากเ้าวางแผนให้ข้าขุดผลไม้ออกมาให้แล้วพาเ้าขึ้นมาใช่ไหม?” เมื่อมองไปที่ลูกตะกร้อขนเล็กๆ แสนน่ารัก ฉู่อวิ๋นก็แทบจะะเิเสียงหัวเราะออกมาจากนั้นเขาก็อุ้มมันออกมาจากหลุมที่ขุดไว้
“จิ๊ด~จิ๊ด~จิ๊ด~”
เห็นได้ชัดว่าเมื่อเ้าก้อนขนตัวน้อยนี้มีความสุขมากดวงตาเป็ประกายพร้อมกินผลหยวนหยางลงไปหนึ่งลูกในคำเดียวจากนั้นจึงวางอีกผลที่เหลือไว้บนฝ่ามือของฉู่อวิ๋น
ฉู่อวิ๋นใเล็กน้อยแล้วถามว่า "หืม? เ้ายกผลหยวนหยางนี้ให้ข้าหรือ?"
ลูกตะกร้อขนเล็กๆะโเล็กน้อยเพื่อยืนยัน
“ก็ได้ ขอบคุณนะเ้าตัวน้อย” ฉู่อวิ๋นยิ้ม แตะขนนุ่มๆ ของมันแล้วพูดว่า “ข้าขุดผลไม้ออกมาให้เ้าแล้ว เมื่อไหร่เ้าจะปลดเกราะออกล่ะ?”
“จิ๊ด! จิ๊ด!”
ดูเหมือนเ้าก้อนขนตัวน้อยจะไม่ได้ยินคำพูดของฉู่อวิ๋นเอาแต่ใช้ร่างกายที่มีขนยาวฟูของมันแตะๆ ที่ฝ่ามือของฉู่อวิ๋นที่ถือผลหยวนหยางไว้
ฉู่อวิ๋นพูดไม่ออก เ้าตัวเล็กๆนี่กำลังเล่นอะไรอยู่?
จากนั้นสักพักหนึ่งฉู่อวิ๋นก็ถามออกมา "เ้า... กำลังขอให้ข้ากินผลหยวนหยางนี้หรือ?"
เมื่อได้ยินเช่นนี้เ้าก้อนขนตัวน้อยก็ส่งเสียงยืนยันอีกครั้ง
“เ้าตัวน้อย ข้าแตกต่างจากเ้า ข้าเป็มนุษย์ ถ้าข้ากินเข้าไปเลยกลัวว่าจะถูกแผดเผาจนตาย” ฉู่อวิ๋นถอนหายใจและอธิบาย
จริงๆ แล้ว ผลหยวนหยางสามารถปรับสมดุลร่างกายของนักรบได้มันจะเพิ่มความสามารถของพลังปราณที่จุดตันเถียน ได้ผลดีเยี่ยม
แต่ผลหยวนหยางมีฤทธิ์ยาที่แข็งแกร่งมากหากนักรบระดับต่ำกลืนมันเข้าไปโดยตรง มันก็จะแผดเผาร่างกาย จนอาจเผาผลาญเส้นลมปราณและอวัยวะภายในด้วย
ดังนั้นโดยทั่วไปแล้วจะต้องนำผลหยวนหยางไปให้นักปรุงยาผสมกับวัตถุดิบยาฤทธิ์เย็นต่างๆและกลั่นเป็ยาหยวนหยางก่อนจึงจะมอบให้แก่นักรบแต่แน่นอนว่าหากทำเช่นนี้ฤทธิ์ยาของผลหยวนหยางก็จะลดลงไปไม่น้อย
“เ้าจะฆ่าข้าหรือ?” ฉู่อวิ๋นอุ้มเ้าตัวเล็กในมือซ้ายขึ้นมามองพร้อมส่งรอยยิ้มแหยๆ ให้
เ้าก้อนขนตัวน้อยตีหน้าเศร้าะโไปที่มือขวาของฉู่อวิ๋นทันที หยุดอยู่ข้างๆ ผลหยวนหยาง และอ้าปากเล็กๆ ออกมา
“ฮัดชิ้ว~”
ทันใดนั้นฟองสีน้ำเงินก็พุ่งออกมาจากปากของเ้าก้อนขนตัวน้อย แผ่กระจายลมเย็นออกมา แล้วคลุมรอบผลหยวนหยาง ทำให้ไอร้อนของผลไม้อ่อนลง
เมื่อเห็นผลหยวนหยางเปล่งประกายด้วยแสงสีฟ้าเ้าก้อนขนตัวน้อยก็ส่งเสียงแหลมอย่างภาคภูมิใจจ้องมองไปที่ฉู่อวิ๋นด้วยตาดวงโตราวกับพอใจ
เมื่อััถึงความเย็นของผลหยวนหยางบนฝ่ามือฉู่อวิ๋นก็ตกตะลึงเล็กน้อยเ้าตัวน้อยนี่แค่พ่นฟองออกมาก็ทำให้ประสิทธิภาพของยานี้อ่อนลงได้แล้ว?
