หลังจากนั้นหลินเทียนหลงก็ปล่อยหมัดต่ออีกสองหมัด เขาก็พบว่าตอนนี้เขาเริ่มมีอาการหอบขึ้นมากะทันหันซะอย่างนั้น
พอชกไปอีกหมัดเขาก็เริ่มปวดแขนขึ้นมาแล้ว
‘อย่างมากสุดคงได้แค่ 5 หมัดก่อนต้องพักก่อนสินะ’ หลินเทียนหลงสรุปขึ้นมาในใจ เขาเศร้าใจเล็กน้อยที่ต่อยหมัดแบบนี้ออกไปได้ไม่กี่หมัด แต่เมื่อนึกได้ว่าเขายังเป็แค่คนที่ไม่มีระดับบ่มเพาะเขาก็หายเศร้าทันที
ที่เขาฝึกได้นี้คงต้อขอบคุณทักษะบ่มเพาะและเืั 1% ในตัวของเขา
ไม่นานนักหลินเทียนหลงก็มองบนฟ้าพบว่าตอนนี้นั้นเป็เวลามืดค่ำแล้ว จึงตัดสินใจเดินกลับเขาไปนอนในกระท่อมก่อนแล้วเตรียมออกเดินทางในวันถัดไป…เพราะไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่อยากตกนรก!
…
…
…
วันต่อมา…
หลินเทียนหลงตื่นขึ้นมาตอนเช้าตรู่เนื่องจากความเครียดและความเหนื่อยที่สะสมมาจากวันก่อนทำให้เขาหลับอย่างรวดเร็ว ระหว่างนอนเขาก็หายใจในรูปแบบเดียวกับที่ฝึกหมัดเคลื่อน์ตลอดเวลา
เขาสำรวจร่างกายตัวเองเล็กน้อยเขาพบว่ากำลังแขนของเขามากขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยจากการฝึกไม่นานเมื่อวานนี้ ยิ่งมองที่กล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วก็ยิ่งชอบใจ
หลินเทียนหลงในตอนนี้ไม่ได้ผอมซูบอีกต่อไปแล้ว เขาหล่อขึ้นจากการที่ได้รับเืัเข้าไปในร่างและมีกล้ามมากขึ้นจากการฝึกฝนเพียงไม่กี่ชั่วโมง….ถึงแม้เขาจะไม่ได้กินอะไรมาวันนึงเต็มๆเลยก็ตามที แต่ก็นับเป็การเปลี่ยนแปลงที่น่าอัศจรรย์นัก…
เมื่อออกมากจากกระท่อมเก่าๆของตัวเองหลินเทียนหลงก็เริ่มมองไปรอบๆเพื่อดูว่าจะสามารถออกจากป่าไปทางไหนได้บ้าง…
มองไปซักพักเขาก็สรุปได้ทันทีว่าการจะออกจากป่านี้โดยไม่รู้ทิศทาง นั้นยากพอๆกับการให้ลุงคนหนึ่งลาออกจากงานเลยทีเดียว
‘เอาไงดีเนี่ยเลือกผิดทางได้ตายหยังเขียดแหง…’ หลินเทียนหลงมองไปรอบๆยิ่งมองก็ยิ่งเครียดทุกวินาทีที่มองไปรอบๆเขาจะเห็นภาพในจินตนาการที่ตัวโดนล่ามโซอยู่ในนรกจนแก่แต่ก็ไม่มีวันตาย…ฃ
เพี๊ยะ! หลินเทียนหลงตบหน้าตัวเองอย่างแรงพร้อมพึมพำขึ้นมา
“ตั่งสติหน่อยเทียนหลง” หาเขายังคงฟุ้งซ่านต่อไกคงมีแต่ต้องรอความตายอยู่บนเขาโง่ๆในป่าบ้าๆนี่
เขาเริ่มตั้งสติแล้วมองไปเรื่อย ๆตั่งแต่ทิศตะวันออก ทิศเหนือ ทิศตะวันตก ทิศใต้
