ตอนที่6 อยากรู้จักให้มากกว่านี้
//วันต่อมา//
"ได้เื่ว่ายังไงบ้างลูซี่"
"ส่งจดหมายผ่านนกนำทางเรียบร้อยแล้วค่ะองค์หญิง"
"ดีมาก...เ้าคิดว่าจดหมายจะไปถึงกี่วัน?"
"เอ่อ...คาดว่าน่าจะภายในสองถึงสามวันค่ะ"
"งั้นหรอ.."
สีหน้าที่ค่อนข้างผิดหวังเล็กน้อยของริโอน่าเผยออกมาเบาๆ ลูซี่เข้าใจได้ในทันทีแม้ริโอน่าจะไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ ลูซี่รู้ดีว่าริโอน่า้าให้จดหมายไปถึงที่หมายให้เร็วที่สุด
"องค์หญิงคะ ลูซี่ถามได้ไหมคะ"
" ว่ามาสิ!! "
"ทำไมต้องถอนหมั้นองค์ชายด้วยล่ะคะ"
ริโอน่าเงียบไปสักพักเพื่อหาคำตอบที่จะทำให้ลูซี่ไม่เป็กังวล เพราะเธอรู้ได้จากสีหน้าของลูซี่ที่กำลังเอ่ยถาม
"เราไม่อยากแต่งงานแล้วน่ะ..."
ลูซี่ถอนหายใจเบาๆ เพราะเธอรู้ว่าทำตอบของริโอน่าไม่ใช่ความจริงจากใจของเธอ ลูซี่พยายามสบตากับริโอน่าเพื่อหาคำตอบของคำถามนั้น
"ฮ่ะ...เ้าไม่เชื่อเราสินะ" เธอเผยรอยยิ้มกับเสียงหัวเราะเล็กน้อย
"เชื่อได้ยากมากเลยค่ะ องค์หญิงรักองค์ชายมากขนาดนั้น เหตุผลแบบนี้ไม่น่าเป็ไปได้นะคะ"
"แล้วถ้าไม่ได้รักเลยล่ะ เหตุผลแบบนี้พอเป็ไปได้ไหม.."
"เื่นี้ยิ่งไม่น่าเป็ไปได้ใหญ่เลยค่ะ.." ลูซี่ส่ายหัวเบาๆ
"....."
ริโอน่าทำได้เพียงยิ้มตอบเท่านั้น เธอรู้ดีว่าเธอกำลังรู้สึกยังไง แต่ที่ลูซี่ไม่เชื่อก็เพราะอดีตที่ผ่านมา องค์หญิงรักองค์ชายมากแค่ไหนนางได้เห็นและได้คอยเฝ้ามองมาโดยตลอด ไม่เชื่อก็คงไม่แปลกที่วันนี้ริโอน่าที่อยู่ตรงหน้าของลูซี่จะบอกว่าไม่ได้รักองค์ชาย
บทสนทนาในครั้งนี้ได้ดำเนินไปท่ามกลางความเงียบสงบของสวนในคฤหาสน์ สนามหญ้าที่ตกแต่งอย่างสวยงามทอดยาวอยู่เบื้องหน้า มีต้นไม้สูงใหญ่ที่พลิ้วไหวตามสายลมเย็น ใจกลางของสวนมีโต๊ะสำหรับนั่งจิบชาตั้งอยู่ และโต๊ะก็ประดับไปด้วยผ้าปูโต๊ะลายลูกไม้สีขาวพร้อมทั้งกาน้ำชาที่ตั้งอยู่
ขณะที่บทสนทนาของทั้งคู่ได้เงียบลง ก็ได้มีเสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลัง
"องค์หญิงครับ.."
ริโอน่าหันไปมองเสียงของชายคนนั้น ซึ่งปรากฏว่าเป็พ่อบ้านคนสนิทของเทรย์เวอร์นี่เอง
"มีอะไรงั้นหรอ..ท่านพ่อบ้าน"
"เรียกบารอนเถอะครับองค์หญิง คือว่า...องค์ชายให้มาตามไปพบน่ะครับ"
"ตอนนี้หรอ.."
