อมิตาหลับไปจากอาการอ่อนเพลียที่ยังคงมีอยู่ เธอยังคงมีความหวังว่าตื่นขึ้นมาแล้วเธอจะสามารถกลับไปยังโลกเดิม โลกที่เธอจากมา หากเธอยังไม่ตายจากโลกนั้นจริงๆ แต่ถ้าหากเธอตายแล้ว เธอก็จะขอเริ่มต้นชีวิตใหม่ในร่างของเด็กสาวผู้อ่อนแอผู้นี้ ภาษาการพูดการฟังเธอสามารถรับฟังและพูดภาษาของคนที่นี่ได้ออกมาอัตโนมัติ ราวกับว่าเป็คนที่อยู่เมืองแห่งนี้มานานอย่างไรอย่างนั้น นั่นอาจจะเป็ผลพลอยได้จากเ้าของร่างนี้ที่ทิ้งความเคียดแค้นเอาไว้ให้เธอ เพื่อทวงคืนความยุติธรรมและนำร่างนี้ทำความดีต่อไป
“คุณหนู… เมื่อไหร่จะตื่นเสียทีล่ะเ้าคะ บ่าวรอคุณหนูตื่นมาคุยกับบ่าวตั้งนานแล้วนะเ้าคะ ท่านแม่ของคุณหนูก็รอคุณหนูอยู่ รีบตื่นขึ้นมาเถืดนะเ้าค่ะ” เสี่ยวเอ๋อร้องเรียกคุณหนูห้าอยู่ที่ข้างเตียง ถึงแม้ท่านหมอจะบอกว่าไม่เป็อะไร แต่ทว่านางเองก็ไม่ยอมวางใจ
“ขอน้ำหน่อย…” เปลือกตาบางที่เปิดออกพร้อมกับริมฝีปากที่แห้งผาก
“นี่เ้าค่ะน้ำ” เสี่ยวเอ๋อรีบประคองคุณหนูห้าขึ้นมาแล้วนำน้ำในถ้วยชาให้เธอดื่ม
“แค่กๆๆ” อมิตาในร่างของหลินซูเหมยไอออกมา เธอกำลังสำลักน้ำที่เพิ่งดื่มเข้าไป
‘นี่ร่างกายของเด็กนี่อ่อนแอขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย’ อดีตนักมวยสาวคิดในใจ
“เสี่ยวเอ๋อ…. เ้าชื่อเสี่ยวเอ๋อใช่ไหม” เธอเอ่ยถามออกมา
“ใช่เ้าค่ะ คุณหนู….คุณหนูไม่เป็อะไรแล้วใช่ไหมคะ” เสี่ยวเอ๋อตอบอย่างงุนงงก่อนที่จะเอ่ยถามคุณหนูของนางออกมาด้วยน้ำเสียงห่วงใย
“ข้าไม่เป็อะไรแล้ว แต่เสี่ยวเอ๋อ…..”
“คุณหนู… คุณหนูมีอะไรจะสั่งข้า สั่งข้ามาได้เลยเ้าค่ะ ข้าจะไปจัดการให้ประเดี๋ยวนี้เลย” เสี่ยวเอ๋อรีบเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงยินดี
“ข้าหิว…” สาวรับใช้ยิ้มออกมาทันทีเมื่อได้ยินคุณหนูเอ่ยออกมาเช่นนั้น
“คุณหนู… ท่านรอข้าประเดี๋ยวเดียวนะเ้าคะ ข้าจะรีบไปจัดสำรับมาให้คุณหนูเดี๋ยวนี้”
เสี่ยวเอ๋อค่อยๆ พาร่างบางของหลินซูเหมยไปนั่งพิงที่หัวเตียงก่อนที่จะลุกจากที่ตรงนั้นตรงเข้าไปในครัว นางไม่ลืมสั่งสาวใช้ในเรือนให้ไปเรียนนายท่านกับหลินฮูหยิน และนายหญิงเล็ก ผ่านไปไม่นานอาหารที่ได้มาจากแม่ครัวก็ถูกนำมาวางไว้ที่ข้างเตียง อมิตาในร่างของเด็กสาวผู้อ่อนแออย่างหลินซูเหมยหรือคุณหนูห้าแห่งสกุลหลินก็ค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียง นาทีนี้เธอต้องมีแรงเพื่อที่จะได้ฟื้นฟูร่างกายของตน จากนั้นจึงค่อยสะสางเื่ราวที่เกิดขึ้นในอดีตกับเด็กสาวผู้น่าสงสารผู้นี้