ทิศตะวันออกนั้นมีูเาอยู่เล็กน้อย ทิศเหนือไม่มีูเาอยู่เลย ทิศตะวันตกมีภูดเขาอยู่ค่อนข้างมาก ส่วนทางทิศใต้นั้นคล้ายๆกับทิศตะวันออกคือมีูเาอยู่เล็กน้อย
ตามหลักแล้วถ้าที่นี้เป็ยุคปัจจุบันเขาคงเลือกไปทางทิศเหนืออย่างไม่ลังเลเพราะจากสภาพภูมิประเทศที่ไม่มีูเาอยู่เลยนั้นเป็ปกติมากที่จะมีสิ่งปลุกสร้างและผู้คนอาศัยอยู่อย่างแน่นอน
แต่นี้เป็อีกโลกที่แตกต่างออกไปเขาไม่เชื่อว่าผู้คนในยุคนี้จะอยู่อาศัยในที่ราบที่ไม่มีูเาอยู่เลยซักลูกแน่นนอน
เพราะตามที่ระบบบอกโลกจอมยุทธพวกนี้นั้นเต็มไปด้วยการฆ่าฟัน หากเกิดาขึ้นไม่ใช่ว่าพวกที่อยู่ในที่ราบจะโดนล้อมตีได้ง่ายๆหรือไร หากมีแม่น้ำสายใหญ่อยู่แถวนั้นก็ถือว่าโชคดี ถึงแม้โอกาสที่จะออกจากป่าด้วยทางนั้นจะดูมีความหวังมากที่สุดแต่…แล้วหลังจากนั้นหล่ะ?
เขานั้นไร้พื้นฐานบนโลกใบนี้โดยสมบูรณ์หากออกไปแล้วไม่เจออะไรเลยเขาคงต้องอยู่คนเดียวไปอีกนาน ถึงเขาจะชินกับการอยู่คนเดียวแต่ในกรณีนี้นั้นแตกต่างออกไป หากบนโลกเดิมต่อให้เขาอยู่คนเดียวอย่างไรซะเขาก็สามารถเห็นผู้คนผ่านมือถือหรือสื่อต่าง ๆได้ การต้องอยู่คนเดียวในป่าที่ไร้ผู้คน พร้อมทั้งที่รอบๆตัวเขาอาจจะมีสัตว์ประหลาดอยู่นะนั้นแตกต่างโดยสิ้นเชิง
ถึงหลินเทียนหลงอยากออกจากป่ามากเท่าไหร่แต่เขาจะวู่วามตัดสินใจไม่ได้หากเขาเลือกไปทางทิศเหนือเขาจำต้องใช้เวลาอีกมากหาก้ากลับไปยังทิศทางอื่นอาจจะใช้เวลาหลายเดือนหรือนานกว่านั้น
ตัวเลือกในหัวของเขาตอนนี้มีเพียงแค่เพียงทิศตะวันออกกับทิศใต้เท่านั้น เขาตัดทิศตะวันตกออกไปอย่างสิ้นเชิงยิ่งป่าเขามากเท่าไหร่โอกาสเจอสัตว์ประหลาดก็ดูจะมากขึ้นเท่านั้นอย่างไรเสียก็มีแต่ป่าเขา
ทิศตะวันออกและทิศใต้นั้นมีูเาเพียงน้อยนิดโอกาสที่จะมีผู้คนตั่งถิ่นฐานอยู่ที่นั้นมีค่อนข้างมากแต่กระนั้นก็ยังมีโอกาสที่จะไม่มีผู้คนอยู่เช่นกัน
ไม่นานนักหลินเทียนหลงก็ตัดสินใจจะเดินทางไปทางทิศตะวันออก หากที่นั้นไม่มีผู้คนเขายังสามารถเปลี่ยนเส้นทางไปยังทิศเหนือหรือทิศใต้ได้ซึกเป็สองตัวเลือกที่ดีมาก
คิดได้เช่นนั้นหลินเทียนหลงก็ออกเดินทางทันที…สิ่งที่เขาพกติดตัวไปก็มีเพียงหมอนเก่าๆที่อยู่ในกระท่อมเท่านั้น เขาไม่มีความคิดจะนอนโดนใช้หินหนุนหัวแม้แต่น้อย…์มีทางให้เดินเหตุใดต้องเลือกลงนรกด้วย?