"ใช่ครับ"
ริโอน่ารู้สึกตะขิดตะขวงใจแปลกๆ เพราะเมื่อวานก็คุยกันไม่รู้เื่ วันนี้ยังจะส่งคนมาตามอีก ริโอน่าไม่ค่อยอยากไปพบเขาเท่าไหร่ เธอจึงถอนหายใจต่อหน้าบารอนทันที
ริโอน่าหันไปมองลูซี่ที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอส่งสายตาเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ทว่า..ลูซี่นั้นได้ส่ายหัวเบาๆ บอกเป็นัยว่าเธอคงช่วยเหลืออะไรริโอน่าไม่ได้
"ไปกันเถอะครับ ถ้าองค์ชายรอนานๆเดี๋ยวก็จะเป็เื่อีกนะครับ ผมว่าองค์หญิงยอมไปพบแต่โดยดีน่าจะดีกว่า.."
"อืม...เข้าใจแล้ว นำทางไปสิ"
"เชิญครับ" บารอนผายมือไปด้านหน้าเพื่อให้เกียรติองค์หญิงได้เดินก่อน
ในขณะที่กำลังลุกขึ้นจากเก้าอี้ ริโอน่าเหล่ตากลับไปมองลูซี่ที่กำลังยืนโบกมือเบาๆ ริโอน่าหรี่ตาลงเพื่อบอกลูซี่ผ่านสายตาว่าเราจะกลับมาจัดการเ้าในโทษฐานที่ไม่ช่วยเหลือกันเลย ลูซี่เห็นแบบนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าเ้านายของเธอกำลังแกล้งข่มเธอเล่น ลูซี่จึงโค้งคำนับให้ริโอน่าเพื่อเป็การตอบรับและส่งยิ้มให้เบาๆ
ริโอน่าเดินไปตามทางที่บารอนคอยบอก ขณะนี้ทั้งสองคนได้เดินกลับเข้าไปที่คฤหาสน์และกำลังตรงไปที่ชั้นหก ซึ่งเป็ห้องทำงานอีกห้องขององค์ชาย ซึ่งโดยปกติงานทั่วไปเขามักจะทำงานอยู่ที่ห้องภายในชั้นหก แต่ถ้าเป็เื่ที่สำคัญๆเขามักจะเก็บตัวอยู่ที่ชั้นเจ็ด ชั้นที่ก่อนหน้าได้บอกไว้ว่าไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้าไปยกเว้นบารอน พ่อบ้านของเขา
//ห้องทำงานชั้นที่หก//
"เชิญด้านในเลยครับ" บารอนเปิดประตูให้ริโอน่า
ริโอน่าเดินเข้าไปอย่างช้าๆ เธอเคยเห็นห้องทำงานนี้มาแล้วในความทรงจำ แต่ได้เห็นเพียงสองครั้งเท่านั้น เธอจึงรู้เลยว่าองค์หญิงคงไม่ได้มาที่นี่บ่อยนัก
"นั่งก่อนสิ.." เขาบอกเธอพร้อมกับพยักหน้า เพื่อให้เธอเดินมานั่งที่เก้าอี้ที่อยู่ด้านหน้าโต๊ะทำงานของเขา
เสียงทุ้มๆเรียบๆและใบหน้าที่คุ้นเคยได้กล่าวขึ้น เทรย์เวอร์เขากำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยกองเอกสาร ซึ่งในความทรงจำขององค์หญิงนั้นไม่รู้เื่อะไรเลยเกี่ยวกับงานของเขาเลย จึงทำให้ริโอน่าไม่รู้เกี่ยวกับเอกสารที่กองอยู่ตรงหน้า
ริโอน่าเดินมาหยุดที่หน้าโต๊ะทำงานของเขา แต่ทว่าเธอไม่ได้นั่งลงตามที่เขาเชิญ
"มีอะไรก็ว่ามาเถอะ เราไม่ได้จะอยู่นานเพราะงั้นรีบพูดธุระของท่านมาได้เลย"
"นั่งก่อนไม่ได้งั้นหรอ.." เขาบอกเธอด้วยเสียงเรียบๆ
"ไม่ล่ะ มีอะไรก็ว่ามาเถอะ" เธอตอบกลับอย่างเ็า
เทรย์เวอร์ส่ายหน้าเบาๆ "ท่านนี่ไม่เป็มิตรเอาซะเลย.."
