บทที่3 กฎแห่งความตายและมหาสมุทรแห่งชีวิต
เวลาในโลกจำลองหมุนวนผ่านไปนับพันปี... ต้นไม้แห่งต้นกำเนิดที่เคยยิ่งใหญ่เริ่มร่วงโรย กิ่งก้านที่เคยเขียวขจีกลับแห้งเหี่ยวและกำลังจะดับสูญ
ในขณะเดียวกัน ณ โลกแห่งความเป็จริง หลินเฟิงไม่ได้นิ่งนอนใจ เขาฝังตัวอยู่ในห้องสมุด ท่ามกลางกองหนังสือว่าด้วยการกำเนิดโลกและจักรวาล สายตาของเขาไล่อ่านทุกบรรทัดอย่างใจจดใจจ่อ จนกระทั่งเขาค้นพบความจริงที่น่าใ
“โลกของเรามัน…“
"เล็กเกินไป... ขอบเขตแค่หนึ่งทวีปมันจะไปพออะไร! แทนที่จะมากระจุกตัวอยู่ที่เดียว การกระจายหลายสายพันธุ์ไปไว้ตามมุมต่างๆ ทั่วโลกยังปลอดภัยกว่า หากสิ่งที่ฉันสร้างเกิดผิดพลาดจนคุมไม่อยู่ในจุดนี้ อย่างน้อยโลกใบนี้ก็จะได้ไม่พังพินาศไปทั้งหมดในพริบตา" เขาพึมพำกับตัวเอง
ขณะปิดหนังสือเล่มหนาลง “กฎเกณฑ์ถูกสร้างขึ้นแล้วก็จริง แต่มันขาดแรงกระตุ้นมหาศาลที่จะทำให้สิ่งมีชีวิตถือกำเนิดขึ้นมาได้ ”
หลินเฟิงไม่รอช้า เขารีบกลับไปที่ที่พักเพื่อเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็ ก่อนจะวาร์ปกลับสู่สวนเอเดนอีกครั้ง
แต่ภาพที่เห็นเบื้องหน้ากลับทำให้เขาใจหายวูบ...
เมล็ดพันธุ์ต้นกำเนิดที่เขาฟูมฟัก บัดนี้ได้หมดอายุขัยลงแล้วหลังจากยืนหยัดมานานถึงสองพันปี
เขายืนนิ่ง มองดูซากแห่งชีวิตที่มอดไหม้ไปตามกาลเวลา ในมือถือเมล็ดพันธุ์เม็ดที่สองไว้แน่น เตรียมจะหย่อนมันลงไปเพื่อเริ่มต้นใหม่... แต่แล้วเขาก็ชะงักมือลง
เขากลับสังเกตเห็นว่า แม้ต้นไม้ได้ตายไปแล้ว แต่ดินในแปลงนั้นกลับดูมีพลังและมีชีวิตชีวามากกว่าเดิมอย่างน่าประหลาด ความตายของมันไม่ได้สูญเปล่า แต่มันได้กลายเป็ปุ๋ยและรากฐานให้กับแผ่นดิน เเละมันได้ทำหน้าที่ใน่ที่มันได้มีชีวติอยู่ได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
“เมล็ดพันธุ์เองก็มีอายุขัย... นี่สินะคือกฎเกณฑ์ของธรรมชาติที่ทุกคนหลีกหนีไม่ได้”
หลินเฟิงพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย
“ต่อให้เป็ผู้สร้าง ก็แก้ไขความตายที่เกิดขึ้นไปแล้วไม่ได้... แม้แต่ตัวฉันเองก็เหมือนกัน”
ความจริงข้อนี้ยิ่งทำให้เขาโหยหาการมีชีวิตอยู่มากกว่าเดิม หลินเฟิงกัดฟันสู้ เขาเริ่มขยายแปลงโลกจำลองทันที จากพื้นที่เล็กๆ ใต้ต้นไม้ บัดนี้มันขยายกว้างจนเท่ากับขนาดของห้องน้ำสองห้องเชื่อมต่อกัน
เขาเติมน้ำลงไปจนเต็มเปี่ยม เปลี่ยนผืนดินให้กลายเป็เวิ้งน้ำอันกว้างใหญ่ราวกับมหาสมุทร และในวินาทีนั้นเอง เขาหยิบบางอย่างที่เตรียมมาออกมาจากกระเป๋า…..