“การตัดสินใจของข้าช่างหลักแหลมยิ่ง มิน่าถึงเป็ผู้ถูกเลือก”เมื่อหลินเทียนหลงเดินเขาป่าได้ซักพักเขาก็เริ่มชื่นชมตัวเองขึ้นมาอย่างหน้าไม่อาย
3 ชั่วโมงต่อมาหลินเทียนหลงยังคงเดินบ้างวิ่งบ้างอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดพักเขาตัดสิ้นใจไว้แล้วว่าหากไม่เหนื่อยเขาจะยังคงเดินต่อไปเรื่อย ๆไม่พักที่ระบบให้เวลาเขามาหนึ่งเดือนมันต้องไม่ใช้เื่ไร้เหตุผลแน่ๆ เขาคิดอยากเดินทางให้ได้อย่างน้อยต้องวันล่ะ 50 กิโลยังไงซะเขาก็ไม่เหนื่อยง่ายๆอยู่แล้วควรต้องใช้เวลาที่มีอย่างจำกัดให้คุ้มค่า
ระหว่างทางหลินเทียนหลงก็จะหยิบนั่นนี้ขึ้นมาเล่นบ้างเจอกิ่งไม้เขาก้หยิบขึ้นมาแกว่งไปมาเจอหินเขาก็หยิบขึ้นมาโยนเล่นบ้างเพื่อคลายความเหงา หาเจอผลไม้เขาก็จะใช้กิ่งไม้ตะหวัดไปที่ผลไม้แล้วนำมันมาตรวจสอบว่าสามารถทานได้หรือไม่
1 วันต่อมา หลินเทียนหลงก็ยังคงเดินต่อไปอย่างไม่พักเขาพบความพิเศษของร่างกายของตนอีกอย่างคือแม้จะเป็ตอนกลางคืนเขาก็ยังคงสมารถมองเห็นได้ชัดแจ๋วราวกับตอนกลางวัน และ เขาก็ได้ลองใช้ความสามารถอีกอย่างที่เขาได้มานั่นคือดวงตาตรวจสอบในการตรวจสอบผลไม้ต่าง ๆระหว่างทางด้วยทำให้เขาไม่หิวเลยซักนิดแถมยังได้ชิบอาหารแปลกๆอีกด้วย
กร๊วบ! หลินเทียนหลงกัดผลไม้สีม่วงพร้อมเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย
[ผลหนามม่วง]
รายละเอียด : ผลละไม้ที่ช่วยเพิ่มพูดความเร็วในการฝึกฝนแก่ผู้ฝนตนระดับสร้างิญญาเล็กน้อยหากเป็ระดับที่ต่ำกว่านั้นอาจจะส่งผลให้ร่างกายแหลกสลายได้…
วิธีรับประทาน: สามารถทานได้สดๆ
นี่คือชื่อของผลไม้ที่หลินเทียนหลงกำลังกินเล่นราวกับเป็ขนมแสนอร่อยอยู่…อันที่จริงนี่คือลูกที่สิบที่เขากินเข้าไปแล้ว เพราะเขาพลาดไปกินเ้าผลไม้นี่ลูกแรกเข้าไปก่อนจะตรวจสอบ
แต่เขาก็พบว่าเขาสามารถทานได้อย่างปกติไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นกับร่างกายของเขาอีกทั้งเขายังพบว่ารศชาติของมันสุดยอดยิ่ง ทำให้เขาหอบเก็บมันมาระหว่างทางมากมาย เขาไม่รู้ว่ามันหายากหรือไม่เขารู้เพียงแต่ว่ามันอร่อย!