"ถ้าท่านมีเื่จะพูดแค่นี้เรากลับล่ะ.."
"เดี๋ยว..." เทรย์เวอร์เลื่อนเก้าอี้ออกและลุกขึ้นเดินออกมาหาริโอน่าที่กำลังยืนอยู่
"อะไรอีก!!" เธอเริ่มชักสีหน้าเบาๆ
"ทำไมถึงชอบเดินหนีเรา.."
เธอถอนหายใจออกมาเบาๆ "ก็เราไม่ได้อยากคุย.."
"แต่เราอยาก " เขาเอ่ยพร้อมกับอมยิ้มเล็กน้อย
"เราไม่เข้าใจเลย ท่านจะอยากคุยกับเราไปเพื่ออะไร ทั้งที่เมื่อก่อนไม่คิดจะคุยกับเราดีๆเลยด้วยซ้ำ"
"ก็นั่นไม่ใช่ท่านนิ!!"
"หมายความว่าไง" เธอขมวดคิ้วขึ้นด้วยสงสัย
เทรย์เวอร์เดินเข้าไปใกล้ๆเธอและพยายามยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ ซึ่งระยะห่างของทั้งสองมันสั้นมากๆ เทรย์เวอร์ที่สูงราวๆร้อยแปดสิบสองเซนและริโอน่าที่สูงร้อยเจ็ดสิบแปดเซน ทำให้ระยะห่างของ่ตัว้าไม่ห่างกันมากนัก แค่ยื่นหน้าเข้าหากันเล็กน้อยทั้งคู่ก็มีระยะที่ตรงกันแล้ว
เขาสบตากับเธอและพูดต่อไปว่า "หมายความว่า... เราอยากคุยกับท่าน ท่านที่ไม่ใช่องค์หญิง"
"ไร้สาระน่ะ!! เรานี่แหละองค์หญิง"
เขาส่ายหน้าเบาๆ "ถ้าท่านเป็องค์หญิงจริงๆตอนนี้คงหลบสายตาเราไปแล้ว"
"....." เธอเงียบลง
"คนเราไม่สามารถสบตาคนที่ชอบได้นานหรอก" เขาหยักคิ้ว
"งั้นท่านก็คงไม่ได้ชอบเราเหมือนกัน เพราะตอนนี้เราทั้งคู่ก็ยังสบตากันอยู่.."
" ไม่รู้สิ!! " เขายักไหล่ขึ้นเบาๆและส่งรอยยิ้มเ้าเล่ห์ตอบกลับมา
เธอถอนหายใจเบาๆ และถอยหลังออกห่างเขาหนึ่งก้าว เธอรู้สึกว่าตอนนี้เธอกำลังโดนปั่นหัวอยู่ เธอไม่รู้เลยว่าเขาคิดอะไรอยู่กันแน่ จริงๆแล้วคนที่เห็นในความทรงจำกับคนที่อยู่ตรงหน้า ใช่คนเดียวกันรึเปล่า?
"เลิกจ้องเราได้แล้ว" เธอพูดด้วยน้ำเสียงเ็า
"เราแค่อยากรู้... ว่าไม่ใช่ริโอน่าจริงๆใช่ไหม"
"ก็ถ้าบอกว่าไม่ใช่ แล้วจะทำไม?"
"แล้วริโอน่า... นางไปอยู่ที่ไหน?" เสียงเรียบๆของเขาเอ่ยถาม
"เราไม่รู้ เธอไม่ได้บอกว่าไปที่ไหน"
"งั้นหรอ... แล้วนางจะกลับมารึเปล่า" เขาเอ่ยถามอย่างใจจดใจจ่อเพื่อรอคำตอบ
"ไม่รู้เหมือนกัน ทำไมหรอ? มาตอนนี้อยากให้องค์หญิงของท่านกลับมารึไง ทำไมตอนที่นางยังอยู่ไม่เห็นคิดจะทำดีด้วยเลย.."