“คุณหนูอยากทานอะไรอีกสั่งข้ามาได้เลยนะเ้าคะ ข้าจะรีบไปจัดการมาให้คุณหนูประเดี๋ยวนี้เลยเ้าค่ะ” เสี่ยวเอ๋อที่พาคุณหนูลุกจากเตียงมานั่งที่โต๊ะเพื่อรับประทานอาหารมื้อแรกหลังจากที่สลบไปหลายวัน
“ข้าไม่เป็ไรแล้วเสี่ยวเอ๋อ ขอบใจเ้ามากนะ”
อมิตาบอกเด็กสาวรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ของหลินซูเหมยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เธอมองไปยังอาหารเบื้องหน้าพบว่ามีเพียงโจ๊กเละๆ เพียงเท่านั้น หน้าตาช่างแตกต่างจากโลกที่เธอจากมายิ่งนัก นาทีนี้เธอต้องเพิ่มกำลังของตนเองให้มีเรี่ยวแรง มือบางจึงหยิบช้อนขึ้นมาก่อนที่จะค่อยๆ ตักโจ๊กในชามใส่ปาก เสี่ยวเอ๋อที่แอบลุ้นไปด้วยยิ้มออกมาทันทีที่คุณหนูทานอาหารได้
“เหมยเอ๋อร์… ลูกเป็อย่างไรบ้าง”
มารดาที่เข้ามาดูอาการบุตรสาวคนแรกหลังจากที่เด็กรับใช้ไปบอกกล่าว นางจึงรีบละมือจากการเย็บผ้าแล้วมาหาบุตรสาวในทันที
ใบหน้าเล็กของเด็กสาววัยสิบห้าที่ยังคงซีดเซียวเงยหน้าขึ้นมองตามเสียง ก่อนที่เธอจะนึกขึ้นได้ว่างหญิงวัยสามสิบปลายๆ ผู้นี้คือมารดาของหลินซูเหมย อมิตาค่อยๆ พยุงตัวเองให้นั่งดีๆ ก่อนที่จะคำนับอีกฝ่าย เธอเกิดใหม่ในร่างนี้เธอก็ต้องดูแลหญิงผู้นี้แทนหลินซูเหมยแล้ว หวังว่าบิดาของเธอในชาติภพนั้นคงจะมีคนคอยดูแลเขาแทนเธอเช่นกัน
“ท่านแม่… ลูกดีขึ้นมากแล้วเ้าค่ะ ท่านแม่อย่าห่วงลูกไปเลยนะเ้าคะ” อมิตาในร่างของหลินซูเหมยเอ่ยออกมาพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ
“คุณหนูห้าทานอาหารได้มากทีเดียวเ้าค่ะ นายหญิงเล็กไม่ต้องเป็ห่วงไปนะเ้าคะ ข้าว่าอีกไม่กี่ชั่วยาม คุณหนูจะต้องมีเรี่ยวมีแรงอย่างแน่นอนเ้าค่ะ” เสี่ยวเอ๋อเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่สดใสขึ้น
“ถ้าเป็เช่นนั้นก็ดี…. แต่ถึงอย่างไร แม่ก็อดเป็ห่วงเ้าไม่ได้” อนุซูฉีเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน น้ำตาคลอเบ้าตาทั้งสองข้าง อมิตาถึงกับรู้สึกไม่ดี
“ท่านแม่… จากนี้ไปข้าจะเข้มแข็ง ข้าจะปกป้องท่าน ปกป้องตัวข้าเอง และปกป้องคนที่รักข้า”
ริมฝีปากที่เริ่มชุ่มน้ำเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง อนุซูฉีมองบุตรสาวด้วยแววตาแปลกใจ แต่ก็อดดีใจไม่ได้ที่บุตรสาวลุกขึ้นสู้กับความอ่อนแอที่เป็อยู่
“คุณหนู…. ข้าเชื่อว่าคุณหนูจะต้องกลับมาแข็งแรงกว่าเดิมเ้าค่ะ”
เสี่ยวเอ๋อเอ่ยออกมาน้ำตาคลอ อมิตาตั้งใจแล้วว่าเธอจะใช้ชีวิตเป็คุณหนูห้าให้ดีๆ ชาติภพก่อนผ่านมาแล้วชาติภพนี้เธอจะใช้ชีวิตบนความไม่ประมาท