เก่งกาจกว่านักปรุงยาเสียอีก
นานนักกว่าฉู่อวิ๋นจะตัดสินใจกินผลหยวนหยางลงไปได้ แต่เขาก็ไม่อาจนั่งรอความตายได้
"เ้าตัวน้อย ข้าเชื่อเ้าก็ได้" ฉู่อวิ๋นดวงตาจดจ่อ ก่อนจะกลืนผลหยวนหยางลงไปทันที ไอร้อนค่อยๆ ไหลไปตามหลอดอาหารจากนั้นก็ผ่านเส้นลมปราณและอวัยวะภายในร่างกายทั้งหมดไปถึงจุดตันเถียน
"อ๊ะ!"
ฉู่อวิ๋นรู้สึกราวกับว่ามีไฟลุกโชนในร่างกายเขากำลังใช้จุดตันเถียนบรรเทาความร้อนออกทางิั ทำให้เหงื่อออกทั่วร่างรอยแผลจากกรงเล็บบนหน้าอกก็เริ่มมีเืไหลออกมา
"เจ็บ!"
ด้านนอกเกราะอากาศมู่หรงซินเห็นฉู่อวิ๋นหน้าแดงและดูเ็ปเป็อย่างมากใบหน้าสวยของนางก็เปลี่ยนไปและะโอย่างเป็กังวล "นี่! เ้าอันธพาลตัวเหม็นเ้าทำอะไรน่ะ? ไม่เป็ไรใช่ไหม?”
สิ่งเดียวที่ตอบสนองต่อมู่หรงซินคือเ้าลูกตะกร้อขนเล็กๆ
มันก ะพริบตามองไปที่มู่หรงซิน จากนั้นก็มองฉู่อวิ๋นต่อ
หลังจากนั้นไม่นานเมื่อฉู่อวิ๋นกำลังจะทนความร้อนไม่ไหว จุดตันเถียนก็ปล่อยกระแสความเย็นออกมาคล้ายชะล้างร่างกายเหมือนลำธารที่ช่วยลดความร้อนภายในร่างกายของเขาลง
ในที่สุดฉู่อวิ๋นก็รู้สึกว่าร่างกายของเขาเต็มไปด้วยความแข็งแกร่งซ้ำพลังปราณในจุดตันเถียนของเขาเพิ่มขึ้นเป็สองเท่า!
"ไม่คิดว่าการกลืนผลหยวนหยางโดยตรงแบบนี้ จะได้ผลถึงเพียงนี้!" ฉู่อวิ๋นกำกำปั้นและลองชกลมดูสองสามครั้ง ก่อเกิดเสียงหวีดหวิว
"คาดว่าพลังนี้ถึงสองพันจินแล้วเทียบได้กับนักรบระดับหกของขอบเขตควบแน่นพลังปราณแล้ว!"
นักรบระดับหกของขอบเขตควบแน่นพลังปราณแตกต่างจากฉู่เฟยเพียงระดับเดียวเท่านั้น!
ฉู่อวิ๋นอ้าปากหัวเราะหยิบเ้าลูกตะกร้อขนเล็กๆ ที่อยู่ข้างๆ มาลูบแล้วเอ่ยว่า "ขอบคุณนะ เ้าตัวเล็ก!"