"....." เขาเงียบลง
เทรย์เวอร์เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง เขามองริโอน่าด้วยสีหน้าที่มีความสงสัยเต็มไปหมด แม้ว่าเขาจะทำเหมือนรู้ทันเธอไปหมดทุกอย่างแต่จริงๆแล้วเขาไม่รู้อะไรเลย เขาเพียงแค่ทำตามสัญชาตญาณของตัวเองเพื่อให้ได้คำตอบในเื่ที่เขาอยากรู้
"ที่เราทำแบบนั้นกับองค์หญิง เรามีเหตุผล.."
"เหตุผลอะไรท่านถึงได้เ็ากับคนที่รักท่านแบบนั้น"
"เพราะนางรักเรามากเกินไปไงล่ะทุกอย่างถึงเป็แบบนี้ ความรักของนางมันไม่เคยพอดีเลยสักครั้ง ถ้านางเปิดช่องว่างที่อึดอัดนั่นให้เรา บางทีเราอาจจะรักนางไปแล้วก็ได้..." เขาตอบอย่างตรงไปตรงมา
"เราถามจริงๆนะ ท่านไม่เคยรักองค์หญิงเลยงั้นหรอ"
"...." เขาชะงักไปชั่วครู่
ริโอน่าทำได้เพียงรอคำตอบของเขา แต่เธอรู้อยู่แล้วว่ายังไงคำตอบก็คงเป็สิ่งที่เธอไม่น่าจะพึงพอใจอยู่ดี เธอไม่อยากยอมรับเลยว่าชายที่ยืนอยู่ตรงหน้ากำลังจะพูดอะไรออกมาบ้าง
"ช่างเถอะ เรากลับล่ะ..." เธอพยายามเดินหนีเพื่อออกจากห้อง
" เดี๋ยวก่อน!! " เขารีบคว้ามือเธอไว้และดึงเธอเข้ามา
สายตาที่ต่างความคิดต่างความรู้สึกของพวกเขาได้ประสานสบตากัน ทั้งคู่รู้สึกได้ถึงความใกล้ชิดของร่างกายที่แทบจะอยู่ในระยะประชิดแนบเนื้อ
"เราเคยชอบนางเมื่อสมัยนางยังเด็ก" เทรย์เวอร์พูดขณะที่ยังกุมมือเธอเอาไว้
"แล้วทำไมพอโตขึ้นพวกท่านถึงกลายเป็แบบนี้" เธอถามเขา
"เพราะนางเปลี่ยนไป... นางไม่ใช่เด็กคนนั้น"
"แค่นี้ก็ทำให้ท่านเ็ากับนางงั้นหรอ"
เธอพยายามสะบัดมือออก "....."
"มันมีหลายเื่ก่อนหน้านั้นด้วย ท่านไม่จำเป็ต้องรู้หรอก"
"ยังไงก็ช่างเถอะ!! ปล่อยมือเราได้แล้ว" เธอพูดเสียงแข็ง
เทรย์เวอร์ปล่อยมือที่กุมไว้ออกแต่โดยดี เขารู้ว่าหากยังไม่เชื่อฟังนางต่อไป นางต้องเดินหนีเขาอีกแน่นอน
"เราปล่อยมือท่านแล้ว เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งเดินหนีเรานะ ตกลงไหม"
"มีอะไรจะพูดอีกงั้นหรอ..?" เธอยังคงถามด้วยความเ็า
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะพูด... "ท่านจะไม่ถอนหมั้นเราแล้วใช่ไหม"
ริโอน่ามองไปที่เขาสลับกับมองไปรอบๆเพื่อหลบสายตาและเพื่อทบทวนคำพูดที่จะเอ่ยต่อไปนี้
"ไม่ล่ะ... เรายังยืนยันคำเดิม" เธอพูดในขณะที่สบตาเขา
เขาขมวดคิ้วและชักสีหน้าอย่างผิดหวัง เขาไม่ได้ตอบกลับในทันที เหมือนเขากำลังใช้ความคิดบางอย่างซึ่งเห็นได้ชัดว่าเขากำลังกระวนกระวาย
"ในเมื่อท่านไม่ใช่องค์หญิง เราก็ไม่คิดที่จะยอมรับคำขอของท่านหรอกนะ ถ้าอยากถอนหมั้น ก็ไปบอกองค์หญิงให้มาพูดกับเราซะ!"