หลินหยางและหลินฮูหยินมาถึงเรือนของอนุซูฉีหลังจากที่เด็กรับใช้ไปรายงานว่าคุณหนูห้าฟื้นคืนได้สติแล้ว หลินเยว่หรู บุตรีคนเล็กของหลินฮูหยินก็ได้ติดตามทั้งสองมาด้วย
“คารวะท่านพ่อ คารวะแม่ใหญ่ พี่หญิงรองเ้าค่ะ” ร่างบางลุกขึ้นคำนับบิดาและหลินฮูหยิน รวมไปถึงพี่รองบุตรีของหลินฮูหยินด้วย
“เ้าเป็เช่นไีรบ้าง… เหมยเอ๋อร์” ผู้เป็บิดาเอ่ยถามออกมาด้วยความห่วงใย
“นั่นสิ… แล้วเหตุใดเ้าถึงตกลงไปในสระน้ำนั่นได้”
หลินฮูหยินเอ่ยถามออกมาเช่นกัน แม้นางจะไม่ได้รักลูกๆ ของเหล่าอนุเท่าลูกของนาง แต่นางก็ไม่ใช่คนใจร้ายใจดำที่จะไม่ถามไถ่หรือแสดงความห่วงใยออกมา
“ข้าดีขึ้นมากแล้วเ้าค่ะท่านพ่อ” ริมฝีปากเล็กเอื้อนเอ่ยออกมา
“ข้าจำได้ว่าตอนที่ข้ากำลังเดินชมดอกไม้ในสวนอยู่นั้น ข้าได้ยินเสียงลูกแมวร้องดังมาจากริมสระน้ำ ข้าเลยเดินเข้าไปดู พออุ้มมันขึ้นมาข้าก็ตกลงไปในสระน้ำแล้วเ้าค่ะแม่ใหญ่”
อมิตาในร่างหลินซูเหมยนั้นเลือกที่จะยังไม่บอกความจริง ว่าอันที่จริงแล้วเด็กสาวไม่ได้ตกลงไปในสระน้ำเอง แต่เป็เพราะนางถูกลอบทำร้ายต่างหาก เธอจะเก็บความแค้นครั้งนี้เอาไว้เพื่อรอดูว่าใครในจวนแห่งนี้ ที่ใจกล้าถึงขั้นวางแผนลงมือฆ่าคุณหนูห้าของจวนได้
“ไม่เป็อันใดมากก็ดีแล้ว ต่อจากนี้เ้าก็ดูแลตัวเองให้ดีๆ อย่าไปเดินใกล้น้ำอีก เข้าใจไหม” หลินฮูหยินเอ่ยออกมาอย่างมีเมตตา
“ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะ ข้าขอขอบพระคุณในความกรุณาของท่านพ่อกับแม่ใหญ่ด้วยนะเ้าคะ” อมิตาในร่างหลินซูเหมยเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
หลินฮูหยินไม่เคยถือสาหาความกับเด็กสาวเพราะนางป่วยมาั้แ่เด็กๆ การที่นางไม่ได้ไปคารวะตนเองที่เรือนใหญ่ในทุกๆ เช้าก็เป็เพราะนางป่วยกระออดกระแอดมาั้แ่เกิด นับได้ว่าเป็บุตรีในจวนที่มีชะตาชีวิตน่าสงสารที่สุด
“เช่นนั้น เ้าพักผ่อนเถอะเหมยเอ๋อ พ่อกับแม่ใหญ่กลับเรือนก่อนล่ะ หากรู้สึกไม่ดีหรือไม่สบายตรงไหนเ้าให้คนไปตามท่านหมอหวงมาดูอาการลูกห้าด้วยนะซูฉี” เ้ากรมการกลาโหมบอกบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนที่จะหันไปสั่งอนุภรรยาของตน
“เ้าค่ะท่านพี่” อนุซูฉีตอบสามีก่อนที่เธอจะคำนับส่งเขาและหลินฮูหยิน
“พี่กลับเรือนก่อนหนา หากเ้ารู้สึกดีขึ้นก็ไปหาพี่ที่เรือนได้ อีกไม่นานพี่ก็จะออกเรือนแล้ว”
คุณหนูรองบอกน้องสาวต่างมารดา อมิตาดูพี่สาวผู้นี้น่าจะเป็คนดีมีเมตตากับหลินซูเหมยอีกคน เธอจึงยิ้มออกมาแล้วตอบกลับไปอย่างนอบน้อม แต่น่าเสียดายที่อีกไม่นานพี่สาวผู้นี้กำลังจะแต่งงานออกเรือนไปกับบุตรชายคนโตของเสนาบดีกรมยุติธรรม