"สะอาดเกินไป... น้ำในสวนเอเดนนี้บริสุทธิ์จนไร้แร่ธาตุสิ้นดี “
”น้ำของพระเ้าบริสุทธิ์เกินกว่าจะมีแร่ธาตุให้สิ่งมีชีวิตได้หยิบยืมไปใช้ มันสมบูรณ์แบบเกินไป “
" มันมีไว้สำหรับเทพเ้าเท่านั้นล่ะ.. ไม่ใช่สำหรับสิ่งมีชีวิตแบบเราจะใช้ได้ “
” ในโลกที่ขาวสะอาดขนาดนี้ 'ชีวิต' ที่แสนวุ่นวายจะไปงอกเงยออกมาได้ยังไงกัน! “
“คาร์บอน ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส กำมะถัน “
“ โซเดียม โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม...เป็ตัวเร่งปฏิกิริยาให้เกิดสิ่งมีชีวิตและวิวัฒนาการ"
"มหาสมุทรที่จืดชืดมันสร้างความหลากหลายไม่ได้หรอก... สภาพแวดล้อมต้องเสถียรกว่านี้"
เขาเฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงของน้ำในระดับโมเลกุล
"เอาล่ะ ตัวแปรครบแล้ว... “
”ถ้ามวลสารพวกนี้มี 'ชีวิต' อยู่จริง ก็จงแตกตัวออกมาให้ฉันเห็น อย่าปล่อยให้พื้นที่นี้เป็แค่ความล้มเหลวที่ว่างเปล่าเลย!"
เขามองดูไอออนที่ค่อยๆ ละลายหายไปในน้ำ กลายเป็มหาสมุทรจำลองที่พร้อมสำหรับการพิสูจน์โชคชะตาครั้งใหม่
หลินเฟิงสูดหายใจเข้าลึก จ้องมองไปยังผืนน้ำที่นิ่งสงบ
“มารอดูกัน... ว่าคราวนี้ชีวิตจะยอมปรากฏตัวออกมาให้ฉันเห็นไหม!”
หลังจากตรากตรำสร้างโลกจนหลังขดหลังแข็ง หลินเฟิง อัจฉริยะผู้ท้าทาย์ก็ต้องชะงัก! เมื่อเขาพบว่า 'สวนเอเดน' ของพระเ้าแห่งนี้มันมีบางอย่างผิดปกติ
ในขณะที่ฝั่งของเขาที่พระเ้าได้วางเส้นเขตแดนไว้กำลังจะมืดลง แต่อีกฝั่งกลับสว่างจ้าเหมือนมีดวงอาทิตย์ค้างฟ้า ราวกับว่ามันไม่เคยมืดลงเลย
“ เวลาที่นี่กับโลกมนุษย์ยังคงเดินเท่ากันอยู่! ตราบใดที่ยังอยู่อยู่ในเขตที่พระเ้าวางไว้ ”
ท่ามกลางความยิ่งใหญ่ที่เขาสร้างขึ้น หลินเฟิงกลับพบว่าการเป็ 'พระเ้า' ในมิติที่น่าสงสัยนี้... มันช่างเปล่าเปลี่ยวเกินกว่าที่เขาคิดซะจริง!