"บ้ารึไง!! เราจะทำแบบนั้นได้ยังไงล่ะ"
"ถ้าไม่ได้... ก็เลิกพูดเื่นี้ได้เลย"
"เหอะ!! งั้นก็รอดูล่ะกัน ว่าเราจะถอนหมั้นท่านได้ไหม"
"หมายความว่าไง นี่ท่านคิดจะทำอะไรอีก..?"
"....." เธอไม่ได้ตอบอะไรกลับไป
เธอทำแค่เพียงมองหน้าเขาด้วยสายตาที่เ็าและเหินห่าง ตอนแรกเธอคิดว่าจะมาอยู่ที่นี่ในฐานะองค์หญิงและยอมแต่งงานกับเขาแต่โดยดี เพราะถ้าหากกว่าองค์หญิงกับเข้ามาในร่าง องค์หญิงจะได้สานสัมพันธ์กับเขาต่อ
แต่ว่าตอนนี้ เธอไม่อยากให้องค์หญิงแต่งกับเขา ถึงแม้ว่าเขาจะมีเหตุผลแค่ไหน หรือแม้จะบอกว่าเคยชอบองค์หญิงยังไงก็ตาม แต่การกระทำของเขาที่ฉันได้เจอมาสองวันนี้มันทำให้ฉันรู้สึกว่า องค์หญิงควรเลิกรักเขาได้แล้ว
หากรักใครสักคนมันยากขนาดนั้น เธออยากให้องค์หญิงเลือกกับมารักตัวเองน่าจะดีกว่า เธอรู้สึกแบบนั้นจริงๆ แม้ว่าตัวเองเกิดมาจะยังไม่เคยรักใคร แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่เข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น
เธอตัดสินใจแล้วว่าจะออกไปจากคฤหาสน์หลังนี้และกับอาณาจักรขององค์หญิง เธอคิดว่าถ้าหากองค์หญิงกลับมา นางจะต้องเข้าใจเื่ราวที่เธอทำแน่นอน แม้ว่าในตอนนั้นเธออาจจะถูกต่อว่า แต่เธอก็ไม่สนใจอะไรแล้ว ยังไงถ้าองค์หญิงกลับมา เธอก็ต้องหายไปอยู่ดี เพราะเธอรู้ตัวดีว่า ไม่มีที่สำหรับเธอ ทั้งในมิตินี้หรือมิติเดิม
หลังจากที่ทั้งคู่ต่างพากันเงียบ ริโอน่าจึงขอตัวออกจากห้องทำงานของเขา และเทรย์เวอร์ก็ไม่อยากรั้งเธอเอาไว้ เพราะกลัวว่าเธอจะอารมณ์ไม่ดีไปมากกว่านี้ เทรย์เวอร์ที่มองสายตาของเธอแล้วรับรู้ได้ว่า ตอนนี้คนที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่คนที่เขาเคยรู้จักอีกต่อไปแล้ว เขาจึงพยายามจะไม่บังคับเธอมากจนเกินไป เพราะกลัวเธอจะหนีเตลิดหายไป
เหตุผลที่เทรย์เวอร์ไม่ยอมถอนหมั้นเพราะเขามีสัญญาที่ติดค้างไว้กับพ่อแม่ และอีกเื่คือเขารู้สึกคุ้นเคยกับคนที่อยู่ตรงหน้าอย่างน่าประหลาด ซึ่งเขาที่ไม่ได้ชอบอะไรในตัวองค์หญิงมานานมากแล้วและพฤติกรรมขององค์หญิงที่มีมาสักพักทำให้องค์ชายรู้สึกเฉยๆกับองค์หญิง
แต่ทว่าครั้งแรกที่สบตากับริโอน่าที่เพิ่งฟื้นจากการหมดสติที่จมน้ำ ตอนนั้นเทรย์เวอร์ยังไม่มั่นใจเท่าไหร่ แต่พอเวลาผ่านไปเรื่อยๆ พฤติกรรมต่างๆของริโอน่าคนนี้ทำให้เทรย์เวอร์ยิ่งมั่นใจว่ายังไงก็ไม่ใช่องค์หญิงคนก่อนแน่ๆ เขาจึงเริ่มรู้สึกสนใจในตัวเธอนิดหน่อยและอยากจะรู้จักเธอคนนี้ให้มากขึ้น เขาอยากรู้ว่าที่เขารู้สึกคุ้นเคยกับเธอมันเป็เพราะอะไรในเมื่อเขาเพิ่งเคยพบเธอเป็ครั้งแรก
"ขอเข้าไปได้ไหมครับองค์ชาย" พ่อบ้านกล่าวขึ้น
"เข้ามาสิบารอน" เทรย์เวอร์ตอบกลับทันที
บารอนเดินตรงเข้ามาที่โต๊ะทำงานที่เทรย์เวอร์นั่งอยู่ เขายืนสงบนิ่งต่อหน้าเทรย์เวอร์เพื่อรวบรวมความกล้าที่จะเอ่ยถามคำถามต่อจากนี้
"ทำไมท่านไม่ตอบตกลงที่จะถอนหมั้นล่ะครับ"
เทรย์เวอร์ที่กำลังนั่งเขียนอะไรบางอย่างที่โต๊ะทำงานได้เงยหน้าขึ้นเพื่อตอบคำถามด้วยความประหลาดใจ เขาลังเลก่อนที่จะตอบ...