อีกทั้งเขายังได้รู้เื่ของระดับการบ่มเพราะมากจากระบบอีกด้วยว่า ในทวีปนี้มีระดับบ่มเพาะอยู่ทั้งหมด 6 ขั้น หลังจากนั้นถือเป็พวกเซียนและหลังจากนั้นก็จะเป็เทพ โดยระบบบอกระดับกับเขามาเพียงแต่ 6 ระดับเท่านั้น
[ระดับของสิ่งมีชีวิตเบื่องล่างนั้นแบ่งออกเป็ 6 ระดับ ระดับล่ะ 10 ขั้น แต่ล่ะระดับมีชื่อดังนี้ 1.พื้นฐานลมปราณ
2.ก่อแกนลมปราณ 3.เปลี่ยนกายา 4.สร้างิญญา 5.ิญญาก่อเกิด 6.ผู้หลุดพ้น หาก้ารู้ข้อมูลเพิ่มเติมโปรดเพิ่มระดับให้มาขึ้น ] นี่คือสิ่งที่ระบบบอกหลินเทียนหลงมา
ผ่านพ้นไปอีกหนึ่งวัน หลินเทียนหลงก็ยังคงเดินๆวิ่งๆชิลๆต่อไปเรื่อย ๆ เขาเริ่มที่จะเก็บผลไม้ที่อร่อยและผักสมุนไพรข้างทางติดไม้ติดมือมาเพิ่มมากขึ้นด้วยไม่ว่าจะเจออะไรตราบใดที่กินได้เขาเก็บหมด!
เมื่อมาถึงวันนี้เขาเริ่มสบายใจกับการกินมากขึ้นเพราะเขายังไม่เจอสัตว์ประหลาด อสูรร้าย หรือ โจรอะไรพวกนี้เลยแม้แต่น้อย ทำให้เขาสนุกไปกับการเก็บของแปลกที่อร่อยกินได้มากขึ้น
แกร๊กๆ วันนี้สิ่งที่เขากินนั้นเป็ดอกไม้สีขาวปนฟ้ากินคู่กับผลไม้สีแดงส้มลูกใหญ่
[ดอกหยินคราม]
รายละเอียด : ดอกไม้ที่มีพลังหยินบริสุทธิ์ หากไม่มีพลังหยินหรือหยางที่แข็งแกร่งเทียบเท่า อาจจะทำให้ถูกแช่แข็งได้หากััโดยตรง หากทานเขาไปสดๆมีโอกาส10% ที่จะได้รับพลังหยินเล็กน้อยและมีโอกาศ 90% ที่จะไร้ผล
วิธีรับประทาน : จะต้องนำไปปรุงเป็โอสถก่อน
[ผลเพลิงลับแล]
รายละเอียด : ผลไม้ที่เกิดในที่แปลกๆไม่อาจหาได้ด้วยวิธีปกติ เป็ผลไม้ที่มีพลังเพลิงแฝงอยู่ภายใน หากไม่มีพลังหยินที่มีระดับเท่าเทียมกันหรือมากกว่าอาจจะทำให้ผู้ทานถูกเผาทั้งเป็ได้
วิธีรับประทาน : จะต้องมีพลังหยินที่มากพอจึงสามารถทานสดๆได้
วันนี้เขานั้นเล่นของยากเป็พิเศษ…ถึงลายละเอียดจะดูอันตรายแต่หากเขากินเข้าไปมันก็ไม่ส่งผลอะไรมากนักแค่ร้อนๆเย็นๆท้องนิดหน่อยแต่ค่อนข้างอร่อยและรู้สึกดีทีเดียว เพราะเขาค้นพบความลับของร่างเขาอีกอย่างแล้วคือเืัของเขามันกินแทบได้ทุกอย่างเลยทีเดียว