“ที่นี่แปลกชะมัด...“ หลินเฟิงบ่นพึมพำกับสิ่งที่เห็น ทำให้เขาอยากรู้ว่าอีกฝั่งของ “สวนเอเดน“ นั้นมีอะไรอยู่
” ในอนาคตอันใกล้ฉันจะต้องไปดูมันให้ได้เลย!! “
“ทว่ามันคงจะดีกว่านะ…ถ้าบ้านของฉันอยู่ในสวนเอเดนนี่”
สิ้นคำปรารภ สิ่งที่ไม่คาดฝันก็บังเกิดขึ้น! บ้านหลังหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
มันไม่ใช่แค่โครงสร้างธรรมดา แต่มันคือ “บ้านของเขา” อย่างไม่มีผิดเพี้ยน ทั้งขนาด รายละเอียด และความรู้สึกคุ้นเคยที่ไม่อาจหลอกได้
หลินเฟิงนิ่งค้างไปชั่วขณะ หัวใจเต้นรัวจนแทบหลุดออกมา ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปทันที มือคว้าลูกบิดประตูแล้วเปิดเข้าไปโดยไม่ลังเล ภาพภายใน…คือบ้านของเขาจริงๆ
“แย่แล้ว แย่แล้ว…”
“แล้วบ้านที่โลกมนุษย์จะไม่หายไปทั้งหลังหลอ”
“ป่านนี้ที่โลกมนุษย์จะไม่วุ่นวายกันไปหมดแล้วเหรอ!”
ด้วยความตระหนก เขาตัดสินใจวาร์ปกลับไปยังโลกแห่งความจริงในทันที ทว่า... ทุกอย่างยังคงเงียบสงบ บ้านของเขายังตั้งอยู่ที่เดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ความจริงเริ่มปรากฏชัดในใจของเขา
“หรือว่า…มันไม่ใช่การย้าย…”
บ้านหลังนี้ไม่ใช่แค่สิ่งปลูกสร้าง แต่มันคือ “ประตูมิติ” ที่เชื่อมโยงสองโลกเข้าด้วยกัน
“แบบนี้... ฉันก็ส่องมองโลกของฉันจากในบ้านได้น่ะสิ”
หลินเฟิงฉีกยิ้มกว้างด้วยความตื่นเต้น เขาหยิบกล้องส่องทางไกลคู่ใจออกมาแล้วเดินไปที่หน้าต่าง เพียงแค่สะบัดมือเปิดผ้าม่านออก
ภาพที่เห็นไม่ใช่ถนนหน้าบ้านที่แสนวุ่นวาย แต่มันคือทัศนียภาพของสวนเอเดนอันงดงาม และเขาสามารถเปลี่ยนมุมมองนี้ไปที่ไหนก็ได้ตามใจปรารถนา
“มันชั่งน่าใจริงๆ…ที่พระเ้าฝึกหัดสามารถทำอะไรแบบนี้ได้”
เขากระซิบเบาๆ กับตัวเอง สายตาจับจ้องผ่านเลนส์กล้องไปยังมหาสมุทรจำลองที่เขาสร้างไว้ไกลออกไป
“แต่มันคงเป็เพียงเศษเสี้ยวล่ะนะ เมื่อเทียบกับอำนาจของพระเ้าตัวจริง”
เขายืนมองการเปลี่ยนแปลงเลือนรางของผิวน้ำที่เริ่มเคลื่อนไหวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะปลีกตัวไปอาบน้ำเพื่อชำระล้างความเหนื่อยล้า
หลินเฟิงล้มตัวลงนอนบนเตียงที่แสนคุ้นเคยท่ามกลางบรรยากาศของโลกใบใหม่ และในขณะที่เขากำลังเข้าสู่ห้วงนิทรา...
ทุกอย่างข้างนอกหน้าต่างกลับค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปทีละนิด ภายใต้กฎแห่งเวลาที่เขาตั้งไว้
โลกในมหาสมุทรจำลองนั้นล่วงเลยผ่านไปนานนับหมื่นปีในชั่วพริบตาที่เขาหลับลง
ความเงียบงันใต้ผืนน้ำเค็ม... กำลังจะถูกทำลายลงด้วยเสียงแห่งชีวิตเป็ครั้งแรก!