"ก็อย่างที่เราเคยบอก เราสัญญากับท่านพ่อท่านแม่ไว้"
"แต่ท่านไม่จำเป็ต้องทำขนาดนี้ก็ได้นิครับ ในเมื่อคนที่ร้องขอการถอนหมั้นไม่ใช่พระองค์ ยังไงท่านก็ไม่ได้ผิดอะไรนะครับ"
"...." เทรย์เวอร์ยิ้มตอบกลับบารอนเท่านั้น
"โธ่...องค์ชาย ทำไมยังใจเย็นอยู่ได้ล่ะครับ ตอนนี้ข่าวลือเื่องค์หญิงที่อยากจะถอนหมั้นมันเริ่มจะลุกลามไปไกลแล้วนะครับ อีกหน่อยอาจจะไปถึงคฤหาสน์หลักก็ได้นะครับ"
"ไม่เป็ไรหรอกน่า ไว้เราค่อยอธิบายเื่นั้นที่หลังก็ได้ เ้าอย่ากังวลไปเลย.."
"จะทำอย่างนั้นได้ยังไงล่ะครับ... " เขาพูดด้วยน้ำเสียงกังวลและกล่าวต่อไปว่า
"ถ้าพระองค์ถอนหมั้นตอนนี้ พระองค์ก็จะไม่ต้องมาคอยตามแก้ปัญหาต่างๆขององค์หญิงนะครับ เพราะฉะนั้น... ยอมรับการถอนหมั้นเถอะครับ" บารอนพยายามโน้มน้าวใจของเทรย์เวอร์ด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเป็เชิงขอร้อง
"ทำหน้าแบบนั้นเราก็ลำบากใจสิ!! แต่ไหนแต่ไรเราก็ทำตามที่เ้าแนะนำมาโดยตลอด แต่ขอเว้นเื่นี้ไว้ก่อนนะ เรามีบางอย่างที่สงสัยอยู่ ตอนนี้จึงยังปล่อยองค์หญิงไปไม่ได้"
เทรย์เวอร์พยายามอธิบายให้บารอนฟังเพื่อที่เขาจะได้สบายใจเกี่ยวกับเื่นี้ เทรย์เวอร์เคารพบารอนเปรียบเสมือนพี่ชายคนหนึ่ง เวลาเขามีปัญหาบารอนจะคอยช่วยเขาจัดการทุกครั้ง ยกตัวอย่างก็เื่ขององค์หญิงที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้และอีกหลายๆเื่
บารอนที่พยายามห้ามองค์ชาย แต่ก็ได้คำตอบที่ยังคงเหมือนเดิมเขาจึงถอดใจและเดินจากไป เขารู้ดีว่าทุกการกระทำขององค์ชายนั้นย่อมมีความหมายแฝงอยู่ เขาจึงไม่อาจจะรบเร้าต่อไปได้
ท่ามกลางความเงียบของห้องที่มีเพียงองค์ชายคนเดียวที่นั่งอยู่บนโต๊ะทำงานของเขา เขากำลังครุ่นคิดเื่ในอดีต เกี่ยวกับองค์หญิง
-เมื่อสองเดือนก่อน-
"ทำไมท่านถึงไม่รักเราบ้าง" น้ำเสียงของเธอที่เปล่งออกมานั้นดูกระอักกระอ่วนเหมือนคนที่กำลังจะร้องไห้
"ท่านก็เลิกทำแบบนี้สักที" เขาพูดด้วยน้ำเสียงเ็า
"เราทำอะไรงั้นหรอ ตอนนี้ทุกอย่างที่เราทำ มันก็มีแค่การทำเพื่อท่านทั้งนั้น"
"ทำเพื่อเราโดยการเหยียบย่ำคนอื่นแบบนี้น่ะหรอ.."