“เ้าค่ะท่านพี่รอง รอข้ารู้สึกดีขึ้น ข้าจะไปหาท่านพี่ที่เรือนนะเ้าคะ” หลินเยว่หรูส่งยิ้มให้กับน้องสาวก่อนที่นางจะเดินกลับเรือนตามท่านพ่อและหลินฮูหยินไป
“ท่านแม่… ข้าอยากอาบน้ำเ้าค่ะ”
เสียงที่เริ่มมีชีวิตชีวาของคนตัวเล็กเอ่ยดังออกมา อมิตาต้องทำให้ร่างกายนี้สดชื่น จากนั้นเธอจะเริ่มต้นออกกำลังด้วยวิธีการง่ายๆ เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตในชาติภพนี้ ศิลปะป้องกันตัวจากชาติภพก่อน เธอจะค่อยๆ
“อ้าว… เสี่ยวเอ๋อ ไปเตรียมน้ำใส่ถังให้คุณหนูเ้าอาบเร็วเข้า” อนุซูฉีรีบสั่งเด็กรับใช้ของบุตรสาว
“เ้าค่ะ ข้าจะรีบไปจัดการให้เดี๋ยวนี้เลย” เสี่ยวเอ๋อเอ่ยออกมาก่อนที่จะรีบเดินออกไปจากห้องนอนของคุณหนูห้าของนาง แล้วรีบไปเตรียมน้ำใส่ถังมาให้นางอาบทันที
“ท่านแม่…. ท่านไม่ต้องเป็ห่วงข้าหรอกนะเ้าคะ ข้าอาบน้ำสักหน่อยก็คงจะรู้สึกดีขึ้นแล้ว”
เมื่อบุตรสาวเอ่ยเช่นนั้นออกมาพร้อมกับหน้าตาที่ดูแจ่มใสมากขึ้นกว่าเดิมอนุซูฉีจึงกลับไปนั่งเย็บผ้าตามเดิม แต่ก็ไม่ลืมที่จะหันไปสั่งให้เสี่ยวเอ๋อดูแลคุณหนูห้าของนางให้ดีๆ
“คุณหนู… น้ำเตรียมพร้อมแล้วเ้าค่ะ”
เสี่ยวเอ๋อรีบเข้ามาช่วยประคองร่างบางแล้วพาคุณหนูสาวไปแช่น้ำอยู่ในถังที่เตรียมไว้ อมิตานั่งแช่น้ำหลับตาพริ้ม น้ำอุ่นในถังทำให้รู้สึกผ่อนคลาย
‘ชีวิตใหม่ของหลินซูเหมยเริ่มต้นขึ้นแล้ว ใครเคยทำอะไรกับเธอไว้ ฉันจะเอาคืนให้เธออย่างแน่นอน’
อมิตาคิดในใจ จากนี้ไป ณ ที่แห่งนี้ ภพภูมินี้จะมีเพียงหลินซูเหมย หรือ คุณหนูห้าผู้แข็งแกร่งเท่านั้น จะไม่มีหลินซูเหมยผู้อ่อนแอเช่นในอดีตอีกแล้ว
หลังจากอาบน้ำเสร็จร่างบางที่สวมใส่เสื้อผ้าเสร็จแล้ว นางจึงร่ำร้องจะออกไปเดินออกกำลังที่สวนดอกไม้ในจวน สวนที่หลินซูเหมยในอดีตถูกลอบทำร้ายจนเสียชีวิต
“น้องห้า… นี่เ้าลุกขึ้นเดินได้แล้วหรือนี่”
หลินจินหรูหรือคุณหนูสี่เอ่ยถามขึ้นมาขณะเดินมาที่สวนดอกไม้และบังเอิญได้พบกับคนที่นางไม่อยากพบหน้าอีกตลอดกาล
‘เหตุใดเ้าถึงดวงแข็งนัก เ้าน่าจะตายไปั้แ่วันแรกที่จมน้ำไปแล้วด้วยซ้ำ’
หลินจินหรูได้แต่คิดอยู่ภายในใจของนาง สายตาของนางก็จ้องไปตามเรือนร่างผอมบางของบุคคลเบื้องหน้าอย่างรู้สึกขัดใจ ใจของนางเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา เพราะน้องสาวต่างมารดาของนางผู้นี้อ่อนแอ จึงดึงดูดความสนใจจากท่านพ่อ แม่ใหญ่ หรือแม้แต่พวกพี่ๆ ไปจากนางเสียหมด
หลินซูเหมยเงยหน้าจากดอกไม้ตรงหน้าขึ้นไปมอง ภาพในอดีตก็ไหลเวียนมาให้นางได้รับรู้ว่า หลินจินหรูหรือพี่สี่ของนางผู้นี้นั้นไม่ใช่คนที่น่าคบหรือควรจะคบหา และนางก็เป็คนที่น่าสงสัยที่สุดในยามนี้ เสี่ยวเอ๋อรีบเข้าไปขวางไม่ให้อีกฝ่ายได้เข้าใกล้คุณหนูห้าของนาง มือบางของหลินซูเหมยจับแขนของเด็กรับใช้ข้างกายเอาไว้เพื่อห้ามปราม ตอนนี้นางไม่มีอะไรจะต้องเกรงกลัวอีกแล้ว