ว่าด้วยตอนเช้าของวันนี้เขาเผลอเดินไปเจอกับเ้าผลเพลิงลับแลเข้าอย่างบังเอิญ เขาเห็นว่ามันดูน่ากินดีก็เลยลองตรวจสอบลายละเอียดดู เขาก็พบว่ามันอันตรายมาตอนนั้นเขาเองก็เศร้าใจเล็กน้อยแต่ก็เก็บมันไว้ในช่องเก็บของด้วย
แต่เมื่อเดินต่อไปได้ 2 - 3 ชั่วโมงเขาก็พบเข้ากับดอกหยินครามทันทีเขาเห็นว่ามันชื่อดอกหยินเลยดีใจมากไปหน่อยว่าตรงๆคือประมาทเลยไปหยิบขึ้นมาโดยไม่ทันอ่านรายละเอียดให้ครบท่วนแต่เขาก็โชคดีไม่เป็อะไร เขาถึงรู้สึกตัวขึ้นมาดว่าเืันี้มีความสามารถสูงมากกว่าที่เขาคิดเอาไว้หลายขุม
แรงเริ่มเขาคิดว่ามันเพียงทำให้มีความแข็.แกร่งมาขึ้นเท่านั้น ต่อมาเขาก็พบว่ามันกินของกินระดับสูงๆได้โดนไม่สะทกสะท้านเลยซักนิดเดียว มาวันนี้เขาจึงลองเสี่ยงกินผลไม้ที่ทำให้ร่างกายเกิดอาการชาลงไปดูพบว่าเขาไม่เป็อะไรเลยแม้แต่น้อย กลับกันเขารู้สึกผลไม้มีพิษนี้มันอร่อยด้วยซ้ำไป!
เมื่อทดลองไปหลายๆอย่าง เขาก็ได้รู้ว่าเืของเขามันต้านพิษได้ในระดับหนึ่งหาเป็พิษระดับสูงๆเขาอาจจะต้านไม่ได้ อีกอย่างคือกระเพาะของเขา…มันสามารถย่อยอาหารได้ 100% ทีเดียวหรือก็คือมันจะไม่มีสิ่งตกค้างเหลือยู่ในร่างกายแม้แต่นิดเดียว
ทุกอย่างที่กินลงไปถูกเปลี่ยนเป็พลังงานจนหมด และยิ่งกินผลไม้ที่มีระดับสูงเขาก็แข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อยด้วยถึงแม้จะไม่ได้แข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแต่นับได้ว่ามีผลอยู่
กร๊อบๆ หลินเทียนหลงยังคงเคี้่ยวดอกหยินคราบและผลเพลิงลับแลอย่างเพลิดเพลิน…
ติ๊ง!
[ยินดีด้วยระดับ เพิ่มขึ้น +1]
“ห๊ะ…”หลินเทียนหลงได้ยินเสียงระบบดังขึ้นในหัวเขาก็หยุดเคี้ยวไปครู่หนึ่งเขาช็อคขึ้นมาจริงๆแล้ว…
ตอนนี้เขาเริ่มััได้ถึงพลังปราณในร่างกายเล็กน้อยแล้วร่างกายของเขารู้สึกเบามากขึ้น ตอนนี้เขาอยู่ขั้นที่ 1 ของระดับพื้นฐานลมปราณแล้ว! เพียงแต่เสียงของระบบยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น
[ตรวจพบพลังปราณตกค้างมหาศาลในร่ากายของผู้ใช้้าดูดซับหรือไม่]
“….”หลินเทียนหลงได้แต่ฟังแล้วคิดอยู่ซักพักก่อนจะยอมรับการดูดซับพลังงานตกค้าง
[ยินดีด้วยระดับ เพิ่มขึ้น +1]
[ยินดีด้วยระดับ เพิ่มขึ้น +1]
….
