แสงไฟสลัวในห้องนอนหรือที่ตอนนี้เรียกว่าห้องหอช่วยทำให้เห็นเงาร่างของสองร่างบนเตียงกว้างที่กำลังนอนอยู่คู่กันภายใต้ผ้าห่มผืนหนา แน่นอนว่าภายในนั้นต่างเปลือยเปล่า
สาเหตุของการที่เรียกว่าห้องหอเพราะว่าวันนี้เป็วันแต่งงานของทั้งคู่ จะเรียกงานแต่งเสียทีเดียวอาจจะไม่ถูกต้องนักเพราะใน่เช้าชายหนุ่มเพียงแค่พาหญิงสาวไปจนทะเบียนสมรสที่เขต ส่วนตอนเย็นเป็เพียงการร่วมรับประทานอาหารกันเล็กๆ ที่มีแต่พ่อแม่ของเ้าบ่าวเ้าสาว และคนสนิทอีกไม่กี่คน โดยเ้ามือในครั้งนี้คือพอลเ้านายของหญิงสาวนั่นเอง เขาอยากเลี้ยงหล่อนเป็การตอบแทนและแสดงความยินดีที่ในที่สุดหล่อนก็มีความสุขอย่างแท้จริงสักที
“พอได้แล้วเพชร” สินีเอ่ยพลางเอามือปัดใบหน้าที่เข้ามารุกเร้าอยู่ตรงซอกคอเป็พัลวัน
“สิไม่เห็นหรือว่าเราสองคนเข้ากันได้ดีขนาดไหน” ชายหนุ่มพูดเสียงอู้อี้ที่ลำคอขาวเนียน
“ไม่ค่ะ สิกลัวว่ามันจะเป็อันตราย”
“ไม่หรอกเชื่อผมสิ ผมถามหมอมาแล้ว เดี๋ยวผมทำเบาๆ”
ว่าแล้วพชรจัดการปิดปากเจื้อยแจ้วของภรรยาทันที เขาดูดกลืนมันอย่างหิวกระหายทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เขาได้บดลิ้มชิมรสจนมันเจ่อบวมอยู่แล้ว
เขาพูดถูกร่างกายของเราทั้งคู่เข้ากันได้ดีถึงดีมากที่สุด ดังสะเก็ดไฟดวงน้อยที่ต้องน้ำมันจนโหมลุกโชนอย่างรวดเร็ว
ลิ้นสองลิ้นพัวพันกระหวัดเกี่ยงแลกเปลี่ยนกันไปมา ่นี้พชรหลงไหลการจูบเป็พิเศษ ซึ่งอาจเป็เพราะว่าเขาไม่สามารถรักหล่อนได้อย่างเต็มที่ ตอนนี้สินีดูมีน้ำมีนวลขึ้น ส่งผลให้หล่อนยิ่งดูเซ็กซี่และเย้ายวน ผลก็ตกอยู่กับคนที่เป็สามีอย่างเขาที่ต้องตนอดกลั้นแทบตาย เขาอยากจะรักหล่อนวันละหลายๆ ครั้ง แต่ในเมื่อทำอะไรไม่ได้มากนักเขาจึงเปลี่ยนมันเป็การระดมจูบหญิงสาวไปทั่วร่าง ทั่วทุกตารางนิ้ว ไม่มีส่วนไหนเลยที่ไม่ถูกเขาสำรวจ
บทรักของทั้งคู่เพิ่งจะจบลงไปหมาดๆ ดังนั้นคราวนี้พชรจึงเลือกที่จะใช้ปากของตัวเองมอบความสุขให้หล่อนแทน กลีบดอกไม้สีชมพูฉ่ำเยิ้มกำลังล่อภมรตัวผู้ให้มาเชยชม ลิ้นสากบรรจงแตะต้องลงไป ตวัดลิ้มชิมรสความหวานอย่างหลงใหล จากนั้นค่อยสะกิดปลายยอดเกสรให้สะบัดพลิ้วอย่างแ่เบา มันนุ่มนวลเนิบช้าแต่ส่งผลให้กายสาวสั่นสะท้าน ลมหายใจหอบกระเส่า
“เพชร” หล่อนกำลัง้าเขาอย่างถึงที่สุด
“อาเพชร” นิ้วมือเรียวจิกขยุ้มผมของชายหนุ่มที่ซุกหน้าอยู่ตรงหว่างขา
สินีรู้สึกว่าหล่อนกำลังจะขาดอากาศหายใจถ้าไม่ถูกเติมเต็มเดี๋ยวนี้
“เพชรอย่าทรมานสิอีเลย”
“ถ้าอย่างนั้นสิอยู่ข้างบนนะ”
พอเขาพูดจบจึงค่อยๆ พลิกร่างของหญิงสาวให้ขึ้นคร่อมบนร่างเขาอย่างนิ่มนวล สินีเองก็ไม่เหนียมอาย หล่อนจับแก่นกายขึงขังจ่อเข้าที่ปากทางรักแล้วกดร่างตัวเองลงไปอย่างช้าๆ จากนั้นจึงเริ่มขยับกายบดเบียดความแข็งขึงที่ตอนนี้อยู่ภายในกายของหล่อนทั้งหมด หล่อนไม่กล้าขย่มมันขึ้นลงเหมือนอย่างทุกครั้งด้วยเกรงว่าจะกระทบกระเทือนถึงเ้าตัวเล็ก ฉะนั้นหล่อนจึงทำได้เพียงแค่บดเบียดเสียดสีกายไปมาอย่างช้าให้มันค่อยๆ เติมเต็มและคลายจากความทรมานนี้ไปได้ สองมือของหล่อนยันอยู่ที่แผงอกของชายหนุ่ม ส่วนสองมือของเขากำลังบีบเค้นสองเต้าอวบอัดของหล่อน
ทั้งคู่กำลังรู้สึกทรมานจากการปลดปล่อย แต่มันเป็ความทรมานที่ทั้งคู่ต่างยินดีรับไว้เพราะรู้ว่าข้างหน้ามีปลายทางที่สวยงามรออยู่ การขยับขายอย่างเชื่องช้าเป็ไปอยู่เนิ่นนาน จนกระทั่งความเคร่งเครียดที่สะสมะเิออก สายธารแห่งรักของทั้งคู่หลอมรวมกันเป็หนึ่งเดียว พร้อมๆ กับเสียงคำรามกึกก้องและหวีดร้องด้วยความสุขสมที่คุ้มค่ากับความอดทนที่เสียไป
สินีฟุบร่างลงบนตัวชายหนุ่มอย่างหมดแรง เขาทำการโอบประครองหล่อนไว้ไม่ให้พลาดตกลงมา เมื่อลมหายใจคงที่แล้วจึงค่อยๆ ถอดถอนตัวตนออกมาและจับร่างบางให้ลงมานอนเคียงคู่กัน เขาบรรจงห่มผ้าให้หล่อนและจุมพิตที่ขมับชื้นเหงื่ออย่างแ่เบาก่อนที่จะล้มตัวลงนอนเคียงข้างกัน