บทที่ 22
ตีปากกระบอกปืน
สิ่งที่จิ่งหรงเกลียดที่สุดคือใบหน้าอันนิ่งสงบของ เมิ่งอวิ๋นเสียง ขณะที่นางใช้วาจาเชือดเฉือนดั่งคมดาบ ดูเหมือนว่านางจะมีบางอย่างเปลี่ยนแปลงไป และไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของเขาอีกต่อไป
“หากน้องสาวไม่้าให้คนนอกสั่งสอน ข้าจะช่วยสอนให้ก็ได้...” เมิ่งอวิ๋นเสียงมีความคิดนี้มานานแล้ว ซึ่งคราวนี้เจียงหลูเยวี่ยตีปากกระบอกปืนด้วยตัวเอง
“ไท่จื่อเพคะ...”
จิ่งหรงขมวดคิ้ว หากเยวี่ยเอ๋อถูกส่งตัวให้สตรีผู้นี้สั่งสอน นางจะต้องกลืนกินเยวี่ยเอ๋อจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก มือใหญ่ของเขากุมฝ่ามือนุ่มของเจียงหลูเยวี่ยไว้แน่น เพื่อให้นางมั่นใจ
“หากเป็เช่นนั้นก็ไปเรียกนางข้าหลวงาุโอวี่มา”
เมื่อเมิ่งอวิ๋นเสียงได้ยินคำพูดนั้น หัวใจของนางก็สดใสขึ้นทันทีพลางคิดว่าไท่จื่อผู้นี้หลอกง่ายเกินไป แต่สีหน้าของนางก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลง
ทันทีที่เมิ่งอวิ๋นเสียงกลับมาที่ห้อง นางก็หยุดหัวเราะไม่ได้และคุยเื่นี้กับไป๋เฉาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ไป๋เฉา เ้าไม่เห็นหรือว่าสีหน้าของเจียงหลูเยวี่ยนั้นน่าเกลียดราวกับต้องกินอึ...” เมิ่งอวิ๋นเสียงพิงไหล่ของไป๋เฉาขณะกุมท้องของตนไว้ ชิงหลัวเกรงว่านางจะหัวเราะจนหายใจไม่ทัน
ไป๋เฉาเหลือบมองเมิ่งอวิ๋นเสียงด้วยสายตาว่างเปล่า จากนั้นจึงเหลือบมองชิงหลัวที่กำลังยิ้มแย้มแจ่มใส นางข้าหลวงาุโอวี่จะมาแน่นอน
“โอ๊ย ก้นของข้า...”
...
อีกไม่กี่วันต่อมา นางก็ได้ยินข่าวว่าเจียงหลูเยวี่ยกำลังได้รับการสอนบทเรียน ซึ่งถือว่าเป็การล้างแค้นให้กับบั้นท้ายอันบริสุทธิ์ของนาง
แต่นาง้ามากกว่านั้น วันนี้หลังจากที่นางข้าหลวงาุโอวี่ไปที่ตำหนักของเจียงหลูเยวี่ยแล้ว เมิ่งอวิ๋นเสียงก็สะบัดก้นพาชิงหลัวตามออกไปเช่นกัน
“ไท่จื่อเฟย ท่านไม่ได้บอกว่า้าพักผ่อนหรือเพคะ?” ปกติหลังจากที่นางข้าหลวงาุโอวี่กลับไปแล้ว ไท่จื่อเฟยก็จะล้มตัวลงนอนบนเตียงทันที ขณะที่พึมพำว่า้าผนึกร่างของตนไว้กับเตียง แล้วเหตุใดวันนี้นางถึงทำตัวว่างนัก
“ไปกันเถอะ เปิ่นกงจะพาเ้าไปดูความสนุก” เมิ่งอวิ๋นเสียงจับแก้มเล็ก ๆ ของชิงหลัว เมิ่งอวิ๋นเสียงผิวปากและเดินไปยังตำหนักของเจียงหลูเยวี่ย
นี่เป็ครั้งแรกที่เมิ่งอวิ๋นเสียงมาเยือนตำหนักของ เจียงหลูเยวี่ย นางคาดไม่ถึงว่าสตรีผู้นี้จะอาศัยอยู่ในที่ที่ดีกว่าตน แต่ก็ไม่น่าแปลกใจนักเพราะนางเป็คนรักของจิ่งหรง ซึ่งจะนำมาเปรียบเทียบกับคนที่เขาเกลียดชังเข้ากระดูกดำเช่นนางได้อย่างไร
“ไท่จื่อเฟย พวกเราต้องรออีกนานเพียงใดหรือเพคะ” ไท่จื่อเฟยผู้สง่างามรีบมาที่หน้าตำหนักของนางสนม แต่กลับหลบซ่อนตัว หากใครรู้เข้าก็จะคิดว่าเป็เื่น่าขันและดูไร้ศักดิ์ศรียิ่งนัก
“เ้ารู้หรือไม่ เ้ารู้หรือไม่ว่าการไม่เตรียมตัวให้พร้อมหมายความว่าอย่างไร...” เมื่อนางพูดจบก็จ้องไปยังประตูตำหนักของเจียงหลูเยวี่ยที่ปิดอยู่
มีเสียงดังเอี๊ยด ประตูเปิดออกตามมาด้วยเสียงทักทาย...
ดวงตาคู่งามของเมิ่งอวิ๋นเสียงเป็ประกาย นางรีบโบกมือ “กุ้งแห้งน้อย ไปกันเถอะพวกเรา”
“ทักทายนางข้าหลวงาุโอวี่...” เมิ่งอวิ๋นเสียงก้าวไปข้างหน้าโดยประสานมือวางไว้บนเอวด้านซ้าย ขณะย่อขาลงเพื่อก้มตัวทำความเคารพตามธรรมเนียม หลังจากเห็นว่านางข้าหลวงาุโอวี่แสดงออกอย่างพึงพอใจ เมิ่งอวิ๋นเสียงก็ยกยิ้มเ้าเล่ห์ขณะมองเจียงหลูเยวี่ย
เจียงหลูเยวี่ยตกตะลึงไปชั่วครู่ นางขมวดคิ้วแต่ก็ยังคงพูดด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าว่า “พี่สาวทำให้ตื่นเต้นยิ่งนัก เหตุใดท่านจึงมาเยือนตำหนักอันยากไร้ของน้องสาวตอนนี้เล่าเพคะ?”
“ไม่มีอะไรหรอก เปิ่นกงว่างจึงออกมาเดินเที่ยวเล่น ว่าแต่นางข้าหลวงาุโอวี่ ไม่ทราบว่า่นี้เ้าเหนื่อยเกินกว่าจะสอนหรือไม่ ผลลัพธ์ที่ได้ช่างน้อยนัก หรือว่าน้องสาวจะเป็พวกหัวขี้เลื่อย?” เมิ่งอวิ๋นเสียงหรี่ตาลงขณะเผยรอยยิ้มบนใบหน้าของนาง นางมองนางข้าหลวงาุโอวี่อย่างไร้เดียงสาและดูบริสุทธิ์ใจ
“ท่าน... ท่านหมายความว่าอย่างไร” ปี้เหลียนพูดอย่างโกรธจัด