"ฮัดชิ้ว~"
ลูกตะกร้อขนเล็กๆกะพริบและจามพัดฟองเล็กๆ ออกมา เมื่อัักับผิวกายแดงระเรื่อของฉู่อวิ๋น ทำให้เขารู้สึกเย็นสบายและสดชื่น
จากนั้นเ้าลูกตะกร้อขนตัวเล็กก็คล้ายง่วงนอนเปลือกตาของมันหน่วงลง และขดตัวนอนอยู่บนฝ่ามือของฉู่อวิ๋น ดูเหมือนจะเหนื่อยมาก
หลังจากนั้นไม่นานเกราะอากาศสีทองก็ค่อยๆ สลายไปและบริเวณโดยรอบก็กลับมาสงบ
"ฉู่อวิ๋น! เ้าไม่เป็ไรใช่ไหม?" มู่หรงซินเดินไปหาฉู่อวิ๋นแล้วถาม
ฉู่อวิ๋นส่ายหัวและอธิบายให้มู่หรงซินฟังถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น
“เ้าตัวน้อยนี่อัศจรรย์ขนาดนี้เลย?” มู่หรงซินเบิกตาโต ใช้มือแกล้งแหย่เ้าก้อนขนตัวน้อยบนฝ่ามือของฉู่อวิ๋นทำให้มันพลิกหนีเล็กน้อย
ฉู่อวิ๋นลูบเ้าลูกตะกร้อขนเล็กๆแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม "อัศจรรย์แล้วยังไง? ก็แค่แมวตะกละตัวหนึ่ง"
ไม่นานมู่หรงซินก็นำดอกปี้หลิงสามกลีบออกไปได้สมดังใจ้าในที่สุด
ฉู่อวิ๋นยังค้นหาวัตถุดิบยาจำนวนมากในบริเวณใกล้เคียงไปด้วยแต่ก็ยังคงปล่อยทิ้งไว้บางส่วน
การสร้างทะเลแห่งโอสถนั้นต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งร้อยปี หากโลภมากเกินไปและทำลายธรรมชาติจะขัดกับกฎแห่ง์และเป็อันตรายต่อตนเอง
เวลานี้พลบค่ำแล้วแสงอัสดงสาดส่องไปทั่วท้องฟ้า ทำให้ทั้งทะเลแห่งโอสถเรืองรองเป็สีส้มแดง
หลังจากที่ฉู่อวิ๋นเก็บยาแล้วเขาก็มองไปรอบๆ และเห็นว่าท้องฟ้าทางทิศใต้แดงกว่าทางทิศตะวันตกจึงรู้สึกสับสนเล็กน้อย
“เ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดที่นี่จึงถูกเรียกว่าป่าสนธยา?” เมื่อััได้ถึงท่าทางแปลกๆ ของฉู่อวิ๋นมู่หรงซินก็ยิ้มและเดินเข้าไปหา
ฉู่อวิ๋นส่ายหน้า
มู่หรงซินชี้ไปทางทิศใต้และอธิบายว่า "ทางใต้จากที่นี่ คือพื้นที่ส่วนกลางของป่าสนธยามีสัตว์ปีศาจระดับสูงที่ทรงพลังจำนวนมากอยู่ที่นั่น และยังมีสัตว์ป่าอยู่ด้วยตำนานเล่าว่าสีแดงส้มที่อาบย้อมท้องฟ้าในพื้นที่ส่วนกลางของป่าสนธยาคือเืของมนุษย์และสัตว์ปีศาจ”
“นี่จึงเป็ที่มาของชื่อป่าสนธยา สนธยา มักเป็สีแดงเสมอ”
เมื่อได้ยินดังนั้น ฉู่อวิ๋นก็ใเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าป่าสนธยาจะมีตำนานเช่นนี้
พื้นที่ส่วนกลางของป่าเป็ที่ที่สมาชิกตระกูลรองเสียชีวิต
ฉู่อวิ๋นมองดูท้องฟ้าสีเปื้อนเือีกครั้งความเสียสละของสมาชิกในตระกูลของเขายังคงชัดเจนอยู่ในใจ
“อีกไม่นานก็จะถึงการประลองเซี่ยหยางแล้วข้าจะต้องทวงถามความยุติธรรมให้ตระกูลข้าข้าจะต้องฉีกหน้ากากเปิดเผยด้านโสมมของตระกูลหลักให้จงได้!”
ถัดจากเขามู่หรงซินเห็นฉู่อวิ๋นยืนมองท้องฟ้าสีแดงเืโดยไม่พูดอะไร จึงยืนอยู่เงียบๆ ข้างเขา
"ฟิ้ว!"
ยามนี้มีบางอย่างเกิดขึ้นบนท้องฟ้าที่ห่างไกล สายรุ้งเพลิงพุ่งตรงสู่ท้องฟ้าทะลุเมฆาอากาศ แล้วทิ้งร่องรอยคลื่นอากาศไว้เป็แนวยาว
“หือ? นั่นอะไรน่ะ?”
"ว้าว สวยจังเลย!"
ฉู่อวิ๋นและมู่หรงซินต่างจ้องมองแสงสีรุ้งที่หายวับไปอย่างว่างเปล่าด้วยความประหลาดใจ
"จิ๊ด!"