[ยินดีด้วยระดับ เพิ่มขึ้น +1]
เสียงดันขึ้นในหัวของหลินเทียนหลงเรื่อย ๆ จนไปหยุดอยู่ที่ขั้น 7 ของระดับพื้นฐานลมปราณ
“ระบบเหตุใดข้าถึงเพิ่มเพิ่มระดับได้อย่างรวดเร็วตอนนี้กิน ข้ากินของพวกนี้มาตั่งสองวันแล้วนะ”หลังจากที่เสียงของระบบหยุดดัง หลินเทียนหลงก็ถามขึ้นมา
[เนื่องจากผู้ใช้นั้นไม่รู้วิธีการดูดซับปราณและไม่ได้ใช้ระบบในการช่วยดูดซับทำให้ไม่สามารถเพิ่มระดับได้ เพียงแต่เมื่อครู่ผู้ใช้มีพลังสะสมมากเกินไปทำให้บังเอิญทะลวงผ่านขึ้นมาได้ ระบบจึงเสนอตัวดูดซับให้]
“แล้วทำไมเ้าไม่บอกข้าแต่แรกกัน!”หลินเทียนหลงขมวดคิ้วเล็กน้อยกับการตอบของระบบ เ้านี้มันกวนเขาอยู่!
[ท่านไม่ได้ถาม]
“….” หลินเทียนหลงได้ฟังคำเขาก็รู้สึกอยากกระอักเืขึ้นมา เขาใช้เวลาซักพักไปกับการสงบสติอารมณ์โมโหของตัวเองพร้อมกับเปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาดู
[หลินเทียนหลง]
อายุ:15 ปี (อายุิญญา 197 ปี)
ระดับ:7(พื้นฐานลมปราณ ขั้น 7)
ค่าประสบการณ์: 48%
ฉายา:ไม่มี
เคล็ดบ่มเพาะ:เคล็ดจอมเทพ
ทักษะ: หมัดเคลื่อน์(ระดับทูต์ ไม่สมบูรณ์)
อุปกรณ์สวมใส่:จี้ลึกลับ
สายเื:มนุษย์ธรรมดา(99%)/เทพั ระดับ1(1%)
พร์:ไร้ขีดจำกัด(เนื่องจากมีระบบทำให้ไร้คอขวด),ดวงตาตรวจสอบ
แต้มฝึกฝน:0
[ช่องเก็บของ](สามารถคิดเพื่อเรียกออกมาได้)
[ร้านค้า](สามารถคิดเพื่อเรียกออกมาได้)
มองดูที่ระดับที่เพิ่มขึ้นมาถึง 7 เขาก็ลดความโกรธลงไปเล็กน้อย พร้อมกับตรวจสอบความแข็งแกร่งของตัวเองดูตอนนี้เขารู้สึกว่าสามารถปล่อยหมัดเคลื่อนูเา 1 คลื่น ออกมาได้เรื่อย ๆเลย
เมื่อระดับขึ้นมาถึงขั้นนี้เขาก็เริ่มเปลี่ยนจากการเดินเป็วิ่งแทน
ฟุบ! หลินเทียนหลงพุ่งตัวไปข้างเขาพบว่าตัวเองพุ่งออกไปด้วยความเร็วเกือบเทียบเท่ารถยนต์เลยทีเดียว…แค่ระดับบ่มเพาะพื้นฐานลมปราณยังทำได้ขนาดนี้หากขึ้นไปเรื่อย ๆเครื่องบินเจ็ตสำหรับเขาคงแค่เต่า
‘ด้วยความเร็วเท่านี้คงได้ซักราวๆ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะออกจากป่าอาจจะใช้เวลาแต่ 5-10 วัน คงพอมีเวลากินเล่มบ้าง’ หลินเทียนหลงคิดขึ้นมา ตอนนี้เขารู้สึกว่าโอกาสที่จะได้ผลไม้แปลกๆในป่าพวกนี้ไว้กินนั้น เริ่มสำคัญสำหรับเขาขึ้นมา เพราะเขาคิดว่าของพวกนี้อาจจะมีแค่ในป่าก็ได้ผ่านทางก็แวะหน่อยก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร! อย่างไรเสียก็ของกิน!