“เ้าค่ะ… พอกินข้าว อาบน้ำได้ น้องก็รู้สึกมีเรี่ยวมีแรงขึ้นมาเลยเ้าค่ะ นี่พี่หญิงสี่มาเดินเล่นหรือเ้าคะ” นางตอบออกมาก่อนที่จะเอ่ยถามกลับไป
“ข้าอยู่ในเรือนรู้สึกเบื่อๆ เลยอยากออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ที่สวนดอกไม้แห่งนี้บ้าง ว่าแต่เหตุใดเ้าถึงตกลงไปในน้ำได้ล่ะ” หลินจินหรูตอบแล้วจึงแกล้งเอ่ยถามอีกฝ่ายออกมาเพราะอยากรู้ว่านางจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้มากน้อยแค่ไหน
“ข้าจำไม่ได้แล้วเ้าค่ะ เท่าที่จำได้ข้าน่าจะเดินไปดูลูกแมวน้อยที่อยู่ริมสระ จากนั้นข้าคงเหยียบเข้ากับอะไรบางอย่างจึงทำให้พลัดตกสระไป” หลินซูเหมยตอบไปอย่าง้าหยั่งเชิง หากนางพูดว่านางรู้ว่ามีคนลอบทำร้ายนาง คนทำผิดก็ได้รู้ตัวเสียก่อน งานนี้ก็คงจะหมดความเพลิดเพลินไปเสีย
ส่วนคนฟังถึงกับถอนหายใจออกมาแล้วหันไปมองหน้าสาวรับใช้คนสนิทของตนทั้งสองอย่างสบายใจ หลินซูเหมยที่แอบมองอยู่รู้สึกรับรู้ได้ทันทีว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเธอในอดีตนั้นอาจจะมีพี่สาวต่างมารดาผู้นี้อยู่เื้ั
“อ้อ… อย่างนั้นหรอกเหรอ ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวกลับเรือนก่อน อากาศเย็นลงแล้วหนา เ้ายิ่งป่วยง่ายอยู่ กลับเข้าเรือนเ้าเถิดประเดี๋ยวจะไม่สบายอีก” หลินจินหรูเอ่ยขอตัว ก่อนที่จะบอกกับน้องสาวต่างมารดาราวกับว่านางนั้นหวังดีต่อนาง
“เ้าค่ะ… อีกประเดี๋ยวน้องจะกลับเข้าเรือนเ้าค่ะ ขอสูดอากาศอีกสักหน่อย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลินจินหรูพร้อมสาวใช้อีกสองนางจึงเดินออกจากสวนดอกไม้แห่งนี้ไปด้วยความโล่งใจ อย่างน้อยหลินซูเหมยก็จำเื่ราวก่อนหน้าที่จะตกน้ำไม่ได้ เพียงเท่านี้โอกาสที่พวกนางจะได้เอาคืนอีกครั้งก็ยังมี
ดวงตากลมมองตามพี่สาวต่างมารดากับสองสาวใช้ที่เดินตามนางไปติดๆ ด้วยสายตาที่วาวโรจน์ พรางคิดในใจว่า ‘อีกไม่นานข้าจะเอาคืน… ท่านพี่สี่ เ้าคงคิดว่าเ้าฉลาดนักล่ะสิ เตรียมตัวเอาไว้ได้เลยต่อจากนี้ไปเ้าจะเจอเื่สนุกแน่นอนหึๆ’
ริมฝีปากบางแสยะยิ้มออกมา เสี่ยวเอ๋อนั้นมองไม่เห็นทั้งแววตาและรอยยิ้มของคุณหนูของนาง เพราะนางเองก็มองตามคุณหนูสี่และสองสาวรับใช้ของคุณหนูสี่ไปด้วยแววตาสงสัยอยู่ไม่น้อย นางแอบคิดว่าเื่ที่คุณหนูสามตกน้ำไม่น่าจะเป็การพลัดตกลงไปเอง เื่นี้อาจจะมีคนที่อยู่เื้ั