"ก็..." เธอชะงักไปชั่วขณะ "ก็พวกนางมายุ่งกับท่านนิ เราไม่ชอบให้ใครมาอยู่ใกล้ท่าน"
"ก็เลยจัดการพวกเขาโดยการใช้อำนาจทั้งหมด เขี่ยครอบครัวเขาให้จมดิน... นี่น่ะหรอวิธีการอันสูงส่งของราชวงศ์ชั้นสูง"
"...." เธอสบตาที่เ็าของเขา
"ท่านไม่เคยรักเราหรอก... ท่านก็แค่อยากเอาชนะคนพวกนั้น ท่านเลิกบอกว่าท่านรักเราสักที" เขาพูดด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้น
"ไม่จริง..." เธอตอบด้วยเสียงสั่นๆ
"เลิกหลอกตัวเองได้แล้วริโอน่า ท่านไม่เคยรักเรา..."
น้ำตาของเธอจู่ๆก็ไหลออกมาท่ามกลางบทสนทนาที่ทั้งคู่ต่างไม่พึงพอใจกับคำตอบหรือคำถามของอีกฝ่าย
"ท่านเคยมองเราดีๆบ้างรึยัง ฮึก!! แค่จะทานอาหารร่วมโต๊ะกันยังยากเลย ท่านไม่เคยแม้แต่จะแลเราด้วยซ้ำ ท่านจดจำเฉพาะเื่ที่ท่านอยากจะจดจำ ท่านน่ะ... ฮึก!!" เธอพูดด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น
"...." เขาเงียบลง
"...." เธอร้องไห้จนพูดอะไรไม่ออก
"หยุดร้องไห้เถิด... เราเข้าใจแล้ว ต่อไปเราจะรับฟังท่านให้มากกว่านี้ เพราะงั้น... ท่านช่วยหยุดร้องไห้ก่อนได้ไหม" เขาเริ่มพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงที่เบาลง
เธอรีบพยักหน้าตอบรับทันที เขาจึงรีบเข้าปลอบเธอเพื่อให้เธอได้หยุดร้องไห้
สถานการณ์เหมือนจะเป็ไปได้ด้วยดี แต่แล้ววันต่อมา เพื่อนของเขาได้มาเที่ยวเล่นที่คฤหาสน์ เธอจึงขอให้เขาพาเธอไปแนะนำตัวเพื่อให้เพื่อนของเขารู้จักเธอ แต่ทว่าเขาปฏิเสธ เธอจึงโกรธที่เหมือนเขาจะยอมรับในตัวเธอแล้วแต่วันนี้กลับเ็าอีก
แต่ว่าที่เขาปฏิเสธเธอนั้นเขามีเหตุผล เพราะคนที่มาวันนี้คือคนที่เธอเคยมีเื่ด้วยเมื่อเดือนก่อน เขาจึงไม่อยากให้เธอเข้ามาร่วมวงด้วย แต่เขาไม่ได้บอกเื่นี้กับเธอ เธอจึงเข้าใจเขาผิดต่อไปและอาละวาดเหมือนอย่างที่เคยทำ
จากวันนั้นมา ทุกอย่างก็แย่เหมือนเดิม ทั้งเธอและเขาต่างก็ไม่เข้าใจกัน เหมือนทุกอย่างจะสวนทางไปหมด แม้เส้นทางจะต่างกันอยู่แล้ว แต่ตอนนี้มันกับกลายเป็ว่าเส้นทางของทั้งคู่เริ่มจางหายไป