ในขณะที่ทั้งคู่ตกตะลึงอยู่ จู่ๆลูกตะกร้อขนเล็กๆ ก็ตื่นขึ้นมันกระสับกระส่ายเล็กน้อยแล้วะโออกมาจากฝ่ามือของฉู่อวิ๋น
“เ้าตัวน้อย เ้าจะไปไหน?” ฉู่อวิ๋นที่เห็นลูกตะกร้อขนเล็กๆ พุ่งไปทางทิศใต้ก็เริ่มตามหาทันทีแต่มันว่องไวมากจนตามจับไม่ทัน
หลังจากค้นหามาได้ระยะหนึ่งแล้วฉู่อวิ๋นก็ไม่พบร่องรอยใดๆ เลย เขาอดถอนหายใจไม่ได้ “เฮ้อ เ้าตัวน้อยนั่นน่ารักมากว่าจะพามันกลับไปให้พี่สาวเลี้ยงสักหน่อย”
หลังจากที่สายรุ้งตัวนั้นปรากฏขึ้นมาเ้าลูกตะกร้อขนเล็กๆ ก็มุ่งหน้าไปทางใต้ทันที ช่างบังเอิญจริงๆ
มู่หรงซินที่ตามมาก็พูดกับฉู่อวิ๋นว่า "ท้องฟ้ามืดแล้ว อีกอย่างทางใต้ก็อันตรายเกินไปเ้าก็หยุดตามหาได้แล้ว จากที่ข้าดูเ้าตัวน้อยนั่นไม่ใช่สัตว์ปีศาจธรรมดามันไม่เป็ไรหรอก”
ฉู่อวิ๋นพยักหน้าสายตาจ้องมองไปที่ป่าอันมืดมิดที่อยู่ข้างหลังเขาเขามีลางสังหรณ์ว่าเขาจะยังต้องกลับมาที่นี่อีกแน่
นอกจากนี้ เขายังมีความรู้สึกหน่อยๆ ว่า มีอะไรบางอย่างกำลังเรียกหาเขาอยู่ในใจกลางป่าสนธยา
จากนั้นทั้งคู่ก็กลับจากทะเลแห่งโอสถพูดคุยหัวเราะกันไปตลอดทาง
นอกทะเลแห่งโอสถหลินหล่างเห็นว่าทั้งสองคนสนิทสนมกัน สีหน้าของเขาก็เ็า ดวงตาไร้ซึ่งความสุข
“คุณชายหลินดูเหมือนว่าน้องสาวข้าจะมีสัมพันธ์อันดีกับเ้าฉู่อวิ๋นนี่นะ” มู่หรงเหิงที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาส่ายหน้าและยิ้มอย่างขมขื่นแม้ว่าเขาจะเกลียดฉู่อวิ๋น แต่ก็ไม่อาจทำอะไรกับพฤติกรรมของน้องสาวได้
มู่หรงซินมีระดับขั้นพลังยุทธ์สูงกว่าเขาสองระดับดังนั้นต่อให้เขาอยากยุ่งก็ไม่มีทาง
หลินหล่างแค่นเสียงอย่างเ็าและพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน “เ้าดาวหายนะนั่นทำลายเื่ดีๆ ของข้า ถ้ามีโอกาสข้าจะฟันมันให้เป็ชิ้นๆ แน่!”
เมื่อได้ยินเข้ามู่หรงเหิงก็เลิกคิ้วแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม "โอ้ ข้ามีข่าวที่คุณชายหลินอาจสนใจอยู่พอดีเชียว”
“หือ? เ้ารีบพูดมา!”
"ฮ่าๆ" มู่หรงเหิงเดินเข้าไปหาหลินหล่างเขากระซิบว่า "ก่อนหน้านี้ข้าได้ข่าวมาจากท่านพ่อว่าฉู่อวิ๋นมีคุณสมบัติเข้าร่วมการประลองยุทธ์เซี่ยหยางเมื่อถึงเวลาคนที่แข็งแกร่งมากมายก็จะมารวมตัวกันการประลองในด่านแรกนั้นยากต่อการดูแล ข้ารู้ว่าคุณชายหลินคงเข้าใจในสิ่งที่ข้า้าจะสื่อ”
หลินหล่างยกยิ้มชั่วร้ายที่มุมปากจ้องมองฉู่อวิ๋นที่กำลังคุยกับมู่หรงซินในระยะไกล และพูดอย่างเ็า "โอ้? นับว่าเป็ข่าวดีจริงๆ!"
เมื่อพวกเขากลับมาถึงเมืองไป๋หยางก็เป็เวลามืดค่ำแล้วหลังจากที่ฉู่อวิ๋นกล่าวลากับมู่หรงซิน เขาก็เดินไปที่เซียนเยว่ซวน
“ไปครานี้ได้กลับมาเยอะนัก ไม่รู้ว่าของพวกนี้จะขายได้กี่เหรียญทอง?”
บนถนนใหญ่ชายหนุ่มที่ถูกคนทั้งเมืองดูิ่ ตอนนี้กำลังเดินถือกระเป๋าหนังใบใหญ่อย่างสบายๆและสง่างามโดยปราศจากความกังวลใดๆ
--------------------
[1] หยวนหยาง คือ หยางไต หรือที่รู้จักในชื่อหยางแท้เป็รากฐานของพลังงานหยางของมนุษย์และมีบทบาทในการเสริมและทำให้การทำงานของอวัยวะและเนื้อเยื่อต่างๆของร่างกายมนุษย์อบอุ่นขึ้น